นานาสาระสุขภาพที่น่ารู้.. เล่าสู่กันฟัง
 
 

ไขข้อสงสัย? สารพัดปัญหาเบาหวาน ที่หลายคนอยากรู้


Q: สังเกตตัวเองอย่างไร?... ว่าเป็นเบาหวาน
ปัจจุบันพบผู้ป่วยเบาหวานในคนอายุน้อยลงเนื่องจากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หรือพบในผู้สูงอายุ เพราะเมื่ออายุมากขึ้นก็จะมีภาวะดื้ออินซูลินเกิดขึ้นได้ตามอายุ ผู้ป่วยเบาหวานจะมีอาการ 3 แบบใหญ่ๆ ที่ตรวจพบได้

แบบที่ 1ดื่มน้ำเยอะ กินเก่งแต่น้ำหนักตัวลดลง ปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืน บางคนตื่นมาปัสสาวะทั้งคืน กลุ่มนี้จะรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรง ในช่วงแรกๆ อาจจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้แต่ในระยะยาวผู้ป่วยกลุ่มนี้จะผอมลง เนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ก็จะสลายไขมันเป็นพลังงานแทนทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ผอมลงเรื่อยๆ

แบบที่ 2ไม่มีอาการอะไรเลยแต่มาตรวจพบระหว่างตรวจร่างกายซึ่งพบได้บ่อย

แบบที่ 3 มีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น การติดเชื้อ เป็นแผลเรื้อรังแล้วไม่หาย
เมื่อไปตรวจก็พบว่ามีเบาหวานเกิดขึ้น

Q: เป็นเบาหวานแล้วรักษาหายไหม?
เบาหวานจัดว่าเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่ต้องการดูแลและการรักษาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อเป็นเบาหวานแล้วส่วนใหญ่ต้องอาศัยระเบียบวินัยในการดูแลตัวเองทั้งการกินอาหาร การออกกำลังกาย แล้วก็การกินยา

Q:ทำไม? ผู้ป่วยเบาหวานถึงต้องไปพบคุณหมอบ่อยๆ
การที่ต้องมาพบแพทย์สม่ำเสมอนั้น เพราะว่าเราทานอาหารแต่ละวันไม่เท่ากันและปริมาณน้ำตาลที่ทานเข้าไปก็ไม่เท่ากัน แต่ปริมาณยาต้องปรับตามน้ำตาล เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติให้มากที่สุด เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากการที่มีน้ำตาลในเลือดสูงนานๆ

โดยแพทย์จะใช้โปรแกรมการตรวจเบาหวาน ที่มีไว้สำหรับตรวจดูคุณภาพการควบคุมเบาหวานที่ผ่านมาว่าผู้ป่วยควบคุมเบาหวานได้ดีมากน้อยแค่ไหน น้ำตาลในเลือดเป็นอย่างไร มีโรคแทรกซ้อนอื่นที่เกี่ยวกับเบาหวานเกิดขึ้นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงตลอดจนโรคแทรกซ้อนเรื้อรังที่อาจเกิดขึ้นจากการเป็นเบาหวานมานาน

ซึ่งจะเกิดกับอวัยวะหลายอย่าง เช่น ตา ไต  หัวใจ สมอง หรือเส้นเลือดที่ปลายมือ ปลายเท้า ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาทำให้เกิดแผลเรื้อรังได้
การตรวจที่ว่านี้คือ การตรวจฮีโมโกลบิน เอวันชี (Hb A1C) เป็นการตรวจเพื่อดูระดับน้ำตาลที่จับอยู่กับเม็ดเลือดแดง ตรวจว่าที่ผ่านมาย้อนหลังไป 3 เดือน ระดับน้ำตาลในเลือดทั่วไปปกติดีหรือไม่ ทำให้ทราบถึงระดับน้ำตาลในเลือดแต่ละระดับที่จะส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการดูแลตัวเองของผู้ป่วยนั่นเอง
 
Q: รักษาเบาหวานไม่ยากอย่างที่คิด… จริงหรือ?
การรักษาเบาหวานมีหลายวิธี สิ่งแรกคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิต ได้แก่ การคุมอาหารและการออกกำลังกายเพราะเป้าหมายของการรักษาเบาหวานคือ การพยายามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติให้มากที่สุดเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น วิธีต่อมาคือการทานยา ซึ่งยาที่ใช้ในการควบคุมเบาหวานปัจจุบันมียาหลายกลุ่มที่ทำให้น้ำตาลในเลือดปกติได้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละรายไป

ทั้งนี้ผู้ป่วยเบาหวานจะต้องมีความรู้สึกที่ดีกับการรักษาตัวอยู่ตลอดเวลา ปฎิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ปฏิเสธการทานยา การควบคุมอาหาร หรือการออกกำลังกายควบคุมเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ปกติให้มากที่สุดและให้นานที่สุด ก็จะช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2562   
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2562 11:08:18 น.   
Counter : 79 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


อาบน้ำร้อนก่อนนอนดีอย่างไร?


อาบน้ำร้อนก่อนนอนดีอย่างไร?

ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเท็กซัส พบว่าการอาบน้ำร้อนก่อนนอนประมาณ 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้ร่างกายปรับอุณหภูมิและช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนให้ดีขึ้นได้

การอาบน้ำร้อนก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นระบบที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้ร่างกายเย็นลงและส่งผลดีต่อการนอน โดยทำให้หลับได้เร็วขึ้น นานขึ้น และหลับได้ลึกมากขึ้น ซึ่งอุณหภูมิของน้ำร้อนที่ว่านี้ควรอยู่ที่ประมาณ 40-43 องศาเซลเซียส ในขณะที่อาบน้ำเย็นก็ช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้ในตอนเช้า




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2562   
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2562 10:02:40 น.   
Counter : 100 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


ชานมไข่มุกน้ำตาลสูง เสี่ยงเบาหวาน


ปัจจุบันชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงวัยทำงาน

แล้วรู้หรือไม่? ครับว่า... ในชานมไข่มุก 1 แก้วนั้น มีปริมาณน้ำตาลสูงเกินกว่าที่ร่างกายควรได้รับเกือบถึง 2 เท่า

โดยความต้องการน้ำตาลต่อวันของคนปกติ คือไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา แต่ชานมไข่มุกมีน้ำตาลสูงถึง 8-11 ช้อนชา หรือประมาณข้าว 3-4 ทัพพีซึ่งส่วนประกอบหลักของชานมไข่มุกคือน้ำตาลและแป้ง ที่ให้พลังงานสูงถึง 300-400 กิโลแคลอรี่ หากเราทานเป็นประจำจะทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือดได้

นอกจากนี้น้ำตาลที่สูงเกินจะไปสะสมอยู่ที่ตับ หากเกินกว่าร่างกายจะกำจัดได้จะถูกแปลงเป็นไขมัน และทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงตามมาได้

เราจึงไม่ควรดื่มชานมไข่มุกเป็นประจำทุกวัน หากต้องการดื่มก็ควรคำนึงถึงพลังงานที่ได้รับ โดยการลดปริมาณการทานอาหารกลุ่มข้าวแป้งและน้ำตาลจากอาหารชนิดอื่นๆ ในมื้ออื่นๆ ลง หรืออาจลดปริมาณน้ำตาลที่ใส่ในชานมไข่มุกและออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันด้วยนะครับ




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2562   
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2562 9:46:23 น.   
Counter : 135 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


ขอเชิญผู้สนใจร่วมงานกิจกรรม “วันเบาหวานโลก” “World Diabetes Day”



ขอเชิญผู้สนใจร่วมงานกิจกรรม “วันเบาหวานโลก” “World Diabetes Day” The Family and Diabetes เพราะครอบครัวเป็นส่วนสำคัญในการรักษาเบาหวาน

วันพฤหัสบดี และศุกร์ ที่ 14-15 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.00-16.00 น. ณ ลานกิจกรรม หน้าแผนกเบาหวานโรงพยาบาลรามคำแหง อาคาร 2 ชั้น 1ภายในงานพบกับกิจกรรม
 

⭐️ 07.00-09.00 น. ครอบครัวกับอาหารเบาหวาน
* ชมนิทรรศการอาหารเบาหวาน อาหารแลกเปลี่ยน และให้คำปรึกษาโดยนักกำหนดอาหาร ประจำ รพ.รามคำแหง
* ร่วมทานอาหารว่าง และน้ำสมุนไพร

⭐️ 08.00-16.00 น.ครอบครัวกับกิจกรรม
* เพ้นท์ถุงผ้า เมื่อทำเสร็จนำไปใส่ยากลับบ้านได้เลย (รับถุงผ้าที่หน้างาน ฟรี สำหรับผู้ที่ร่วมกิจกรรม)
* ร่วมเปลี่ยนกรอบ Facebook เป็นวงกลมสีฟ้า สัญลักษณ์สากลวันเบาหวานโลก #WDD
* ถ่ายภาพร่วมกับครอบครัว และมาสคอตคุณหมอราม
* ร่วมแชร์โพสต์กิจกรรม และติดแฮชแท็ก #โรงพยาบาลรามคำแหงกับเบาหวาน #WDD #ramhospital จะได้รับถุงผ้าเป็นที่ระลึก

⭐️ 08.00-16.00 น. ครอบครัวกับความรู้ อยู่ให้สุขกับเบาหวาน
- นิทรรศการความรู้ เกี่ยวกับเบาหวาน การป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- ให้คำปรึกษาโดยพยาบาลเบาหวาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนสุขภาพโทร 0 2743 9999 ต่อ 2999 แล้วอย่าลืมมาร่วมกิจกรรมกันเยอะๆ นะครับ




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2562   
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2562 11:28:33 น.   
Counter : 204 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


ทำไม? เราถึงอาจเสียชีวิตขณะวิ่งได้


ขณะวิ่ง หัวใจจะเต้นเร็วเพื่อสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ถ้ามีภาวะทางหัวใจแอบแฝงอยู่ ซึ่งอาจไม่มีอาการขณะร่างกายออกแรงตามปกติ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ จะทำให้หัวใจบีบส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญไม่เพียงพอ ทำให้สมองและอวัยสำคัญขาดเลือด เกิดอาการวูบและเสียชีวิตเฉียบพลัน หรือหากมีเส้นเลือดหัวใจตีบ เมื่อหัวใจต้องการเลือดและออกซิเจนเพิ่มขึ้นขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจนเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

แนะนำว่าก่อนที่จะลงวิ่งแข่งขันไม่ว่าอายุมากหรือน้อย ควรเช็คความพร้อมของสุขภาพด้วยการตรวจ Exercise stress test เพื่อตรวจจับภาวะหัวใจขาดเลือด หรือประเมินสมรรถภาพของปอดและหัวใจ ด้วยเครื่อง CPET ก็จะช่วยให้เรารู้ถึงความแข็งแรงและความเสี่ยงของระบบหัวใจและหลอดเลือดของเราก่อนจะไปออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัย

ที่สำคัญหากมีอาการผิดปกติขณะวิ่ง เช่น เจ็บ จุกแน่นหน้าอกหรือลิ้นปี่ เวียนหัวหน้ามืดจะเป็นลม ให้หยุดวิ่งและรีบบอกเพื่อน หรือเจ้าหน้าที่สนาม ให้นำส่งโรงพยาบาลไม่นั่งพักเพื่อรอให้อาการดีขึ้น เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2562   
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2562 10:00:42 น.   
Counter : 216 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  110  111  112  113  114  115  116  117  118  119  120  121  122  123  124  125  126  127  128  129  130  131  132  133  134  135  136  137  138  139  140  141  142  143  144  145  146  147  148  149  150  151  152  153  154  155  156  157  158  159  160  161  162  163  164  165  166  167  168  169  170  171  172  173  174  175  176  

BlogGang Popular Award#15


 
หนึ่งเสียงในกทม.
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




คุยกับหมอราม
[Add หนึ่งเสียงในกทม.'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com