นานาสาระสุขภาพที่น่ารู้.. เล่าสู่กันฟัง
 
คุณเริ่มมีการโรคหัวใจแล้วหรือยัง ?

คุณเริ่มมีการโรคหัวใจแล้วหรือยัง
มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ตัวเองว่ากำลังเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจขาดเลือดเข้าให้แล้ว และมีคนอีกจำนวนมาก ที่หลงไปว่า อาการที่ตัวเองเป็นอยู่บ่อยๆ เป็นอาการของโรคที่ไม่ร้ายแรง เป็นเพราะมีกรดในกระเพาะมาก เป็นเพราะเพลียจากการหักโหมงาน แค่กินยาไล่ลม ช่วยย่อย หรือพองานมันซาลง ทุกอย่างก็จะดีไปเอง
ที่ไหนได้ แล้วทุกอย่างมันก็สายเกินแก้ไปเสียแล้ว ทิ้งให้ลูกเมียต้องร้องห่มร้องไห้กับการสูญเสีย ที่ควรจะป้องกันได้ …….. ……ถ้ารู้ตัวเสียแต่เนิ่นๆ
อาการเริ่มแรกของโรคหัวใจขาดเลือด ได้แก่ อาการเจ็บหน้าอกหรือเหนื่อยง่ายเวลาออกกำลังกาย อาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จะมีลักษณะจุกแน่นกลางหน้าอก อาจจะร้าวไปที่ไหล่ซ้ายด้านในของแขนซ้าย คอ กราม ขากรรไกรหรือหลังได้
อาการเจ็บที่เกิดขึ้นนี้มักจะเป็นแบบกดทับ, จุกแน่น, แสบ, หรือเหมือนถูกบีบรัด มากกว่าเจ็บแบบถูกเข็มแทง, เจ็บแปลบๆ หรือชาๆ อาการเจ็บหน้าอกนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นช่วงกล้ามเนื้อหัวใจต้องการเลือดมาเลี้ยงมากกว่าปกติ เช่น ออกกำลังกาย เดินหรือวิ่งเร็วๆ เดินขึ้นที่สูงชันหรือขึ้นบันได หรือขณะเบ่งอุจจาระ เป็นต้น ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการมากขึ้นภายหลังรับประทานอาหาร อิ่มใหม่ๆ , โดนอากาศเย็น, อาบน้ำเย็น หรืออยู่ในที่อากาศเบาบาง แต่ในรายที่เป็นมากอาจมีอาการขณะพักอยู่เฉยๆ หรือแม้กระทั้งขณะนอนหลับก็ได้หรืออาจมีอาการจุกแน่นลิ้นปี่คล้ายอาหารไม่ย่อย อาการเหล่านี้มักจะทุเลาลงหลังจากนั่ง หรือนอนพักสักครู่ บางที อาการจุกแน่นที่ว่านี้ก็เกิดขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นขึ้นมาประเดี๋ยวก็หายไปเอง แล้วก็เป็นขึ้นมาอีก นึกเอาเองว่าเป็นเพราะอาหารไม่ย่อย ลมในท้องมากเกินไป กรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป
หรือมีอาการอ่อนเพลียตอนบ่ายๆ เย็น หลังจากที่ตรากตรำงานมาทั้งวัน ถ้าหากเอะใจและไปพบแพทย์ตรวจดูเสียให้ละเอียด โรคในระยะนี้ยังสามารถควบคุมให้เป็นปกติได้ไม่ยากนัก เพราะกล้ามเนื้อหัวใจเพิ่งจะเริ่มมีปัญหาเพิ่งจะมีอาการได้รับเลือด ไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ยังไม่ถึงกับมีกล้ามเนื้อหัวใจตาย
คราวนี้ถ้าหากละเลย ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลรักษา อาการก็จะทวีความรุนแรงขึ้น ตามปริมาณ ของกล้ามเนื้อหัวใจที่เริ่มเสียหาย อาการเจ็บหน้าอกที่เคยเป็นๆ หายๆ ก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ในบางราย อาจมีอาการคงที่อยู่ หลายปีก็ได้ ที่น่ากลัวและอันตรายมากที่สุดคือ จะมีโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดแดงอุดตันทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือหัวใจวาย หัวใจหยุดเต้นไปเฉยๆ ทำให้เสียชีวิตได้โดยง่าย เมื่อคุณมาโรงพยาบาลแพทย์จะเริ่มจากสอบถามประวัติอาการ เจ็บป่วยต่างๆ ที่พึงสงสัยรวมทั้งปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของคุณ
จากนั้นแพทย์ก็จะตรวจร่างกายทั่วไปทั้งตัว ทุกระบบของร่างกาย รวมทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด มีการฟังการเต้นของหัวใจ วัดความดันโลหิต ตามด้วยการเอ็กซเรย์ทรวงอกและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตามปกติ และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)
การตรวจร่างกายในระยะนี้ จะพบความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจอย่างชัดเจน โดยการตรวจคลื่นหัวใจ หรือทำการเดินสายพานทดสอบ ที่เรียกว่าเอ็กเซอร์ไซส์ สเตรสส์ เทสต์ (exercise stress test) และหากสงสัยว่า หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจกำลังมีปัญหาแน่แล้วก็อาจจะจำเป็นต้องได้รับการสวนหลอดเลือดของหัวใจ และฉีดสีดูเส้นเลือดหัวใจ เพื่อประเมินความรุนแรงของโรคหรือประกอบการพิจารณาวิธีการรักษาด้วย
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันนี้นับเป็นภาวะที่อันตรายและต้องได้รับการรักษาอย่างรีบด่วนเพราะเราพบว่า ผู้ป่วยโรคนี้ร้อยละ 20 จะเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาล และผู้ป่วยที่มาถึงโรงพยาบาลที่ได้รับการรักษาแล้วอีกร้อยละ 5-10 ก็ยังมีอัตราตายสูง โดยครึ่งหนึ่งของผู้โชคร้ายจะเสียชีวิตภายใน 1 – 2 ชั่วโมงแรก และประมาณกว่าร้อยละ 70 จะเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง
รู้อย่างนี้แล้วเริ่มสังเกตตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้…………………… แต่ถ้าจะให้ดี ถ้าคุณคิดว่าเป็นคนหนึ่งที่มีปัจจัยเสี่ยง
ควรไปพบแพทย์ให้ตรวจเช็กร่างกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง จะไม่ดีกว่าหรือ

ด้วยความปรารถนาดีจากโรงพยาบาลรามคำแหง
//www.ram-hosp.co.th




Create Date : 26 มีนาคม 2552
Last Update : 26 มีนาคม 2552 14:50:21 น. 1 comments
Counter : 1071 Pageviews.  
 
 
 
 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
 
 

โดย: สมาชิกหมายเลข 3762148 วันที่: 24 มีนาคม 2560 เวลา:15:50:28 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

หนึ่งเสียงในกทม.
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




คุยกับหมอราม
[Add หนึ่งเสียงในกทม.'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com