นานาสาระสุขภาพที่น่ารู้.. เล่าสู่กันฟัง
 
โรคข้อ และรูมาติซั่ม

รูมาติซั่มคืออะไร?
รูมาติซั่มเป็นกลุ่มที่มีการเสื่อม การอักเสบ หรือมีความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูก ในผู้ป่วยบางราย อาจเป็นเฉพาะที่ เช่น เท้าพลิก เท้าแพลง แต่ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร เพราะเมื่อรักษาอาการตรงนั้นแล้วก็หาย แต่ถ้าโรคบางอย่างเริ่มต้นด้วยปวดข้อ แต่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ข้อ แต่มีอาการอักเสบของอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย หรือโรคที่เรารู้จักกันดีคือ โรคลูปัส ซึ่งเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง คือ ร่างกายสร้างสารมาต่อต้านตัวเอง เพราะฉะนั้น จะเป็นได้ทั่วร่างกายแล้วแต่ว่า จะสร้างสารต่อต้านที่จุดไหน ถ้าไปต่อต้านเม็ดเลือดแดง จะทำให้เกิดอาการซีด ถ้าต่อต้านเม็ดเลือดขาว ก็จะทำให้ภูมิต้านทานต่ำ และติดเชื้อง่าย

ข้ออักเสบคืออะไร?
ข้ออักเสบเป็นภาวะที่มีการอักเสบของข้อ ซึ่งจะมีอาการและอาการแสดงคือ ปวด บวม แดงร้อน และมีการสูญเสียหน้าที่การทำงานของข้อ กลุ่มโรคข้ออักเสบนี้อาจมีอาการ หรืออาการแสดงในระบบอื่นๆ ของร่างกายได้ด้วย เช่น ผิวหนัง ตา ปาก ไต ปอด และระบบเลือด เป็นต้น
โรคข้ออักเสบสามารถเป็นได้ทุกอายุ ตั้งแต่เด็ก หนุ่ม สาว ไปจนถึงวัยสูงอายุ แต่ลักษณะการกระจายของโรคข้ออักเสบแต่ละชนิดในแต่ละกลุ่มอาการแตกต่างกันไป โรคข้ออักเสบส่วนใหญ่จะเป็นเรื้อรัง ข้ออักเสบบางชนิดอาจเป็นไปตลอดชีวิตของผู้ป่วยในขณะที่บางรายข้ออักเสบอาจมีลักษณะเป็นๆ หายๆ และข้ออักเสบบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยทั่วไป เราจะสามารถควบคุมอาการของโรคได้ ในปัจจุบันมีโรคข้ออักเสบเพียงไม่กี่ชนิดที่เราทราบสาเหตุของโรคชัดเจน เช่น โรคข้ออักเสบจากการติดเชื้อ โรคเกาต์ ส่วนโรคข้ออักเสบเรื้อรังอื่นๆ เรายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่การศึกษาในปัจจุบันพบว่าโรคเหล่านี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมประกอบกับปฏิกิริยาจากสิ่งแวดล้อม เช่น การติดเชื้อไวรัส ฯลฯ

สัญญาณอันตรายของข้ออักเสบ?
มีข้อบวม อาการฝืด ขัดเป็นเวลานานในตอนเช้า มีอาการปวดเป็นๆ หายๆ ในข้อหนึ่งข้อใดไม่สามารถเคลื่อนไหวข้อได้เป็นปรกติ มีอาการแดงหรือร้อนบริเวณข้อ มีไข้ น้ำหนักลด หรืออ่อนแรง และมีอาการต่างๆ ที่กล่าวมานานกว่า 2 สัปดาห์

การรักษา?
การดูแลรักษาโรคข้ออักเสบประกอบไปด้วยการรักษาหลายฝ่าย เริ่มต้นด้วยการให้ยาเพื่อลดการอักเสบของข้อและควบคุมโรคให้สงบ การดูแลและระวังในการใช้ข้อและป้องกันข้อ โดยการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความสมดุลที่ถูกต้องระหว่างการพักและการออกกำลังกาย การพักการใช้งานของข้อที่กำลังอักเสบอย่างมากจะช่วยให้อาการอักเสบน้อยลง การบริหารร่างกายเพื่อให้ข้อมีการเคลื่อนไหวได้มากที่สุด และเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ถ้าไม่เคลื่อนไหวข้อเลยข้อจะติดและกล้ามเนื้อจะลีบ การรักษาทางกายภาพบำบัดด้วยความร้อนและความเย็นเพื่อช่วยลดความเจ็บปวด การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อต้องทำงานมากกว่าปรกติ และเป็นการผ่อนแรงที่กระทำต่อข้อ และการผ่าตัดแก้ไขจะใช้ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น หรือกรณีที่ข้อถูกทำลายไปมากหรือการรักษาทางยาไม่ได้ผล
ในการรักษาทางยาจะใช้ยาระงับการอักเสบในบางโรคของกลุ่มโรคข้อและรูมาติซั่ม อาจต้องใช้ยาหลายขนานและให้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ มียารักษาถึง 4 กลุ่มด้วยกัน คือ

1. ยาแก้ปวด (analgesic) อาจใช้พวกยาพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดที่ผสมกับยาคลายกล้ามเนื้อ ในรายที่มีการเกร็งของกล้ามเนื้อร่วมด้วย หรือพาราเซตามอลที่ผสมโคเดอีน (codeine) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก บางรายมีอาการเวียนศีรษะได้

2. ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal antiinflammatory drugs) กลุ่มแรกที่ใช้คือ แอสไพริน แต่ต้องใช้จำนวนมาก 10-12 เม็ด/วัน ระยะหลังมียากลุ่มนี้ออกมามากมายหลายตัว ยากลุ่มนี้อาจมีผลระคายเคืองกระเพาะอาหาร และบางรายอาจมีอาการหอบหืด เลือดออกไม่หยุดหลังการผ่าตัดจึงจำเป็นต้องหยุดยาก่อนผ่าตัด


3.ยาต้านรูมาติซั่มที่ปรับเปลี่ยนตามการดำเนินของโรค (disease modifying antirheumatic drugs; DMARD) เป็นยากลุ่มที่ยับยั้งหรือหยุดการอักเสบของโรค ลดการทำลายของข้อและกระดูก เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า อาจใช้เวลา 3-6 เดือนจึงจะเห็นผล และจำเป็นต้องใช้เป็นระยะเวลายาวนาน จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาติดตามด้วยการตรวจเลือด และปัสสาวะเป็นระยะเพื่อป้องกันผลข้างเคียงกลุ่มยาเหล่านี้ ได้แก่ กลุ่มยารักษามาลาเรีย สารเกลือทอง ซัลฟาซาลาซีน เมทโธเทรกเซท

4.ยาสเตียรอยด์ จะทำให้อาการต่างๆ ดีขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ไม่ได้มีการยับยั้งของโรค ดังนั้น อาจเกิดผลข้างเคียง ถ้าใช้ในขนาดสูง เช่น กระดูกพรุน ต้อกระจก โรคติดเชื้อ ในรายที่เหมาะสมแพทย์อาจใช้ฉีดเข้าข้อ หรือใช้รับประทาน 2.5-5 มก. ต่อวันในระยะแรกที่ให้การรักษา หรือจำเป็นต้องให้ในรายที่เกิดเส้นเลือดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ปอดอักเสบ
ทั้งนี้การให้ยาแก่คนไข้แพทย์จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักว่าผลดีผลเสียของยาด้วย เพราะยาแต่ละตัวให้ผลต่างกัน

การปรับตัวของผู้ป่วยให้เข้ากับโรคข้ออักเสบ
แม้ว่าแพทยและบุคลากรทางการแพทย์จะเป็นผู้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคข้ออักเสบก็ตาม แต่บุคคลสำคัญที่สุดในการรักษาคือตัวผู้ป่วยเอง ผู้ป่วยควรจะรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ได้รับการออกกำลังกายและการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และรู้จักการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ในการป้องกันไม่ให้ข้อต้องทำงานมากเกินปรกติ ผู้ป่วยควรเข้าใจในโรคของตนเอง และควรรีบปรึกษาแพทย์เมื่อมีปัญหา นอกจากนี้ญาติพี่น้องก็มีส่วนช่วยอย่างยิ่งในการให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วย การปรึกษากับแพทย์ พยาบาล เพื่อนและญาติพี่น้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจโรคข้ออักเสบได้ดียิ่งขึ้น และดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข

เครื่องมือ ARTHROSCOPE กล้องส่องเพื่อตรวจ และรักษาโรคข้อ
ARTHROSCOPE คือ เครื่องมือแพทย์ชนิดหนึ่ง เป็นกล้องส่องขยาย ใช้ใส่เข้าไปในข้อ โดยการเจาะรู ผ่านผิวหนังเข้าไป เพื่อใช้ในการวินิจฉัย และสามารถผ่าตัดรักษาโรคบางโรคของข้อต่างๆ ในร่างกายได้ โดยไม่ต้องมีแผลใหญ่ ช่วยให้ผู้ป่วยหายเร็วกว่าวิธีผ่าตัดแบบทั่วๆ ไป

โรคหรือการบาดเจ็บที่ข้อ ของคนไข้ที่ใช้กล้องนี้ ช่วยได้ในโรงพยาบาลรามคำแหง เช่น คนไข้ที่ได้รับอุบัติเหตุ ระหว่างเล่นกีฬา แล้วปวดเข่าไม่หาย ไปหาแพทย์มาหลายแห่ง แพทย์ตรวจและเอกซเรย์แล้ว บอกว่าปกติ แต่คนไข้ยังมีอาการปวด ขัดในข้อเข่าอยู่เป็นเวลานาน แพทย์จะอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่า ในเข่ามีอวัยวะ และเนื้อเยื่ออื่นที่ไม่ปรากฏในฟิล์มเอกซเรย์ จำเป็นต้องใช้วิธีส่งกล้องเข้าไป เพื่อวินิจฉัย และรักษา สิ่งที่พบมักจะเป็นกระดูกอ่อนรองข้อเข่าฉีกขาด เอ็นใหญ่ในเข่าฉีกขาด เป็นต้น

อย่างไรก็ตามคนไข้ควรจะต้องเข้าใจด้วยว่า ถ้าการสึกหรอของผิวข้อ เกิดจากความชรา หรือเข่าเสื่อม หรือกระดูกผิวข้อแตกจากอุบัติเหตุแม้ว่าตรวจพบได้ด้วยกล้อง แต่ก็ไม่สามารถผ่าตัดด้วยกล้องได้เสมอไป ต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นรักษา แล้วแต่กรณีตามความเหมาะสม


//ram-hosp.co.th






Create Date : 31 พฤษภาคม 2554
Last Update : 31 พฤษภาคม 2554 9:56:47 น. 1 comments
Counter : 1228 Pageviews.  
 
 
 
 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
 
 

โดย: สมาชิกหมายเลข 3762148 วันที่: 24 มีนาคม 2560 เวลา:16:12:58 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

หนึ่งเสียงในกทม.
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




คุยกับหมอราม
[Add หนึ่งเสียงในกทม.'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com