Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
11 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
O คนดี .. (ของพี่ ?) O








สร้อยสนตัด


-1-
O เช้า-ที่คลุมกาล .. ด้วยม่านขาว
ของหมอกหนาว .. ลมโบกโลมโลกฝัน
เม็ดน้ำค้างหยาดเงา .. บนเถาวัลย์
พลิ้วหยาดสั่นหยดร่วง-เช่นดวงใจ-
O วูบ-วาบระทึกดวง .. เมื่อดวงตา-
สบเลศกาละนั้น .. ก็พลันไหว-
สั่นแกว่งตัว .. ปัดป่ายอยู่ภายใน
รุมร้อนหนอกระไร-หัวใจคน
O ไร้ดาว .. ดาดดื่นบนผืนฟ้า
ดาวตรงหน้ากลับช่วง .. ราวห้วงหน-
รู้เหนี่ยวรั้งปลั่งเรื้องจากเบื้องบน
ลงปลาบปนปริศนากอปรท่าที


-2-
O แทนหมอก-ยามอรุณ, แดดอุ่นร้อน
ดูเถิด-ช้อนตาสบไม่หลบหนี
ชะม้ายลอบเหลือบบ้างเป็นบางที
วันเคลื่อน, ฟ้าเปลี่ยนสี-นาทีนั้น
O เช้านั้น-หมายอาจเอื้อม .. หยิบเหลื่อมรุ้ง-
จากขอบคุ้งโค้งฟ้า .. เพื่อ-พาฝัน-
ล่องลอยกับระลอกของหมอกควัน
และพุ่มพรรณโกสุม .. ปีกภุมริน
O แววตาอ่อนโยน .. ก็โชนแสง
สบ-ทิ่มแทงใจอยู่ไม่รู้สิ้น
หมอกขาว, มาลย์, ลมโชย, ภู่โบยบิน
คน-เดือดดิ้นอกใจ .. กับไขว่คว้า
O แววอ่อนโยนแฝงตอน .. รอยซ่อนยิ้ม
เปลือกตาพริ้มหลบล้อม .. ละม่อมหน้า
ล่มแสงวันลับเลย .. เมื่อเงยมา
ปลาบแววตาสองดวง .. นั้นช่วง-เรือง


-3-
O ในความคิดคำนึง
ย่อมซาบซึ้งโศกสุขไปทุกเบื้อง
ชั่วเงียบงันแฝงแอบ .. จึงแนบเนือง-
การย้อนเรื่องราวสู่ .. ฤดูลม
O พ้นผ่านเวียนนับลำดับคาบ
ยังคงปลาบปลั่งอยู่ .. สุดรู้ข่ม
ด้อยเดียงสาแห่งชาย .. เกินหมายชม
โอ้ .. ตาคมปลาบปลั่ง .. ฤๅยังคอย
O ดาวดื่นฟ้าช่วงระยับ .. เกินนับสุด
แสงพร่างผุดรับช่วง .. กับร่วงผล็อย
แววตาในเช้าชื่น .. นั้นตื่น-ลอย
กับช่วงช้อยรอยชู้ให้รู้เชิง
O ด้วยเดียงสาแห่งชาย .. จะหมายหรือ
ว่านั่นคือรูปรอยให้พลอยเหลิง
เพียงแจ้งการณ์เร้ารุม .. ร้อนขุมเพลิง-
ก็โลดเริงรอบอยู่ให้รู้ทน
O หรือ-รอยยิ้มเยื้อนเผย .. แทนเอ่ยคำ
ที่คอยย้ำยืนยัน .. นับพันหน
ชม้าย, มอง, ขัดเขิน, สะเทิ้นตน
โอ-แจ้งกลเมื่อกาลนั้นผ่านไป
O ราวเรื่องจะช่วงชัด ณ บัดนั้น
แววตาฝันแฝงซ่อนความอ่อนไหว
กิริยาท่าที .. ท่วงทีใคร
ก็แจ้งใจความ-ชัดในบัดดล
O วงแขนคล้องคู่เข่า .. กลางเหงาเงียบ
หนาวเย็นเยียบ .. จำปลีกไปอีกหน
เงาฉายในแววตา .. ไหลบ่า..บน-
แววจำนนอีกดวง .. ของดวงตา
O เช้านี้-ใจอาจเอื้อม .. หยิบเหลื่อมรุ้ง-
ที่ฝ่าคุ้งโค้งโพยมลงโน้มหา
บรรจบนัยแฝงเร้น .. ที่เป็นมา
ให้ตอบรับคุณค่าในท่าที


-4-
O บนทางเท้าที่ก้าวย่าง
ในเที่ยวทางดิ้นรนของคนที่-
คอยขวนขวายปรารถนาบรรดามี
ล้วนชั่วดีจัดสรร .. คอยบันดาล
O ในความอึกทึกที่รายรอบ
ล้วนความชังความชอบอยู่รอบด้าน
แต่พิศแรกก็เห็นว่าเป็นการ-
อ่อนไหวต่อหอมหวาน .. ที่นานคอย
O มิใช่เช้า-ที่กาล .. มีม่านขาว
ไร้หมอกหนาว .. เพียงโลกอันโศกหงอย-
หากน้ำใจหยาดเม็ด .. ราวเพชรพลอย
แสงพร่างพร้อยเหลี่ยมผกายให้หมายมอง
O คืนวันที่ผันผ่านเนิ่นนานอยู่
จนรับรู้แววระยับ .. หมายจับต้อง
ผ่านรอบวันเดือนปี .. ใจที่ปอง-
ยังจับจ้องจองอยู่ .. ดาวคู่นั้น
O นับคืนนับเดือน .. ให้เคลื่อนเปลี่ยน
เพื่อปีเวียนผ่านให้ .. หัวใจสั่น
ต่อคำนึง .. ด้วยพี่ทุกวี่วัน
นับความหวั่นไหวเห็น .. อย่าเว้นวาย
O ย้อนคาบยามเช้านั่น .. ดวงขวัญเอ๋ย
จะลับเลยล่วงไป .. อย่าได้หมาย
จะนับความอาลัยของใจชาย
อาจเท่าสายรุ้งแพร้วในแววตา
O ที่เผยออกสื่อให้ .. เฝ้าใฝ่ฝัน
ผูกรัดพันดวงใจพลอยใฝ่หา
กี่คาบยามผ่านล่วง .. ยังลวงตา
ด้วยทีท่าเลศสื่อ .. ให้ยื้อครอง


-5-
O เป็นเช้า-แรกวัน .. อีกวันหนึ่ง
กับคำนึงใฝ่เฝ้าเป็นเจ้าของ
มีมุ่งมั่นพร้อมสรรพ .. ให้จับจอง-
รูปแพงทองเมื่อพบ .. บรรจบเงา
O ครั้งนี้เดียงสาชาย .. ย่อมหมายมุ่ง
หยิบจับรุ้งยอแสง .. ลบแรงเหงา
ดูเถิด ..แววตายิ้มแสนพริ้มเพรา
ยังจำเช้า-วันใหม่-ได้ไหมนะ ..?






Create Date : 11 ตุลาคม 2557
Last Update : 8 มกราคม 2563 10:29:57 น. 6 comments
Counter : 1504 Pageviews.

 
สดายุ..

นี่เขียนใหม่ใช่ไหมเอ่ย...

O สิ้นวาสนา .. O

"อีกครั้ง..และอีกครา-ความอาวรณ์-
ต้องขาดตอนขาดช่วงจนล่วงหาย
อีกครั้งที่อาลัยจากใจชาย-
ต้องวอดวายล่มคา .. รูปปรารมภ์ "

มีใครไม่รักแล้วซิ !






โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 ตุลาคม 2557 เวลา:13:26:06 น.  

 
มินตรา ..

ทุกคนรักตัวเอง .. และมีตัวเองเป้นศูนย์กลางจักรวาลทุกคน ..บทนี้เขียนนานแล้ว ตามลิงค์ ..

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=08-06-2011&group=11&gblog=318

บทนี้เอามาจาก "สิ้นดวงวิเชียรฉาย" แต่เพิ่มช่วงต้นเข้าไป .. และ สิ้นดวงวิเชียรฉาย เขียนไว้เมื่อปี 2552

ตอนแรกนึกไม่ออกว่าเขียนเพราะอะไร จนไปอ่าน คคห.16 ที่น้องคนหนึ่งที่มาสนิทมากในช่วงหลัง ตอนนั้นยังเรียกผมว่า "คุณ" อยู่เลย .. คำว่า "สาวกอดแมว" ทำให้นึกได้ว่า "ใคร"

ก็ต้องย้อนไปอ่าน คคห. 10 นั่นแหละ
สาวลูกครึ่งอยู่ที่อังกฤษที่พยายามเขียนกลอนไทย ! เป็น"สาวรูปเดียว-จริงๆ คือตั้งแต่รู้จักกันมีรูปเดียวให้เห็น 555" ที่จำต้องจำพรากกันไปในที่สุด ..

ส่วน คคห.25 .. แขกมาใหม่ 55
ตอนแรกผมเข้าใจว่าสาวน้อยวัย 24 .. แต่ดูการใช้ภาษาลงท้ายก่อนลาทุกครั้งมันน่าจะ สาวน้อยวัย 74 แน่เลย 555

เพียงแต่คนนี้มีน้ำใจ .. ส่ง เฟอรโรโด กล่องใหญ่ราคาน่าจะหลักพันไปให้ถึงบ้าน .. ของชอบนะ - ต้องขอขอบคุณมานะที่นี้อีกครั้ง นะคะน้องวิ

อิๆๆ





โดย: สดายุ... วันที่: 12 ตุลาคม 2557 เวลา:18:39:14 น.  

 
สดายุ..

ขอโทษค่ะ ..
มิได้ตั้งใจ จะไปรื้อฟื้นความรู้สึกเดิมเดิมขึ้นมาอีก...
แกล้งแซวเล่นเท่านั้น มิตั้งใจ


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 ตุลาคม 2557 เวลา:19:23:23 น.  

 
มินตรา ..

ไม่รู้สึกอะไรเลยตอนนี้ .. บางเรื่องพวกนั้นก็มีความทรงจำดีๆ เหลืออยู่เหมือนกัน ..

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ขึ้นกลอนใหม่แทบทุกวัน และตอบคนที่เข้ามาพูดคุยแทบไม่ทัน ..ก่อนจะมี face book มาดึงความสนใจไป

การจากกันเป็นเรื่องธรรมดาของคนเรา ..
เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง .. ผมไม่เคยคาดหวังอะไร ..ถึงมินตราก็เหมือนกัน สักวันก็ต้องหายไปจากบล็อคนี้ เพื่อไปสู่วิถีชีวิตใหม่ๆ ..

บางคนพอใจที่จะเดินแบกโลกทั้งใบทูนไปบนหัวไปบนถนนสายเกียติยศที่สองข้างทางมีคนยืนปรบมือต้อนรับ เป็นถนนที่ยาวจนมองไม่เห็นปลายทาง

บางคนพอใจที่จะเดินตัวเปล่าไปบนถนนลูกรังที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และเสียงนกร้อง อย่างเงียบเหงา เดียวดาย และอย่างทรนง

ความเป็นจริงก็คือ .. เส้นทางทั้งสองไม่มีวันบรรจบกันตลอดกาล ..

ความเป็นจริงก็คือ .. คนที่เลือกเดินบนเส้นทางเดียวกันเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสบรรจบกันได้

จริงไหม ?


โดย: สดายุ... วันที่: 12 ตุลาคม 2557 เวลา:21:05:50 น.  

 
สดายุ..

"บางคนพอใจที่จะเดินตัวเปล่าไปบนถนนลูกรังที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และเสียงนกร้อง อย่างเงียบเหงา เดียวดาย และอย่างทรนง "

ฟังแล้ว..อึ้ง..ไปเลย...
ถนนลูกรังนั้น ยังมี เส้นทางให้เดินไปได้เรื่อย เรื่อย..
วันหนึ่งก็จะถึงปลายทาง...

แต่บางคนมีภาระหน้าที่ ที่ต้องไปถึงจุดเดียวกันนั้น..
โดยยืนอยู่กลางป่า หามีเส้นทางที่เด่นชัดเดินไปได้...
รู้เพียงว่า ต้องฝ่าพงหญ้า ป่าเขา ไปให้ถึงจุดนั้น..
แถมมิได้เดินเพียงคนเดียวแต่ต้องนำคนเป็นฝูงไปให้ ออกจากพงรกนี้..
ทางเดียวที่เห็นอยู่คือ เดินเลียบสายน้ำไป...
ให้ถึงปลายน้ำ..หาทางออกทะเล...

ที่ปากน้ำ เราคงเจอกัน....ในวันข้างหน้า...





โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 13 ตุลาคม 2557 เวลา:1:59:27 น.  

 
มินตรา ..
ผมกำลังชี้ให้เห็นว่า .. เส้นทางทั้งสองไม่มีทางบรรจบกันได้ตลอดกาล ..
.
เพราะเส้นทางทั้งสองนั้นเกิดจาก “อัตวิสัย” ในตนที่กอปรขึ้นมาเป็น”ภาพการมองโลกแวดล้อมอย่างให้คุณค่ามากน้อยต่างกัน” .. และธรรมชาติแห่งตัวตนทั้ง 2 แบบนี้เหมือนน้ำกับน้ำมัน .. มันไม่สามารถหลอมรวมกันเป็นเนื้อเดียวได้
.
ในแง่ของเงื่อนไขทางด้านเวลานั้น .. ผมมองเห็นเพียงความสูญเปล่าที่จักไม่ได้ผลอะไรอย่างที่คิดหวัง
.
คำว่า “โมฆะ” สามารถใช้ได้กับประเด็นแบบนี้ ..
โมฆะ .. ว. เปล่า, ว่าง; ไม่มีประโยชน์, ไม่มีผล, เช่น สัญญาเป็นโมฆะ
คนที่จมอยู่กับความว่างเปล่า พระพุทธองค์ท่านเรียก “โมฆะบุรุษ” ซึ่งมิใช่หมายถึงเพียงผู้ชายเท่านั้น .. แต่หมายรวมทั้ง หญิงและชาย
.
มินตรา .. อาจไปอ่านความเห็นต่างๆในบท “ สิ้นดวงวิเชียรฉาย” มาบ้างแล้ว ..
และนั่นคือ ความว่างเปล่า .. แบบที่ผมหมายถึง


โดย: สดายุ... วันที่: 13 ตุลาคม 2557 เวลา:6:06:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O งามละมุน .. กับกรุ่นข้าวหอม .. O





O ดั่งยูงที่สูงส่งด้วยวงศา
ล้อมแววตาเพื่อจรด .. ความสดใส
เบิกรุ่งสางหม่นดำ ด้วยอำไพ-
แห่งดวงไฟเลื่อนชั้น .. ขึ้นบัญชา
O พอแว่วเสียงสาธุ .. บรรลุโสต
ความปราโมทย์หัวใจผู้ใฝ่หา-
ก็ซ่านความผ่องแผ้วสู่แววตา
เมื่อรูปหน้ารูปจริต .. เผย-ติดตรึง
O เกิดแต่เมื่อกรประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า, แววตาหนึ่ง-
ก็คล้ายถูกกรเรียวนั้นเหนี่ยวดึง
แววหวานซึ้งมั่นหมาย .. ก็ฉายทอ
O โอ ราศีรูปงาม .. แห่งยามเช้า
คอยรุมเร้าใจอยู่, ท่านผู้ขอ-
ย่อมอุ้มบาตรเอ่ยธรรม .. ลงย้ำ .. ยอ-
ยกอารมณ์ทดท้อ .. พ้นทรมาน
O สบรูป .. รูปละม่อมก็ล้อมสิ้น-
แต่ผัน-ผินรูปพักตร์ .. เข้าหักหาญ
จิตวิญญาณตื่นรู้ .. จึงรู้พาน-
ความอ่อนหวานอ่อนโยน .. ที่โชน-แวว
O พาโลกในแวดล้อม .. งามพร้อมอยู่
พร้อมแรงชู้อาลัยเริ่มไหว .. แว่ว
อาวรณ์เคยซ่อนเร้น .. ก็เห็นแนว-
ความผ่องแผ้วตอบเต้น .. ไม่เว้นวาง
O โอ อำนาจเนตรพรับ .. ราวจับจูง-
สบรูปยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนสีสัน .. ขึ้นกั้นกลาง
หยัดรอยขวางเพรียกถวิล ..ให้ดิ้นรน
O งามวงสีเลื่อมลาย .. ก็คล้ายว่า
เผยคุณค่าออกแล้วผ่านแววขน
พร้อมอ่อนหวานอ่อนไหวของใจคน-
เริ่มเผยตน .. ออกแล้วที่แววตา
O วาบวับ-นั้น .. แววตา .. แม้-ตาหลับ-
แววระยับ .. ก็ยังคง .. อยู่ตรงหน้า
ราวอยู่ล้อมห้อมขวัญคอยบัญชา-
ให้ตอบรับคุณค่า .. ด้วยอาวรณ์
O วาบวับแววขนยูง .. อันสูงค่า-
ก่อรูปพา .. งดงามติดตาม-อ้อน
จนงามนั้นลามรุกไปทุกตอน
สะทกสะท้อนสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O จึงโลกในแวดล้อม .. ราวน้อมรับ-
แววพริ้มพรับออดอ้อน .. ผู้อ่อนไหว
ความผูกพันอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
ก็รัดรึงเอาไว้ .. อยู่ในวัน
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ผ่านลงแวดล้อมช่วง .. ทาบทวง-ขวัญ
งามรูปลักษณ์ชาติภพ .. ก็ครบครัน-
แทรกลงฝันฝากรอย .. ให้คอยรอ
O เช้านั้น .. คำข้าว .. เนตรวาววาม
กอปร-คำ .. ความ .. ผ่านหูจากผู้ขอ
พร้อมอีกการรุมเร้าพะเน้าพะนอ
ของรูปลักษณ์งามลออ .. อยู่ต่อตา
O เช้านั้น .. คำข้าว .. อกผ่าวร้อน-
กับอาวรณ์รูปองค์ .. ที่ตรงหน้า
สบ-สัมผัส .. ฉับพลันก็บัญชา-
เสน่หาให้อุบัติขึ้นรัดรึง
O เช้านี้ .. แรงอาลัยผู้ใฝ่หา
คอยบัญชาดวงจิต .. แต่คิดถึง-
รูปแพงน้อยอบร่ำในคำนึง
เจ้าเอย .. พึงรับรู้นัยชู้ .. ชาย
O ส่งมาเถิด .. อบอุ่นและคุณค่า
ผ่านแววตาอ่อนโยน .. ออกโชนฉาย-
แววอ่อนหวานดื่มด่ำ .. พึง-รำบาย-
ออกเปื้อนป่ายล้อมโลก .. แล้วโยกคลอน
O มอบมาเถิด .. เสน่หาความอาลัย
สุมลงให้ใจชาย .. สุดถ่ายถอน-
ทั้งจากรูป, คุณค่าความอาวรณ์
ตราบม้วยมรณ์ชีพลงเป็นผงคลี
O รูปยูงเอย .. ขาบเขียวทุกเรียวขน
เปล่งปลาบบนคุณค่า .. แห่งราศี
เพรียกละห้อยแหนหวงเป็นท่วงที-
อาวรณ์ที่ - ตราบวาย .. ยากคลายลง !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.