Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
O กลางฝุ่นฝน .. O







เขมรไทรโยค-เปียโน


-1-
O คือ-ภาพความใฝ่ฝัน .. ของวันผ่าน
ยังคงกล่อมวิญญาณให้หวานหอม
คืออ่อนโยนล้อถวิลจนยินยอม-
ร่วมหล่อหลอมคำนึง .. ติดตรึงใจ
O คือ-ภาพแสนงดงามในความคิด
เมื่อใกล้ชิดเมื่อนั้น-ความสั่นไหว-
แห่งตัวตนอัตตาต้องลาไกล
เหนี่ยวอาลัยเผยตอน .. กลับย้อนคืน
O แต่ละครั้งแต่ละคราวยามหนาวสั่น
ห้อมห่มขวัญดวงสุดาเข้าฝ่าฝืน
อบอุ่นรอยสัมพันธ์ผ่านวันคืน
เอาเข้าขืนขัดหนาวให้ร้าวรอน
O นึก-ตักนิ่มเนื้ออุ่นให้หนุนอิง
พาดตัวกลิ้งเกลือกแม้นว่า .. แทนหมอน
แล้วสดับความกล่าวแผ่วเว้าวอน
เพื่อ-สุมซ้อนเสน่หาสู่อารมณ์
O ว่า-ครั้งหนึ่งครั้งนั้นเมื่อขวัญเจ้า-
เผยรูปเงาผ่านสู่ .. ให้รู้สม
ครั้งแล้วและครั้งเล่ารอเฝ้าชม
ย่อมปรารมภ์นัยถ้อยที่คอยรอ
O วันแล้วและวันเล่าใฝ่เฝ้าอยู่
หวังนัยชู้แทรกทรวง .. เฝ้าบวงขอ
เพื่อแววตายามชม้าย .. จักฉายทอ-
เลศนัยล้อแรงถวิลให้ดิ้นรน
O อาลัยด้วยรูปนาม .. แม้น-ยามหนึ่ง-
คิดหน่วงรอบหวานซึ้งสักครึ่งหน
ยังดูคล้ายยุ่งยากลำบากจน-
ผ่านหลุดพ้นจำพราก .. แสนยากเย็น
O ทุกช่วงสบแววตา, ที่บ่าเชี่ยว-
คือ-อาวรณ์กราดเกรี้ยว .. โหมเคี่ยวเข็ญ
ละห้อยหาถวิลชู้ .. ราวอยู่เป็น-
ทัณฑ์บีบเค้นแฝงอยู่ให้รู้รส
O รอเถิด .. รูปพิไล-รอไขว่คว้า
เมื่อกุมกอปรคุณค่า .. เผย-ปรากฎ
ยกความหวานหอมล้ำ .. เทียบคำพจน์
รอ จ-รด .. รูป, จริต-ให้ติดคา
O รูปนามเอย .. อ่อนโยนเมื่อโผนผก
วงแขน, อกอุ่นพร้อมจักน้อมหา
เมื่อสนิทในฝันนะขวัญตา
แรงฉันทาจักล้อมเข้ากล่อมใจ
O รูปเอย .. รูปแถนถ้วนแดนฟ้า
โปรดช่วยมารายล้อม .. เห่กล่อมให้-
ผู้รื่นในนิทรา .. รับอาลัย-
ตรึงฝันใฝ่แทรกทั่วทั้งตัวตน
O คือภาพความใฝ่ฝัน .. ตราบวันนี้
แต่ละครั้งแต่ละที .. หรือกี่หน-
จักยังเพรียกแรงถวิลให้ดิ้นรน
พาใจคนละห้อยเห็น .. ไม่เว้นวาง !

-2-
O เยี่ยงดาว .. แสงกระพริบอยู่ลิบพู้น
เรื้องจำรูญรุมเร้าจนเข้าสาง
เผยช่วงแสนงดงามในท่ามกลาง-
เวิ้งฟ้ากว้างรองรับ .. ความวับวาว
O รุ่งเรื้องเริงผกาย .. รำบายสู่
ให้โลกรู้รอบพิมลกลางหนหาว
เช่นน้ำใจหนุนเนื่องต่อเรื่องราว
ย่อมคู่ควรคำกล่าวทุกคราวไป
O งามผกายดาวเรื่อ .. อยู่เหนือฟ้า
ฤๅเท่างามเบื้องหน้า .. เมื่อปราศัย
เพียงจะหลอมโลกต่ำด้วยน้ำใจ
หนุนส่งให้คุณค่า .. แนบปรารมภ์
O ระยิบเอย .. แววตาใต้ฟ้าต่ำ
คอยแต่น้ำใจหลั่ง .. เข้าสั่งสม
เพื่อเสพแสงเรื้องสล้างที่พร่างพรม-
ลงห้อมห่มจิตไว้ .. ด้วยไมตรี
O ค่ำคืนฝันยาวนาน .. แห่งกาลก่อน
เหมือนกลับย้อนแจ่มจ้า .. ด้วยราศี-
รูปนามผู้-เร้าถวิลให้ยินดี-
ต่อความ .. มี .. เป็น .. อยู่ .. อันคู่ควร
O เปล่งผกาย .. สำหรับให้นับเนื่อง
ก่อนรุ่งเรื้องดวงตะวันจะทันหวน
แว่วคล้ายเสียงนกค่ำ .. นั้นคร่ำครวญ
เมื่อคล้ายส่วนเสี้ยวใจ .. เริ่มไหวตัว
O ในคาบยามรัตติภพ .. พระลบล้อม
คล้ายเพียบพร้อมแสงระยับ .. พริ้มพรับ-ยั่ว
เมื่องดงามปลาบปน .. ด้วยหม่นมัว
งามถ้วนทั่ว .. ก็ผุดเผยให้เงยมอง
O สู่คาบยามรัตติภพ .. คำรบนี้
เช่นลมวีวาดโบก .. โลมโลกผอง
อำรุงรื่นรมย์สรรพ .. ให้จับจอง-
ความผุดผ่องเบื้องหน้า .. ต่อตาชาย
O จนดาว .. ลอยดวงในทรวงหนึ่ง
เนตรหวานซึ้งวับวามด้วยความหมาย
แผ่วผ่านด้วยศัพท์เสียงความเอียงอาย-
ค่อย-รำบายให้สดับ .. รู้-รับรอง
O ดูเถิด .. ดาวโรจน์เรื้อง ที่เบื้องหน้า-
งาม, แจ่มจ้า .. สำทับให้จับจ้อง
ชั่วพริ้มพรับรับตอบ .. ก็ครอบครอง-
ใจทุกห้องให้สุดสิ้นการดิ้นรน !




Create Date : 29 กรกฎาคม 2556
Last Update : 4 พฤษภาคม 2562 7:42:45 น. 9 comments
Counter : 1844 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ
ไพเราะเหมือนเดิมและเบลล่าก็สวยด้วยค่ะ


โดย: แสงสว่าง IP: 49.231.118.12 วันที่: 29 กรกฎาคม 2556 เวลา:23:51:15 น.  

 


ดายุ..

ครั้งนี้ยากจัง..
มีความรู้สึกเสมือนมีภาพหลายภาพมาซ้อนกัน..
แล้วมีดาวจรัสแสงแจ่มจ้า..
แล้ว..กวี..ก็ใจง่ายยกหัวใจให้ไปหมดทุกห้อง !
เพียงแค่"ชั่วพริ้มพรับรับตอบ .. ก็ครอบครอง-"

เป็นมินตรานะ จะ"พริ้มพรับรับตอบ" วันละสามเวลา
เช้า เที่ยง เย็น ตามใบสั่งแพทย์ ก่อนและหลังอาหาร 555


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.213.166 วันที่: 30 กรกฎาคม 2556 เวลา:3:19:28 น.  

 
กลอนชวนเคลิ้ม นางแบบสวยชวนมอง


โดย: กึ่ม IP: 37.228.106.138 วันที่: 30 กรกฎาคม 2556 เวลา:6:39:20 น.  

 
กลางฝุ่นฝนใจคนยังวนคิด
ราวต้องฤทธิ์สเน่หาที่บ่าไหล
ทั้งดวงหน้า,แววตา ฟ้องความนัย
ล้น-อาวรณ์อาลัย..ที่..รับรู้

ตรึง-ภาพฝันงดงามในยามผ่าน
ปล่อย-ถวิลอ่อนหวานให้ซ่านสู่
อุ่น-อาวรณ์อาลัยที่ไหลพรู
เสพ-รับรู้..คุณค่าแห่งปรารมณ์

มาแจมค่ะ

มีความสุข สมหวังในสิ่งดีดีเสมอ
หลายๆบทก่อนๆงามมาก


โดย: มาย IP: 202.57.142.233 วันที่: 30 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:27:15 น.  

 
ก็กลัวคนอ่านจะไม่อวบอิ่มไงคุณมินตรา จึงต้องพึ่งนางแบบสวยพริ้มอวบอิ่มพร้อมให้มันสดชื่นหัวใจเอาไว้. ผมว่างจะมาคุยเป็นเพื่อนทั้งจขบ.และคุณมินตรานะขอรับท่าน



โดย: ชากังราว IP: 27.55.168.151 วันที่: 30 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:25:35 น.  

 

แสงสว่าง

สวัสดีครับ ..
กลอนนารีปราโมชเขียนเพื่อความสวยงามแบบ เบลลา ราณี นี่เลย ..

ขอให้มีความสุขกับงานที่ทำครับ





มินตรา..
สวยแบบรูปข้างบนนี้ .. ถึงจะเขียนนารีปราโมชได้ลื่นไหล

เนื่องจากจินตนาการนั้นเป็นรื่องของอารมณ์ที่เป็นเรื่องนามธรรม
และรูปนามที่สวยงามเป็นรูปธรรมที่สามารถสัมผัสด้วยสายตาจึงจะรับรู้ว่า"ถูกจริต"แค่ไหน หรือไม่

เมื่อนามธรรมคล้อยตามรูปธรรมได้อย่างสอดรับกันอย่างไร้รอยต่อ .. นั่นจึงจะเป็นบทนารีปราโมชที่เป็นอย่างที่ใจต้องการ

คนส่วนมากไม่เข้าใจเรื่องราวพวกนี้ ..





กึ๋ม
ครับ ดาราคนนี้สวยมาก





ชากังราว
เบลลา ราณี รูปหน้าสวยได้ใจคนเขียน แต่สำหรับรูปร่างผมนิยมรูปทรงแบบสูงเพรียวมากกว่าอวบอิ่ม .. จึงยังไม่สมบูรณ์แบบนัก

สำหรับผม รูปร่างสำคัญกว่าใบหน้าครับ






มาย
ข้อสันนิษฐานที่ว่ากำลังพูดคุยอยู่กับครูบาอาจารย์ด้านภาษาอังกฤษของผมเริ่มเขว .. เมื่อเห็นกลอนที่เขียนทิ้งไว้

ที่หน้า education ผมว่าการใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขนาดนั้น ผมไม่ค่อยผ่านตาบ่อยนัก .. หวังว่าจะเป็นคนเดียวกัน

ยินดีครับที่เห็นกลอนมาวางแลกเปลี่ยน ไม่เอาแต่อ่านข้างเดียว .. เหมือน "บางคน" 55






โดย: สดายุ... วันที่: 30 กรกฎาคม 2556 เวลา:20:23:26 น.  

 


ชากังราว ใช่ไหม ที่เป็น"บางคน"ที่ เอาแต่อ่านข้างเดียว ฮึ ฮึ

แล้วเห็นไหมว่ายังไปก่อเหตุ ให้ใครออกมาประกาศว่า...
"แต่สำหรับรูปร่างผมนิยมรูปทรงแบบสูงเพรียวมากกว่าอวบอิ่ม .. จึงยังไม่สมบูรณ์แบบนัก"

ทำเอาสาวสาวนักอ่านกลอนเดือดร้อน ต้องไปลดความอ้วนเอาใจคนแต่งกลอนอีก...เฮ้อ...ชากังราว นะ ชากังราว !

ชากังราว แปลว่าอะไรเอ่ย..คะ..(แม่บอกว่าเวลาพูดจาต้องมีหางเสียงหน่อยค่ะ)


โดย: บุษบามินตรา IP: 84.179.111.252 วันที่: 31 กรกฎาคม 2556 เวลา:1:17:12 น.  

 
สะใภ้เยอรมัน

เมื่อวานได้มีโอกาสคุยกับคนฝรั่งเศส 2 คนที่ไปทำมาหากินเมืองจีน เห็นว่าคนฝรั่งไม่ค่อยชอบใจการเป็นยูโรนัก .. ที่เยอรมันเป็นอย่างไร

การรวมกันทางเศรษฐกิจแบบนี้ พวก division 1 อย่าง เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส ได้หรือเสีย ขอรับ ?





โดย: สดายุ... วันที่: 31 กรกฎาคม 2556 เวลา:7:02:40 น.  

 

ดายุ...

ฝรั่งที่"ไม่ค่อยชอบใจการเป็นยูโรนัก"น่าจะเป็นฝรั่งเยอรมันนะ

เพราะต้องนำเงินของประเทศ ไปอุ้มภาวะเศรษฐกิจของประเทศเกษตรกรรมทางยุโรปตอนใต้
หรือแม้นแต่ฝรั่งเศสก็ได้ประโยชน์(เงินช่วยเหลือ)จากการเกษตรกรรมมากทีเดียว..

แต่รัฐบาลเยอรมันพยายามบอกคนเยอรมันว่า..
เราจะรวยอยู่คนเดียวมีชีวิตที่ดีอยู่คนเดียวโดยเพื่อนบ้านรอบรอบตนยังมีสภาพชีวิตที่แย่กว่าเรานั้น
คือ"ความไม่ปลอดภัย"ในชีวิตและทรัพย์สมบัติของเรา..

คนเยอรมันก็เลยก้มหน้าก้มตา จ่ายเงินซื้อผลิตผลทางการเกษตรไปในทุกครั้งที่ต้องการเสนอข้อตกลงร่วมกันในนโยบาย เพื่อ"ซื้อเสียง"โหวตไปซะทุกที!
จนเคยมีรัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมันท่านหนึ่งเคยบ่นว่า ต้องสั่งที่บ้านไม่ให้ทำอาหารด้วยปลาคาเบลเยา(Kabeljau )จากประเทศในแถบทะเลเหนือ !
เพราะทนฟังแม้นแต่ชื่อก็ไม่ไหวแล้ว(ผลจากการประชุมข้อตกลงในยุโรป) 555

ผลของความอดทนในการรวมสหภาพยุโรปของเยอรมัน..
แม้นจะเสียเงินไปมากมาย แต่ขณะนี้ มั่นคงมากพอที่จะส่งผลให้ สหประชาชาติมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นจากการหนุนของอียู...
คุ้มไหมล่ะคะ





โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.97.71 วันที่: 31 กรกฎาคม 2556 เวลา:14:55:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.