Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
O บุษบัน .. แห่งเหมันตะสมัย O










O ผีเสื้อปีกบอบบางลอยร่างร่อน-
ล้อมเกสรมาลย์อยู่แต่ตรู่สาง
เมื่อหมอกเช้าแทรกตัวอยู่ทั่วทาง
และน้ำค้างวางหยด .. รอ-รดริน
O ลวดลายปีกบอบบางในสางตรู่
แทรกตัวสู่หวานหอมไม่ยอมสิ้น
ให้รสรื่นรมย์นี้ .. ปลุกชีวิน-
เพื่อโบกบินแนบยาม .. ให้งามล้น
O ดอกไม้หอม, แสงฉาย, ปีก-ลายพราง-
ค่อยค่อยคลี่ปีกกว้างก่อนคว้างหล่น-
ลงแทรกกลีบดอกมาลย์เอาหวานปรน-
เปรอตัวตนสำราญกลางม่านใบ
O เห็นน้ำค้างวางหยาด .. อยู่ดาษดื่น
ลมเช้าชื่นโรยริ้วก็พลิ้วไหว
ประหนึ่งเพชร-เม็ดน้ำ .. นั้นร่ำไร
รอแสงไล้โลมต้อง .. ก่อนล่องลอย
O รวยรวยรสมาศไม้ที่ในสวน
กลิ่นหอมอวลอบเร้าความเหงาหงอย
รื่นคันธารสหนอ .. เหมือนรอคอย-
บางรูปรอย .. ให้ถวิลแต่กลิ่นมาลย์
O คำนึงด้วยเจตจินต์ .. ที่ยินยอม-
ถูกกักกุมรุมล้อมด้วยหอมหวาน
ที่ทั้งใจไหวสั่นแต่วันวาน
เมื่อใครผ่านหวานหอมเข้าล้อมลน
O งามจริตรูปละม่อมพรั่งพร้อมค่า
ยิ่งช่อชั้นพวงผกา .. แห่งป่าฝน
ที่เสียดยอดพลอดยามให้ตามยล
ตราบดิ้นรนด้วยใจ .. คอยไขว่คว้า
O นับการก้าวยกย่าง .. บนทางฝัน
ช่างเต็มเปี่ยมมุ่งมั่น .. การฟันฝ่า-
อุปสรรคทั้งปวง .. ให้ร่วงคา-
อยู่ใต้ฝ่าเท้าย่ำ .. ที่ดำเนิน
O นับสิบร้อยพันหมื่นการตื่นหลับ
ล้วนลำดับรอยอุทธัจ .. ความขัดเขิน
ที่ค่อยโหมหวนระลอกเข้าหยอกเอิน
ด้วยท่าทีสะทกสะเทิ้น.. ทั้งเมิน-เมียง
O ละเมียดรส .. ผกากรองละล่องกลิ่น
หอมตรึงจินตนาการนั้น-ปานเสียง-
กระซิบแผ่วผ่านถ้อยมาร้อยเรียง-
ความซาบซึ้งให้ประเดียงประดังใจ
O กลีบเรียวบางดอกดวง .. บ้างร่วงหล่น
พร้อมกับห้วงใจคน .. ที่วนไหว
ละครั้งที่งดงามของความนัย
ผ่านโลมไล้ลูบอก .. พาวกย้อน
O หยาดน้ำค้างเคยเห็น .. ก็เร้นหาย
ยังแต่สายสวาดิชู้สุดรู้ผ่อน
ในคำนึงเงียบเหงา .. เหมือนเว้าวอน-
ความออดอ้อนพร้องพร่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
O รูปชาติภพอบร่ำในคำนึง
คล้ายภาพซึ่งสาบสูญแต่พู้นเก่า
ย้อนเผยรูปรอยยิ้ม .. อันพริ้มเพรา
จำหลักเงาเรียวรูป .. โลมลูบทรวง
O นับแต่วันเดือนปีเท่าที่เห็น
ก็ยากเร้นรูปงามที่ลามล่วง
ราวอดีตบุญบาป .. มาทาบทวง-
ผ่านฤทธิ์หน่วงเหนี่ยวเร้า .. ให้เฝ้ารอ
O ถ้วนปวงความอ่อนโยนและอ่อนหวาน
ต่างฤๅเมื่อดอกมาลย์ .. เบ่งบานช่อ ?
ทั้งลามล่วงรุมเร้าพะเน้าพะนอ
เช่นรูปเยาว์แอบออ .. ร่ำรอทรวง
O ถ้วนสิ้นความอ่อนโยนและอ่อนหวาน
จึงค่อยซ่านซึ้งให้ .. อาลัย-หวง-
เข้าโอบล้อมห้อมห่มอารมณ์ปวง
ด้วยความห่วงใยล้ำ .. อยู่ค่ำเช้า
O น้ำค้างเร้นหยาดหยด .. ไปหมดแล้ว
เหลือลมแผ่วกอดเกี่ยวความเปลี่ยวเปล่า
ประหนึ่งเพชร-แสงปลาบ .. นั้นวาบเงา
เมื่อรูปเยาว์หล่นคว้าง .. ลงกลางใจ
O น้ำค้างสิ้นรูปรอย .. รูปรอยเจ้า-
ก็ผ่านเร้ารุมขวัญจนสั่นไหว
วงรอบความเสน่หา .. แรงอาลัย-
ก็โอบล้อมเอาไว้ .. สุดคลายคลอน
O ถ้วนสิ้นความคำนึง.. ส่งถึงอยู่
กอปรแรงชู้อาลัยเกินไถ่ถอน
เหมือนคำบวงพระเจ้า .. เคยเฝ้าวอน-
ค่อยผ่านตอนย้อนดังอีกครั้งแล้ว

O จงกลกรรณิเกศแก้ว - - - กรองมาลย์
ตามประทีปอธิษฐาน - - - ประเทียบถ้อย
จนรอบสุริยะกาล - - - เคลื่อนผ่าน นั้นแม่
อ้อมอกอุ่นจักคล้อย - - - เคลื่อนห้อมโอบขวัญ ฯ

O บูชาอัญชลิตเบื้อง - - - สรวงบน
สวมสอดบุษบาดล - - - ดอกสร้อย
หอมรูปรสเสาวคนธ์ - - - ควรอบ ร่ำแม่
ควร-ศัพท์เสียงร่ำร้อย - - - ผ่านรู้ปรารมภ์ ฯ

O โคมทองประทีปแก้ว - - - ชัชวาล
แต่งกอปรกรองอธิษฐาน - - - ทิพไท้
พึงดลจิตรูปคราญ - - - ครวญแต่ ถวิลนา
ถวิลแต่อกเรียมให้ - - - โอบเนื้อพะนอถนอม.





Create Date : 30 ตุลาคม 2555
Last Update : 9 มกราคม 2563 13:45:36 น. 5 comments
Counter : 2521 Pageviews.

 

สดายุ..

ครั้งนี้ เครื่องสาย ไพเราะ และซอด้วง โอดครวญ ซะ..มิมี..
"รักของข้าดั่งบัวบังใบ บังมิให้ใครเห็น
เฝ้าครวญหวนทุกเช้าเย็นตรอมตรม...
สุดหัก..สุดหาย..หัวใจมิวายระทม
สุดตรอมตรม.. ใจยิ่งคิดให้โหยหา
ต้องบังรักไว้..ไม่กล้าบอกใคร..."

แพ้ ซอด้วง แล้วล่ะท่านกวี...


โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.29.248 วันที่: 31 ตุลาคม 2555 เวลา:3:12:52 น.  

 

"บุษบัน .. แห่งเหมันตะสมัย"
เป็นญาติโกโหติกา สายไหนกับ บุษบามินตรา ไหม
เพราะ มินตรา ไม่รู้จักคำว่า"บุษบัน" รู้จักแต่ บุษบาที่เรียนหนังสือมาด้วยกัน หรือ บุษกร ..บุษยา..

แล้วข้ามไปรู้จักนายบุศ คู่กับ ตำแหน่งนายเฉลียว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่"แม้นจะตายไปก็พูดไม่ได้"...


โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.29.248 วันที่: 31 ตุลาคม 2555 เวลา:3:21:55 น.  

 
มินตรา

บุษบา คือ ดอกไม้
บุษบัน ก็แผลงคำเอาจากบุษบาอีกที เพื่อให้รับกับ เหมันต์ .. จาก พวงผกาแห่งป่าฝน ก็มาเป็น บุษบันแห่งเหมันตะสมัย .. ดังนี้แล

เพราะมันปลายฝนต้นหนาวแล้ว

และ เพราะดวงตาคมงามที่กำลังมองเหลือบมาแบบนั้นในรูปข้างบนแท้ๆเทียว .. จึงนึกถึงเพลงบังใบ ที่ไม่ได้เปิดนานแล้วได้

ใหม่ ดาวิกา ดวงตาสวยงามจริงๆ ..

เห็นด้วยไหม ?


O แววในตาชม้อยชม้าย .. นั้น-คล้ายเต้น-
อย่างแฝงเร้นแอบซ่อนความอ่อนไหว
แก้มเนียนเนื้อนั้นเล่า .. ก็เร้าใจ-
คล้ายรอให้ชาติภพ .. บรรจบลง

55


โดย: สดายุ... วันที่: 31 ตุลาคม 2555 เวลา:6:31:52 น.  

 


O ละเมียดรส .. ผกากรองละล่องกลิ่น
หอมตรึงจินตนาการนั้น-ปานเสียง-
กระซิบแผ่วผ่านถ้อยมาร้อยเรียง-
ความซาบซึ้งให้ประเดียงประดังใจ...

ตัวอักษร ที่มีทั้ง กลิ่น และอารมณ์..
วิวัฒนาการแห่งมนุษยชาติ..


โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.18.159 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:41:38 น.  

 


สดายุ..

กลิ่นอันหอมหวานทั้งจากดอกไม้หอม..จากคำร้อยกรอง และ อารมณ์ อ่อนไหว ..ห่วงใย..อาลัยหา..นะคะ

ภาษาไทยนี่ ไม่กระชับเลย..กลิ้งไปมาบนใบบัว..
พริ้ว..เฉกเช่นคำของกวีไทย...555


โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.18.159 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 เวลา:17:26:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O งามละมุน .. กับกรุ่นข้าวหอม .. O





O ดั่งยูงที่สูงส่งด้วยวงศา
ล้อมแววตาเพื่อจรด .. ความสดใส
เบิกรุ่งสางหม่นดำ ด้วยอำไพ-
แห่งดวงไฟเลื่อนชั้น .. ขึ้นบัญชา
O พอแว่วเสียงสาธุ .. บรรลุโสต
ความปราโมทย์หัวใจผู้ใฝ่หา-
ก็ซ่านความผ่องแผ้วสู่แววตา
เมื่อรูปหน้ารูปจริต .. เผย-ติดตรึง
O เกิดแต่เมื่อกรประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า, แววตาหนึ่ง-
ก็คล้ายถูกกรเรียวนั้นเหนี่ยวดึง
แววหวานซึ้งมั่นหมาย .. ก็ฉายทอ
O โอ ราศีรูปงาม .. แห่งยามเช้า
คอยรุมเร้าใจอยู่, ท่านผู้ขอ-
ย่อมอุ้มบาตรเอ่ยธรรม .. ลงย้ำ .. ยอ-
ยกอารมณ์ทดท้อ .. พ้นทรมาน
O สบรูป .. รูปละม่อมก็ล้อมสิ้น-
แต่ผัน-ผินรูปพักตร์ .. เข้าหักหาญ
จิตวิญญาณตื่นรู้ .. จึงรู้พาน-
ความอ่อนหวานอ่อนโยน .. ที่โชน-แวว
O พาโลกในแวดล้อม .. งามพร้อมอยู่
พร้อมแรงชู้อาลัยเริ่มไหว .. แว่ว
อาวรณ์เคยซ่อนเร้น .. ก็เห็นแนว-
ความผ่องแผ้วตอบเต้น .. ไม่เว้นวาง
O โอ อำนาจเนตรพรับ .. ราวจับจูง-
สบรูปยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนสีสัน .. ขึ้นกั้นกลาง
หยัดรอยขวางเพรียกถวิล ..ให้ดิ้นรน
O งามวงสีเลื่อมลาย .. ก็คล้ายว่า
เผยคุณค่าออกแล้วผ่านแววขน
พร้อมอ่อนหวานอ่อนไหวของใจคน-
เริ่มเผยตน .. ออกแล้วที่แววตา
O วาบวับ-นั้น .. แววตา .. แม้-ตาหลับ-
แววระยับ .. ก็ยังคง .. อยู่ตรงหน้า
ราวอยู่ล้อมห้อมขวัญคอยบัญชา-
ให้ตอบรับคุณค่า .. ด้วยอาวรณ์
O วาบวับแววขนยูง .. อันสูงค่า-
ก่อรูปพา .. งดงามติดตาม-อ้อน
จนงามนั้นลามรุกไปทุกตอน
สะทกสะท้อนสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O จึงโลกในแวดล้อม .. ราวน้อมรับ-
แววพริ้มพรับออดอ้อน .. ผู้อ่อนไหว
ความผูกพันอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
ก็รัดรึงเอาไว้ .. อยู่ในวัน
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ผ่านลงแวดล้อมช่วง .. ทาบทวง-ขวัญ
งามรูปลักษณ์ชาติภพ .. ก็ครบครัน-
แทรกลงฝันฝากรอย .. ให้คอยรอ
O เช้านั้น .. คำข้าว .. เนตรวาววาม
กอปร-คำ .. ความ .. ผ่านหูจากผู้ขอ
พร้อมอีกการรุมเร้าพะเน้าพะนอ
ของรูปลักษณ์งามลออ .. อยู่ต่อตา
O เช้านั้น .. คำข้าว .. อกผ่าวร้อน-
กับอาวรณ์รูปองค์ .. ที่ตรงหน้า
สบ-สัมผัส .. ฉับพลันก็บัญชา-
เสน่หาให้อุบัติขึ้นรัดรึง
O เช้านี้ .. แรงอาลัยผู้ใฝ่หา
คอยบัญชาดวงจิต .. แต่คิดถึง-
รูปแพงน้อยอบร่ำในคำนึง
เจ้าเอย .. พึงรับรู้นัยชู้ .. ชาย
O ส่งมาเถิด .. อบอุ่นและคุณค่า
ผ่านแววตาอ่อนโยน .. ออกโชนฉาย-
แววอ่อนหวานดื่มด่ำ .. พึง-รำบาย-
ออกเปื้อนป่ายล้อมโลก .. แล้วโยกคลอน
O มอบมาเถิด .. เสน่หาความอาลัย
สุมลงให้ใจชาย .. สุดถ่ายถอน-
ทั้งจากรูป, คุณค่าความอาวรณ์
ตราบม้วยมรณ์ชีพลงเป็นผงคลี
O รูปยูงเอย .. ขาบเขียวทุกเรียวขน
เปล่งปลาบบนคุณค่า .. แห่งราศี
เพรียกละห้อยแหนหวงเป็นท่วงที-
อาวรณ์ที่ - ตราบวาย .. ยากคลายลง !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.