Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2560
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 ธันวาคม 2560
 
All Blogs
 

O ความรัก O








วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมเห่ระเกสระพะยอม
ฉมะพร้อมภิรมย์เพ็ญ
วับไหว ณ นัยนะก็เห็น-
สุขะเต้นขจ่างตา
O เรื้องแหล่งเพราะแรงสิริพิลาส
รุจะธาตุทาบทา
เวียนว่อนภมรถวิละผา-
นิตะบ่าตะบึงบิน
O ผันผวนขบวนสกุณะเรียง
สรรพะเสียงก็แว่วยิน
ท่ามกลางนภางคะธรณิน-
นิระสิ้นประดาเสียง
O พบกันก็พลันอุระระส่ำ
นยะพร่ำ ฤ พอเพียง
แว่วล้วนก็ส่วนสุขะระเรียง
ขณะเคียงประคองคราญ
O พบเห็น ฤ เป็นกรรมะประณีต
ณ อดีตะบันดาล
เริ่มเหตุเพราะเดชอธิษฐาน
บุพะวาระร่วมหวัง
O คลี่คลายผกายรหัสะเนตร
ระอุเลศะกำลัง
ปลาบปนระคนนยะประนัง
รติตั้งประดังตอน
O บัดนั้นก็นันทินิรมิต
ประลุจิตะกำจร
โดยเนตรและเจตนะสะท้อน
บทะอ้อนประโลมทรวง
O เกริกกละสนธิพิสวาดิ
กละบาศกะเคยบวง
เหนี่ยวรัดกระหวัดหทัยะดวง
รสะหน่วงก็ดำเนิน
O เร้ารุมผชุมมิตินิวรณ์
รติร้อนก็จำเริญ
ตาสบประจบนยะสะเทิ้น
ขณะเมินก็มอบไม-
O ตรี .. ล้อม บ ยอม จะ ละ จะ ร้าง
สรพางคะเปี่ยมไพ-
บูลย์นวละชวนรชะสมัย-
ก-ระไล้ประโลมลอง
O บดเบียดละเมียดวรรณะสะเทื้อน
ขณะเคลื่อนจะเข้าครอง
แว่วครวญและนวลวรรณะสนอง
ผัสะต้องละล่องตาม
O หวีดหวิวละลิ่วสถละสรวง
วตะห้วงก็ลืมยาม
ซ่านซึ้งระรึงกมละหวาม
ฤ จะห้ามคระโหยหา
O ลามบทเพราะรสระอุลุแล่น
ประลุแถนและทาบทา
แว่วครวญเพราะส่วนวรรณะผวา
ณ สภาวะรมย์เพ็ญ
O หวิวหวีดประณีตะมธุรส
ตละหยดก็วาบเย็น
แว่วคราญสะท้าน, วรรณะก็เห็น-
ผิวะเว้น-จะวางวาย
O เกสรขจร .. รสะประทิ่น
ภุมรินก็รอบราย
หวานหอมนะพร้อม .. จิตะก็หมาย
ผิวะตาย ก็ ยอมตน


แปล...


O ลมวรรษาพลิ้วผ่านแต่วานก่อน
เมื่ออาวรณ์แฝงฝากเริ่มกรากเชี่ยว
แต่สบทั้งวงหน้ารูปตาเรียว
แรงกอดเกี่ยวรูปนาม ก็ล่ามคา
O สร้อยสุมาลย์บานช่อ .. เพื่อรอหอม
อวลกลิ่นล้อมภู่ภมรเวียนว่อนหา
รูปเอยแต่ลอบเล็ม .. อยู่เต็มตา
แม้หลับลืมก็ยังคา .. อยู่ทั้งคน
O เมื่อโคมฟ้าลอยดวงขึ้นช่วงแสง
ค่อยทอดแรงเรื่อรองขับหมองหม่น
ก็เมื่อภู่ .. ภุมรินเริ่มบินวน-
สีสันกลีบกุสุมบน .. ที่เบ่งบาน
O ปีกวิหคแผ่กาง .. ลอยร่าง-ร่อน
สูงต่ำตอนเสาะหาภักษาหาร
ท่ามกลางเสียงนกแว่ว .. ลมแผ่วพาน
กุสุมาลย์ก็ลอยช่อให้รอชม
O แต่พบกัน .. อาวรณ์ก็ร่อนคว้าง
อยู่ท่ามกลางรูปลออ .. มาลย์ช่อ-ฉม
เสริมกำลังปรารถนา .. แรงปรารมภ์-
เข้าสั่งสมสืบทราบ .. รอบบาปบุญ
O ฤๅพบกัน .. จากกรรมชี้นำทิศ
เหนี่ยวสองจิตยื้อยุด .. ช่วยอุดหนุน
เพรงสัญญาก่อนเห็นจักเป็นทุน
เข้าเจือจุนจิตเจ้า .. ฟังเว้าวอน
O ผกายน้ำเนตรรับ .. วับวับไหว
สื่อความให้พร่ำพลอด .. ความออดอ้อน
ค่อยค่อยถ่ายคะนึงหา .. ความอาวรณ์
ค่อยสุมซ้อนความรัก .. ให้ตักตวง
O ราวหวานหอมทั้งหล้า .. น้อมมาให้-
คอยชิดใกล้ล้อมอยู่ไม่รู้ล่วง
เจตนาผ่านเนตร .. ไร้เลศลวง
ใจทั้งดวงหวานฉ่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
O เมื่ออกใครเต้นระส่ำ .. คล้ายคร่ำครวญ
จากแปรปรวนส่วนเสี้ยว .. ความเปลี่ยวเปล่า
ก็เมื่องามอ่อนไหว .. จากวัยเยาว์-
ค่อยค่อยเร้างามรุกไปทุกตอน
O บุปผาเชิดเรณูเหมือนรู้เชิง-
ให้ภู่เหลิงห้อมเห่ .. หยาดเกสร
เช่นอกคนครวญคร่ำ .. ถ้อยคำวอน
ด้วยหลงเหลิงออดอ้อน .. สะท้อนสะท้าน
O นุ่มนวลเนียนเนื้อ .. ก็เหลืออ้าง
จักเริดร้างรูปภาค .. ย่อมยากผ่าน
คงเกินใจมุ่งมั่น .. อาจบันดาล
เกินต่อต้านปรารถนา .. เกินฝ่าพ้น
O กลีบพะยอมนิ่มเนื้อ .. นั้นเหลือนุ่ม
ลมผ่าวรุมไหวระรัว .. ก็กลัวหล่น
ค่อยโน้มแนบด่ำดอม .. กรุ่นหอมปรน-
เปรอใจวนว่ายหอม .. ไม่ยอมร้าง
O ล่องลอยเอย .. มาลย์สรวงเมื่อร่วงหล่น
พลิ้ววกวนลมไหว .. ร่อนไปห่าง
ฝ่าลำลมจบแล้ว .. พลิ้วแผ่ว -วาง
ก่อนกลีบบางเกลือกซบลงจบดิน
O ครวญคร่ำวิชชุแล่น .. บนแผ่นฟ้า
ย่อมทาบทาหม่นหมองให้ล่องสิ้น
เช่นคร่ำครวญละห้อยแผ่วที่แว่วยิน
จักรวยรินทับทรวง .. เกินล่วงลา
O หอมหวานครั้นผ่านเนตร .. เป็นเลศลับ
แล้วค่อยพรับระยับดวง .. บอกห่วงหา
ค่อยค่อยเผยความหมาย .. ผ่านสายตา
ชม้อยชม้ายหมายว่า .. บอกท่าที
O ภู่ภมรว่อนเวียน .. พากเพียรนัก
ใจเอยก็สุดหักไปห่างศรี
กุสุมา .. พรั่งพร้อม .. หวานหอมมี
และใจที่หวงหอม .. ก็ยอมตัว
O ภู่ภมรว่อนอยู่ .. ไม่รู้ร้าง
ยิ้มท่ามกลางห่วงละห้อย ก็คอยยั่ว
รูปนามเอย .. กระซิบนั้น-เพื่อสั่นรัว-
ของอีกหัวใจผู้ .. รับรู้งาม !





 

Create Date : 14 ธันวาคม 2560
6 comments
Last Update : 14 ธันวาคม 2560 19:12:50 น.
Counter : 406 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะคุณสดายุ

กลอนไพเราะมาก ถึงมากที่สุดค่ะ ถ้าเป็นแค่ฉันท์ที่ไม่มีคำแปล ทิพย์จะไม่ค่อยรู้ความหมาย มีแปลแบบนี้ ดีมาก เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ

อย่าติคนมีความรู้น้อยนะคะ อิๆๆ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.241.88 15 ธันวาคม 2560 7:12:14 น.  

 



สวัสดีครับคุณทิพย์
บทนี้ผมเองเพิ่งเจอ เขียนวางไว้ใน
สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2013
4 ปีมาแล้ว .. ลืมไปแล้วนะนี่

พอเห็นว่าในบล็อคเองก็ไม่มีบทนี้ก็เลยเอามาวางใหม่
เขียนเป็นฉันท์ต้องใช้ศัพท์บาลี สันสกฤตช่วย
จึงค่อนข้างเข้าใจยากสักหน่อย ..
มีเวลาก็จะเขียนคำแปลเป็นกลอนให้แบบนี้แหละครับ
สำหรับแนวนารีปราโมชเท่านั้น ..

ถ้าเป็นแนวการเมืองไม่แปลครับ ..
เพราะทหารอ่านไม่รู้เรื่อง ดีแล้ว .. 55

ความรู้ในการหาเงินเข้ากระเป๋า สำคัญที่สุดครับ
เพราะใช้เลี้ยงปากท้องได้ ..

ดังนั้น ความรู้เรื่องอื่น ไม่ต้องใส่ใจมากครับ

 

โดย: สดายุ... 15 ธันวาคม 2560 9:50:46 น.  

 


คุณสดายุ

แม่เอื้อยขอแซมฉันท์สักนิด คงไม่ต้องแปลเพราะท่านเก่งอยู่แล้วค่ะ

ชาติชายไป่มุ่งทนุระสัตย์
บ่มิปัดมโนทัย
ทุกข์เข็ญก็จริงศิระประไพ
มนะฝ่าจะเคียงครอง
หากเถื่อนผิใช่กวะจะเลี่ยง
ทมะเอียงบ่ไตร่ตรอง
ชาตินี้ฤดีจะละมิมอง
วจะหยันนิรันกาล

 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 15 ธันวาคม 2560 17:18:14 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

เพิ่งเห็นพี่เอื้อยแต่งฉันท์ คุณสดายุเขาเก่งแล้ว ไม่ต้องแปลก็ได้ แต่ทิพย์ไม่รู้ความหมาย พี่แปลให้ทิพย์ฟังบ้างนะคะ มีแต่คนเก่งๆเป็นไอดอลให้ทิพย์คนละด้าน เยี่ยมค่ะ

สวัสดีค่ะคุณสดายุ

เรื่องปากท้องสำคัญจริงค่ะ วันๆวิ่งทำมาค้าขายแข่งกับเวลาจนเหนื่อย ว่างก็เข้ามาดูเนทบ้าง พักบ้างไปตามโอกาส จริงแล้วคนเราก็กินแค่อิ่ม
แต่ที่ต้องทำเพราะตุนไว้วันข้างหน้าและเผื่อลูกหลานนะคะ อิๆๆ

 

โดย: ทิพย์ IP: 49.48.244.27 16 ธันวาคม 2560 7:38:06 น.  

 




แม่เอื้อย ..
ฉันท์บทนี้ออกไปทาง "นารีเทศนา" นะนี่
ขึ้นธรรมาสแบบนี้หนุ่มๆหายหมด 55






 

โดย: สดายุ... 16 ธันวาคม 2560 9:15:04 น.  

 

คุณสดายุ

"นารีเทศนา" เข้าใจตั้งชื่อนะ ผู้ชายบ้านนี้มีคนเดียว
คงไม่หนีไปไหนหรอก หายตัวเมื่อไร นารีร้างหมดนะเอ้อ ๕๕๕

 

โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 17 ธันวาคม 2560 9:22:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 148 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.