Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
1 กรกฏาคม 2560
 
All Blogs
 
O จุดไฟ-ในนาคร .. ! O








วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O โอ เถื่อนเขยื้อน-พ-ละ-กระหยับ
ช-ยะ-ศัพทะเกริกไกร
โอ ถ่อยทะยอย-ส-มะ-สมัย
สุ-ตะ-ใดประดาเดียว
O ศัพท์แสงแสดง-มุ-หะ-มหันต์
กุ-ธะ-นั้นก็กรูเกรียว
แก่เฒ่าและเยา-วะ-จะ-เฉลียว-
พิเคราะห์เหตุฤๅเห็น ?
O ก้าวย่าง ณ กลาง-อุ-ระ-ประเทศ
ต-ละ-เขตก็ลำเค็ญ
ย่างเหยียบก็เพียบ-ทุ-ขะ-และเข็ญ
พิ-ษะ-เค้นซะเค็มขม
O ถ้วนเห็น ฤ เช่น-สุ-ภะ-ประพจน์
ม-ธุ-รสะคารม
เสพความละลาม-ฤ-ดิ-ภิรมย์
ก็ผสมผสานเสียง
O แผดร้องผยอง-จิ-ตะ-จะรณ
ทุ-พ-พละพร้อมเพรียง
สั่นเทิ้มกระเหิม-ก-ละ-จะเอียง-
ธ-ร-ณินะล่มสูญ
O โอ โฉดอุโฆษ-สรร-พะ-สำเนียง
น-ยะ-เพียงจะเพิ่มพูน-
วอดวายและหา-ย-นะ-อ-ดูร
อนุกูลสถุลกรรม
O เพียงผู้เพราะรู้-พิ-ริ-ยะคิด
และพินิจะโน้มนำ-
จิตเขลาระเร้า-ส-ถิ-ตะสำ-
คั-ญะ-ในหทัยฉล
O ฤๅเขลาเพราะเมา-หะ-สุ-ระศัพท์
มุ-สะ-ทับก็ยอมทน
ถ้วนหมู่ ฤ รู้-พิ-เคราะ-หะผล
ส-ติ-สนธิเลือกสรร
O โอ ทรามละลาม-ระ-ยะ-ประเทศ
ทุ-ระ-เภทะสัมพันธ์
โอ ถ้อยเพราะถ่อย-ภ-วะ-ถวัลย์
ฤ จะ-บั่นนะบิดเบือน
O เสียงสู่ก็รู้-มุ-สะ-ประโยค
ระบุโลกะรางเลือน
เบ็ดขว้าง ณ กลาง-ช-ละ..เขยื้อน-
ก็เสมือนจะเกี่ยวปลา
O แฉกลิ้น ฤ สิ้น ระยะตวัด
ระบุชัดเพราะเดชา-
ครองชาติและอาชญะสถา-
ปนะ-การณะกลับกลาย
O บิดเบือนเขยื้อน-น-ยะ-ขยับ
มุ-สะ-ศัพทะบรรยาย
เรื่องแต่งยุแยงแสยะสยาย
อธิบายะเบี่ยงเบน
O โอ ความเหยาะหยาม .. อ-ริ-อรินทร์
กระจะจินตะชัดเจน
แว่วดังกระทั่ง .. อุ-ต-ริเถร-
ะประเคนประโคมคำ
O โมหันธะบรร-พะ-ชิ-ตะหมู่
นิ-ระ-รู้จะโน้มนำ-
พาเขลาคละเคล้า-พระ-สั-ทะธรรม
ด-ละ-ดำริเหตุผล
O พากย์ลวงจะทวงอ-ธิ-ปไตย
ระ-บุไว้ ก็ วกวน
แฝงเลศและเจ-ต-นะ-ผจญ
เฉพาะรณก็เพื่อนาย
O แทรกหู ฤ รู้-มุ-สะ-ประนัง
ข-ณะ-ฟัง ก็ ฟูมฟาย
แทรกใจ..กระไร-จะ-ชะ-สลาย
และมุ-หมายคดีมูล
O "เขาว่า" .. เพาะสา-ว-กะ-สภาพ
ประ-ลุ-คาบทวีคูณ
"เขาด่า" .. ก็ฮา-เฉพาะ-จะพูน-
พ-ละ-กูณฑะสุมทรวง
O ปราศตรอง .. จะมอง-สั-จะ-ฤ-เท็จ
ฤ-จะ-เล็ดจะลอดลวง
ปราศคิด .. เพาะพิษ-ทรร-ศ-นะปวง-
ก็จะหน่วงและถ่วงเขา
O เรียกร้องสนอง-อั-ตะ-ประโยชน์
ยุ-ติ-โทษะบรรเทา
แยบคายอุบาย-ฉ-ลุ-เฉลา-
อุ-ระ-เขลา ฤ อาจขืน ?


สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙

O อ้ออ้อนั่น..น-ยะ-อ้างระหว่าง-นิ-ละ-ทะมื่น
ตาดำและค่ำคืน - - - ก็คล้าย
O ปริบปริบฟัง .. พ-จ-นารถอุบา-ท-วะ-สยาย
ความคำ มุ รำบาย - - - ระบิล
O อ้ออ้อตา .. ขณะจ้องและมอง-ดุ-จะ-จะยิน-
ยอมเชื่อ บ เหลือจิน- - - - ตะตน
O อ้ออ้อหู .. เฉพาะฟังก็หลั่ง-สุ-ขะ-ระคน
หยาดบทจรดบน - - - อุบาย
O โอ แถวเถื่อนคณะปานจะผ่านวุฒิภิปราย
โอภาสพิลาสราย - - - ลุล้อม ?
O เพียงชั่วคืน-อั-ศ-จรรยะพลันประลุประนอม
หัวหูก็รู้ออม - - - ละอาย
O ชั่วเพียงภา-ษะ-ประโคมและโส-ม-นั-สะฉาย-
กอปรภาวะพร่าพราย - - - ก็เผย
O นั่นแถวคน .. รึ-กระ-บือ รึ หรือ คณะเชลย
เคี้ยวเอื้องรึเคือง-เย้ย - - - เยาะหยัน ?
O นิ้วชี้ออก-ก็-กระ-เหี้ยนกระหือ-จะ-ลุ-ผจัญ
เกรี้ยวโกรธกะโทษทัณ- - - - ฑะนาย
O โอ คลื่นเถื่อนขณะโถมชะโส-ม-นั-สวาย-
วอดแล้ว ฤ แพร้วพราย - - - จะพาน ?
O ไทยหรือทา-สะ-สถุลเพราะหนุน-ท-มิ-ฬะมาร
สืบพันธุสันดาน - - - ประดุจ-
O คนชั่วชาติ-ทุ-ร-ยศขบถและเสาะ-ประ-ทุษ-
ชาติตนทุรนฉุด- - - - เพราะชัง
O โอ้โอหนอพิเราะศัพทะรับ-บ-ทะ-ประนัง
หัวหู ฤ รู้ฟัง - - - เพราะเฟือน
O กรอกหูชาวคณะเขลาระเร้า-จิ-ตะ-เสมือน-
รวมคิดจะบิดเบือน - - - อุบาย
O มุขอำมา-ต-ยะ-ผู้เพราะรู้จะอธิบาย
แฝงวาทพิฆาตวาย - - - ชิวัน
O อำมาตย์ไหนนะ-ป-ณามและหยามกระแหนะกระนั้น
ห่าโหงนะโยงบรร- - - - ลุบท
O โอ ขุนทอง ฤ จะร้องผยอง-ภ-วะ-พยศ
อวดโอ้และโป้ปด - - - ฤ ปาน
O โอ ขุนทองขณะร้องสมอง ฤ จะ-สมาน-
ใคร่ครวญกระบวนการ- - - - ะกรรม
O โอ ดวงตา ฤ จะเห็นประเด็น-มุ-สะ-กลัม-
พร..ชาติอุบาทว์ทำ - - - กระทบ
O โอ สังเวช-ทุ-ร-กรรมะนำ-ส-ถุ-ละสบ-
โอกาสจะฆาตครบ - - - ก็ควร !


อีทิสังฉันท์ ๒๐

O ภาพ-ลุหิตะคลุ้งและพุ่งก็ล้วน-
ละหล่นคละคำระส่ำกระบวน-
คะครวญเสียง
O ควันระเบิดกระจายละม้ายจะเพียง-
ณรงคะชีวะที่จะเมียง-
จะมองเห็น-
O ภาพะฉละเขลานะเร้าประเด็น
จะเพื่อจะพาประชานะเต้น-
มุตามหมาย
O หลังนรกะภาษ, ชิวาตม์ก็วาย
เพราะคำแนะทางระหว่างภิปราย-
ละม้ายมนต์
O โอ เพราะเมาหะชาติมิอาจจะทน
กระทบกระเทียบเลาะเลียบกระวน-
กระวายชี้
O จึง-กระเสือกกระสนทุรนและบี-
ฑะสัป(ะ)ยุทธประทุษะตี
บ รีรอ
O ภาพ-กระสุนนะพุ่งและรุ้งลออ-
สุรียะภาสพิลาสะทอ
พะนอกาล
O ร่วง-สรีระร่าง ณ กลางสถาน-
ประชุมพลังประดังจะผลาญ
ทะยานรบ
O ไม้กระบองก็คอยทะยอยประจบ-
กะโล่และร่างระหว่างประภพ-
กระทบกัน !
O ความยุแยงประดุจจะฉุดประจัน
และเสียงวะแว่ว ฤ แผ่ว ฤ ผัน-
ละสัญญา
O ใจกระเหิมกระหายก็ผ้ายก็พา-
คระไลลุล่วง บ ห่วงชิวา-
จะพร่าผลาญ
O นิ้วกระดิกกระเดื่องเพราะเคืองประสาน
กมละขุ่น, กระสุนทะยาน
สะท้านเสียง
O ลิ่วกระทบกะร่างก็ร่างนะเอียง-
ลุหิตะนองก็กองและเคียง
กะศพคน
O โอ รึ ชีพะนี้จะพลีเพราะมน-
ตะเป่าระรวย .. ก็ฉวยกมล-
ทุรนตาม ?
O โอ อุบละช่อ บ รอลุยาม
บ พุ่ง บ แทงปะแสงพิราม
นิรันดร


........................................................
ศัพท์บางคำ

กุธะ...โกรธ
มุหะ...โมหะ...เมาหะ... หลง
มุสะ...มุสา... มดเท็จ
สุตะ...โสตะ...หู...แผลงต่อเป็น...ได้ยิน...ได้ฟัง






Create Date : 01 กรกฎาคม 2560
Last Update : 26 มิถุนายน 2561 6:46:34 น. 2 comments
Counter : 594 Pageviews.

 
แต่งเก่งมากเลย แต่ไม่นิยมอ่านเท่าใด มันต้องใช้ความพยายามในการแปลศัพท์

ชอบอ่านกลอนมากกว่า มันรู้สึกผ่อนคลายกว่าฉันท์เยอะ
แต่ฉันท์ก็สะท้อนภูมิปัญญาของผู้แต่งได้ดีค่ะ


โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 วันที่: 3 กรกฎาคม 2560 เวลา:14:52:24 น.  

 


ครับ .. ต้องคนที่อ่านบ่อยๆ จึงจะจำศัพท์ได้
ฉันท์ อย่างไรเสียก็เดินเรื่องไม่ได้ดีเท่ากลอนแปด

โดยเฉพาะบทนารีปราโมชนี่ ถ้อยความที่จะสื่อ
สู้กลอนแปดไม่ได้เลย ..

แต่ใช้เขียนแนวการเมือง พอได้ครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 3 กรกฎาคม 2560 เวลา:15:52:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O งามละมุน .. กับกรุ่นข้าวหอม .. O





O ดั่งยูงที่สูงส่งด้วยวงศา
ล้อมแววตาเพื่อจรด .. ความสดใส
เบิกรุ่งสางหม่นดำ ด้วยอำไพ-
แห่งดวงไฟเลื่อนชั้น .. ขึ้นบัญชา
O พอแว่วเสียงสาธุ .. บรรลุโสต
ความปราโมทย์หัวใจผู้ใฝ่หา-
ก็ซ่านความผ่องแผ้วสู่แววตา
เมื่อรูปหน้ารูปจริต .. เผย-ติดตรึง
O เกิดแต่เมื่อกรประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า, แววตาหนึ่ง-
ก็คล้ายถูกกรเรียวนั้นเหนี่ยวดึง
แววหวานซึ้งมั่นหมาย .. ก็ฉายทอ
O โอ ราศีรูปงาม .. แห่งยามเช้า
คอยรุมเร้าใจอยู่, ท่านผู้ขอ-
ย่อมอุ้มบาตรเอ่ยธรรม .. ลงย้ำ .. ยอ-
ยกอารมณ์ทดท้อ .. พ้นทรมาน
O สบรูป .. รูปละม่อมก็ล้อมสิ้น-
แต่ผัน-ผินรูปพักตร์ .. เข้าหักหาญ
จิตวิญญาณตื่นรู้ .. จึงรู้พาน-
ความอ่อนหวานอ่อนโยน .. ที่โชน-แวว
O พาโลกในแวดล้อม .. งามพร้อมอยู่
พร้อมแรงชู้อาลัยเริ่มไหว .. แว่ว
อาวรณ์เคยซ่อนเร้น .. ก็เห็นแนว-
ความผ่องแผ้วตอบเต้น .. ไม่เว้นวาง
O โอ อำนาจเนตรพรับ .. ราวจับจูง-
สบรูปยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนสีสัน .. ขึ้นกั้นกลาง
หยัดรอยขวางเพรียกถวิล ..ให้ดิ้นรน
O งามวงสีเลื่อมลาย .. ก็คล้ายว่า
เผยคุณค่าออกแล้วผ่านแววขน
พร้อมอ่อนหวานอ่อนไหวของใจคน-
เริ่มเผยตน .. ออกแล้วที่แววตา
O วาบวับ-นั้น .. แววตา .. แม้-ตาหลับ-
แววระยับ .. ก็ยังคง .. อยู่ตรงหน้า
ราวอยู่ล้อมห้อมขวัญคอยบัญชา-
ให้ตอบรับคุณค่า .. ด้วยอาวรณ์
O วาบวับแววขนยูง .. อันสูงค่า-
ก่อรูปพา .. งดงามติดตาม-อ้อน
จนงามนั้นลามรุกไปทุกตอน
สะทกสะท้อนสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O จึงโลกในแวดล้อม .. ราวน้อมรับ-
แววพริ้มพรับออดอ้อน .. ผู้อ่อนไหว
ความผูกพันอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
ก็รัดรึงเอาไว้ .. อยู่ในวัน
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ผ่านลงแวดล้อมช่วง .. ทาบทวง-ขวัญ
งามรูปลักษณ์ชาติภพ .. ก็ครบครัน-
แทรกลงฝันฝากรอย .. ให้คอยรอ
O เช้านั้น .. คำข้าว .. เนตรวาววาม
กอปร-คำ .. ความ .. ผ่านหูจากผู้ขอ
พร้อมอีกการรุมเร้าพะเน้าพะนอ
ของรูปลักษณ์งามลออ .. อยู่ต่อตา
O เช้านั้น .. คำข้าว .. อกผ่าวร้อน-
กับอาวรณ์รูปองค์ .. ที่ตรงหน้า
สบ-สัมผัส .. ฉับพลันก็บัญชา-
เสน่หาให้อุบัติขึ้นรัดรึง
O เช้านี้ .. แรงอาลัยผู้ใฝ่หา
คอยบัญชาดวงจิต .. แต่คิดถึง-
รูปแพงน้อยอบร่ำในคำนึง
เจ้าเอย .. พึงรับรู้นัยชู้ .. ชาย
O ส่งมาเถิด .. อบอุ่นและคุณค่า
ผ่านแววตาอ่อนโยน .. ออกโชนฉาย-
แววอ่อนหวานดื่มด่ำ .. พึง-รำบาย-
ออกเปื้อนป่ายล้อมโลก .. แล้วโยกคลอน
O มอบมาเถิด .. เสน่หาความอาลัย
สุมลงให้ใจชาย .. สุดถ่ายถอน-
ทั้งจากรูป, คุณค่าความอาวรณ์
ตราบม้วยมรณ์ชีพลงเป็นผงคลี
O รูปยูงเอย .. ขาบเขียวทุกเรียวขน
เปล่งปลาบบนคุณค่า .. แห่งราศี
เพรียกละห้อยแหนหวงเป็นท่วงที-
อาวรณ์ที่ - ตราบวาย .. ยากคลายลง !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.