Group Blog
 
<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
22 กันยายน 2558
 
All Blogs
 
O ก่อนอัสดงคต .. O









ทรายกับทะเล



O คาบปลายผกายรุจิพิราม
ขณะยามนะค่ำเย็น
แว่วร้องคะนองวิหคะเห็น-
จะละเล่นระเริงลม

O ร่ำร่ำ .. ตะวันจะละจะลา
ประลุภาวะจ่อมจม
เห็นเห็น .. ก็เพ็ญศศิวิกรม
ชุติห่ม ณ ห้วงหน

O แสงอ่อนสะท้อนอุทกะผืน
ประลุตื่น ณ ในตน
จึงเลศและเนตระก็สน-
ธิกมละอาวรณ์

O คร่ำครวญกระบวนภวะถวิล
กระอุจินตะกำจร
อบอวลก็ส่วนรตินิวรณ์
ฤ จะถอนถวิลถึง

O เยียบเย็นเพราะเร้นสุริยะแสง
รติแรงก็รัดรึง
ล้อมลาม ฤ ห้ามพิษะคะนึง
ขณะหนึ่ง ก็ หนักหนา

O ใจเห็นจะเช่นอุทกะ-ลม
ขณะพรมประโลมรา-
ตรียามเพราะงามภวะสถา-
ปนะภาวะรมย์เพ็ญ

O ปมเหตุเพราะเนตระชม้อย
ฤดิคอย ก็ ลำเค็ญ
ตอบเลศกะเนตระ ก็ เห็น-
ภวะเต้นขจ่างตา

O โดยเลศะเนตระยุพะเยา-
วะระเร้า บ ร้างลา
เชื่อมใจและใจประดุจะผา-
ณิตะทา ณ ดวงมาน

O ดั่งปาริชาตินิรมิต
เฉพาะพิศะพิมพ์พาล
ดลเดชวิเศษรติพิศาล-
ะสมาน ณ แรกมอง

O เพรงบุญ ฤ หนุนรติพิจิตร
สุจริตะรับรอง
เพรงบาป ณ คาบนิระสนอง
จิตะสอง ก็ ร่วมสาน

O ร่วมบาตร ณ ชาติบุพะประภพ
ฤ จะทบและเป็นทาน
เจ้าเอย ฤ เคยอธิษฐาน
อุปการะร่วมกรรม

O สองชาติสวาดิพิสมัย
สมะนัยะน้อมนำ
โอนใจและใจปณิธิสัม-
ผัสะย้ำผสานใย

O สืบจิตเพราะฤทธิ์อธิษฐาน
บุพะกาละก่อนไกล
เห็นพลัน ก็ พลันอุปธิใน-
จิตะไห้ละห้อยเห็น

O อาวรณ์สะท้อนประดุจะแสง
ผละละแหล่ง ณ ยามเย็น
น้ำพลิ้ว ก็ ริ้วศศินะเพ็ญ
กระจะเต้นกระจ่างตา

O สูรย์สิ้นศศินะก็ถวัล-
ยะสวรรคะเชิญรา-
ตรีเนาและเยาวะก็สถา-
ปนะภาวะล่าม-ล้อม !





Create Date : 22 กันยายน 2558
Last Update : 22 มิถุนายน 2560 19:26:12 น. 3 comments
Counter : 695 Pageviews.

 
ฉันท์ก็ไพเราะ เพลงก็ไพเราะ คู่กันจริงๆๆ หาดทรายคู่ทะเลใช่เลย ช่างนำเพลงมาใส่ ดูดีและอวลไอรักจริง


โดย: กฤษณา เวชศิลป์ IP: 171.4.46.175 วันที่: 22 กันยายน 2558 เวลา:22:15:34 น.  

 
สวัสดีครับคุณกฤษณา

เพลงนี้ นันทิดา ร้องไพเราะมาก .. พอดีฉันท์บทนี้เขียนเกี่ยวกับทะเลยามเย็น ก็เลยลงตัว


โดย: สดายุ... วันที่: 23 กันยายน 2558 เวลา:6:57:17 น.  

 
อ่านฉันท์ถลันกลอน ....... เพราะบังอร คลอนแคลนคำ
ฟังเพลงบรรเลงนำ.............สุดไพเพราะ เสนาะนาน
ยิ่งอ่านฉันทลักษณ์............ไพเราะนัก สลักหวาน
ภาพ อิ่ม ชิมไร้ชาน..............กานท์ฉวี ฤดีโดย


โดย: กฤษณา เวชศิลป์ IP: 171.4.46.175 วันที่: 23 กันยายน 2558 เวลา:20:26:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.