Group Blog
 
 
สิงหาคม 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
28 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 

O โคลงนิราศเพรงกาล .. O









.. อารัมภบท ..


ร่าย ..
๑. กราบบาทองค์ภควันต์ - - - ที่พึ่งอันโลกสาม
หวังก้าวตามบาทบงสุ์ - - - ครรลององค์พุทธะ
ถมสัจจะจองทาง - - - ตราบปล่อยวางจากเวียน
ทุกข์กร่อนเกรียนจากใจ - - - จิตห่างไกลจองจำ
รอนห้วงกรรมกลับกลาย - - - ตราบวอดวายวงวัฏฏ์
ถอนถ่ายอัตตาพ้น - - - ล้างขุ่นข้นหม่นสิ้น
ล่มจิตใจเดือดดิ้น - - - แจ่มแจ้งวิโมกข์ธรรม ท่านเทอญ

โคลงสี่สุภาพ ..
๒. ขอพรคำพระคุ้ม - - - ครองขวัญ
ป้องโศกปัดจาบัลย์ - - - บาปร้อน
ดอกไม้ธูปเทียนพรรณ- - - - นาบท บวงเอย
ถ้วนบทขอ-บวงอ้อน - - - ทุกข์ร้อนทอนแรง ฯ

๓. ใจครวญกายก้มกราบ - - - องค์พระ
ปรุงภาษเป็นสัจจะ - - - บอกแจ้ง
แม้นกรากกรำวัฏฏะ - - - วงกัป อยู่นา
หวังอาสวะเหือดแล้ง - - - ล่วงสิ้นจากใจ ฯ

๔. คงกรรมยังก่อร้อน - - - รุมลน
ใจสบจึงว่ายวน - - - แวดล้อม
รูป, รส, กลิ่นเสียงปรน - - - เปรออยู่ นั้นนา
ล้วนแต่เพื่อจิตน้อม - - - นอบรู้แรงถวิล ฯ

๕. รอยกรรมรอบกัปชี้ - - - บัญชา
วกช่วงกาลเวลา - - - กลับย้อน
เนื่องนำสู่ปริศนา - - - ใครหนึ่ง
ผู้ส่งเสียงแทรกซ้อน - - - โสตให้ถวิลเห็น ฯ

๖. ครืนครืนเสียงฟ้าคร่ำ - - - ลมครวญ
ฝนหลั่งสร้อยกำสรวล - - - โสรจหล้า
ช่วงเส้นวิชชุผวน - - - ผายวาบ นั้นแล
พลัน.!.ขอบสองโค้งฟ้า - - - เลื่อนฟ้าประโลมฝัน ฯ


.. โลกเก่า . .คืน๑๕ค่ำ .. เดือน๑๒ .. พศ.๒๑๕๖ ..





๗. ดาวเกลื่อนเดือนก่ำคล้าย - - - โคมแขวน
ลอยรูปอำไพแดน - - - เด่นฟ้า
ใครหนึ่งนั่งวอแหน - - - รูปแห่ งามเฮย
งามยิ่งงามถ้วนหน้า - - - ทุกหน้าเคยงาม ฯ

๘. อัมพรโอภาสแจ้ง - - - จันทร์ฉาย
ตองจีบแทนบัวราย - - - รอบน้ำ
พากย์ร่ำเพื่อรำบาย - - - โศกถ่วง น้ำเนอ
ถ่วงโศก, ทุกส่วนช้ำ - - - ชอกร้างกลางจันทร์ ฯ





๙. โคมทองประทีปแก้ว - - - ชัชวาล
ลอยประดับถิ่นฐาน - - - แหล่งน้ำ
รูปเอยงดงามปาน - - - ทิพเสก
ลอยจริตประณีตย้ำ - - - ยิ่งแก้วประกายทอง ฯ

๑๐. โสภิตสุวภาพพร้อง - - - รำพัน
รูปแม่สมบูรณ์จันทร์ - - - แจ่มหน้า
ลอยรูปเหนี่ยวรั้งฝัน - - - สู่ฝั่ง ฟ้าเนอ
เชื่อมฝั่งสองดิน-ฟ้า - - - ฝ่าข้ามเอื้อมถึง ฯ

๑๑. เดือนโรจน์ไฟเรื่อยรี้ - - - เรียงราย
ริมฝั่งน้ำหลากสาย - - - เชี่ยวล้น
ตาเพ่งรูปผันผาย - - - เพลินอยู่
สบรูป, รูปผ่านพ้น - - - ยากพ้นคะนึงไฉน ฯ

๑๒. ไฟพร่าง, แผ่นน้ำพลิก - - - พลิ้วลม
โคมค่ำเคลื่อนขึ้นสม - - - เสพฟ้า
พักตร์เชิด-พเยียฉม - - - ชวนเสพ แม่เอย
เสพรูป, หอม-โชยช้า - - - ช่วงฟ้าคลอจันทร์ ฯ

๑๓. วอผู้งามภาค, พ้น - - - เพียงตา
ฤๅอาจพ้นคะนึงหา - - - ห่างได้
แรงกรรมใช่บัญชา - - - ช่วยสบ งามฤๅ
สบภาค, พิมพ์ภาคไว้ - - - หว่างร้อนแรงคะนึง ฯ

๑๔. สรวลเสส่ำศัพท์พร้อง - - - เพรงกาล
ยินสำนวนโบราณ - - - รอบล้อม
ท่าสองฝั่งริมธาร - - - เทียนปลั่ง แสงแฮ
แว่วบทธรรมให้น้อม - - - นอบรู้, ปรารมภ์ ฯ

๑๕. เสียงพากย์เสียงพระท้วง - - - ศรัทธา
ทางชอบทางมิจฉา - - - ท่านชี้
โอนจิตร่วมเจตนา - - - ตรองนิ่ง อยู่เฮย
พากย์กล่อม, ภาพก่อนกี้ - - - แว่ว, ย้อนตา-ยล ฯ

๑๖. คิดหวังอาวาสนี้ - - - แรมนอน
หวังแว่วเสียงธรรมสอน - - - ตัดสร้าง
หวาดหวั่นแต่อาวรณ์ - - - ไหววุ่น นี้นา
ธรรมจักบังตาร้าง - - - รูปเนื้อนวลไฉน ฯ

๑๗. อาทรจากท่านผู้ - - - เพ็ญบุญ
ต้อนรับศัพท์เสียงละมุน - - - ละเมียดพร้อม
เสื่อนอนอีกหมอนหนุน - - - มอบสู่ มือแฮ
มือรับกายกราบน้อม - - - นอบรู้กรุณา ฯ

๑๘. วังเวงทั่วแผ่นพื้น - - - ปฐพี
เสียงหริ่งแต่งราตรี - - - ตอบร้อง
ฉมลดาช่วงฤดี - - - ดลรูป ใครเนอ
เห็นรูป, หอมรื่นพ้อง - - - ผ่านเร้าแรงถวิล ฯ

๑๙. ยามสองวิชชุเยื้อง - - - ทะยานพล
อวดกึกก้องกาหล - - - แห่งฟ้า
เกรี้ยวกราดห่าลมฝน - - - วู่แว่ว ดังเนอ
ปานแว่ว..ให้ปวงหล้า - - - รับรู้ต่ำ-สูง ฯ

๒๐. อึ่งอ่าง, กบ, เขียดซ้อง - - - แข่งเสียง
เช่นร่ำความนัยเรียง - - - บอกรู้
โอกาสเงียบงันเพียง - - - ชั่วขณะ
ชั่วอกใจหยุด, กู้ - - - กลับพ้นห่วงหา ฯ

๒๑. ฝากฝนฝากคลื่นน้ำ - - - คอยครวญ
คอยบอกความเรรวน - - - อกนี้
ฝากหอมกรุ่นลำดวน - - - โชยกล่อม แม่นา
กล่อมผ่านลมเรื่อยรี้ - - - ร่วมพร้อม, หอม-ถวิล ฯ

๒๒. ก่อนเรื่ออรุณะเรื้อง - - - ราศี
แว่วกระหน่ำฆ้องตี - - - ตอบเช้า
แถวยาวพระจะลี- - - - ลาศสู่ เรือนเฮย
ข้าวแลกธรรม, ธรรมเข้า - - - ข่มร้ายคลายแสลง ฯ

๒๓. เปลื้องชุดเปลี่ยนชาติเบื้อง - - - ปัจจุบัน
เป็นแบบอย่างบุราณอัน - - - พระเอื้อ
ก้าวตามเหล่าผู้บรร- - - - ลุบท โลกแน
ตามพระ, ตาพิศเนื้อ - - - ร่มเนื้อบุราณสมร ฯ

๒๔. สางรุ่งสุริยะเรื้อง - - - รัศมี
ยาวเหยียดแถวพระลี- - - - ลาศคล้อย
คำข้าวคำพระมี - - - มอบต่าง ตอบนา
มอบตอบแม้นเพียงน้อย - - - ทุกน้อยเหลือประมาณ ฯ

๒๕. ปราศผู้ปองพิศเลี้ยง - - - อาลัย
ทำอกผู้มาไกล - - - หม่นเศร้า
จีวรพระพลิ้วไหว - - - ลมวูบ ผ่านนา
คิดหวั่น, หวั่นรูปเย้า - - - ยั่วท้าแล้วถอย ฯ

๒๖. ถึงวัดในหว่างมื้อ - - - อาหาร
ถามไถ่ท่านสมภาร - - - เพิ่มรู้
ช่วงยามอยู่รัชกาล - - - ใดเล่า ท่านเอย
หลงยุคมาเกินกู้ - - - กลับย้อนยามหลัง ฯ

๒๗. ยุคเอกาทศรถเจ้า - - - จอมสยาม พ่อเอย
หมดศึกม่านคุกคาม - - - เขตแคว้น
กิจกรรมหลากหลายตาม - - - แต่ชอบ พ่อเนอ
ใครใคร่ค้า-ค้า, แม้น - - - ใคร่รู้-ดูสอน ฯ

๒๘. ร่มบุญพระนเรศป้อง - - - ปรากฏ
สูงเยี่ยมฟ้า, เกียรติยศ - - - สุดยั้ง
เหนือ-บรรพต, ใต้จด - - - โพ้นสมุทร ไกลเฮย
ใครเล่าอาจเหนี่ยวรั้ง - - - ร่มนี้เลือนเงา ฯ

๒๙. เจ้าฟ้าสุทัศน์ผู้ - - - โอรส
เป็นหน่อเนื้อกำหนด - - - นั่งแคว้น
เสวยพิษทิวงคต - - - เนื่องแต่ ชนกนา
หลังชนก- ระแวง, แค้น - - - หวั่นเอื้อมเอาเมือง ฯ

๓๐. พ่อเล่า, มาจากบ้าน - - - เมืองใด
คำพูด, เสื้อผ้า – ไย - - - แปลกพ้น
บ้านช่องอยู่หนไหน - - - หนาพ่อ
แลเยี่ยงไรดั้นด้น - - - ดั่งไร้เหย้าเรือน ฯ

๓๑. เมื่อนั้น .. ยินแว่วถ้อย - - - ถามหา
แล้วร่างหนึ่งตรงมา - - - กราบน้อม
เครื่องแบบแห่งยศถา - - - สวมอยู่
กราบพระ, กราบผู้พร้อม - - - เพิกร้อนผ่อนสลาย ฯ

๓๒. แว่วเสียงกระซิบเนื้อ - - - นัยความ
เหมือนต่อเรื่องติดตาม - - - ต่างรู้
ตอบ, นิ่ง- ต่อคำถาม - - - ควรแต่ พระนา
งัน, เงียบตาสองผู้ - - - สบ - พ้องมองสมัย ฯ

๓๓. รูปหนึ่ง-มือเอื้อมตบ - - - ไหล่หลัง
ร่างหนึ่ง-สำรวมฟัง - - - พากย์ชี้
ร่มบุญดั่งทอดบัง - - - บ่มคิด กระนั้นนา
เงาทอด, ร้อนก่อนกี้ - - - กลับร้างจางรอย ฯ

๓๔. ทาสสี่, วอหนึ่ง-ล้วน - - - ลับตา
ผู้บ่มวัตรศรัทธา - - - กลับแจ้ง
ร่องรอยอุเบกขา - - - วามคู่ ตาแฮ
วามอยู่, เกินจิตแว้ง - - - วกข้องทุกขัง ฯ

๓๕. หัวหมื่นมหาดเล็กผู้ - - - ทรงศักดิ์
จมื่นศรีสรลักษณ์ - - - ฉลาดรู้
ใจคอชอบทางนัก- - - - เลงฉกาจ ยิ่งเนอ
เล่ห์เหลี่ยม, เลือดนักสู้ - - - อยู่พร้อมในตน ฯ

๓๖. เคยบวชเรียนจบแจ้ง - - - พรหมจรรย์
เป็นศิษย์ผูกสัมพันธ์ - - - อยู่พร้อม
ใกล้ชิดแวดล้อมบัล- - - - ลังก์อยุธ ยาเฮย
สนองบาทยุคลน้อม - - - นอบเกล้าถวายกร ฯ

๓๗. แม่หญิงผู้ร่วมท้อง - - - มารดร
ตามพี่มาขอพร - - - พระ - เจ้า
คืนค่ำภาคจันทร - - - เพ็ญอยู่ นั้นนา
ตองจีบเทียนธูปเฝ้า - - - ฝากถ้อยอธิษฐาน ฯ

๓๘. หูฟัง, ใจนึกหน้า - - - นวลทรง
ฤๅจักเป็นฝ่ายหงส์ - - - ห่านฟ้า
ใครเล่ากระต่ายดง - - - ด้อมอยู่
งัน, เงียบ - อกวุ่นว้า - - - หว่างหน้าในคะนึง ฯ

๓๙. หูยิน, ใจคิดย้อน - - - รูปยล
คืนดาษดาวอำพน - - - แผ่นฟ้า
ใครเล่าจิตสับสน - - - สะท้อนอยู่
ให้เงียบงันทั้งหล้า - - - อยู่พร้อมประนอมคะนึง ฯ

๔๐. มองพระ, มองผู้ผ่าน - - - ทางเพียร
ผู้วัฏฏะรอบเวียน - - - หยุดเว้น
ท่วงทีทำนองเธียร - - - ทอดแผ่ ร่มเนอ
ร่มแผ่, ใจกลับเร้น - - - สู่ร้อนวัฏฏะกระแส ฯ

๔๑. อัสดงจวนค่ำแล้ว - - - รอนรอน
เมื่อปักษีแว่ววอน - - - ว่อนฟ้า
ห่วงเห็นรูปอัปสร - - - สายสวาดิ กูเอย
แต่สบหน้าหายหน้า - - - หวั่นร้างเลือนรอย ฯ

๔๒. ริมน้ำคลื่นน้ำเชี่ยว - - - โชยละออง
คิดหนึ่งกลับเชี่ยวนอง - - - กว่าน้ำ
สบงามรูปงามครอง - - - ครวญคร่ำ อกเอย
ดลสวาดิเชี่ยวกราก-ล้ำ - - - ลากล้มจมกระแส ฯ

๔๓. ถ้วนองค์ทั้งอกฟ้า - - - แลดิน
นบเทพทังสาวสินธุ์ - - - สื่อรู้
พระเอยสะโรชริน - - - มนต์ร่าย ร่วมฤๅ
ร่วมพากย์แจ้งใจชู้ - - - ชื่นด้วยชายเดียว ฯ

๔๔. มือจบหมายจิตแก้ว - - - รู้การณ์
สำเร็จดั่งอธิษฐาน - - - พากย์ตั้ง
คืนบุญร่วม, บาปลาญ - - - แหลกล่ม นาแม่
ทุกภพ, สบเพียง-ครั้ง - - - คิดละห้อยคอยเห็น ฯ

๔๕. จนเอิกอึงข่าวร้าย - - - คนลือ
ราวอัคคีโหมกระพือ - - - พลุ่ง-ร้อน
เมื่อร่มฉัตรเปลี่ยนมือ - - - เกินมาด หมายแฮ
ฟ้าเปลี่ยน, เมฆหม่นย้อน - - - พยับฟ้ารอฝน ฯ

๔๖. พลัดหลงย้อนสู่โพ้น - - - บุพกาล
หลังช่วงแสงวันวาน - - - วาบซ้อน
เผยภาคยุคโบราณ - - - รออยู่
รอจิต, รอกายย้อน - - - ย่ำเวิ้งกรรมเวร ฯ

๔๗. มาเดียวเปลี่ยวอกโอ้ - - - อนาถา
ความคิด, ขนบ, ศรัทธา - - - แปลกสิ้น
เห็นแต่พระศาสนา - - - หยัดอยู่
หยัดกล่อมใจเดือดดิ้น - - - ดับร้อนผ่อนสลาย ฯ


.. พศ.๒๑๖๓ ..


๔๘. ฟ้าศรีเสาวภาคย์ขึ้น - - - ครองเมือง
ด้อยสมรรถภาพเปลือง - - - เปล่าแท้
ขุนนางอำมาตย์เคือง - - - ขุ่นอยู่ ทั่วเนอ
เกรงเสื่อมเกียรติเกินแก้ - - - จึ่งล้างชีวาตม์สูญ ฯ

๔๙. เชิญพระอินทราชขึ้น - - - บัลลังก์
สามัคคีชอบ, ชัง - - - เหล่าเชื้อ
ร่วมท่านรับฝากฝัง - - - ร่มฉัตร
อำมาตย์ขุนนางเอื้อ - - - อกน้อมใจประนัง ฯ

๕๐. จมื่นศรีสรลักษณ์ย้อน - - - มาเยือน
น้อมรับคำตักเตือน - - - พระให้
พูดคุยถูกคอเหมือน - - - เช่นมิตร
ชวนร่วมงานรับใช้ - - - ชิดเบื้องบาทนรินทร์ ฯ

๕๑. จมื่นศรีฯ ผู้ชิดไท้ - - - พระทรง ธรรมนา
เป็นพระยาศรีวรวงศ์ - - - ว่านเชื้อ
ช่วยเหลือราชกิจบง- - - - การเหล่า พวกเนอ
เกียรติยศเติบใหญ่เอื้อ - - - เอ่ยอ้างบารมี ฯ

๕๒. แคล่วคล่องภารกิจย้ำ - - - เมื่อยิน
ควรคู่ต่อองค์นรินทร์ - - - เรียกใช้
กฎเกณฑ์ระเบียบระบิล - - - ระบบเชี่ยว ชาญเนอ
คอยปรึกษาชิดใกล้ - - - รับใช้พระบัญชา ฯ

๕๓. จวบมาฆะมาสย้อน - - - บรรจบ
ร่วมศรัทธาครัน, ครบ - - - บ่าว-จ้าว
รอบธรรมาสน์เนืองนบ - - - นอบจิต อยู่เฮย
หวังพึ่งธรรมช่วยน้าว - - - เหนี่ยวร้อนทอนแรง ฯ


.. สบหน้า ..


๕๔. ตามพี่มาร่วมสร้าง - - - สมบุญ
หยิบจับละเมียดละมุน - - - แม่เอื้อ
แววเนตรบอกการุณ - - - ในอก
ดั่งคำว่าชาติเชื้อ - - - ย่อมเชื้อสกุลหงส์ ฯ

๕๕. ผมกระพุ่มเกล้าปัก - - - ปิ่นทอง
ผ้านุ่งเหลือง, สไบกรอง - - - ห่มเนื้อ
ห้อยรูปพระคุ้มครอง - - - ตัดข่ม ทุกข์นา
เข็มขัดคาดเอวอะเคื้อ - - - ข่มสิ้นสุรางค์สวรรค์ ฯ

๕๖. เวียนสบเนตรลอบเร้น - - - ฝากรอย
ว่าอกหนึ่งนาน- คอย - - - โปรดรู้
เกิดแต่เมื่อประทีปลอย - - - น้ำหลาก
กลับหลากน้ำใจชู้ - - - เชี่ยวล้ำกระแสสินธุ์ ฯ

ร่าย ..
๕๗. ศรีศรีไพจิตรลักษณ์ - - - รำไพพักตร์สืบขวัญ
จรรโลงฝันในอก - - - จนสุดยกสุดย้าย
จนสุดท้ายเกินถอน - - - ในทุกตอนสู่ตา
เกินพักตราเคยพิศ - - - จักโสภิตเฉกโฉม
ผู้เพรียกโสมนัสโลก - - - แล้วโบยโบกบ่มหวัง
แต่งกำลังปรารถนา - - - จนเสน่หาเร้ารัว
หวั่นหวาดกลัวรูปหาย - - - ตราบแม่ปรายเนตรนั้น
จึงบีบคั้นบีบเค้น - - - จนยากเว้นว่างได้
ดุจเงื่อนบ่วงคล้องไว้ - - - กระหวัดให้ห่วงหา .. แม่เอย

๕๘. ครั้นสดับโอวาทซ้อง - - - สรเสริญ
สาธุการจำเริญ - - - ร่ำอ้าง
สืบเสียงพระผู้เพลิน - - - วิมุติภาค นั้นนา
ปลิดป่นหมายล่มร้าง - - - รุ่มร้อนรอนสลาย ฯ

๕๙. พักตร์เชิด, เชิงชั้น-ใช่ - - - แชเชือน
ใจหนึ่ง, ตาหนึ่งเตือน - - - ตอบรู้
หมายเนตรอีกเนตรเบือน - - - บอกรับ เลศแม่
บอกรับเลศนัยชู้ - - - ชื่นรู้เชิงสมร ฯ

๖๐. โอนฤทธิ์ออรูปให้ - - - ถวิลเห็น
อกดั่งหยาดฝนเย็น - - - หยดแต้ม
แต่ภาคอำไพเพ็ญ - - - เผยออก
ใจยิ่งมาลย์แยกแย้ม - - - กลีบแย้มรอฝน ฯ

๖๑. ใจเอยต่อแต่นี้ - - - นับนาน
พิมพ์หนึ่งจักเบ่งบาน - - - บีบเค้น
ชะลอรูปลงผลาญ - - - เผาอก
จนสุดทางลอบเร้น - - - ล่วงพ้นพิสมัย ฯ

๖๒. จำหลักในจิตล้วน - - - อาวรณ์
จักเหนี่ยวดึงถอดถอน - - - ยากแท้
ดั่งนทีสิทันดร - - - ดึงร่าง
ลอยล่วงห้วงวัฏฏ์แม้ - - - มอดม้วยยังหมาย ฯ

๖๓. ฤๅทิพหนุนส่งให้ - - - เห็นงาม
ย่อมจักสมพยายาม - - - เยี่ยงนั้น
ตรึงอกแต่สบทราม - - - สวาดิรูป แก้วเนอ
จักหลบเลี่ยงดื้อรั้น - - - ดั่งไร้แรงขืน ฯ

๖๔. สบรูป, รูปอาจเร้น - - - เลือนไฉน
สบเนตร, หวังเนตรไหว - - - หวั่นสะท้าน
อำความ, แอบความใน - - - ห้วงอก เถิดแม่
จิตหนึ่งจักเพ่งคว้าน - - - ฝากรู้แรงถวิล ฯ

๖๕. สรรพเพฯ, เสียงพากย์เอื้อน - - - ออกสอน
โปรดสัตว์ - ขัดอาวรณ์ - - - ข่มไว้
พากย์ธรรมบอกทางถอน - - - ยึดติด นั้นนา
หวั่นแต่รูปเดียวไซร้ - - - สุดรู้ถอดถอน ฯ

๖๖. สไบบางปลายปัดเย้ย - - - ลมยอ
คน-กราบท่านผู้ขอ - - - อ่อนน้อม
ชดช้อยย่างขึ้นวอ - - - นิ่งอยู่
ให้อีกใจแห่ห้อม - - - ห่วงละห้อยคอยเห็น ฯ

๖๗. คนพี่ - มองครุ่นคล้าย - - - ครวญความ
คล้ายแจ่มแจ้งนัยตาม - - -.เหตุต้อง
ยิ้มแย้มเยือกเย็นงาม - - - สง่าอยู่ พ่อเอย
เห็น-เหมาะควร, ขัดข้อง - - - อยู่ข้างใดหนอ ฯ


.. จำพราก ..


๖๘. บัดนั้นแขดับร้าง - - - จางรอย
ลมตื่นคลื่นฟ้าพลอย - - - ปิดหล้า
ทั้งหลับ, กลับเหมือนลอย - - - ล่วงขอบ กาลนา
แทรกร่างสู่อีกฟ้า - - - แจ่มแจ้งแสงสูรย์ ฯ

๖๙. สัญญาในจิตคล้าย - - - ยังคง
ตราประทับรูปทรง - - - แม่สร้าง
เรื่องราวอื่นจางลง - - - จนลบ สิ้นเนอ
ชุดเก่ากลับใส่ค้าง - - - อยู่คล้ายก่อนเคย ฯ

๗๐. รูปพระฝุ่นจับต้อง - - - หมองตา
รอยธูปเทียนไหม้คา - - - ที่ตั้ง
เสียงนกแว่วยินมา - - - เหมือนก่อน
บ้านเงียบดังเก่าครั้ง - - - ก่อนร้างพรากไป ฯ

๗๑. คำนึงในอกนี้ - - - ตรองการณ์
กลวงเปล่าสัญญาญาณ - - - หยุดสะท้อน
เรื่องราวแห่งวันวาร - - - เหมือนว่า ฝันเนอ
ฝันว่ายุคสมัยย้อน - - - ภาพให้แลเห็น ฯ

๗๒. คล้ายฝัน, ฝันว่าน้ำ - - - นองสาย
โอภาสแห่งจันทร์ฉาย - - - ฉาบฟ้า
ประทีปอธิษฐานราย - - - รอบถิ่น ธารแล
ณ แหล่งนั้นปะหน้า - - - หนึ่งหน้ารอถนอม ฯ

๗๓. ในฝัน, ฝันว่าหน้า - - - นวลใย
ลอยกระทงเล่นไฟ - - - ฝากน้ำ
จันทร์, พักตร์แข่งอำไพ - - - รอพิศ เพ่งนา
นวลผ่อง, ผุดผาดย้ำ - - - หยัดล้อมใจหลง ฯ

๗๔. อาดูร, หวั่นแม่ว้าง - - - วายถวิล
เฉกเชี่ยวกระแสสินธุ์ - - - ยากย้อน
เห็นแต่ฝากฝันบิน - - - เชื่อมบท แม่ฤๅ
เชื่อมบทบอกขวัญอ้อน - - - ออกรู้ปรารถนา ฯ

๗๕. พระเอยสะโรชท้อง - - - ชลธี ท่านแฮ
ทวนวัฏฏะเดือนปี - - - กลับย้อน
โอนบุญแลกสู่ศรี - - - สวาดิลูก ท่านฤๅ
เลื่อนกรอบกาลทับซ้อน - - - วกซ้ำคืนสม ฯ

๗๖. เดือนสิบสองขึ้นแปด - - - ค่ำยาม
หลับเพ่งรูปพักตร์ตาม - - - จิตต้อง
อารมณ์จดเพียงทราม- - - - สวาดิแม่ แม่เอย
ฟังเถิด, ฟังอกพร้อง - - - พร่ำถ้อยอธิษฐาน ฯ

๗๗. เดือนสิบสองขึ้นสิบ- - - - ห้าคาบ ยามนา
เทียน, ธูป, มาลย์กุมกราบ - - - พระ-เจ้า
เพ่งจิตฝ่าบุญบาป - - - ทุกบท
โอนบทสุขบทเศร้า - - - ถ่วงสิ้นกระแสสาย ฯ


.. ย้อนคืน ..


๗๘. ก่อน .. กรุ่นหอมกลิ่นแก้ว - - - กำจาย
แล้วม่านมืดค่อยสยาย - - - เยี่ยมฟ้า
จึงน้ำแตกฟองฟาย - - - โถมฝั่ง
หมุนจิตผู้อ่อนล้า - - - ดับร้างหว่างถวิล ฯ

๗๙. แดดเปรี้ยงลอดไม้เยี่ยม - - - แยงตา
ฟื้นสำนึกตรึกตรา - - - แต่ต้น
ฤๅหลงยุคเช่นครา - - - ครั้งก่อน
แปลกที่แปลกทางพ้น - - - อยู่ล้อมรอบราย ฯ

๘๐. ก้มลงกราบเทพไท้ - - - ทั่วทิศา
ผู้ผ่านฤทธิ์บัญชา - - - ช่วยเกื้อ
พระคุณนี่เหลือคณนา - - - นับสุด ท่านเอย
ขอมอบแล้วเลือดเนื้อ - - - ชีพนี้ทดแทน ฯ

๘๑. รูปหนึ่งในอกเสื้อ - - - ติดมา
ผองเพื่อนนักศึกษา - - - ร่วมชั้น
แปดคนแต่บรรดา - - - ชายชาติ
พบแม่, หมายแม่นั้น - - - พิศรู้กาลหลัง ฯ

๘๒. ดุ่มเดินผ่านหมู่บ้าน - - - เข้าถาม
เขาบอก, ย่ำเดินตาม - - - ตอบไว้
ที่นี่ป่าโมกคาม - - - เขตอ่าง ทองเนอ
เดินสู่อยุธยาได้ - - - จากนี้สองวัน ฯ

๘๒. เลาะลัดเดินเลียบเส้น - - - ทางจร
ผ่านค่ำขอพระนอน - - - พักค้าง
มุ่งทางสู่ถิ่นอร - - - เนื้ออ่อน แม่แม่
เกรงผิดยุคมา, ร้าง - - - รูปเนื้อนวลสมร ฯ

๘๓. โกกิลกรวิกเอื้อน - - - ออกเสียง
จับกิ่งยูงยางเพียง - - - พร่ำร้อง
พระลบกัลโหยเคียง - - - แขรูป เคียวนา
จับม่านหม่นคลี่คล้อง - - - ขอบฟ้าคลุมฝัน ฯ

๘๔. เรียมมาพิโยคพื้น - - - รัตนภูมิ
แผ่นอกเป็นแผ่นปูม - - - จดร้อย
หมึกจารจากนัยน์ฟูม - - - น้ำหลั่ง
บอกหนึ่งผู้แน่งน้อย - - - แน่วรู้ - คอยรอ ฯ


.. แผ่นดินพระเอกาทศรถ พศ.๒๑๕๔ ..


๘๕. ถามพระ, พระบอกให้ - - - รู้ความ
ปีเคลื่อนเดือนคล้อยยาม - - - กลับย้อน
หมดสิ้นม่านคุกคาม - - - แคว้นเขต
ต่อยุคพระเอกาฯ ซ้อน - - - กลับซ้ำอีกหน ฯ

๘๖. พรายพรายพระธาตุเจ้า - - - เจียรสูรย์ แจ่มแฮ
สามโลกรับจำรูญ - - - ค่ำเช้า
เจดีย์ยอดชี้ปูน - - - โปรดสัตว์
บอกมรรคาทวนเศร้า - - - โศกร้อนกร่อนระรุม ฯ

๘๗. ศาลาเอนกสร้าง - - - แสนเสา โสดแฮ
ธรรมข่มใจมืดเมา - - - หมดสิ้น
พระมาศเลื่อมเลื่อมเงา - - - งำอก ใจเอย
งำอกใจเดือดดิ้น - - - ดับร้อนทารุณ ฯ

๘๘. ตระการหน้าวัดแหว้น - - - วังพระ
บวงบำรุงสัจจะ - - - จบไหว้
ร่มธรรมรูปพุทธะ - - - สถิตอยู่
จิตต่างดวงดอกไม้ - - - เพ่งน้อมประนอมคะนึง ฯ

๘๙. กุฎียกยอดช้อย - - - ชูทาง
บอกวัตรเข้าขัด, ขวาง - - - ขวากร้อน
เรือนรัตน์ภิรมย์ปรางค์ - - - ปราสาท
เหลื่อมระยับแสงย้อน - - - เยี่ยมท้าทรมาน ฯ

๙๐. อยุธยายศท่วมทั้ง - - - ธานินทร์
งามดั่งนาครอินทร์ - - - เอี่ยมฟ้า
แสนโกฏโสตอาจยิน - - - เสียงอยู่
ธรรมเปล่งเสียงกล่อมหล้า - - - หล่อล้อมใจเมือง ฯ

๙๑. อยุธยาไพโรจน์ไต้ - - - ตรีบูร
ไตรรัตน์จำรัสจรูญ - - - ร่วมพ้อง
บัลลังก์ร่มไพบูลย์ - - - บาลบ่ม ชนแฮ
เย็นศิระอุระต้อง - - - ตอบรู้อภิรมย์ ฯ

๙๒. ยามพลบเสียงกึกก้อง - - - กาหล แม่ฮา
ซอ, กรับ, รับฉิ่งปรน - - - โสตรู้
โคลงกลอนกาพย์ระคน - - - ครวญขับ
ขับกล่อมทรวง, กล่อมชู้ - - - ชื่นล้ำคำเกษม ฯ

๙๓. ป่านนี้แก้วข้าตื่น - - - ฤๅหลับ อรเอย
นอนนั่งฉันใด, พรับ - - - เนตรเฝ้า-
คอยเรียมวกย้อนกลับ - - - คืนสู่
คอย-สู่, อยู่ค่ำเช้า - - - อาจรู้ฤๅสมร ฯ

๙๔. ป่านนี้รูปแน่งน้อย - - - เกลาองค์ อยู่ฤๅ
ตั้งกระดานชนวนลง - - - จดถ้อย
ฤๅมุ่งเพลาะผ้าผจง - - - จับจีบ
ใจเล่าเจ้าจักคล้อย - - - อยู่ข้างเรียมไฉน ฯ

๙๕. ดวงเดียวบัวมาศแพ้ - - - พิมทอง พี่เอย
เรียมบ่หลับไหลครอง - - - ค่ำนี้
หวังเดียวแม่, แม่มอง - - - หาอยู่
อยู่ออดอ้อนชวนชี้ - - - ชิดเนื้อโอบถนอม ฯ

๙๖. ยามดึกเดือนเด่นฟ้า - - - แฝงโพยม
นึกนุชแอบแฝงโฉม - - - บ่าวใช้
พักตร์งามจักงำโลม - - - เล้ารูป ได้ฤๅ
แววประหม่าแม่มอบไว้ - - - กระหวัดล้อมใจหลง ฯ

๙๗. มุ่งมาสายสวาดิเนื้อ - - - เนาทรวง
ตามสิทธิ์คำสัตย์บวง - - - บอกไว้
วอนเทพประเทียบทวง - - - ฤทธิ์กล่อม แม่นา
กล่อมแม่, ทรวงแม่ให้ - - - ห่วงรู้คอยเรียม ฯ

๙๘.จรลิ่วไต้ฟ้าต่ำ - - - เตือนยาม
โหยบ่เห็นหน้าทราม- - - - สวาทแก้ว
เลือดตายิ่งฝนลาม - - - หล่นโลก แม่เอย
ท่วมจิตจมมิดแล้ว - - - จากร้อนแรงถวิล ฯ

๙๙. อาสูรศรีสวัสดิ์สร้อย - - - สาวสวรรค์ กูเอย
ใคร่จักกล่อมทรวงขวัญ - - - ฝากอ้อน
เรียมใฝ่รอบกัปกัลป์ - - - เวียนกลับ แม่แม่
ใฝ่รอบกาลกลับย้อน - - - เยี่ยมหน้าพะนอนวล ฯ

๑๐๐. เวียนรำลึกแล้วหลับ - - - ใหลฝัน รูปเนอ
ย่อมรูปสมบูรณ์จันทร์ - - - แจ่มหน้า
ละเมอรับรองขวัญ - - - ฝากสวาดิ
ดื่มด่ำด้วยรสฟ้า - - - สั่งฟ้าโรยริน ฯ

๑๐๑. หลังมองโฉมแม่แต้ม - - - ติดตา
รูปพักตร์นงโพธพา - - - ผ่าวไส้
ดาลระลอกกระแสกา - - - เมศมุ่ง ขวัญเฮย
มุ่งกระเวนทรวงไหม้ - - - หมื่นร้อนทรมาน ฯ

๑๐๒. คำนึงฤๅว่างเว้น - - - นาที
จวบรอบสุริเยศลี- - - - ลาศคล้อย
เสนาะเสียงสุโนกมี - - - มากล่อม
กลว่าเสียงแน่งน้อย - - - เอ่ยน้อมประนอมนัย ฯ

๑๐๓. สัญญาเก่ากลับย้อน - - - มาเยือน
นี่วัด, โน่นวังเตือน - - - ตอบรู้
สองฝั่งฟากคลองเหมือน - - - เคยผ่าน
กับพี่ชาย, โพธผู้ - - - เพียบพร้อมลำเพาเพ็ญ ฯ

๑๐๔. มุ่งสู่อาวาสครั้ง - - - เคยนอน
หมายกราบพระท่าน, วอน - - - วากย์ชี้
ถามข่าวพี่อัปสร- - - - สายสวาดิ
ผู้ผูกใจหนึ่งนี้ - - - แน่นแฟ้นเกินฝืน ฯ

๑๐๕. ถึงวัดดอกไม้หอบ - - - หอมหา
ร่ำรำเพยลมพา - - - อยู่พร้อม
นึกกระแจะจันทน์สุดา- - - - ดวงแม่
กลกลิ่นรสแม่ล้อม - - - กักล้อมใจเรียม ฯ

๑๐๖. คำนึงมาโนชน้อง - - - ฤๅวาย
แต่ตรู่เช้าตราบสาย - - - เที่ยงแล้ว
ตากตนประดาษดาย - - - อยู่เดี่ยว แม่เอย
หวั่นหวั่นตาจักแคล้ว - - - คลาดรู้รูปถวิล ฯ

๑๐๗. สบผู้กอปรวัตรไว้ - - - หว่างธรรม
ผู้กอปรกิจด้วยสัม- - - - มะมรรคพร้อม
แววตาสบเก็บงำ - - - ฉงนอยู่
ราวแปลกหน้า, ผู้น้อม - - - นบไหว้หนักหนา ฯ

๑๐๘. ไหว้พระเถิดพ่อ, แม้น - - - มงคล
ให้พระเตือนตาตน - - - สติรู้
ทันทุกข์ทุกครั้งหน - - - ที่แห่ ห้อมนา
ไว้เช่นเรือรอกู้ - - - ชีพพ้นมิจฉะกระแส ฯ

๑๐๙. แปลกตาแปลกหน้าแปลก - - - อาภรณ์
ฤๅพ่อมาจากตอน - - - ต่างด้าว
กิจใดเล่าจึงจร - - - มาอยุธ ยาฮา
มาพ่อมา, หาข้าว - - - กับน้ำกินเอา ฯ

๑๑๐. กินอิ่ม, พระบอกรู้ - - - เรื่องราว
นี้- ยุคเก่ากว่าคราว - - - ก่อนนั้น
กาลต่างใช่ว่ายาว - - - นานนัก
สองขวบปีก่อน, ครั้น - - - พบ-คล้ายเพิ่งเห็น ฯ

๑๑๑. แล้วอีกผู้หนึ่งนั้น - - - เป็นไฉน
จักผุดผ่องยองใย - - - แรกแย้ม
เติบเต็มรูปอำไพ - - - งามอยู่ ฤๅแม่
คิ้วปากคางจมูกแก้ม - - - จักเกลี้ยงเกลาหรือ ฯ

๑๑๒. คืนจันทร์เพ็ญภาสครั้ง - - - ก่อนยาม
ตองจีบประทีปลาม - - - หลากน้ำ
ครั้งนั้นเนตรใครวาม - - - วับอยู่
ให้อีกอกรื่นล้ำ - - - จากชม้อยเมียงเมิน ฯ

๑๑๓. ยอมตนอยู่ใต้ร่ม - - - ใบบุญ
หมายสืบละม่อมละมุน - - - แม่แล้ว
แท้เทียวพระการุณ - - - รับตอบ
คงพบพี่ชายแก้ว - - - เมื่อย้อนมาเยือน ฯ

๑๑๔. รู้การณ์รู้กล่าวรู้ - - - รอคอย
อีกไม่นานรูปรอย - - - จักรู้
ร่วมเถิด, รื่นรมย์พลอย - - - ผ่อนอยู่ ไฉนนา
ร่วมเรื่องราวข่าวชู้ - - - ชื่นรู้เถิดหรือ ฯ


.. พศ.๒๑๕๖ .. เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม ..


๑๑๕. รุ่งสางรังสิมะผ้าย - - - พลังขุม
วันพระ, แถวพระกุม - - - บาตรก้าว
ริมทางท่วมด้วยสุม- - - - ะนัสจิต พร้อมนา
หมายร่มธรรมช่วยน้าว - - - จิตรู้อภิรมย์ ฯ

๑๑๖. โกสุมหอม,กับ,ข้าว - - - ถือรอ
เอื้อมใส่บาตรผู้ขอ - - - อ่อนน้อม
สำรวมจิตโน้มคอ - - - ก้มต่ำ
รูปหนึ่ง,โสตหนึ่งพร้อม - - - กล่าวถ้อย,สดับธรรม ฯ

๑๑๗. เสร็จสิ้นโปรดสัตว์ผู้ - - - ยังเพลิน โลกแน
สาธุการจำเริญ - - - ร่ำอ้าง
ทางพระ,พระดำเนิน - - - ตรงแน่ว
ทางโลก,โลกจักล้าง - - - ทุกข์ร้อนฤๅสลาย ฯ

๑๑๘. ตามพระ, ผ่านผู้เลิศ - - - รูปลักษณ์
แรกรุ่นลำเพาพักตร์ - - - ผ่องล้ำ
ราวหัตถ์ทิพจำหลัก - - - รูปสู่ โลกเฮย
ตรึงอกตามตอกย้ำ - - - สุดเขยื้อนขยับยล ฯ

๑๑๙. จีวรปลิวปัดล้อ - - - แรงลม
พร้อมปัดปลิวเส้นผม - - - หนึ่งผู้
ขันข้าวอีกเนตรคม - - - คอยอยู่
คอยพระ,คอยตารู้ - - - รูปเนื้อรอยนวล ฯ

๑๒๐. ของถวายจีบจับเอื้อม - - - เอาวาง
นาสิกเสี้ยวนวลปราง - - - โผล่เร้น
พระจำพรากสู่ทาง - - - ควรที่ พระนา
ตาหนึ่งจักพรากเว้น - - - ว่างพ้นรูปไฉน ฯ

๑๒๑. งามภาคงามพักตร์พ้น - - - พรรณนา
งามท่วงทีกิริยา - - - อ่อนช้อย
รูปเอยแทรกลงตา - - - สุดต่อ ต้านแน
สุดต่อต้านเนตรชม้อย - - - แม่ชม้ายชายเมียง ฯ

๑๒๒. รอคอยวันพระหน้า - - - แม้นนาน
ใช่ชั่วกัลปาวสาน - - - จากแก้ว
เพียงต้องข่มทรมาน - - - ระทมอยู่ ใจเอย
หมายภพชาตินี้แล้ว - - - บาปแล้วคืนครอง ฯ

๑๒๓. อกเอยอุโฆษครื้น - - - เกินควร
เหมือนรื่นรมย์เริงขบวน - - - บุกเร้า
ที่ถูกย่อมต้องทวน - - - ธรรมบท
กลับถูกรูปยั่วเย้า - - - ยุดให้คอยหา ฯ

๑๒๔. ตาหนึ่งรูปหนึ่งพ้อง - - - พาสนา
ฤๅจักร่วมมรคา - - - คู่ข้าง
วิญญาณจักขุพา - - - พะนอรูป แม่แม่
จบรูป, จิตล่องคว้าง - - - ฝากฟ้ากระซิบขวัญ ฯ

๑๒๕. ข้าว, ใจ, ช่อดอกไม้ - - - ล้วนหอม
รอบาตร, จึงใครยอม - - - เยี่ยมหน้า
ข้าว, มาลย์มอบผู้ออม - - - อัตภาพ แม่นา
แลกอกใจวุ่นว้า - - - ฝากไว้ทรวงสมร ฯ

๑๒๖. คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำวาง
ทำอีกใจริมทาง - - - ทุกข์ร้อน
เกรงบุญช่วยบังพราง - - - ผูกจิต ใครนา
หวั่นเนตรปลาบไม่ช้อน - - - ฉ่ำซึ้งขึ้นผสาน ฯ

๑๒๗. จีวรพระพลิกพลิ้ว - - - พะนอลม
เมื่ออกหนึ่งพะนอคม - - - เนตรค้อน
ธรรมสัจจ์และรูปสม - - - รอสืบ เสาะนา
สืบบท, เสาะหวานย้อน - - - อยู่เลี้ยงอาลัย ฯ

๑๒๘. เค้าหน้าพิมพ์นุชน้อง - - - จมื่นศรี
กอปรแช่มช้อยท่วงที - - - เท่าย้ำ
ชั่วยามชั่วพระลี - - - ลาศหยุด
คือชั่วชื่นรื่นล้ำ - - - ล่วงเค้นใจใคร ฯ

๑๒๙. ทุกรอบวันพระพ้อง - - - พบกัน
ตาสบ, ใจผูกพัน - - - อยู่พร้อม
ดอกไม้ธูปเทียนบรร- - - - ดาบท ธรรมเนอ
ร่วมรูปใจแนบน้อม - - - ก่อเนื้อนาบุญ ฯ

๑๓๐. คร่ำเคร่งคอยเร่งรู้ - - - ลายสือ
เขียนอักษรลายมือ - - - อ่านได้
โคลงฉันท์หมั่นฝึกปรือ - - - วางประโยค
คำพจน์เขียนฝากไว้ - - - หว่างย้อนบุพสยาม ฯ

๑๓๑. สองขวบปีผ่านพ้น - - - คาบยาม
เดือนสิบสองน้ำลาม - - - หลากแล้ว
โคมสรวงส่องแสงวาม - - - สว่างอยู่
ใจหวั่น, หวั่นจักแคล้ว - - - คลาดเนื้อรอยนวล ฯ

๑๓๒. คล้ายดั่งรอบวัฏฏ์ย้อน - - - ตายล
ทุกที่ทางเหมือนวน - - - วกซ้ำ
ฝูงชนทั่วตำบล - - - เดินไขว่
ภาพเก่าที่ท่าน้ำ - - - รอบล้อมเช่นเดิม ฯ

๑๓๓. ดาวเกลื่อนเดือนก่ำคล้าย - - - โคมแขวน
ลอยรูปอำไพแดน - - - เด่นฟ้า
ใครหนึ่งนั่งวอแหน - - - รูปแห่ งามเฮย
งามยิ่งงามเช่นหน้า - - - หนึ่งนี้มีไฉน ฯ


.. งานแผ่นดิน ..


๑๓๔. รูปการณ์พารู้จัก - - - จมื่นศรี
ร่วมผูกพันไมตรี - - - พวกพ้อง
ช่วยเหลือร่วมงานมี - - - ท่านมอบ หมายฮา
ช่วยพี่หมายชิดน้อง - - - รูปเนื้อควรถนอม ฯ

๑๓๕. จมื่นศรียุคท่านไท้ - - - พระทรง ธรรมเฮย
เป็นพระยาศรีวรวงศ์ - - - ว่านเชื้อ
พระ-วานหยั่งเสียงองค์ - - - หน่อราช เหมาะฤๅ
เสียงตอบรับไม่เอื้อ - - - ตรัสให้ช่วยสนอง ฯ

๑๓๖. ฝากฝังโอรสไว้ - - - ในมือ ท่านนา
ทรงมาดมั่นเชื่อถือ - - - พวกพ้อง
ราชองค์ต่อไปคือ - - - พระเชษ ฐาแฮ
จึงจัดการให้ต้อง - - - ตรัสใช้-บัญชา ฯ

๑๓๗. เดือนอ้ายแรมเจ็ดคล้อย - - - ค่ำยาม
พระสู่สวรรคตตาม - - - เหตุต้อง
รุ่งเช้าท่านแจ้งความ - - - ตามรับ สั่งเนอ
เชิญพระเชษฐ์แซ่ซ้อง - - - สู่เบื้องบัลลังก์ ฯ

๑๓๘. ครั้งนั้นท่านสั่งให้ - - - จับกุม
ผู้คัดค้าน, ก่อทุม- - - - ะนัสไท้
พระยาศรีสั่งให้คุม - - - ไปประหัต สิ้นนา
ริบทรัพย์สมบัติไว้ - - - แจกผู้ร่วมการณ์ ฯ

๑๓๙. เกริกก้องเกียรติยศคล้าย - - - กลองประโคม
สมุหพระกลาโหม - - - อาชญ์ล้ำ
ดั่งระลอกคลื่นโถม - - - ทักฝั่ง
ดินอ่อนริมฝั่งน้ำ - - - จักต้านทานไฉน ฯ

๑๔๐. ครั้นราชผ่านภพได้ - - - ปีเศษ
หลงบทบาทเป็นเหตุ - - - ล่มล้าง
ราชันย์สำแดงเดช - - - โดยไม่ ตระหนักเนอ
ว่าร่มฉัตรนั้นสร้าง - - - เสกด้วยผู้ใด ฯ

๑๔๑. ถึงกาลมรณะม้วย - - - มารดา
งานศพเจ้าพระยา - - - จัดให้
ขุนนางอำมาตย์ดา- - - - หน้าร่วม งานเนอ
งดกิจเข้าเฝ้าไท้ - - - ธิราชกริ้วหนักหนา ฯ

๑๔๒. เจ้าพระยาขบถแล้ว - - - หรือไร
จึงเพิกเฉยเรื่องใน - - - ฝ่ายนี้
ส่งแกล้วสั่งความไป - - - บอกพระ ประสงค์นา
รับสั่งให้มาชี้ - - - กล่าวแก้ข้อหา ฯ

๑๔๓. ทอดตัวเข้ารับใช้ - - - ราชันย์
กลับเคลือบแคลงต่อกัน - - - เช่นนี้
จำกูจักขบถพลัน - - - ตามพระ ประสงค์เวย
ลืมเถิดเรื่องก่อนกี้ - - - แต่นี้คอยดู ฯ

๑๔๔. คุมพลยกพวกล้อม - - - เวียงวัง
บุกยึดราชบัลลังก์ - - - ล่มล้าง
ชีพพระเชษฐ์เด็ดฝัง - - - ฝากปัถ วีนา
ยกอนุชาธิราชอ้าง - - - ออกขึ้นนั่งเมือง ฯ

๑๔๕. ชีพเอยเคยปกป้อง - - - มาเปลือง
สำเหนียกฤๅนองเนือง - - - เลือดเนื้อ
มาหวาดระแวงเคือง - - - ใจขุ่น
จำจักป่นชีพเชื้อ - - - ชดใช้โอหัง ฯ

๑๔๖. หมายโศกหมดสิ้นจาก - - - ใจอร
แต่เมื่อศพมารดร - - - ดับไหม้
คงเหลือ-บ่วงอาวรณ์ - - - วางอยู่
รอผูกคล้องใจให้ - - - ห่วงละห้อยคอยเห็น ฯ

๑๔๗. ชำนะ-อำนาจน้อม - - - นำวาง
พันหมื่นแสนยอพยางค์ - - - ยกซ้อง
ใครเล่าจักคอยขวาง - - - ฝากคิด
เห็นแต่รู้ร่ำร้อง - - - ร่วมสร้างสรเสริญ ฯ

๑๔๘. อาทิตย์วงศ์หน่อเชื้อ - - - ราเชนทร์
สิบขวบปีคอยกระเวน - - - เล่น-ร้อง
พี่เลี้ยงช่วยกันเกณฑ์ - - - เข้ากล่อม เสวยนอ
จนทุกเสียงร่วมพ้อง - - - ฉุดพ้นบัลลังก์ ฯ

๑๔๙. ขุนนางอำมาตย์น้อม - - - ใจประนัง
เชิญท่านรับฝากฝัง - - - แว่นแคว้น
ยกขึ้นสู่บัลลังก์ - - - ร่มฉัตร
ร่วมจิตใจแน่นแฟ้น - - - ฝ่ายไท้ทังสถาน ฯ

๑๕๐. ทรงพระนามพระเจ้า - - - ปราสาท ทองแล
เช่นพระสุรีย์โอภาส - - - แผดร้อน
เข่นปวงศัตรูปราศ - - - ชีพป่น
เกินคิดอ่านสุมส้อน - - - เล่ห์ร้ายตลบหลัง ฯ

๑๕๑. ใครหนึ่งคอยใฝ่เฝ้า - - - ฝากฝัน
เหมือนว่าห่างไกลกัน - - - ยิ่งแล้ว
พี่ชายเช่นราชันย์ - - - แคว้นเขต
พาหวั่น, หวั่นรูปแคล้ว - - - คลาดพ้นวาสนา ฯ

๑๕๒. ตัดใจกราบบาทไท้ - - - ทูลความ
ว่าภักดีนงราม - - - สุดรั้ง
หวังพระเมตตาตาม - - - เอื้อตอบ พระนา
รักแม่แต่เมื่อครั้ง - - - แรกครั้งพบเห็น ฯ

๑๕๓. นิ่งฟัง, งัน, เงียบไท้ - - - ธิราชตรอง
ตัวเปล่าไร้คนครอง - - - คู่ข้าง
ซื่อสัตย์ภักดี, มอง - - - เห็นอยู่
ร่มฉัตรเคยร่วมสร้าง - - - นอบเกล้ากรถวาย ฯ

๑๕๔. ทีท่าข้างนุชน้อง - - - ขนิษฐา
ดูตอบรับเสน่หา - - - อยู่พร้อม
คงร่วมบาตรกันมา - - - ชาติก่อน
สบรูปจึงสื่อน้อม - - - นอบรู้อธิษฐาน ฯ

๑๕๕. เอ็นดูขนิษฐ์น้อง - - - คำนึง พระเอย
ศรรักปักอกตรึง - - - ต่างรู้
บ่วงบาศก์อาจตัดรึง - - - รัดออก เจ้าเอย
บ่วงสวาดินั่นสุดกู้ - - - กร่อนให้ขาดหาย ฯ

๑๕๖. ครั้งนั้นธิราชใช้ - - - บัญชา
มอบมิ่งแก้วขนิษฐา - - - ท่านให้
อวยเกียรติศักดิ์ยศถา - - - ประทานเทียบ แม่นา
ตกแต่ง, ห้องหอ-ไท้ - - - ท่านเอื้ออำนวย ฯ

๑๕๗. กอปรบุญกราบบาทไท้ - - - จอมสยาม
ปีติอภิรมย์ลาม - - - โลกแล้ว
โลกผู้รูปงดงาม - - - งำอยู่
งำอยู่เกินจักแคล้ว - - - คลาดแม้นโมงยาม ฯ

๑๕๘. สู่หน้า, กุมกอดเนื้อ - - - นวลถนอม
เอื้อมอาจเกินอดออม - - - อกแล้ว
หอมเอยเมื่อพะยอม - - - ยอกลิ่น
กลิ่นนิ่มเนื้อนางแก้ว - - - ผ่าวล้อมใจหลง ฯ

๑๕๙. ผ่าวผ่าวดวงมนัสร้อน - - - รมสกนธ์
นาสิกจ่อมจำนน - - - นุ่มเนื้อ
หอมกรุ่นกลิ่นสุคนธ์ - - - คลายคลี่
คลี่กลิ่นคลายอุ่นเอื้อ - - - ออกเฝ้าแหนขวัญ ฯ

๑๖๐. แผ่วไล้, พรรณอ่อนเกลี้ยง - - - เกลาทรง
ใจจ่อมปากจบบง- - - - กชเคล้า
เรณูหยาดหวานลง - - - หลามเขื่อน ฟ้าเนอ
ให้ตฤปหอม, หวาน-เร้า - - - เร่งรู้แรงถวิล ฯ

๑๖๑. ครืนครืนใช่ฟ้าคร่ำ - - - อกครวญ
แว่วบอกความรัญจวน - - - ออกรู้
นาภีแผ่นพลิ้วอวล - - - ออสวาดิ พี่แม่
ออทราบโสมนัสชู้ - - - อยู่ช้าเวียนชม ฯ

๑๖๒. ปลาบเปรี้ยงผ่านเมฆคลุ้ม - - - คลั่งประโคม
แว่วแต่เมื่อมือโลม - - - ลูบเนื้อ
ลมหาว, สวาดิโหม - - - เหิมระลอก
พาผ่าวร้อน, โชนเชื้อ - - - อยู่เชื้อเชิญประชัน ฯ

๑๖๓. หวีดหวิววาตะห้อม - - - ตลบหาว
พัดกระพือเดือนดาว - - - ดับร้าง
เมฆหม่นวิชชุวาว - - - วาบวิ่ง กระหึ่มเนอ
ก่อนเม็ดฝนหล่นคว้าง - - - พรากฟ้าโซมฝัน ฯ

๑๖๔. ครวญครืนฟ้าค่ำคล้าย - - - คลั่งฝน
ล่อพยุทะยานพล - - - พล่านฟ้า
วิเชียรวิโรจนะจล- - - - ะนะกึก ก้องแฮ
ตระหนกอกวุ่นว้า - - - หว่างเนื้อแนบทรวง ฯ

๑๖๕. ชวาลวชิระเฟื้อย - - - เฟ็ดโพยม
แต่เมื่อใครรับโจม - - - จบเนื้อ
คร่ำครวญคระโหยโหม - - - เหิมออก โอษฐ์แม่
ร่วมสำเริงราคเชื้อ - - - เร่งชู้บำรูโฉม ฯ

๑๖๖. สุชลกลางช่วงเชื้อ - - - โชติวิเชียร
ละหยาดละหยดเจียน - - - จบแล้ว
แนบสนิทเสน่ห์เนียน - - - นวลแน่ง จบฤๅ
เมื่อผ่าวพรรณะผ่องแผ้ว - - - กระเพื่อมพลิ้วปลิวผืน ฯ

๑๖๗. พระพายพะพลิ้วผ่าน - - - ผันขบวน
คลอคลื่นฝน, คร่ำครวญ - - - ข่มละห้อย
แว่วหวีดกลบหวีดอวล - - - อึงแต่ ลมฮา
ก่อนกระซิกระส่ำสร้อย - - - ซาบรู้ฟูภิรมย์ ฯ


.. ชั่วฟ้าดินดับ ..


๑๖๘. หยิบรูปจากอกเสื้อ - - - อวดศรี
หวังแม่เห็นไมตรี - - - เพื่อนพ้อง
งัน, เงียบ, เนตรแม่มี - - - มองสบ
พลัน..กฎเกณฑ์สวรรค์ฟ้อง - - - ฝากให้ตาเห็น ฯ

๑๖๙. รูปตนเคยซีดร้าง - - - จางรอย
กลับแจ่มชัดให้พลอย - - - เพ่งซ้ำ
รูปเพื่อนอีกเจ็ดคอย - - - แม่สบ อยู่นา
ครั้นสบ..แสงวาบย้ำ - - - รูปสิ้นเลือนสูญ ฯ

๑๗๐. เพียงตน, เหลือรูปให้ - - - แม่เห็น
เหลือหนึ่ง, ทำอกเย็น........วาบแล้ว
วงวัฏฏ์กัปกัลป์เข็น - - - ขวางคั่น ไฉนนา
จึงวาบแสงขวางแก้ว - - - กีดข้ามยุคสมัย ฯ

๑๗๑. หลังใจมั่นอยู่ด้วย - - - ดวงสุดา
ตรึงกรอบกาลเวลา - - - หยุดหนิ้ง
ลบนิมิตแห่งสัญญา - - - ยามก่อน
ลบทุกผูกพัน, ทิ้ง - - - ถ่ายพ้นจินตพิสัย ฯ

๑๗๒. โลกเก่าจักค่อยคล้อย - - - เลือนหาย
ทุกร่องรอยลบกลาย - - - กลบรู้
เพื่อนญาติพ่อแม่คลาย - - - จำ-คิด สิ้นเนอ
เหมือนไม่เคยมี, ผู้ - - - ผ่านย้อนบุพสยาม ฯ

๑๗๓. พิศแม่ยากฝ่าข้าม - - - ยุคสมัย
คือเงื่อนเหตุปัจจัย - - - บอกแจ้ง
หนึ่งร่างหนึ่งรูปนัย - - - สมัยหนึ่ง
กฎแห่งกาลยากแย้ง - - - ขยับให้เบนหนี ฯ

๑๗๔. อุ่นอยู่กลางอ้อมกอด - - - ในกาล
ร่วมหล่อหลอมวิญญาณ - - - อยู่-ยั้ง
ร่างแอบจักอุ่นนาน - - - นิรันดร์อยู่ แม่เอย
แม้นขอบฟ้าเหนี่ยวรั้ง - - - พรากร้าง-ขอขืน ฯ

๑๗๕. กำลูนมาเลศสร้อย - - - ทรามสงวน พี่เอย
อกหนึ่งรอพักตร์ซวน - - - ซบอ้อน
รอเนื้อนิ่มแขนนวล - - - เหนี่ยวโอบ รอบแม่
รอเกลือกแก้มเนตรช้อน - - - ฉ่ำซึ้งแววผสาน ฯ

๑๗๖. กฤษฎางค์ชุลิตน้อม - - - นอบกร
ปรุงภาษเป็นอนุสรณ์ - - - สืบไว้
สองใจตราบม้วยมรณ์ - - - ขอมั่น รักนา
อย่าจืดจางร้างได้ - - - ชั่วฟ้าดินสมัย ฯ




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2555
4 comments
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 13:21:55 น.
Counter : 798 Pageviews.

 


สดายุ...

๑๗๕. กำลูนมาเลศสร้อย - - - ทรามสงวน พี่เอย
อกหนึ่งรอพักตร์ซวน - - - ซบอ้อน
รอเนื้อนิ่มแขนนวล - - - เหนี่ยวโอบ รอบแม่
รอเกลือกแก้มเนตรช้อน - - - ฉ่ำซึ้งแววผสาน ฯ

แม่"ทรามสงวน" คงชื่นใจนัก..ที่"มาลัยคำ"งดงาม..
หลั่งไหลออกมาอย่างชดช้อย อ่อนหวาน อาลัยรัก..ได้ถึงขนาดนี้ และ รวดเดียว..วันเดียว จบ..

ใครมาอ่าน ย่อม เห็น ฝีมือ..
"อกหนึ่ง" คงต้องรอ..หลาย"พักตร์ซวน - - - ซบอ้อน"แล้วล่ะ

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.31.133 29 สิงหาคม 2555 3:42:31 น.  

 


ดายุ..

ปกติมินตราจะใช้ google chrome เวลาเปิดเวป
ตอนนี้ จะมีสีแสงเข้มแล้วตัวอักษรในเนื้อความของโคลงฉันท์กาพย์กลอน จะมืดหมด อ่านไม่ได้..กรุณาตรวจสอบนะคะ

นี่ใช้ระบบInternet Explorer เข้ามา จึงอ่านตัวอักษรได้ค่ะ

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.24.93 30 สิงหาคม 2555 13:44:01 น.  

 

มินตรา

ตัวหนังสือยังมืดอยู่หรือเปล่า .. บอกหน่อย

 

โดย: สดายุ... 30 สิงหาคม 2555 19:19:16 น.  

 


ดายุคะ

ตัวหนังสือเป็นสีดำชัดเจน บนพื้นขาวค่ะ ไม่มีสีสวยสวยอีกแล้ว
(ในกรณีที่ใช้google chrome นะคะ)
แค่นี้ก็พอใจแล้วค่ะ เพราะต้องการเข้ามาเสพ วรรณศิลป์

ส่วนในระบบInternet Explorer เป็นสีสรร สวยงาม ตัวอักษรสีขาวเด่นชัดบนพื้นสีกรมท่า

ที่ยังคงเดิมคือ:
"๖๒. จำหลักในจิตล้วน - - - อาวรณ์
จักเหนี่ยวดึงถอดถอน - - - ยากแท้
ดั่งนทีสิทันดร - - - ดึงร่าง
ลอยล่วงห้วงวัฏฏ์แม้ - - - มอดม้วยยังหมาย ฯ"

ฮึ..ฮึ..

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.24.93 30 สิงหาคม 2555 21:47:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 148 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.