Group Blog
 
<<
เมษายน 2562
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
11 เมษายน 2562
 
All Blogs
 

O ศรัทธาวิปริต .. O



.
.



ภาพนี้มี 2 ประเด็นที่จะพูดถึง ..
1. ชาติพันธุ์ - ผิวดำแบบมิลักขะ แต่มีดวงตาสีฟ้าตามแบบอารยัน
.
เพราะมิลักขะ ที่อพยพมาจากแอฟริกาและอยู่อาศัยมาก่อนนับนานจนกลายเป็นชนพื้นเมืองกระจัดกระจายอยู่ทั่วชมพูทวีปมาก่อนแล้ว .. พื้นที่ทั้ง อินเดีย ปากีสถาน อาฟกานิสถาน บังคลาเทศ เนปาล สิกขิม รวมทั้ง ศรีลังกาตอนใต้ เพิ่งมาแยกกันเมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี่เอง - แต่ก่อนหน้านั้นก็เป็นแผ่นดินชมพูทวีปเดียวกัน
.
รามายณะ หรือ รามเกียรติ์ เป็นวรรณกรรมของ อารยัน aryan ฝรั่งอ่าน แอเรี่ยน-"แอ-รี-อาน" (ตัว Y เป็นพยัญชนะที่มีลักษณะพิเศษในตัว โดยเป็นสระ "อี" หรือ "ไอ" ได้ด้วย - style system .. ect) .. เรื่องนี้ มิลักขะรับบท ยักษ์ ตัวดำ หน้ากร้อ คอสั้น ผมหยิกหยอย .. และอารยัน รับบทมนุษย์ เทพ ผิวขาว ร่างสูง ตาสีเขียว สีฟ้า ผมทอง-แดง
.
มหาภารตะยุทธ เป็นวรรณกรรมของอารยันอีกเรื่อง ที่แสดงปรัชญาการดำเนินชีวิตผ่านวรรณกรรม เป็นเรื่องราวการรบกันเองภายในเผ่าพันธุ์อารยัน อันครอบครอง มหาชนบททั้ง 16 แคว้นอยู่ในเวลานั้น
.
.

.
.
สังคมอารยัน กำหนด เอามิลักขะ ลงเป็นชนชั้นวรรณะศูทร เพื่อให้ทำกสิกรรม หรือ แรงงาน ส่วนพวกอารยันเองนั้น มี 3 วรรณะคือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ - คือ นักปราชญ์ นักรบ และพ่อค้า
.
หาก อารยัน แหกคอกไปผสมข้ามสายพันธุ์กับ มิลักขะ - ลูกที่เกิดมาจะถูกลดชั้นลงเป็น จัณฑาล อันต่ำกว่า ศูทร และต่ำสุดในสังคม
.
นางแบบผิวดำมีดวงตาสีฟ้า - ตามหลักพันธุกรรมของเมนเดล อันว่าด้วยลักษณะเด่นด้อย ที่จะแฝงเร้นอยู่ในยีนส์ และสำแดงผลในรุ่นหลังบางคน .. ผู้นี้น่าจะเกิดจากสายเลือดอารยันในตัวอยู่มีอยู่และส่งผลมาที่ตัวนางแบบพอดี
.
.
2. ศาสนา - เธอเสียชีวิต โดยรัฐบาลบังคลาเทศแจ้งว่า ฆ่าตัวตาย แต่ทางครอบครัวโดยเฉพาะพี่ชายและพ่อไม่เชื่อ .. แต่คิดว่าเป็นการฆาตกรรมโดยมุสลิมหัวรุนแรง จากการที่นางแบบคนนี้มีการแสดงออกถึงการยอมรับในสิทธิของคนที่จะไม่เชื่อในพระเจ้า
.
รวมทั้งโดยอาชีพนางแบบ การแต่งกายจึงไม่ปกปิดเนื้อตัวมากนัก จึงเป็นที่มาของการทำร้ายจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ที่ไม่อาจยอมรับการเปิดเผยเนื้อตัวของผู้หญิงมุสลิมได้
.
การก้าวล่วงไปในสิทธิของผู้อื่นที่จะมีศรัทธาที่ต่างจากตน นี้มีมากในเหล่ามุสลิม อย่างชัดเจน
.
ศรัทธาแบบนี้จึงต้องบังคับ ข่มขู่ ให้เชื่อ ให้ทำ เหมือนที่ตนเองเห็นด้วยเท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำร้าย และอาจถึงขั้นกระทำฆาตกรรมได้เลยทีเดียว
.
ศรัทธาที่ไม่อาจยอมรับความแตกต่างนี้ เรียกว่า ศาสนาแห่งความริษยาลัทธิ .. อันเป็นที่มาของความอ่อนไหวในความเชื่อของตนสูงมาก
.
อะไรเล่าทำให้คนอ่อนไหวในศรัทธาของตน จนไม่อาจรับการกระทบจากการรับรู้ในศรัทธาอื่นที่แตกต่างไปได้ ?
.
ศรัทธาที่ขาดความมั่นคง - ย่อมอ่อนไหว อ่อนเอน และกลัวการวิพากย์จนถึงที่สุด - มากที่สุด
.
ความไม่มั่นคง เกิดจากอะไร ?
เกิดจาก ว่าความเชื่อของตนนั้นเอามาแสดงให้เห็นไม่ได้ เอามาพิสูจน์ไม่ได้
เป็นความศรัทธาที่เกิดจาก การรู้จำ ไม่ใช่การรู้แจ้งด้วยจิตที่สัมผัสภาวะนั้นๆด้วยตนเอง
.
วิปัสนา - คำนี้ใช้มากในทางพุทธ
วิ คำเดียวแปลว่า แจ้ง
ปัสนา แปลว่า การเห็น
วิปัสนา จึงแปลว่า การเห็นแจ้ง - น่าจะเทียบได้กับ enlightenment
.
.
การตัด หรือ การจบการรับรู้ จึงเป็นทางออก
การทำลายเหตุแห่งการรับรู้ จึงเกิดขึ้น
.
ในเมื่อไม่สามารถดับ ตา หู ที่รับรู้เรื่องราวมาสู่จิตของตนได้
ในเมื่อไม่สามารถดับจิตรับรู้ของตนได้
.
จึงต้อง ดับ การกระทำของศรัทธาอื่นที่กระทบ ที่กระแทก ที่ทำให้กระเทือน ในศรัทธาของตนเสีย
.
นี่คือ สิ่งเดียวกันกับที่เกิดขึ้นที่ นาลันทา ที่ถูกกองทัพมุสลิมบุกทำลาย และ ฆ่าพระสงฆ์นับหมื่นชีวิต
.
แต่สำหรับโลกปัจจุบัน - มันย่อมเป็นศรัทธาที่จักถูกตั้งคำถามไม่มีวันจบสิ้น
.
? ? ?





 

Create Date : 11 เมษายน 2562
0 comments
Last Update : 12 เมษายน 2562 10:14:00 น.
Counter : 219 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.