Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
18 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
O พรหมจรรย์วิบัติ .. ของโล้นห่มเหลือง ! O

.


ดูบรรดาลาโง่ห่มเหลือง นั่งฟังกันแบบเชื่องเชื่อ ตอนไอ้เณรมันพล่ามเรื่องเคยเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า .. เป็นวรรคเป็นเวร ..





ชาติพันธุ์สยามบางส่วน .. มันโง่บัดซบกันปานนี้จริงๆหรือนี่ ?



clip ที่ต่างชาติเขาทำออกมาล้อเลียน โล้นห่มเหลืองจัญไรพวกนี้ !




สำหรับ"ศรัทธาวิปลาส .. วิปริต"ที่ฟั่นเฝือไร้สติ ที่เพ้อเจ้อ ไม่เป็นเหตุเป็นผล .. และที่ยิ่งมีมากเท่าไรในศาสนิกก็ยิ่งทำลายหลักสัทธรรมมากขึ้น รุนแรงขึ้น รวดเร็วขึ้นเท่านั้น ..


ความเชื่อ ความศรัทธา .. เป็นความจนตรอกทางภูมิปัญญา
หรืออาจพูดได้ว่า .. เป็นความอ่อนด้อยทางภูมิปัญญา ที่มีกำลังวิจารณญาณต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะใช้ต่อต้านความเพ้อเจ้อที่ไร้เหตุผลได้ !


ยิ่งมีภูมิปัญญาต่ำทรามมากเท่าไร .. ยิ่งยากที่จะเข้าใจเรื่องราวทาง"นามธรรม" รวมทั้งไม่สามารถยึดโยง"รูปธรรม"ที่แวดล้อมตัวตนอยู่เข้ากับ"นามธรรม"ได้เลย .. หรือยากมากที่จะทำได้


ขั้นศีลธรรม เป็นความพยายามที่จะเชื่อมโยง"นามธรรม"ให้ชนขั้นภูมิปัญญาต่ำสามารถเข้าใจผ่านรูปแบบทางรูปธรรมได้ .. อย่างง่ายๆ .. ผ่านเรื่องราวทาง "อุบายธรรม" เป็นต้นว่า ..

.. เรื่องราวในนรก ที่มีทั้ง อสุรกาย กระทะทองแดง ต้นงิ้วหนามแหลม นกเหล็กปากแหลม ยมทูตมีเขาตัวดำเมื่อม ยมบาลผิวกายแดงฉาน .. แทนนามธรรมที่เป็นความมืดมิด ทุกข์ร้อนทรมาน ทุรนทุราย การลงโทษ การกดทับ จึงใช้ใต้พิภพบาดาลเป็นตัวแทนสถานที่

.. เรื่องราวบนสวรรค์ ที่มีทั้ง เทวดา นางฟ้า ที่นั่งที่นอนทิพยอาสน์ทั้งหลาย ที่มีถึง 6 ชั้น .. แทนนามธรรมที่เป็นความสว่างไสว สวยงาม สุขสบาย หอมหวน ล่องลอย จึงใช้ท้องฟ้าคราม ปุยเมฆขาว อวกาศเวิ้งว้าง เป็นตัวแทนสถานที่

.. เรื่องราวของบุญ กุศล ที่สะสมได้ ส่งผ่านกันได้ ระหว่างชาติภพต่างๆจากอดีตมาปัจจุบัน จากปัจจุบันไปอนาคต จากอนาคตไปชาติต่อๆไปไม่มีที่สิ้นสุด เป็นตัวแทนของพัฒนาการแห่งสัมมาทิฏฐิในจิต ในแต่ละวงรอบแห่งปฏิจจสมุปบาท ที่จะค่อยสั่งสมจากความรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

.. เรื่องราวของวัฏฏะสงสาร การเวียนว่ายตายเกิด ชาติแล้วชาติเล่าของตัวตนหนึ่งๆ จากชาติอดีตมาชาตินี้ จากชาตินี้ไปชาติหน้า จากชาติหน้าไปชาติต่อๆไป ไม่จบไม่สิ้น ใช้แทน เวทนาในจิตที่เกิดดับทุกครั้งที่โง่ .. เกิดดับทุกครั้งที่ขาดสติเมื่อเกิดการสัมผัสของทวารทั้ง 6 กับสิ่งคู่ของมันภายนอกตัว


ที่น่าสังเวชก็คือ .. คนจำนวนส่วนใหญ่เข้าใจ"อุบายในการสอนธรรม"ไม่ได้ .. จึงยึดถือเอาเป็นจริงเป็นจังในเรื่องราวของ ..
.. นรก
.. สวรรค์
.. การเวียนว่ายตายเกิด
.. บุญกุศลสะสมข้ามภพข้ามชาติ
.. วัฏฏะสงสาร
.. โลก แบบ โอกาสโลก
.. วิญญาณล่องลอย
ฯลฯ ..

แบบที่บรรยายในไตรภูมิกถา .. ที่ลอกมาจากวิสุทธิมรรคอีกต่อหนึ่ง


เมื่อเข้าใจว่าเป็นจริง .. นั่นก็คือปฐมบทของ มิจฉาทิฏฐิ ในสมองน้อยๆเหล่านั้น .. อามิสบูชาอันเป็นผลพวงจากแนวคิดบุญสะสมข้ามภพข้ามชาติก็สำแดงฤทธิ์เดชเต็มที่ เป็นการบริจาคให้พระที่ตนเชื่อถือศรัทธา โดยไม่อาจ " มอง แยกแยะ ตัวพระหรือพฤติกรรมของความเป็นพระตามที่เหมาะควรเป็น ต่อสมณะภาวะ" ได้เลย


ศรัทธาวิปลาส เกิดจากความมือบอดในจิต .. มองพระสงฆ์ที่เสแสร้งปรุงแต่งอิริยาบทและคำพูดอย่างเห็นเป็นจริงเป็นจัง .. ไม่สามารถมองทะลุไปถึง"พฤติกรรมอำพราง" ที่มุ่งหวังศรัทธา เพื่อจะมาถึงอามิส ในลำดับต่อไป


ศรัทธาวิปริต ไม่สามารถเข้าใจต้นเงื่อนแห่งเพศพรหมจรรย์ว่าควร ละ ลด เลิก ล้มล้าง .. ที่ตรงกันข้ามกับ รวบ ริบ มิบเม้ม ยักยอก เอาเป็นของกู ของเหล่าเจ้ากูทั้งหลาย


ความบันเทิง
ความสะดวกสบาย
การสนองตอบต่อสัญชาติญาณแห่งการดำรงเผ่าพันธุ์ทั้งปวง
ความไม่คิดใคร่ครวญ


เหล่านี้เป็นภาวะของชีวิตโลกทั่วไป .. เรียกว่า โลกียธรรม


แต่พระ มีจุดมุ่งหมายที่จะอยู่เหนือโลก คือ โลกุตรธรรม .. คือเอาชนะภาวะของชีวิตโลกทั่วไปเหล่านั้น ไม่ให้มีผลทำให้เกิดการกระเพื่อมในจิตจนทุกข์ร้อนแล้วเล่าไม่จบไม่สิ้น


ศรัทธาวิปริต ไม่อาจแยกแยะเรื่องราวได้ ..
การบำรุงบำเรอพระในทางวิปริต วิปลาส ฟั่นเฟือนจึงเกิดขึ้น จนเป็นข่าว



พระ ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้
ยังชีพอยู่ได้ด้วยการจุนเจือด้านอาหารจากชาวบ้าน แล้วสอนธรรมตอบแทนชาวบ้าน นี่คือหลักการของ"ผู้สละโลก" อันต้องเป็นเจตนารมย์ของบุรุษผู้มองเห็นเส้นทางอริยะเป็นเป้าหมายทุกคน


ทีนี้เมื่อสิ่งที่เรามองเห็นกลับเป็น "ผู้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับโลก" ต้องการครอบครองโลก คลุกคลีกับโลก .. เราย่อมรู้ได้ไม่ยากว่าเรากำลังเจอ "บุรุษผู้สูญเสียความตั้งใจเริ่มต้น" หรือ "บุรุษผู้พ่ายแพ้ต่อโลก" ซึ่งพระศาสดาเรียกว่า "โมฆะบุรุษ" เข้าแล้ว


เมื่อมองผ่าน ทฤษฎีทางจิตวิทยา .. ลำดับขั้นตอนของพฤติแห่งจิตคือ ..
- เมื่อไม่มีก็อยากมี
- เมื่อมีแล้วอยากอวดความมี ความเป็น
- เมื่ออวดแล้ว อยากอวดสิ่งอื่นๆต่อไปอีกไม่สิ้นสุด


เกิดจากพื้นฐานที่ขาดแคลนในวัยเด็ก .. หรือ มาจากครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมทางวัตถุที่จะปรนเปรอเด็ก


เครื่องบิน เฮลิคอบเตอร์ เป็นของที่ยากในการใช้เดินทางของคนไทย เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง .. ซึ่งต่างกับฝรั่งอเมริกัน ที่คนรายได้สูง แผ่นดินกว้างใหญ่ การเดินทางด้วยรถยนต์จะใช้เวลามาก


การครอบครองของที่แพง มีได้ยาก ครอบครองได้ยาก ใช้บริการยังยากเลย สำหรับชนชั้นกลางค่อนข้างต่ำถึงชนชั้นล่าง .. จึงเป็นความภาคภูมิใจ เป็นความรู้สึกสุขใจ อิ่มอกอิ่มใจในวาสนาบารมีแห่งตนที่ได้เสพ แทนเสนาสนะอันสงบที่ห่างไกลจากความคิดหนักหนา !


ขณะนั่งใช้บริการบนเครื่องบินอยู่นั้น ทั้งหลวงพ่อ หลวงพี่ คงมีสารแห่งความสุขหลั่งไหลในสมอง .. เท่านั้นยังไม่พอยังต้องมีเพลงไพเราะฟังทางหูฟัง อันสามารถประเมินได้ว่า สารแห่งความสุขที่ทำให้คนเสพติดได้นี้ต้องหลั่งไหลกันพลั่กๆ แบบกะโหลกด้านในของหลวงพ่อหลวงพี่เป็นมันเยิ้มแน่นอนทีเดียว - 555


อายุยังไม่มากแต่สะเออะแทนตัวเอง ให้เหล่าบัวน้ำล่างเรียก "หลวงปู่" ประมาณว่าคง ย้อนเรื่องราวของอดีตชาติภพแนบติดกะโหลกบรรดาศิษย์ลาโง่ไว้จนโงหัวไม่ขึ้นมาก่อนแล้วนับนาน ..


ถึงว่า .. ข้าวราคาตกจนต้องมีมาตรการช่วยเหลือ ทั้งจำนำ ทั้งประกันราคา .. เพราะมีคนจำนวนมากหันไปกินหญ้าแทนข้าวนี่เอง - 555

.
.
.

พระบ้าน เกือบ 100% เป็นเพียง โมฆะบุรุษ ผู้พ่ายแพ้ ผู้สยบต่อโลกวัตถุธรรมทั้งหลาย .. เหมือนคนจมน้ำ .. แต่ประดานั้นกำลังจมอยู่ในกองวัตถุธรรมเหมือนฆราวาสเรา แต่เขาลวงโลกด้วยเครื่องแบบของผู้สละโลก !

ในขณะที่ฆราวาส ไม่ได้ลวงโลกด้วยเครื่องแบบของผู้สละโลก .. แต่ยอมรับอย่างหน้าชื่นว่ายังเป็นผู้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับโลก .. จึงเป็นผู้มีจิตที่ซื่อสัตย์กว่า .. จึงเหนือกว่าด้านคุณธรรม .. จึงไม่ต้องไหว้ผู้ต่ำทรามกว่าด้านคุณธรรม


ตาข่ายกรองพระ ขั้นหยาบ มีว่า พระที่ ..
.. เคี้ยวหมาก
.. สูบบุหรี่
.. สักยันต์ ตามแขน หลังไหล่
.. หัวร่ออ้าปากเห็นกรามบน กรามล่าง
.. เดินห้างสรรพสินค้า
.. หัน เหลียว ลอกแลก ไม่สำรวม
.. ใส่แว่นดำที่มิใช่แว่นสายตา
.. สวมรองเท้าแตะ
.. สวมสร้อยคอลูกประคำ
.. ส่องพระเครื่อง
.. อยู่นอกวัดยามวิกาลทั้งๆที่ไม่มีกิจนิมนต์
.. ฟังเพลง ดูหนัง ดูละคอน
.. คุยมือถือหัวร่อคิกคัก
.. เสียบหูฟัง


พฤติกรรมพวกนี้บอกได้ว่า จิตใจไม่ได้ดี ไม่ได้เหนือกว่าปุถุชน .. กราบไหว้ไปก็เหมือนไหว้จอมปลวก ศาลเจ้า โคนไม้ใหญ่ .. ให้ผลอย่างเดียวกันคือ ..


ความว่างเปล่า !


เหมือนไม่ได้ทำอะไร ..


มีประชาชนงมงายแบบไหน .. ก็มีพระวิปริต วิตถาร แบบนั้น !





Create Date : 18 มิถุนายน 2556
Last Update : 12 ตุลาคม 2561 18:49:51 น. 3 comments
Counter : 3290 Pageviews.

 
ได้แต่ถอนหายใจค่ะ เฮ้อออออ


โดย: medkhanun IP: 202.28.45.16 วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:12:42:39 น.  

 
.


สังคมที่คนยังกราบไหว้รูปเจว็ดกันอยู่ ก็คงมีเรื่องทำนองนี้ให้รับรู้กันอยู่เป็นระยะ ยากจะหมดไปได้ ..

ความโง่ ทำให้ปกครองง่าย ..
คนโง่ จึงปกครองง่าย ..

จริงไหม ? อาจารย์สาว




โดย: สดายุ... วันที่: 19 มิถุนายน 2556 เวลา:13:20:24 น.  

 
ผ่านมาครับ เห็นงานเขียนท่านน่าสนใจ เปิดกว้าง ตรงไปตรงมา
ผมผู้คลั่งในแนวคิด สัจจนิยม ก็เลยขอแชร์สักเล็กน้อยนะครับ

สยามเราไม่ใช่ชาติพันธุ์บริสุทธิ์ มีความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมทั้งที่เด่นชัดและไม่เด่นชัด(ซ่อนรูป)

ซ้ำมิหนำความเป็นชาติก็เพิ่งถูกสร้างขึ้นราว ๆ สัก 100 ปี เห็นจะได้

ก็ไม่แปลกที่เราจะเห็นอะไร ๆ ประหลาด ๆ แบบนี้ 555

อาจเป็นโชคดี ที่เราเสียหัวเมืองบางส่วนไปก่อนการรวมประเทศได้สำเร็จ ไม่อย่างงั้นคงมันระเบิดระเบ้อกว่านี้แยะ


โดย: ขอแชร์ IP: 1.4.180.105 วันที่: 30 มิถุนายน 2556 เวลา:7:18:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.