Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2561
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
27 มิถุนายน 2561
 
All Blogs
 
O ความคิดได้เอง.. O

.
.




ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ .. คือ "ความคิดได้เอง" ของคนเราเมื่อผ่านประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญ ไประดับหนึ่ง
.
ในทางพุทธธรรม ..
มีคนจำนวนมากที่จบ"เปรียญ 9 ประโยค"ตั้งแต่ยังเป็นแค่สามเณร .. และไม่ใช่มีเพียงคนเดียว
.
เพียงแต่ ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ไม่มีการสาธยายปฏิจจสมุปบาท ที่สอดคล้อง ไม่ขัดแย้งกับหลักการใหญ่ของพุทธเลยแม้แต่รูปเดียว ..
.
จึงมองได้ว่า "เปรียญ 9 ประโยค" ที่ว่านั้น เป็นเพียงระบบการเรียนรู้แบบ "ท่องจำ" ทั้งสิ้น
.
จึงไม่มี "เปรียญ 9 ประโยค" ผู้ใดกล้าหาญกระทำ วิภาษวิธี ต่อการอธิบายปฏิจจสมุปบาทอันเป็นหัวใจของพุทธศาสนาของ"พระพุทธโฆษาจารย์ที่แสดงไว้ในวิสุทธิมรรค"อย่างเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว .. จนมาเจอที่ท่านพุทธทาสแสดงไว้
.
ท่านพุทธทาส มิได้จบเปรียญธรรม 9 ประโยคแต่อย่างใด .. และแม้แต่ท่านเองสมัยหนุ่มๆบวชใหม่ๆ ก็ยังเคยแสดงธรรมในหัวข้อปฏิจจสมุปบาทในแนวทางเดียวกับวิสุทธิมรรคมาก่อนด้วย
.
แล้ว - ทำไม ถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงของความเข้าใจ ?
นี่คือประเด็นที่น่าสนใจ
.
ความคิดได้เอง หลังจาก "เข้าใจสิ่งนั้นๆอย่างถ่องแท้" น่าจะเป็นคำตอบ
.
หากความเป็น เปรียญ 9 ประโยค ได้มาจากการท่องจำ
ต่อให้ได้มาแล้วทั้งชีวิต ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจำให้เป็นความเข้าใจได้ ..
.
จึงไม่มีการวิภาษ วิสุทธิมรรค เกิดขึ้นในสังคมไทยมาก่อนหน้าปี พศ.2512 ที่สวนโมกขพลาราม ครั้งนั้น
.
ความคิดได้เอง .. จึงเป็นคุณสมบัติเดียวกับที่ พุทธะ ท่านมีเมื่อ 2606 ปีที่แล้ว ที่โคนโพธิ์ริมฝั่งเนรัญชลา .. ในบริบทแวดล้อมของสังคมที่ ..
.. วิญญาณแบบพรามหณ์ครอบคลุมอยู่
.. การบวงสรวงอ้อนวอนต่อสวรรค์เป็นไปอย่างกว้างขวาง
.
เปรียญธรรม 9 ประโยคจำนวนมากจึงไม่สามารถหักโค่นหลักธรรมเท็จที่แผ่ครอบคลุมสังคมไทยมาช้านานตั้งแต่พระร่วงเขียน ไตรภูมิกถา จากวิสุทธิมรรคครอบไว้มาร่วม 800 ปี ..
.
บัวน้ำล่าง
บัวน้ำกลาง
จึงมีมากมายเต็มบึงไปหมด พร้อมควันธูป เปลวเทียน ดอกไม้
ในแผ่นดินที่ "ความคิดได้เอง" อันเป็นคุณสมบัติของบัวน้ำบนเกิดขึ้นได้ยากมาก

.
.

หลักธรรมสำคัญในคืนเพ็ญเดือน 6 ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชลา
เมื่อ 2600 ปีที่แล้วที่พระพุทธองค์ทรงตรึกตรองจนเข้าใจทะลุปรุโปร่งจนตรัสรู้อนุตรสัมโพธิญาณ...ทำลายอวิชชาลงจนสิ้นเชิง

ธรรมบรรยายนี้เป็นการอธิบายหักล้างแนวคิดเกี่ยวกับปฏิจจสมุปบาทในคัมภีร์วิสุทธิมรรคที่เขียนโดยพระพุทธโฆษาจารย์ พระภิกษุชาวอินเดียที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 1500 ปีที่ผ่านมา...ซึ่งแนวคิดตามคัมภีร์นี้แพร่หลายอยู่ใน ศรีลังกา พม่า รวมทั้งไทย ลาว

สำนักธรรมกาย รวมไปถึงหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ ย่อมมีทิฏฐิตามแนวอธิบายความปฏิจจสมุปบาทแบบวิสุทธิมรรคทั้งสิ้น...ดังนั้นการเวียนว่ายตายเกิดข้ามภพข้ามชาติย่อมเป็นที่ยึดมั่นถือมั่นอย่างไม่อาจผ่อนคลาย... ซึ่งเป็นไปตามหลัก อาตมัน ชีโว ของพราหมณ์โดยแท้...

ผู้มีปัญญาโปรดใช้วิจารณญาณใคร่ครวญโดยแยบคาย













Create Date : 27 มิถุนายน 2561
Last Update : 14 สิงหาคม 2561 19:27:39 น. 0 comments
Counter : 744 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O งามละมุน .. กับกรุ่นข้าวหอม .. O





O ดั่งยูงที่สูงส่งด้วยวงศา
ล้อมแววตาเพื่อจรด .. ความสดใส
เบิกรุ่งสางหม่นดำ ด้วยอำไพ-
แห่งดวงไฟเลื่อนชั้น .. ขึ้นบัญชา
O พอแว่วเสียงสาธุ .. บรรลุโสต
ความปราโมทย์หัวใจผู้ใฝ่หา-
ก็ซ่านความผ่องแผ้วสู่แววตา
เมื่อรูปหน้ารูปจริต .. เผย-ติดตรึง
O เกิดแต่เมื่อกรประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า, แววตาหนึ่ง-
ก็คล้ายถูกกรเรียวนั้นเหนี่ยวดึง
แววหวานซึ้งมั่นหมาย .. ก็ฉายทอ
O โอ ราศีรูปงาม .. แห่งยามเช้า
คอยรุมเร้าใจอยู่, ท่านผู้ขอ-
ย่อมอุ้มบาตรเอ่ยธรรม .. ลงย้ำ .. ยอ-
ยกอารมณ์ทดท้อ .. พ้นทรมาน
O สบรูป .. รูปละม่อมก็ล้อมสิ้น-
แต่ผัน-ผินรูปพักตร์ .. เข้าหักหาญ
จิตวิญญาณตื่นรู้ .. จึงรู้พาน-
ความอ่อนหวานอ่อนโยน .. ที่โชน-แวว
O พาโลกในแวดล้อม .. งามพร้อมอยู่
พร้อมแรงชู้อาลัยเริ่มไหว .. แว่ว
อาวรณ์เคยซ่อนเร้น .. ก็เห็นแนว-
ความผ่องแผ้วตอบเต้น .. ไม่เว้นวาง
O โอ อำนาจเนตรพรับ .. ราวจับจูง-
สบรูปยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนสีสัน .. ขึ้นกั้นกลาง
หยัดรอยขวางเพรียกถวิล ..ให้ดิ้นรน
O งามวงสีเลื่อมลาย .. ก็คล้ายว่า
เผยคุณค่าออกแล้วผ่านแววขน
พร้อมอ่อนหวานอ่อนไหวของใจคน-
เริ่มเผยตน .. ออกแล้วที่แววตา
O วาบวับ-นั้น .. แววตา .. แม้-ตาหลับ-
แววระยับ .. ก็ยังคง .. อยู่ตรงหน้า
ราวอยู่ล้อมห้อมขวัญคอยบัญชา-
ให้ตอบรับคุณค่า .. ด้วยอาวรณ์
O วาบวับแววขนยูง .. อันสูงค่า-
ก่อรูปพา .. งดงามติดตาม-อ้อน
จนงามนั้นลามรุกไปทุกตอน
สะทกสะท้อนสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O จึงโลกในแวดล้อม .. ราวน้อมรับ-
แววพริ้มพรับออดอ้อน .. ผู้อ่อนไหว
ความผูกพันอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
ก็รัดรึงเอาไว้ .. อยู่ในวัน
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ผ่านลงแวดล้อมช่วง .. ทาบทวง-ขวัญ
งามรูปลักษณ์ชาติภพ .. ก็ครบครัน-
แทรกลงฝันฝากรอย .. ให้คอยรอ
O เช้านั้น .. คำข้าว .. เนตรวาววาม
กอปร-คำ .. ความ .. ผ่านหูจากผู้ขอ
พร้อมอีกการรุมเร้าพะเน้าพะนอ
ของรูปลักษณ์งามลออ .. อยู่ต่อตา
O เช้านั้น .. คำข้าว .. อกผ่าวร้อน-
กับอาวรณ์รูปองค์ .. ที่ตรงหน้า
สบ-สัมผัส .. ฉับพลันก็บัญชา-
เสน่หาให้อุบัติขึ้นรัดรึง
O เช้านี้ .. แรงอาลัยผู้ใฝ่หา
คอยบัญชาดวงจิต .. แต่คิดถึง-
รูปแพงน้อยอบร่ำในคำนึง
เจ้าเอย .. พึงรับรู้นัยชู้ .. ชาย
O ส่งมาเถิด .. อบอุ่นและคุณค่า
ผ่านแววตาอ่อนโยน .. ออกโชนฉาย-
แววอ่อนหวานดื่มด่ำ .. พึง-รำบาย-
ออกเปื้อนป่ายล้อมโลก .. แล้วโยกคลอน
O มอบมาเถิด .. เสน่หาความอาลัย
สุมลงให้ใจชาย .. สุดถ่ายถอน-
ทั้งจากรูป, คุณค่าความอาวรณ์
ตราบม้วยมรณ์ชีพลงเป็นผงคลี
O รูปยูงเอย .. ขาบเขียวทุกเรียวขน
เปล่งปลาบบนคุณค่า .. แห่งราศี
เพรียกละห้อยแหนหวงเป็นท่วงที-
อาวรณ์ที่ - ตราบวาย .. ยากคลายลง !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.