Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 

O รัตนโกสินทร์...๓ O









เพลง....บุหลันลอยเลื่อน...ชัยภัค ภัทรจินดา
แสนคำนึง...




๒๐๓. ใจเอย..ดวงใจเจ้าก็เท่านี้
ยังอ่อนโยนมากมี...ทุกทีท่า
เช่นสมัย..รอบวันผ่านผันมา
จักแจ่มจ้า..ระยับล่วง..ถึงดวงใจ

๒๐๔. กำเนิดในเหล่าชั้นสามัญชน
ในยามเกียรติเปลื้องป่น..เมืองหม่นไหม้
เวียงวังล่มชีพม้วย...ลงด้วยไฟ
จนสั่นไหวถ้วนสิ้น...จิตวิญญาณ

๒๐๕. เมื่อแม่แก้ว...ลี้ภัยอยู่ในป่า
หลบสายตาตรวจจับ..จากทัพม่าน
อยู่ในป่าทุกข์ครัน..ทางกันดาร
ทรมานไม่รู้แล้ว...จนแคล้วภัย

๒๐๖. มีน้าชายสองผู้...ที่รู้รบ
หนึ่ง..ฝ่าพลบร่วมทัพหมายขับไล่-
เหล่าอรินทร์เร่งรุดจนสุดใจ
ที่ที่ผืนฟ้าใหม่..เริ่มใยยอง

๒๐๗. หนึ่ง..ลึกซึ้งเยือกเย็นอยู่เป็นนิจ
จึงสัมฤทธิ์ทุกเที่ยวที่เกี่ยวข้อง
มีความใคร่ครวญนำ..เป็นทำนอง
อันชนผองส่วนใหญ่...ย่อมไม่มี

๒๐๘. กับคุณน้า..รูปงามแห่งอัมพวา
เคารพรักศรัทธา...เกินกว่าที่-
อาจเปรียบคำเทียมค่า..ความอารี-
แห่งไมตรี..ยามยากร่วมตรากตรำ

๒๐๙. ช่วยพ่อแม่..สารพัด..ทำ..จัด..ขาย
เรือล่องผ่านน้ำสาย...จ้วงพายจ้ำ
ขนมหวานถ้วนสรรพ...เจ้าจับ-ทำ
รสชาติล้ำเลิศลบในภพพื้น

๒๑๐. คุณสมบัติกุลสตรี..เจ้ามีพร้อม
ดั่งประทิ่นกลิ่นพะยอมอันหอมรื่น
เมื่อต้องลมผ่านย้ำทั้งค่ำคืน
หอมจะชื่นฉ่ำล่วงถึงดวงใจ

๒๑๑. หลานสาวสองขุนนาง..สำอางลักษณ์
รูปผ่องพักตร์..เนตรระยับเจ้าขับไข
จักผ่านล่วงโดยดี..สักกี่ใจ
อาจข่มไหวหวั่นสะท้านจนผ่านพ้น

๒๑๒. หลานสาวขุนนางใหญ่..ชายใดเล่า-
หาญใฝ่เฝ้าหมายปอง..เกรงหมองหม่น
ด้วยแตกต่างกีดกัน..จากชั้นชน
ดอกฟ้าบนกิ่งฟ้า...เกินคว้าชม

๒๑๓. วัยสิบห้าเข้ารุ่นละมุนเหลือ
ผุดผาดเนื้อพิศตาม..ก็งามสม
รูปจริตกิริยา...นัยน์ตาคม-
ราวจะล่มใจชาย...ผู้หมายปอง

๒๑๔. เกิดแต่เมื่อกรุงแตก...เมืองแหลกยับ
เกียรติมอดดับใจคนล้วนหม่นหมอง
มีโศกเศร้าชอกช้ำเร่งทำนอง-
ร่วมพร่ำพร้องทรมา..ด้วยอาลัย

๒๑๕. ท่ามควันไฟมืดหม่น..เหล่าคนทุกข์
ค่อยปลอบปลุกความหวัง..ขึ้นตั้งใหม่
ครั้งนั้นบางความคิด...บางจิตใจ
เล็กเกินไฟร้อนรุม..อาจสุมลน

๒๑๖. ท่ามกลางความลำบาก..ต้องจากเมือง
มาปลงเปลื้องอาศัยด้วยไพรสนฑ์
เพื่อหลบหลีกภัยอรินทร์..กลางถิ่นตน
ต้องดิ้นรนให้รอดชีพปลอดภัย

๒๑๗. ย่อมเป็นความอัปยศ..ในบทบาท
ความเป็นชาติที่ย่อยยับ..เกินรับได้
กระนั้นแล้วถ้วนทั่ว...ทุกหัวใจ
ก็ยังไม่สามัคคี...เช่นที่ควร

๒๑๘. เมื่อบ้านเมืองล่มลับจนยับย่อย
ผู้คนพลอยหม่นมัวอยู่ทั่วถ้วน
ท่ามลมโศกกล่อมเห่...จิตเรรวน
ในทุกส่วนสังคม...รันทมนัก

๒๑๙. เมื่อคุณน้า..นำชาติด้วยวาสนา-
สู่คุณค่าบริบท แห่งยศศักดิ์
ก็เมื่อนั้นรูปนาม...ผู้งามลักษณ์
ได้ทรงศักดิ์สถานภาพให้ทราบรู้

๒๒๐. เป็นเจ้าฟ้าเจ้านายของฝ่ายใน
ศักดิ์สูงไกลเกินชายจะหมายสู่
กระนั้นแล้วด้านในหัวใจตรู
คล้ายรออยู่...รูปเงา..รุมเร้าทรวง

๒๒๑. จนผ่านวัยสาวรุ่น...ละมุนละม่อม
ก็พรั่งพร้อมรูปเห็น..คล้ายเป็นบ่วง-
คล้องใจชาย..ส่งสาปลงทาบทวง
เพื่อจักหน่วงเหนี่ยวรู้...ลงสู่ใจ

๒๒๒. ที่เขตแดนอาจเอื้อม..น้ำเชื่อมฟ้า
รังสีจ้าปรากฎรอบบทใหม่
ฟุ้งฟายแห่งเย็นร้อนสะท้อนไอ
ก็หลอมให้กลมกลืนเป็นผืนเดียว

๒๒๓. จินตะฟ้าเวิ้งฝันผู้ฟันฝ่า
ก็แกร่งกล้าบทบาทขึ้นกราดเกรี้ยว
ประเทียบรอยสัมพันธ์เข้าฟั่นเกลียว
ก่อนโน้มเหนี่ยวบริบท..ให้จดกัน

๒๒๔. เลือนลางแห่งร่างแสง..เริ่มแดงร้อน
จะผ่านเผาอัมพรลงกร่อนขวัญ
เข้าช่วงชิงตำนานแห่งวานวัน
สุมซ่อนทัณฑ์ทรมา..ผู้อาลัย

๒๒๕. แต่อรุณตราบศิวาจบราตรี
อ้อมรูจีโอบรับสู่หลับใหล
จินตะฟ้าเวิ้งฝันของวันใด
คงสดใสหยัดอยู่..ยากรู้เลือน


ดอกฟ้า..แห่งตำหนักแดง....


๒๒๖. ทั้งคาวหวานจัดแจง..ปรุงแต่งรส
ก็ปรากฎรสชาติ..ใครอาจเหมือน
ก่อนหัตถ์พรหมนิรมิตเข้าบิดเบือน
พาหนึ่งรูปคล้อยเคลื่อน...ผ่านเยือน..ยล

๒๒๗. งามเอย..ละอองฝนเมื่อหล่นล่าง
เป็นสร้อยน้ำพรายพร่างอยู่กลางหน
ต้องลมตื่นหยาดตก..ก็วกวน
เหมือนต้องรื่นใจคน..ย่อมวนเวียน

๒๒๘. รอฉ่ำชื่นตื่นคอย..ละห้อยหา
เฝ้าไขว่คว้ารูปรอยเกรงคล้อยเปลี่ยน
แสงสุวรรณงามล้วนก็จวนเจียน
ทอดแสนล้านแรงเทียนประเทียบยาม

๒๒๙. อ้อมแขนแห่งอรุณเริ่มอุ่นโอบ
เอื้อใจโลภบ่มทราบ..รสวาบหวาม
รสละมุนกรุ่นนัยของใจความ
จะหักห้าม..เกรงว่าจักช้าเกิน

๒๓๐. ช้าก่อนเถิด..รอบอุทัย..พิไลพิลาศ
แม้นส่องสาดคคนานต์อยู่นานเนิ่น
อย่าเพิ่งผ่านรองเรื่อ..เถิด..เชื้อเชิญ
มาร่วมเพลินอภิรมย์..แห่งคมคำ

๒๓๑. บุปผาหอมสกุณนกช่วยผกเสียง
เสนาะเคียงเมื่อใจหนึ่งใครสัม-
ผัสทำนองกรองร้อย..แห่งถ้อยคัม-
ภีระภาพซาบซ้ำที่ย้ำทรวง

๒๓๒. หวานเอย..มธุรสแห่งพจน์เขา
แต่คลอเคล้าอกอยู่ไม่รู้ล่วง
หอมความนัยภาษประดัง..หอมทั้งปวง
จะแปรหอมเป็นหวง..เป็นห่วงใย

๒๓๓. ผ่านคีตาโอบขวัญสู่บรรจถรณ์
กล่อมอัปสรย้อนย้ำทุกคำไข
นานเจ้าเอย..ล่องลอยเพราะปล่อยใจ
ฟังกล่อมใคร..ผ่านถวิลสู่จินตนา


รำพันพิลาป....


๒๓๔. วันนั้นฟ้าหม่นหมอง...คนร้องไห้
กับอาลัยทิ่มแทง..ฤทธิ์แรงกล้า
พระชนนีทิวงคต..เบิกบทอา-
ดูรเทวษโศกา..แทบว่าวาย

๒๓๕. ครั้งนั้นทั้งฝ่ายในและฝ่ายหน้า
ร่วมในวาระสำคัญ...เป็นมั่นหมาย
มีรูปงามละม่อมหน้า...นัยน์ตาชาย-
สบ..แพ้พ่าย..อารมณ์ที่สมยอม

๒๓๖. ด้วยวัยสามสิบสี่..วันนี้เจ้า-
พ้นวัยเยาว์เคยละลานด้วยหวานหอม
เป็นงดงามสง่าล้ำให้ด่ำดอม-
ของหัวใจที่พรั่งพร้อมจะกรอมเกรียม

....งามจริตกิริยาเป็นน่าชม
แต่บังคมพี่ชายก็อายเหนียม
ที่ลอบแลโฉมน้องลองเลียม
งามเสงี่ยมเจียมจิตที่ติดใจ....

....เมื่อชม้ายมาสบหลบเนตรพี่
ท่วงทีที่ทำยังจำได้
ยิ่งแสนเสน่หาอาลัย
เร่าร้อนฤทัยเกรียมตรม....

๒๓๗. ถ้อยทีถ้อยอาศัย..ด้วยใจที่
รอบไมตรีเหนี่ยวรั้ง..ร่วมสั่งสม
แรงถวิลเสน่หาในอารมณ์
ก็ห้อมห่มอกใจ..พลอยไขว่คว้า

๒๓๘. ด้วยเป็นญาติใกล้ชิด..สนิทสนม
ต้องกดข่มสัมพันธ์...ร่วมฟันฝ่า
ทั้งขนบประเพณี...เคยมีมา
คือขวากขวางปรารถนา...ในครานี้

๒๓๙. รูปหนึ่งอยู่โดดเดี่ยว...แสนเปลี่ยวเปล่า
อีกหนึ่งเล่า..รูปละม่อมแวดล้อมที่
ยี่สิบสองอนงค์นาง..รอบข้างมี
คือท่วงทีเสน่หา..หน่อราชันย์

๒๔๐. เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร
ผู้สุมซ้อนความนัยความไหวหวั่น
ใจเจ้าเอย..ดื่มด่ำด้วยรำพัน
จนซมสั่นวาบหวามเกินห้ามแล้ว

๒๔๑. ออดอ้อนรำพันถ้อย..ราวร้อยบ่วง-
ใจทั้งดวงก็ทอดถอน..อยู่ผ่อน-แผ่ว
เนตรพ้นผ่านเลือนลาง...จนพร่างแพร้ว
เผยออกแววอารมณ์...ว่าสมยอม

๒๔๒. สุดใจ..จะหลีกจะลี้หลบ
สุดเกลี่ยกลบซึ้งซ่าน..จากหวานหอม
สุดคิดจะสอดแทรกความแปลกปลอม
รอเพียงอ้อมอกอุ่น..ให้หนุนซบ

๒๔๓. เจ้าโหยหาอ้อมกอด...ให้ออดอ้อน
พร้อมพากย์วอนกล่อมขวัญ...เนตรบรรจบ
ร่วมผูกพัน..สายสวาดิด้วยชาติภพ
จนสุดลบสุดล้างให้จางเลือน

๒๔๔. แม้นเล่าลือบรรดา..เกินกว่าห้าม
กลับไม่คร้ามเรื่องอดีต...อาจกรีดเฉือน
พี่ชายกังวลนัก...คอยตักเตือน
แต่ก็เหมือนสุดป้อง..ใจน้องนุช

๒๔๕. ว่า..”พ่อฉิม..ลูกเมียก็มากอยู่”
เรื่องเจ้าชู้..ไหนเลยจะเคยหยุด
นานไปโดนข่มเหง...จักเร่งรุด-
ให้พี่ฉุดช่วยรับ..ความอัปยศ

๒๔๖. จึงต้องเร้นลี้หลบ..ลอบพบปะ
ร่วมพันธะผูกพัน..ร่วมกำหนด
ลอบเล็มความหอมหวานสำราญรส
ราวทิพแถนวางบทให้ทดลอง

๒๔๗. จึงทั้งสองส่วนปลายแห่งสายใย
มีเพียงหนึ่งความนัย...จากใจสอง
หนึ่งความหมายเร้นลับ...ร่วมจับจอง
จึงร่วมกันครอบครองด้วยสองใจ

๒๔๘. ราวสรวงชะลอลงที่ตรงหน้า
เมื่อร่องรอยเสน่หาเริ่มบ่าไหล
ขณะที่รอบนิมิต..พานจิตใจ
พาอ่อนไหวลึกล้ำ...เร้ากำลัง

๒๔๙. สุมบทความสดใส
ด้วยหัวใจรักจริงจัง
....สองปีสองปิดบัง
แต่ลำพังสองต่อสอง....

๒๕๐. รสอาหารเลื่องลือ..ฝีมือเจ้า
เมื่อคลุกเคล้าเสร็จสรรพ..เพียงจับต้อง
แล้วปรุงปรนรังสรร...ตามครรลอง
ก็สุดป้องปัดเสน่ห์ให้เรรวน

....พลับจีนจักด้วยมีด
ทำประณีตน้ำตาลกวน
คิดโอษฐ์อ่อนยิ้มยวน
ผลยิ่งพลับยับยับพรรณ....

....น้อยหน่านำเมล็ดออก
ปล้อนเปลือกปอกเป็นอัศจรรย์
มือใครไหนจักทัน
เทียบเทียมที่ฝีมือนาง....

....ผลเกดพิเศษสด
โอชารสล้ำเลิศปาง
คำนึงถึงเอวบาง
สารเกศเส้นขนเม่นสอย....

....ทับทิมพริ้มตราตรู
ใส่จานดูดุจเม็ดพลอย
สุกแสงแดงจักย้อย
อย่างแหวนก้อยแก้วตาชาย....

๒๕๑. โอนความรักอาลัยที่ใหม่สด
ร่วมปรุงบทอำรุง...ความมุ่งหมาย
เมื่อความสัตย์ด้านใน..หัวใจชาย
ค่อยเคลื่อนคลายส่งมอบให้ครอบครอง

๒๕๒. ยกย่องให้สำคัญ...คู่บัลลังก์
หนึ่งเดียวนั้น..ในวิถี..ไม่มีสอง
สุจริตเพื่อสำหรับ..ไว้รับรอง-
สถานภาพของ...รูปพิไลผู้ใยดี

๒๕๓. ด้วยหวั่นเกรงพระชนก..จึงปกปิด
หากด้วยจิตที่ตระหนักในศักดิ์-ศรี
วานคุณแว่น..เสนอหน้าน้อมวาที
ต่อเอกองค์เจ้าบดี..จนคลี่คลาย

๒๕๔. สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์
เช่นโอภาสงามเพริดขึ้นเฉิดฉาย
เปลื้องปลงมืดเปลี่ยวเปล่าแต่เพรางาย
เพื่อรำบายจำรัส...โลมปัถวี

๒๕๕. โอ้ว่า...ร่มฉัตรชั้นราชบัลลังก์
ราวจัดตั้งรอองค์ผู้ทรงศรี
ด้วยเพรงบุญวาสนาบรรดามี
เหมือนกันที่ก่อทางให้ย่างลง

๒๕๖. เมื่อชนกสวรรคต..สิ้นบทบาท
จึงเมื่อนั้นหน่อราช..เชื้อชาติหงส์
ก็น้อมรับศักดินา..แสนอ่าองค์
เพื่อสืบส่งร่มฉัตร..ครองรัฐไทย

๒๕๗. พร้อมเอกองค์อนงค์ผู้คอยคู่ข้าง
อยู่ท่ามกลางเกียรติยศกำหนดให้
เป็นบทบาทสูงยิ่งกว่าหญิงใด
ตามที่ได้รับคำ..แต่ยามนั้น



สมเด็จเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี
พศ. ๒๓๕๒.....



๒๕๘. วัยสิบสองเมื่อชนก..สวรรคต
ให้กำสรดอาลัย..หทัยหวั่น
เมื่อเอกองค์เชษฐา..เป็นราชันย์
ก็เมื่อขวัญขนิษฐ์ตื่น...รับรื่นเย็น

๒๕๙. อัญเชิญเครื่องเบญจราชกุธภัณฑ์
ย่อมสำคัญองค์อยู่...คนรู้เห็น
จากผุดผาดวัยเยาว์ที่เจ้าเป็น-
ผ่านหกปีงามเด่น..เกินเค้นคำ

๒๖๐. วัยสิบแปดสู่สาวอะคร้าวลักษณ์
ละม่อมพักตร์สบนัยน์ห้วงใจระส่ำ
เพื่อความหมายรองเรืองได้เนื่องนำ
เข้าหยอดย้ำจิตชายสุดคลายคลอน

๒๖๑. เมื่อมีรูปมีใจหวั่นไหวรูป
เฝ้าโลมลูบจินตภาคจนยากถอน
มีความหมายสุมใจเหมือนไฟฟอน
ที่รุมร้อน..เร้าอยู่ไม่รู้คลาย

๒๖๒. งามรูปองค์โสภิต..ขนิษฐ์น้อง
เช่นสูรย์ผ่องบรรเจิดขึ้นเฉิดฉาย
จนเนตรหนึ่งตื่นตอบ...เฝ้าลอบชาย-
สบพักตร์สายสวาดิเนื้อ...ด้วยเหลือกัน

๒๖๓. งดงามเลื่องลือดัง..ถึงวังหลวง
ใจพี่ชายก็เต็มห่วง...เจ้าดวงขวัญ
มีอ่อนหวาน..อาลัย..ที่ใหม่ครัน
เข้าบีบคั้นหัวใจ...เพื่อให้ยอม

๒๖๔. เช่นบุหลันลอยเลื่อนขึ้นเยือนสรวง
เมื่อในทรวงซึ้งซ่านความหวานหอม
ก่ออบอุ่นลึกล้ำให้ด่ำดอม
ด้วยหัวใจที่รอพร้อมจะยอมตน

๒๖๕. บนฟ้า..เลื่อนดวงลอยให้พลอยพิศ
โอภาสทิศ..พร่างพราวทั้งหาวหน
บนโลก..เลื่อนความนัยสู่ใจคน
อาวรณ์พ้นคำเอ่ย..จักเคยมี

๒๖๖. เมื่อสบรูปละม่อมพักตร์...สุดหักห้าม-
คือวาบหวามบีบเค้น..ผู้เป็นพี่
บริบททั้งสิ้น..คือยินดี
เชือกไมตรีก็ผูกบ่วง..คล้องดวงใจ

๒๖๗. ย่อมเร้ารุมสุมใจเหมือนไฟฟอน
เกินหลบซ่อนปิดกั้น..ความหวั่นไหว
เมื่อความปวงเอื้อนเอ่ย..ออกเผยนัย
ก็เมื่อนั้นสายใย..รัดใจคน

๒๖๘. ใจเอยหัวใจสาว...
ก็รื่นราวมาลย์ผอง..กลีบต้องฝน
เก็บซับชื่นฉ่ำไว้ที่ในตน
เช่นเก็บชื่นฉ่ำล้น..เพื่อดลใจ

๒๖๙. ด้วยวัยห่างใจเอย..ฤๅเคยคิด-
จะต้องฤทธิ์อาวรณ์..จนอ่อนไหว
หรือบุญบาปร่วมสร้างแต่ปางใด
ดลบันดาลจิตให้รับไมตรี

๒๗๐. เช่นดั่งองค์บุษบาวิลาวัณย์
เมื่อรักปั่นป่วนในห้วงใจศรี
ก็จุดเทียนเสี่ยงสัตย์ต่อปัถวี
ให้ระเด่นมนตรี..ปราณีน้อง

๒๗๑. เทียนจุดเวียนพระพุทธาในครานั้น
ประโลมขวัญลูบใจจนใสผ่อง
อธิษฐานพร้องพร่ำท่วงทำนอง
หวังเหนี่ยวดวงใจสอง..ให้ผ่องพราย

๒๗๒. อ้า..ภาคพระปฏิมา..รูปอ่าองค์
ขอโปรดช่วยเสริมส่ง..จำนงหมาย
แตะตื่นความอาลัย..หัวใจชาย
พา..วกเวียนวน-ว่ายอย่าคลายคลอน

๒๗๓. ครั้งนั้นการณ์สัมฤทธิ์ด้วยจิตมั่น
จึงผูกพันจิตชายสุดถ่ายถอน
ครั้งนี้ไร้คำเจ้า..บวง-เว้าวอน
แต่เนตรอ้อนออดนำ...ยิ่งคำบวง

๒๗๔. ด้วยความหมายฉายทอ..ที่ก่อเกิด
เมื่อบรรเจิด-ที่ใจ...ย่อมใหญ่หลวง
มีหอมหวานแห่งรักให้ตักตวง
มีห่วงหวงพรั่งพร้อมหล่อหลอมใจ

๒๗๕. ความเอย..ความรัก
เมื่อประจักษ์..จิตนั้นย่อมสั่นไหว
มีถวิล ละห้อยหา มีหน้าใคร-
จะคอยไขภาพรับทุกหลับตา

๒๗๖. หลับตื่นเร้ารุมอยู่..ไม่รู้ล่วง
ทั้งคอยหน่วงเหนี่ยวใจ...คอยใฝ่หา
เสพรับกับหอมหวานแห่งมารยา
ไปจนกว่า..จะสิ้นลง..แห่งวงกรรม

๒๗๗. จึงครั้งนั้นเสน่หา...ความอาลัย
รุมเร้าให้หทัยหวน...แต่ครวญคร่ำ
ราวรูปลักษณ์นุชน้อง..เจ้าจองจำ
ใจผู้สัมผัสแล้ว...สุดแล้วเลือน

๒๗๘. รูปแน่งน้อยเอวบาง..เคียงร่างพี่
แววเนตรที่ชายชม้อยก็คล้อยเคลื่อน
รอบอุทธัจผันเหลี่ยมเข้าเยี่ยมเยือน
เมื่อใจเหมือนแช่มชื่น..ด้วยคลื่นคำ


สิ้นเยื่อใย.....


๒๗๙. เมื่อคืนคำ..ใจชายมาป่ายปัด
ย่อมแจ่มชัด..เกินเปรียบ...ถูกเหยียบย่ำ
หลงรูปเยาว์สุดแก้เปลี่ยนแปร..กรรม
ใจเอยจำเถิดว่า...จักลาร้าง

๒๘๐. เป็นหญิงที่มีรัก...มีศักดิ์ศรี
จึงแต่นี้ใจหนอ..จักขอห่าง
ขออยู่ไกลรูปเห็น...ทุกเส้นทาง
จักเหยียบย่าง..ทางเที่ยวอย่างเดียวดาย

๒๘๑. คลี่คลายความผูกพันแต่วันก่อน
ตราบชีพมรณ์ดับดิ้น..ลมสิ้นสาย
จักขอร้างลาไกลทั้งใจกาย
สิ้นสุดสายเยื่อใย..หัวใจมี

๒๘๒. จำต้องลา..ใจเอย..แม้นเคยรัก
หากด้วยความแน่นหนัก..แห่งศักดิ์ศรี
เยื่อใยจำต้องตัดเอาบัดพลี
ความภักดีด้านในหัวใจชาย....

๒๘๓. คงเหมือนหมอก, น้ำค้าง..ตอนสางตรู่
แดดทอดสู่หม่นพรางก็จางหาย
ก่อนหยาดเพชรแพรผืนถูกกลืนกลาย
ค่อยค่อยร้างระเหยหาย..กับสายลม

๒๘๔. ฉ่ำชื้นบนยอดหญ้า..ค่อยพร่าเลือน
สิ้นดาวเดือน, งามระยับ-ย่อมลับล่ม
งามเอย..งามละม่อมเคยจ่อมจม
มาจะล้มลงวายเมื่อปลายคืน

๒๘๕. ระเหิดระเหย-ร้าง..น้ำค้างหยาด
ก่อน..บำราศดินแดนทั้งแผ่นผืน
ระเหยห่างหว่างพลบ..จนกลบกลืน-
คือหยาดน้ำใจรื่น..เคยตื่นรับ

๒๘๖. ฤๅจะเช่นน้ำค้าง..ตอนสางรุ่ง
เพียงเรื่อรุ้งแสงพลอดก็มอดดับ
สิ้นผกายเกล็ดแก้วเคยแวววับ
เหลือหม่นหมองโจมจับ..ลำดับนั้น

๒๘๗. ลมอุษาพลิ้วผ่าน..ฝ่าลานหญ้า
เมื่อรูปรอยคุณค่าเริ่มพร่า-สั่น
จะเริดร้างรูปตระการแห่งวานวัน
เพื่อจะตรึงติดมั่น...ในสัญญา

๒๘๘. เสียงวิหคครวญคร่ำ..ลมร่ำสาย
เมื่อใจคล้ายเหม่อลอยละห้อยหา
ราวอกใจคร่ำครวญ..เมื่อจวนลา
แต่นี้จักเหว่ว้า..จนกว่าวาย

๒๘๙. สะทกสะท้อนใน..หัวใจนี้
เมื่อภาพที่ใฝ่ฝันจะพลันหาย
มาจะเลือนลับไปทั้งใจกาย
เหลือเพียงสายเยื่อใย..หัวใจมี

๒๙๐. ดูเถิดวันคล้อยดวง..ใกล้ล่วงลับ
เหงาก็จับแน่นในหัวใจที่-
โหยหารูปอาลัย..ผู้ใยดี
กับไมตรีเคยมอบ-รับตอบกัน

๒๙๑. จะรุมเร้าความย้อน..ครั้งก่อนกี้
กับรูปที่อกอ้อม..เคยกล่อมขวัญ
สองแขนโอบกอดเนื้อ..อุ่นเนื้อ..ปัน-
ความผูกพัน..เอมอิ่ม..ให้ลิ้มรส

๒๙๒. ลำดวนเอ๋ย..เมื่อพรากไปจากถิ่น
แม้น-กรุ่นหอมรวยริน..คงสิ้นบท
หาก-แรงฤทธิ์พิสวาท..ฤๅอาจลด
อันอาจปลดปลงหวังลงทั้งเป็น

๒๙๓. ดูเถิด..หมอก, น้ำค้าง..ตอนสางตรู่
แดดทอดสู่โลมต้อง..ก็มองเห็น-
หยดหยาดเพชรเป็นระเบียบ..กลางเยียบเย็น
ย่อมจักเร้นเลือนสลาย..กับสายลม

๒๙๔. ดูเอาเถิด..อกใจที่ไห้หวน
รับรู้ส่วนเช้าชื่นด้วยขื่นขม
ลำดับเรื่องบีบคั้นให้รันทม-
ก็ห้อมห่มโอบเอื้อ..เป็นเนื้อเดียว


ห่างเหิน.....


๒๙๕. ปลีกองค์ไปจากวังแต่ครั้งนั้น
คลายผูกพันทั้งผอง..หยุดข้องเกี่ยว
เยื่อใยทั้งสองสายเมื่อคลายเกลียว
ยอมเปล่าเปลี่ยว..ทั้งสิ้นด้วยยินดี

....เมื่อนั้น
ระเด่นมนตรีเรืองศรี
เห็นนางแค้นขัดตัดไมตรี
ไม่มีเมตตาอาลัย....

....จะให้แคะและเล็มเห็นเต็มติด
จนจิตคิดขัดอัชฌาสัย
จะนั่งนิ่งเนิ่นนานรำคาญใจ
ภูวไนยเสด็จกลับมาฉับพลัน....

....ครั้นถึงมณเฑียรที่สถาน
อันโอฬารพรรณรายฉายฉัน
เข้าห้องบุษบาลาวัณย์
ทรงธรรม์สุขเกษมเปรมปรีดิ์....

....อยู่อยู่แล้วก็จู่ไคลคลา
ไปหาจินตรามารศรี
เป็นหลายครั้งตั้งใจไม่ใยดี
ภูมีเคืองพระทัยไม่จรจรัล....

๒๙๖. เมื่อพระทัยหมองมัว..เร้ารัวอยู่
ด้วยสุดกู้กลับยุค...เคยสุขสันต์
จึงครั้งนั้นปรารถนา..องค์ราชันย์
ทรงสร้างสรรค์..คันซอ..ไว้รอเคียง

๒๙๗. มีนามซอตั้งว่า...สายฟ้าฟาด
เพื่อบรรเลงเพลงพาทย์..ประกาศเสียง
แล้ว..”บุหลันลอยเลื่อน”..ก็เลื่อนเรียง-
ส่งสำเนียงสูงต่ำ...ขึ้นบำเรอ

๒๙๘. เสนาะพาทย์เพลงร้อง...ทำนองสี
ก็เรื่อยรี่ยินดัง...ให้พลั้งเผลอ-
ในจิตผู้หมองหม่น...หวังปรนเปรอ-
ความพร่ำเพ้อ...ถึงรอยร่างผู้ห่างไป

๒๙๙. พากย์ทำนองเรื่องอิเหนา...กลอนเจ้าฟ้า
สื่อความว่ายังถวิล..ยากสิ้นได้
ถึงรูปองค์จินตหรา..ผู้ลาไกล
ว่าอกใจทดท้อ...ยังรอคืน


แม่รอด.....
๑๔ กรกฎาคม พศ. ๒๓๖๗


๓๐๐. ตราบจนกาละหวน..สู่ครวญคร่ำ
ด้วยแรงกรรมยื้อยุดก็สุดขืน
ประชวรหนักเจ็บช้ำ..ต้องกล้ำกลืน
พระ..ยังฝืนเรียกหา..องค์รานี

๓๐๑. แผ่วแผ่วพระวาโย..ค่อยโผผ่าน
สั่นสะท้านเพรียกหา..รูปหน้าที่-
พราก-แรมร้างห่างเห็นอยู่เป็นปี
ขอได้มีอโหสิกรรม..เมื่อจำลา

๓๐๒. เมื่อเสด็จมาเฝ้า..เผยเงา-พักตร์
พระอาการก็ทรุดหนัก...เกินรักษา
”แม่รอด”เสียงโผยแผ่ว..ดังแว่วมา
บ่งบอกความเสน่หา..องค์รานี

....สั่งพลางพระทางร่ำ
แต่แรกย่ำอรุณศรี
จวบจวนพระรวี
จะบ่ายเบี่ยงลงยอแสง....

....พระกำลังสลดเลือด
พระพักตร์เผือดลงโรยแรง
พระวรกายก็เย็นแสยง
สยองเส้นพระโลมา....

....สิ้นเสียงก็สิ้นสั่ง
อีกสิ้นทั้งพระเขฬา
เหือดแห้งพระกัณฐา
พระนัยเนตรก็หลับลง....

....พระเสโท ธ โซมซาบ
ก็ไหลอาบพระทรวงทรง
เอนแอบพระองค์ลง
กับเกศแก้วกุณฑลนาง....

....สิ้นโสตพระนาสา
พระวาตาก็อับปาง
เหลือแต่หทัยางค์
ระริกริกอยู่ริมทรวง....

....ทึกทึกสะท้อนจิต
นิ่งสนิทฤดีดวง
ดังหนึ่งจะสูญทรวง
สวรรคตนิคาลัย....

๓๐๓. บทพากย์กาพย์นางลอย..คล้ายลอยล่อง
ครวญความต้องโสตสดับ..รูปหลับใหล
เมื่อกาละคาบยาม..เหมือนย่ามใจ
พ้นผ่านให้กำสรด...ได้รดริน

๓๐๔. จน..กำสรวลสร้อยโศก..ค่อยโบกเสียง
เป็นสำเนียงรันทม..เกินข่มสิ้น
ราวทิพเทพทั่วฟ้า..ถ้วนธาณินทร์
ออโสตยินรูปเยาว์...อย่างเข้าใจ

๓๐๕. รูปเอยรูปนวลพรรณ...นั่งกันแสง
ทุกข์ทิ่มแทงคร่ำครวญ..เฝ้าหวนไห้
แรงเอ็นดู...จับจูงผู้สูงวัย-
ทรุดกอดไว้..ปลอบประโลมผู้โฉมตรู

๓๐๖. จึงแว่วยินผ่านโสต...เสียงโอดอื้น
จากสองใจขมขื่น..สุดขืนอยู่
มาพลัดพรากห่างเห็น...ร้างเอ็นดู
จนสุดกู้กลับให้..หัวใจคืน

๓๐๗. ต่อแต่นี้กาพย์กรองทำนองร้อย
จะเคลื่อนคล้อยทรมา..ให้ฝ่าฝืน
มีอาดูรเจ็บช้ำ..ให้กล้ำกลืน
คอยยั่วยื่น...สิทธาให้คว้าเอา

๓๐๘. จึงแต่นี้กาพย์กรองทำนองเรื่อง
ไว้ปลดเปลื้องเย็นเยียบและเงียบเหงา
เพื่อรันทดโศกศัลย์ จักบันเทา
จากรูปเงาลับกันนิรันดร



อวสาน



หมายเหตุ...
บทกาพย์กลอนที่มีจุดนำหน้าทั้งหมด
เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย






 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2551
45 comments
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 13:14:56 น.
Counter : 506 Pageviews.

 

ขอขอบคุณน้องวัลยา....
ที่เอาเนื้อเพลงมาลงไว้ให้....
ขอบคุณน้องนาง....
ที่เอาเสียงร้องมาลงไว้ให้....


ในเรื่องอิเหนานั้น....

เมื่อบทนางบุษบานั้น....หมายถึง
เจ้าฟ้าหญิงกุณฑลทิพยวดี..
พระธิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
กับเจ้าจอมมารดาทองสุก...ซึ่งเป็นพระธิดาใน
เจ้าอินทวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์....แล้วนั้น

บทนางจินตหรา...จะเป็นใครอื่นได้เล่า
หากมิใช่....เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด
พระธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์
พระพี่นางพระองค์น้อยในพระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก


เทียนจุดเวียนพระพุทธา...ตัวข้าบุษบาขออธิษฐาน
เทียนที่เวียนนมัสการ.......บันดาลให้หทัยสมปรารถนา
ดลจิตอิเหนา.................ให้เขามารักข้า
ขอองค์พระปฏิมา............เมตตาช่วยคิดอุ้มชู
ขอเทียนที่เวียนวน..........ดลฤทัยสิงสู่
ให้องค์ระเด่นเอ็นดู..........อย่าได้รู้คลายคลอน

อ้าองค์พระพุทธา............ตัวข้าบุษบาขอกราบวิงวอน
ข้าสวดมนต์ขอพระพร.......วิงวอนให้หทัยระเด่นปรานี
รักอย่าเคลือบแฝง............ดังแสงเทียนริบหรี่
ขอองค์ระเด่นมนตรี..........โปรดมีจิตนึกเมตตา
ขอเทียนที่เสี่ยงทาย.........ดลให้คนรักข้า
รักเพียงแต่บุษบา.............ดั่งข้านี้ตั้งใจ......

 

โดย: สดายุ... 20 กรกฎาคม 2551 18:31:17 น.  

 



พี่สดายุ..

ขึ้นภาค ๓ แล้ว..
ตามมาอ่านเช่นเคยค่ะ


 

โดย: หทัยชนก (Nok_Noah ) 20 กรกฎาคม 2551 22:50:53 น.  

 

อิเหนาอะคะ เจ้าชู้มาก

เมื่อนั้น
ระเด่นมนตรีคิดริษยา
เห็นระตูดูนางบุษบา
พระกริ้วโกรธโกรธาดังเพลิงกัลป์
เขม้นดูจรกาแล้วคว้ากริช
จะใคร่ผลาญชีวิตให้อาสัญ
ขุกคิดเกรงองค์พระทรงธรรม์
สู้สะกดอดกลั้นโกรธาฯ

ตัวเองทำได้หลายผู้หญิง แต่คนที่ตัวเองต้องการคนอื่นห้ามแม้แต่มอง ไม่น่ารักเลยคะ


 

โดย: mameehanako 21 กรกฎาคม 2551 19:21:33 น.  

 

ทั้งบทเพลงและถ้อยคำช่างจับหัวใจเสียจริงค่ะ

 

โดย: บุปผาลีลาวดี 21 กรกฎาคม 2551 19:54:55 น.  

 

นก....
สวัสดีค่ะ....ค่อยๆอ่านกันไป
เขียนกันสดๆ...เขียนไป...โพสต์ไป
อาจช้าหน่อยนะ....
อาจมีกลอนสั้นสลับบ้างเป็นครั้งคราว....





จีนา....
นั่นสิ...อิเหนานี่นิสัยไม่ดีเลย
ชอบหวง...ชอบหึง...
นี่หากเป็นยุคปัจจุบันคงเจอ...ประท้วง
เรื่องสิทธิสตรีแน่เลย...น่าตีจริงๆ....เนอะ

เอ...แต่เขาก็คงรักของเขาแหละถึง
รู้สึกหึงหวงขนาดนั้น....ใครมาเขียนกลอน
เขียนโคลงเฝ้าเช้าเย็น....เอ๊ยไม่ใช่...ชายตามอง
คนที่เขารักและรู้ว่ารักเขาด้วย...
ก็เลยทนไม่ไหว....เลือดขึ้นหน้าหมายราวี

พี่ว่าอิเหนานี่คงไม่ชอบ...มดแดง...แน่เลย
ยิ่งมดแดงแฝงพวงมะม่วงแบบจรกา แล้วด้วย...
คงอยากเขี่ยมาขยี้ให้บี้แบน....ฮึ่ม!!

พี่เห็นด้วยกับจีนานะคะ....
อิเหนานี่...ไม่น่ารักเลยทีเดียวเชียว
ไว้เจอหน้า...คงต้องกระชากคอเสื้อ
คุยกันหน่อยแล้ว
ให้ทำตัวให้น่ารักกว่านี้หน่อย....เนอะ







บุปผาลีลาวดี....
อืม...ชื่อใหม่เอี่ยมถอดด้าม
สวัสดีเจ้าค่ะ....บ้านนี้ยินดีต้อนรับนะคะ....

น้องๆที่ชอบบทกลอน
มักมีจิตใจอ่อนโยน....น่ารัก....
ซึ่งก็จะเหมาะกับ
สิ่งที่พี่ชอบเขียนอยู่....
มาเขียน...มาแสดงความเห็น....ได้โดย
ไม่ต้องเกรงใจ....

 

โดย: สดายุ... 21 กรกฎาคม 2551 20:44:25 น.  

 

ม่านว่าอิเหนาน่ารักนะคะ พี่จีน พี่กาย ผู้ชายเจ้าชู้น่ารักออก มีเสน่ห์ดีนะคะ หุหุหุ

 

โดย: ม่านแพร IP: 118.174.28.105 21 กรกฎาคม 2551 22:45:36 น.  

 

。+ * " ".+ * ˚。 *:。".+.. 。
"..+ "..Happy Always!.. + ".。
♥〃´`) ".+。 *:.+。 ".+".+。 *:.+。 "★.+
  ,•´ ¸,•´`) ".+。 *:.+。".+。 *:.+ "★.+。
 (¸,•´ (¸*..〃´`)
".+。 *:.+。 "。,•´ ¸,•´`)
".+。 *".+。 * :.+。 ".+ (¸,•´   (¸*♥
。'ㅇ'☆''。*。*.。'☆*。。'ㅇ.☆.。'..*。。..。'ㅇ'。
.。'☆。' 福福福福福'☆*。.*ㅇ福福福福福 .。'☆。'
. 。' '福福福福福福福福福☆福福福福福福福福福 .。' '
''。☆福福福福福福福福福福福福福福福福福福福 ''。☆
.。 福福福福福福福福福福福福福福福福福福福福福 .*ㅇ
'☆ 福福福福福福福福福福福福福福福福福福福福福 .。
.*ㅇ福福福福福福福福福福福福福福福福福福福福福''☆
''☆福福福福福福福福福福福福福福福福福福福福福.☆.
.☆. 福福福福福福福福福福福福福福福福福福福福.*ㅇ
ㅇ'.. 福福福福福福福福福福福福福福福福福福福 。''☆
。''☆''。福福福福福福福福福福福福福福 。'。'☆''。
*。..。'ㅇ'.。福福福福福福福福福福福 *。..☆。'ㅇ'.。
☆''。*。*.。'ㅇ. 福福福福福福福 ☆''。*..。。*.。'ㅇ
''。*。*.。'☆。'☆*。福福福福 ''。*。*.。'☆。'☆。
.☆.。'. .*。*。. .。'ㅇ'。福 .☆.。'..*。..。*。..。'ㅇ'
。'ㅇ'☆''。*。*.。'☆*。。'ㅇ.☆.。'..*。*。..。'ㅇ'。
..*☆。..。'. .*。'Happy Always.*。☆。。..。*ㅇ.

 

โดย: บุปผาลีลาวดี 21 กรกฎาคม 2551 23:14:50 น.  

 

หัวใจดวงใหญ่ ให้พี่ชายคนดี คนเดียว

จาก..น้องบุปผา ค่ะ

 

โดย: บุปผาลีลาวดี 21 กรกฎาคม 2551 23:17:17 น.  

 

เพลงเพราะมากๆจ้า
บุษบา กับอิเหนา
เหมาะสมกันมากค่ะ

 

โดย: Fullgold 22 กรกฎาคม 2551 0:18:18 น.  

 

เอาภาพมาฝากค่ะ


















 

โดย: เพรง.พเยีย 22 กรกฎาคม 2551 5:13:55 น.  

 

ม่านแพร....

โห...ทำไมเป็นคนเข้าใจโลกได้ดีเช่นนี้...
โดยหลักการทางจิตวิทยามนุษย์แล้วนั้น
ต้องนับว่าผู้ชายแบบอิเหนา....ต้องมีบุคคลิก
และท่าทาง.."ดูดี"...ทีเดียว
จึงมีความมั่นใจในตัวเองที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับ
สตรีเพศได้อย่างไม่ประหม่า

ความมั่นใจที่จะชี้นำด้วยถ้อยคำและความคิดนั้น...
ย่อมมีอิทธิพลต่อจิตใจสาวน้อยเหล่านั้น
ได้อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง....

พี่เข้าใจทีเดียว....อิๆๆ






น้องบุปผา....
อืม....รูปหัวใจ...เข้าใจทำนะ
ใช้ตัวอักษรภาษาจีนเสียด้วย...สวยทีเดียว
ขอบคุณนะคะ...ที่เอามาให้พี่....

สาวน้อย...มักมีอะไรน่ารักอย่างนี้เสมอ
แบบนี้หนุ่มๆทั้งหลาย...มาเลียบๆเคียงๆเห็นเข้า...
คงหมั่นไส้...อิจฉาพี่แน่เลย....





Fullgold....
อ้าว..เหรอ
ผมนึกว่า...อิเหนา กับ นางจินตหรา ซะอีก
ที่เหมาะสมกัน....
ตกลงเรื่องนี้ใครเป็นนางเอกกันแน่นะ....
ช่วยบอกหน่อยครับ....จะได้...

จัดการให้ถูกเรื่อง....อิๆๆ







น้องนาง....
รูปสวยมาก....ขอบคุณนะคะที่เอามาให้พี่เลือก
ฝีมือถ่ายพัฒนาขึ้นทุกวัน....
ปีนี้ไปวัดพระแก้วรอบที่เท่าไรแล้วคะ....
อิๆๆ....ทหารยามน่าจะจำหน้าได้แล้วนะ
อิๆๆ....

เสียดาย...พี่ยังไม่เคยเข้าชมในปราสาท
พระเทพบิดรเลย....น่าจะมีการแสดง
เครื่องใช้ไม้สอยของนางในกันบ้างนะ....
จะได้รู้ได้เห็นของจริง....

ตำหนักแดง....
ที่ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
น้องนางคงเคยเห็น....นั่นเป็นตำหนักที่ประทับ
ของเจ้าฟ้าหญิงบุญรอด และ พระมารดา
นะคะ....นางเอกของตอนนี้

 

โดย: สดายุ... 22 กรกฎาคม 2551 19:03:44 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่ชายคนดี

คิดถึงนะค่ะ
ตั้งใจเขียนอีกนะค่ะ
เดี๋ยวน้องบุปผาจะมาอ่านอีก
พี่ชาย เก่งเสมอค่ะ

 

โดย: บุปผาลีลาวดี 22 กรกฎาคม 2551 20:15:33 น.  

 

พี่ชาย..
เอ..พี่ชายคะ
รัตนโกสินทร์นี่จะมีกี่ตอนกันคะ
รัตนโกสินทร์ 1,2,3,4,5....
ไปจนถึงตอนปัจจุบันเลยหรือเปล่าคะ
เพลงแบบนี้หาฟังได้ยากนะคะ..ในปัจจุบัน
ฟางจำได้ว่าสมัยฟางเป็นเด็ก
คุณครูเคยสอนให้รำ
ไปแสดงในงานบอลของโรงเรียน
สมัยที่เรียนอยู่มัธยมน่ะค่ะ

พี่ชายรูปพี่ชายรูปนี้ดูแล้วคล้าย
กับนักอ่านข่าว ช่อง 9
ในรายการคุยข้น ค้นข่าว เลยนะคะ
สองสามวันที่แล้ว เน็ทบ้านฟาง
โมเด็มมีปัญหา เลยไม่ได้แวะเข้ามาทักทาย
แต่ตอนนี้ดีแล้ว
เปลี่ยนไม่..เสียตังค์..อีกแล้ว
ไม่ได้ควักกระเป๋าหรอกนะคะ
ของท่านเจ้าสำนักน่ะค่ะ อิอิอิ..
แล้วฟางจะแวะเข้ามาใหม่นะคะ

 

โดย: ฟาง IP: 118.172.20.141 22 กรกฎาคม 2551 20:34:19 น.  

 

ปราสาทเทพบิดร...ปกติไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม
นางไปหลายครั้ง...ก็เห็นปิดตลอดค่ะ

วันนี้...เอาภาพตำหนักแดงมาฝาก
มีอยู่แค่ภาพเดียว...
ตอนนั้นเพิ่งถอยกล้องมาใหม่...เลยไปลองที่นี่เป็นครั้งแรก
มุมถ่ายยังไม่ดีนักนะคะ..


 

โดย: เพรง.พเยีย 23 กรกฎาคม 2551 5:49:05 น.  

 



"ย่อมเป็นความอัปยศ..ในบทบาท
ความเป็นชาติที่ย่อยยับ..เกินรับได้
กระนั้นแล้วถ้วนทั่ว...ทุกหัวใจ
ก็ยังไม่สามัคคี...เช่นที่ควร"

บทนี้ได้ใจ...
ในช่วงเวลานี้ ที่บ้านเมืองเรา
กำลังเหมือนจะแตกความสามัคคีกันนะคะ


 

โดย: Nok_Noah 23 กรกฎาคม 2551 19:14:31 น.  

 

สวัสดีค่ะ...น้องบุปผาดอกงาม
วาจาน่ารักมาเชียว.....
ดีจังเลย....มีคนคิดถึงด้วย....
เฮ้อ...วันนี้คงไม่ต้องทานข้าวเย็นแน่แล้ว.....

พี่ตั้งใจเขียนอยู่แล้วค่ะ....
เพราะไม่มีใครบังคับให้พี่เขียน....อิๆๆ
แต่ตรงที่จะมีคนมาอ่านอีกนี่สิ....
จะทำให้มีความประณีตบรรจงขึ้น.....

พี่ชาย...อยากจะเก่งอยู่นะ...
แต่ได้แค่นี้เอง....อะ






ฟางน้อย.....
รัตนโกสินทร์ตอนที่ ๓ นี่จะเป็นตอนสุดท้ายค่ะ
เพราะพี่ตั้งใจเขียนถึงพระราชินีสององค์แรกของ
กรุงรัตนโกสินทร์เท่านั้น....

ทั้งสองพระองค์นี้มีความเหมือนกันอยู่บางประการ
ประการที่ ๑....กำเนิดในชนชั้นสามัญ...ไม่ได้เป็นเจ้ามาแต่กำเนิด
ประการที่ ๒...มีจิตใจมั่นคง เข้มแข็ง แน่วแน่ ยอมหักไม่ยอมงอ
ประการที่ ๓...เป็นสมเด็จพระราชินีแล้ว...ยังมาเป็นพระราชชนนี
ในรัชกาลต่อมา...ซึ่งจะเรียกว่าสมเด็จพระพันปีหลวง
ประการสุดท้าย....ทั้งสองพระองค์...เป็นต้นกำเนิดแห่ง
สายราชวงศ์หลักที่สืบทอดมาจนปัจจุบัน
ซึ่งในบรรดากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทั้ง ๙ พระองค์
มีเพียงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
เท่านั้น...ที่มิได้เป็นสายหลัก

สายตาเป็นอย่างไรบ้างคะ....
อืม...เปลี่ยนโมเด็มใหม่แล้วเหรอ....
อยู่ในกรุงเทพน่าใช้ hi-speed นะ.....แล้วเปลี่ยนโมเดม
แบบมีสายเป็นแบบไร้สาย ที่เรียกว่า เร้าเตอร์ (router....?)
จะเล่นเนตพร้อมกันได้หลายเครื่องด้วยสายโทรศัพท์สายเดียว
ลูกสาวคนเดียว....เอ้อเฮอ....จะเอาอะไรได้หมดเนอะ
อิๆๆ




น้องนาง....
นั่นสิ....พี่อยากเห็นข้างในจัง
อยากเห็นเครื่องใช้ไม้สอยของคนวังหลวง
ในยุค 200 กว่าปีที่แล้ว....

ภาพตำหนักแดงที่ถ่ายมานี่ก็ดูดีแล้วค่ะ
แสงก็ใช้ได้....แต่ภาพเหมือนจะมีกลิ่นใหม่ของกล้อง
อยู่นะ....อิๆๆ....ไม่เห่อเลยเนอะ...

เห็นแล้วนึกถึงว่า....เรือนหลังนี้
เคยเป็นที่ประทับของ...เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด....
กับพระมารดา....หลังปี ๒๓๒๕ เป็นต้นมา
นางเอกของภาคสามนี้....ก็รู้สึกว่าไม่ไกลกันเท่าไรเลย
ต้นกำเนิดของ....กาพย์เห่เครื่องคาวหวาน....
คงสืบเนื่องมาจากเรือนหลังนี้เป็นปฐม....

ขอบคุณน้องมากนะคะ....ที่เอาภาพมาทำให้เข้ากับบรรยากาศ

 

โดย: สดายุ... 23 กรกฎาคม 2551 19:19:04 น.  

 

พี่ชาย..
เป็นลูกคนเดียวนี่ใช่ว่าดีนะคะ
คือ..ว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้
ตามแบบที่ถูกกำหนดมา...
พี่ชายสายตาฟางยังไม่ค่อยเป็นปกติเท่าไรนัก
ยังต้องถนุถนอมกันอยู่น่ะค่ะ
ถ้าใช้คอมนาน ๆ จะแสบตามาก
พี่ชายคะ..ฟางว่าพี่ชายนี่เก่งนะคะ
มีความรู้รอบตัวเยอะมาก ๆ เลย
อยากเก่งอย่างพี่ชายจังค่ะ
บอกเคล็ดลับที่ไม่ลับหน่อยได้มั๊ยคะ

 

โดย: ฟาง IP: 118.172.88.59 23 กรกฎาคม 2551 20:41:01 น.  

 

นก....
ความเป็นคนไทย....
ตั้งแต่โบราณจวบปัจจุบัน....
มักนอบน้อมต่ออำนาจ...และเกียรติยศ
คำว่า...จะได้เป็นเจ้าคนนายคน....นั้นสะท้อน
สิ่งที่พี่พูดได้เป็นอย่างดี

เมื่อกลุ่มคนหรือสถาบัน
ที่เรายอมรับให้เป็นใหญ่ในสังคม
อย่างราชวงศ์บ้านพลูหลวง...ถึงกาลล่มสลาย
ตอนเสียกรุงศรีฯ ครั้งที่สอง
จึงไม่มีใครยอมใคร...จนแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า
รบราฆ่าฟันกันเองอยู่พักใหญ่

หากพม่าไม่ต้องไปวุ่นวายกับอังกฤษ
ที่เริ่มเข้ามาคุกคามมากขึ้นแล้วล่ะก็
คงควบคุมเราได้ง่ายมากเลย....เพราะเราไม่มี
ความเป็นเอกภาพเลย....ต่างก็อยากเป็นใหญ่

ยิ่งไม่ต้องพูดถึง...พศ.นี้
เอาดีเข้าตัว...เอาชั่วให้คนอื่น
ตีฝีปากกันไม่รู้แล้ว....ตีความกฎหมายกัน
ไม่รู้จบ....ไม่ยอมรับอะไรกันเลย...
เป็นปลาหมอแถกเหงือกกันแทบทั้งนั้น

การแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องราว
ต่อการกระทำของตนเอง...
ของคนในบ้านเมืองนี้
มีบ้างเหมอนกัน....แต่น้อยมาก...น้อยจน
น่าใจหาย....

เช่น...
การเอาเงินของชาติไปต่อสู้การโจมตีค่าเงินบาท
ของผู้บริหารแบงค์ชาติเมื่อครั้งวิกฤตคราวปี 2540
ทำชาติเสียหายขนาดไหน....ไม่มีใครผิดเลย
จนบัดเดี๋ยวนี้....ทุกคนถูกหมด...เอากะมันสิ

การที่สนามบินหนองงูเห่า...รันเวย์ทรุด
หลังจากใช้งานมาไม่ถึงปี....คณะกรรมการ
ตรวจรับงาน หรือ คณะกรรมการควบคุมงานก่อสร้าง
ยังไม่มีข่าวว่าต้องรับผิดชอบอะไรเลย....เอากะมันสิ

ประเทศนี้..อะไรที่เป็นของส่วนรวม
มันเหมือนไม่มีเจ้าภาพ....

น่าเศร้านัก







ฟางน้อย....
แต่พี่ว่าดี...ลูกคนเดียวดีแน่นอน
อาจเหงาหน่อย...ไม่มีคนทะเลาะด้วย
เหมือนบ้านอื่น...อิๆๆ

ความรู้รอบตัว...มักเกิดจากการอ่าน
ต้องยอมรับว่าพี่อ่านมาเยอะ...หลากหลายมาก
ไม่เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง....คล้ายพวกฝรั่ง

เวลาพูดกับคนไทย....คนอื่นจะฟังมากกว่าพูด
เพราะเขาไม่ค่อยรู้สิ่งที่เขาไม่สนใจ
เวลาพูดกับฝรั่ง...จะแลกเปลี่ยนกันสมน้ำสมเนื้อหน่อย
เพราะเขาจะรู้อะไรค่อนข้างกว้าง หลากหลาย
เหมือนพี่

ภูมิศาสตร์ที่นักเรียนหลักสูตรอเมริกันเรียนกัน
เขาจะเจาะเป็นทวีปเลย...และกว้างขวางทั่วโลก
อาจเป็นเพราะเขาเป็นมหาอำนาจที่เกี่ยวข้องไปทั่วโลก

แต่เด็กไทยจะเรียนรู้แคบมาก
นอกจากคนที่สนใจเองเป็นส่วนตัว
อาจจะรู้มากหน่อย

ถามเด็กไทยสิ....แถบไหนของโลก
ใช้ภาษาสเปน....แถบไหนใช้โปรตุเกส...ฝรั่งเศส
เยอรมัน....หลักสูตรอเมริกันนี่จะครอบคลุมหมด
รู้หมด...แต่เด็กไทยคิดว่าจะรู้แต่คนที่สนใจเป็นรายคน
และส่วนใหญ่ไม่รู้หรอก

สิ่งที่พี่รู้ส่วนมากเป็นความสนใจส่วนตัว
ที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนในระบบการศึกษา
ของไทยเลย....

คนเราชอบ...สนใจอะไร...ก็จะอ่านศึกษาเรื่องนั้น
ก็จะรู้เรื่องนั้นๆได้ดี....และเมื่อพูดเรื่องนั้นๆ
เราจะพูดได้อย่างองอาจฉาดฉาน....

หลักๆในชีวิตคนที่ควรต้องรู้คือ
หลักการ หรือ แก่นแกน ของศาสนาที่ตัวเองนับถือ
ประวัติศาสตร์ของชาติตัวเอง
การเมืองการปกครองของชาติตนเอง

นอกนั้น...เป็น cosmatic
อิๆๆๆ




 

โดย: สดายุ... 23 กรกฎาคม 2551 22:29:20 น.  

 

พึ่งเห็นบล๊อคกรุ๊ปนี้ค่ะ ไว้จะมาตามอ่านเรื่อยๆ
ชอบเพลงบุษบาเสี่ยงเทียนมากค่ะ

 

โดย: pumpond 24 กรกฎาคม 2551 4:14:03 น.  

 

พี่ชาย...
รับทราบเคล็ดลับค่ะ..
ฟางก็ชอบอ่านนะคะ
แต่ก็ชอบลืมด้วยเหมือนกัน..

แวะมาฟังเพลงก่อน..ลืม..หลับน่ะค่ะ

 

โดย: ฟาง IP: 118.172.56.151 24 กรกฎาคม 2551 21:45:29 น.  

 

พี่สดายุคะ บลอกพี่กับของพี่นาง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการหัดเขียนกลอนตลกๆ ของหนูค่ะ

 

โดย: medkhanun 25 กรกฎาคม 2551 22:31:28 น.  

 

เอ่อ....ขอ add blog นะคะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: medkhanun 25 กรกฎาคม 2551 23:00:32 น.  

 

ขอบพระคุณมากนะคะ จะพยายามค่ะ

 

โดย: medkhanun 25 กรกฎาคม 2551 23:49:17 น.  

 


รายการ ตรงจุดเกิดเหตุ ส่งความคิดถีงตรงเข้าหัวใจ ชมได้ทุกเพศทุกวัย แต่ส่งมาให้แค่เฉพาะเธอ(นะจ๊ะ)            ขวัญ

พี่ค่ะ สบายดีไหม
ขวัญขอโคลงหรือกลอนรักหน่อยนะคะ
พี่แต่งได้วาบหวามใจและปราณีตเหลือเกิน

 

โดย: ขวัญค่ะ (toyor ) 26 กรกฎาคม 2551 1:24:09 น.  

 



มาราตรีสวัสดิ์ค่ะ พี่สดายุ
และคงอีกหลายวันกว่าจะได้เข้ามาอีก
..ฝันดีนะคะ..

 

โดย: หทัยชนก (Nok_Noah ) 26 กรกฎาคม 2551 1:47:44 น.  

 

เขียนต่อนะจ๊ะ...ที่รัก

เดี๋ยวแฟนพันธุ์แท้จะมาอ่าน

 

โดย: บุปผาลีลาวดี 26 กรกฎาคม 2551 23:30:32 น.  

 

เขียนต่อนะจ๊ะ...ที่รัก

เดี๋ยวแฟนพันธุ์แท้จะมาอ่าน

 

โดย: บุปผาลีลาวดี 26 กรกฎาคม 2551 23:30:33 น.  

 

Pumpond....
บล็อคกรุ๊ปนี้เป็น....นิราศ..เรื่องยาว
เรื่องที่ยาวที่สุดคือ....สองฝั่งฟ้า
มี 680 บท.....กลอน กาพย์ โคลง ฉันท์ ครบเครื่อง
เหมือนนิยาย....ที่เขียนด้วยกลอน....ถ้าไม่เคยอ่านก็ลองดู




ฟางน้อยๆ....
ที่จริงก็ไม่ใช่เคล็ดลับอะไรนะคะ....
แค่จำได้ในสิ่งที่สนใจเท่านั้นเอง
บางส่วนและหลายส่วน...ชายและหญิง
ก็สนใจต่างกัน....
ถ้าบล็อคนี้มีเรื่องสวยๆงามๆสำหรับสาวๆ..
คนคงเข้ามากกว่านี้แน่เลย....อิๆๆ

ใช่ไหม ?
ฟางน้อยล่ะ.....แต่งตัวเก่งไหม




เม็ดขนุน....
พี่ดีใจที่ได้ยินอย่างนี้
หากสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ใครเขียนกลอนได้
ย่อมไม่เสียทีที่เขียนมาหลายร้อยบท....

น้องนางเขาเขียนกลอนประณีตบรรจง
อ่านเขาไปเรื่อยละกัน....แนวทางแบบผู้หญิง
อาจจะต่างกับชายอยู่บ้างเวลาเขียนบทซึ้งๆ

แต่ต้องรอนานหน่อยนะ.....สำนักนั้นบทกลอนเขา
ออกช้า.....อิๆๆ
พอดีแวะไปที่บล็อคมา...เห็นหัดเขียนโคลงอยู่
เหมือนจะชอบโคลง....ลองอ่านใน...กลโคลงดู
เป็นหลักพื้นฐาน....ที่กำหนดกันไว้






ขวัญ....
พี่สบายดี....ขอบคุณนะคะที่ถามถึง...อิๆๆ
แล้วขวัญสบายดีไหม...?

กลอนโคลงใน..นารีปราโมชทั้งหมด
หากชอบก็เอาไปเถิด....ดูให้เนื้อหาเข้ากับ
สิ่งที่เราต้องการสื่อ..พี่ก็ยินดี

พักหลังเขียนเรื่องยาวจน....
ไม่ค่อยได้เขียนบทสั้นๆ เลย
แต่ในบทยาวๆ...ก็เอาบทสั้นๆมาแทรกไว้ตลอด





นก....
อ้าว...จะไปไหนคะ
งานยุ่ง...หรือต้องเดินทาง....
ดูแลตัวเองนะคะ.....

หลับฝันดี....กับค่ำคืนอันฉ่ำฝน
นะคะ

 

โดย: สดายุ... 26 กรกฎาคม 2551 23:53:35 น.  

 

พี่ชายหายไปไหนหลายวันหนอฯ....

 

โดย: บุปผาลีลาวดี 4 สิงหาคม 2551 13:32:42 น.  

 


สวัสดีเดือนสิงหา

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

 

โดย: กระบี่ไล่ล่า //// IP: 58.147.40.226 4 สิงหาคม 2551 17:03:59 น.  

 

บุปผา....
พี่ชายมีธุระยุ่งเหยิงค่ะ
วันนี้จะเขียนต่อแล้ว....ค้างคานานๆไม่ดี
เดี๋ยวเจอ..งอน
อิๆๆ






กระบี่ไล่ล่า....
ครับสวัสดี....สุขภาพแข็งแรงดีครับ
ขอบคุณนะครับ....ที่แวะมาทักทาย

 

โดย: สดายุ IP: 61.19.88.178 4 สิงหาคม 2551 19:06:26 น.  

 

พี่ชาย..
แวะมา..ราตรีสวัสดิ์..ค่ะ

 

โดย: ฟาง IP: 118.172.92.219 4 สิงหาคม 2551 23:08:31 น.  

 

เพลงเพราะดีครับ

 

โดย: เกมส์ IP: 117.47.49.88 5 สิงหาคม 2551 18:31:06 น.  

 

ฟางน้อย....
สวัสดีเจ้าค่ะ.....
ยังแวะมาบ่อยๆ....ไม่เบื่อเหรอ...อิๆๆ




ดีครับเกมส์

 

โดย: สดายุ IP: 61.19.88.178 6 สิงหาคม 2551 6:55:56 น.  

 

-ลมหนาวเมื่อผ่าวผ่าน
จึง-ตำนานความหลังก็หลั่งไหล
เป็นเรื่องราวซาบซึ้งของหนึ่งใจ
ที่ยังใสสดอยู่..ด้วยรู้จำ

-หนาวนั้นดอกไม้หอม
และใจหลอมปรารมภ์กลางลมร่ำ
มีแววตาเชื่อมร้อย..มีถ้อยคำ
และอบอุ่นแอบอำ..ให้จำนน

-หมายหยาดหวานผึ้งน้อยค่อยค่อยดอม
และแก้มหอมจบย้ำซ้ำซ้ำหน
ภุมรินปีนป่ายแล้ว..บ่ายวน
หากใจคนวนว่ายไม่หน่ายเลย

-สองตาสองใจแต่ได้สบ
ก็สุดหลบเลี่ยงได้หัวใจเอ๋ย
เหลือเพียงนอบน้อมฤทธิ์จากชิดเชย
ที่ค่อยเผยติดย้ำในคำนึง

-ใจที่เคยเงียบเหงา
ก็รุมเร้าด้วยฤทธิ์แรงคิดถึง
ไม่นานนักเสน่หาก็ตราตรึง
เป็นส่วนหนึ่งในวิถีแห่งชีวิต

-เป็นความสุขสมใจที่ได้รัก
แม้จะถูก..กุมกัก..รอน-ศักดิ์, สิทธิ์
ใครเลยจะหวั่นกลัวและมัวคิด
ช่างมันจะถูกผิด..ไม่คิดแล้ว

 

โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 7 สิงหาคม 2551 16:50:40 น.  

 

พี่จ๋า เข้ามาอ่านแล้วค่ะ
ขอหนีไปเที่ยวเกาะเต่าดำน้ำเล่นให้เย็นใจกับบรรยากาศกรุงเทพช่วงนี้หน่อย ขวัญกลับมาอาทิตย์ดึกๆๆๆๆโน้นค่ะ
แล้วจะรีบตามอ่านต่อค่ะพี่

คิดถึงมากๆๆๆๆๆ

 

โดย: ขวัญค่ะ (toyor ) 27 สิงหาคม 2551 23:54:48 น.  

 



...เด็ดสวาท...ขาดเยื่อมิเหลือรัก
เด็ดใจหัก...ครวญขาดปรารถนา
เด็ดดวงใจ...ถอดรากให้ขาดครา
เด็ดอุรา...รอนร้าวแนบเนาใจ.

 

โดย: อักษราภรณ์ IP: 125.26.52.99 28 สิงหาคม 2551 13:00:45 น.  

 

มาแอบอ่านอีกแล้วค่ะ เพราะจัง

 

โดย: medkhanun 28 สิงหาคม 2551 15:48:00 น.  

 

รู้สึกว่ามันยาวขึ้นกว่าเดิม อิอิ

 

โดย: บุปผาลีลาวดี 29 สิงหาคม 2551 14:09:52 น.  

 



พูมาอ่าน..รัตนโกสินทร์..อีกรอบ

 

โดย: พธู 12 กันยายน 2552 21:48:41 น.  

 

***ไพเราะเกินบรรยาย เพลินจนลืมจังหวะหายใจ***

 

โดย: ธารทิพย์ IP: 10.8.8.33, 203.144.144.165 23 มกราคม 2553 9:06:34 น.  

 

น้ำค้างขม ไพเราะมากค่ะ
v
v
๒๘๕. ระเหิดระเหย-ร้าง..น้ำค้างหยาด
ก่อน..บำราศดินแดนทั้งแผ่นผืน
ระเหยห่างหว่างพลบ..จนกลบกลืน-
คือหยาดน้ำใจรื่น..เคยตื่นรับ

๒๘๖. ฤๅจะเช่นน้ำค้าง..ตอนสางรุ่ง
เพียงเรื่อรุ้งแสงพลอดก็มอดดับ
สิ้นผกายเกล็ดแก้วเคยแวววับ
เหลือหม่นหมองโจมจับ..ลำดับนั้น

อ่านสองบทนี้ พร้อมกับเพลงที่คลออยู่..เศร้ามากมาย

 

โดย: ทิพย์ IP: 202.149.25.225 28 มีนาคม 2553 13:19:19 น.  

 

ทิพย์น่าจะเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวมากนะนี่...
ท่าทางจะอ้อนแฟนเอาเรื่อง

 

โดย: สดายุ... 28 มีนาคม 2553 17:40:35 น.  

 

ทิพย์ดูเป็นคนอ่อนไหว จริงๆ เหรอคะ? แล้วดูช่างอ้อนด้วยเหรอ?

ทิพย์ชอบสำนวนเปรียบเทียบที่พี่กายเขียน ชอบศัพย์ที่ใช้....แล้วก็จินตนาการ ที่ใส่ลงไป แล้วคาดว่าขณะที่ พี่กายเขียน ได้ใส่ความรู้สึกลงไปด้วย

ทีนี้เวลาที่ทิพย์อ่านหนังสือ..ไม่ว่าแนวไหน ก่อนอ่านก็คือ ใจว่าง สมองว่าง แล้วพออ่านก็จะจดจ่ออยู่กับเรื่องนั้น และ จะเรียงลำดับ แล้วก็นึกภาพตาม มันติดมาจากการอ่านตำรา ที่เราต่องแปลความแล้ว เก็บไว้ในสมองรหัสของใคร ก็ ของ คนๆ นั้น

ต่างกันตรงที่ตำราไม่มีอารมณ์ ต้องใช้ความพยายามที่จะจำ แต่กับ บทกลอนของพี่มีอารมณ์มีความรู้สึก แล้วก็งดงาม ด้วยศิลปะในการถ่ายทอดให้คนอ่านได้รับรู้ ไม่ต้องใช้ความพยายามก็จำได้ แล้วก็รู้สึกได้

ทีนี้เกี่ยวกันไหม กับความอ่อนไหว และ ความช่างอ้อน ทิพย์ไม่ทราบเหมือนกัน รู้แต่ว่าขอบเขตมันมีอยู่จริง ในจิตใจคน ก็มีหลาย มิติ (เรียกว่า มิติ ได้ไหม ทิพย์ไม่ค่อยเข้าใจภาษาทางธรรมนัก) ภายในคนๆ เดียว ก็มีตั้ง แต่ ความละเอียดอ่อนสุด จนถึง หยาบสุด แล้วแต่จะดึงส่วนไหนมาใช้ตอบโต้สภาวะเร้า จากภายนอก

ความประณีตในบทกลอนที่พี่ถ่ายทอด ก็สอดรับกับอารมณ์ ความรู้สึกที่ประณีต ทิพย์ว่าน่าจะเป็นความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน ไม่น่าใช่ความอ่อนไหว

จะว่าทิพย์ปากแข็งอีกแล้วใช่ไหมคะ?

 

โดย: ทิพย์ IP: 202.149.25.225 28 มีนาคม 2553 20:07:46 น.  

 

อาจเป็นเพราะทิพย์รับสิ่งที่พี่สื่อออกไปได้ค่อนข้างชัดเจน...จึงเหมือนจิตใจโลดแล่นไปกับจินตนาการของพี่ได้อย่างรื่นรมย์ใจ

ความรับรู้และเท่าทันอารมณ์ผู้เขียนที่สื่อออกมานี่หาได้ยากมากในหมู่ผู้อ่าน...เพราะส่วนมากจะติดที่"คำ"แล้วลืม"ความ"ที่สื่ออกมาไปเลย

ความประณีตละเอียดอ่อนของอารมณ์ต่อการตกกระทบของปัจจัยภายนอกตัว...คือความอ่อนไหวในความหมายของพี่...คนนิสัยหยาบๆจะไม่มีวันอ่านกลอนพี่แล้วซาบซึ้งไปได้...

คนหยาบๆหมายถึงคนที่ทำอะไรลวกๆ...มักง่าย...ไม่มีระเบียบนะในความหมายของพี่...ไม่ได้หมายถึงดีหรือเลวแต่อย่างใด

สุนทรียะแห่งอารมณ์ผู้เสพงานศิลปะเป็นเรื่องของปัจเจกภาวะแห่งตัวตนซึ่งยากจะเกิดกับคนทั่วไป...เหมือนการชมภาพเขียนในแกลอรี่...

กลอนที่พี่เขียนทุกบท..มันจะมี"ภาพ"คอยหยอกล้ออารมณ์อยู่...ตรงหน้าเป็นจอคอมก็จริงแต่สิ่งที่ตาเห็นนั้น
กลับเป็นภาพ"สาวงามที่มีใจให้พี่"ตลอดทุกบท....อารมณ์ที่เกิดขึ้นก็ตอบล้อกับภาพนั้นตลอดจนจบบท

หากไม่มีภาพแบบนี้...พี่ก็เขียนไม่ออก

สาวแสนสวยในจินตนาการจึงขาดไม่ได้..สำหรับพี่

 

โดย: สดายุ... 28 มีนาคม 2553 21:09:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 148 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.