Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
O ว่าด้วย หลวงปู่ทวด .. O







อีกนาน กว่ามิจฉาทิฏฐิของคน ในลักษณะตามข่าวนี้จะหมดไปจากสังคมนี้ได้ เป็นไปได้ว่าคงจะมีคู่แผ่นดินตลอดไป

ขันธ์ 5 นั้น มีรูป 1 และนาม 4 ตั้งอยู่บนรูป .. ซึ่งมีเกิด มีตาย ..

ในเมื่อคนพิจารณาการเกิดการตายแต่เพียงรูป .. โดยไม่พิจารณาการเกิดการตายของนามอีก 4 นั้น .. จะเข้าใจพุทธธรรมได้อย่างไร ?

การไม่เกิด ไม่ตายอีก ของพุทธะ หลังบรรลุสัจจธรรมนั้นไม่ได้พิจารณาทางรูปเลย ..
ไม่อย่างนั้นหลังตรัสรู้เมื่อพระชนมายุ 35 แล้ว อวิชชาดับ .. จนเป็นเหตุให้ ชาติ ชรา มรณะดับ .. ตามสายปฏิจจสมุปบาท นั้น .. ทำไมรูปไม่แตกดับทำลาย ?

การแตกดับทางรูปที่กุสินาราเมื่อพระชนมายุ 80 นั้น คือสิ่งที่เป็นประจักษ์พยานว่า ความเป็นอมตะ ความไม่ตายของพุทธะ นั้นเป็นเรื่องทางนาม คือ
เวทนา .. สัญญา .. สังขาร .. วิญญาณ .. เท่านั้น

การแตกดับของ"รูป" ไม่มีใครเลี่ยงพ้น ทั้งอรหันต์สาวก ทั้งองค์พุทธะเอง
เพียงแต่ไม่มีการแตกดับทาง"นาม" อีก หลังตรัสรู้ เพราะอวิชชาถูกทำลาย ..
จึงต้องเข้าใจเรื่องราวให้ถูกต้อง อย่ามั่ว
.
.
หากเชื่อว่า หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดว่าท่านเป็นอรหันต์แล้ว ก็เชื่อไป
แต่จงรู้ต่อไปว่า .. อรหันต์นั้นท่านไม่มีทางจะดำรงอยู่จนมี "ภาวะ" ใดๆจะมาช่วยใครให้รอดจากรถคว่ำได้

มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่มุมกระแทกของตัวรถกับสิ่งที่พุ่งเข้าปะทะไม่ทิ่มทะลวงเข้ามาในร่างกายเท่านั้นเอง




Create Date : 04 กันยายน 2559
Last Update : 10 ตุลาคม 2559 19:39:54 น. 2 comments
Counter : 414 Pageviews.

 
สดายุ..
สมัยเริ่มก่อตั้งวัดช้างให้ ที่ปัตตานี แม่พาไปกราบไหว้
ซึ่ง นานมากแล้ว ทำไมจึงกลับมา"ฮิต"กันอีก..

สังคมขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจใช่ไหม
ทุกคนรับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม
ที่ทุกคนไม่สามารถต่อต้านได้ จนด้วยเกล้า
จนทำให้ชาวพุทธที่เคยยึดมั่นในเหตุ ในผล
ต้องหันกลับไปในสมัยก่อนมีศาสนา
คือหันไปนับถือ Animism
หมายถึง ความเชื่อและโลกทัศน์เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ เช่น ผีสางเทวดาวิญญาณที่สิงสถิตย์อยู่ในวัตถุและธรรมชาติ



โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 วันที่: 5 กันยายน 2559 เวลา:3:44:43 น.  

 
มินตรา ..
เป็นเพียงความเชื่อของคนที่บอกว่าตัวเองเป็นพุทธ

สุวรรณภูมินี้มีที่มาทางชาติพันธุ์ผสมผสานในบรรดา
มอญ-เขมร .. และ .. ไทย-ลาว

เป็นดินแดนที่ผู้คนนับถือผี มาก่อน
ปัจจุบันจึงเป็นศาสนาไทย คือ พุทธเคลือบด้วยผี
ในบ้านมีพระพุทธรูป .. หน้าบ้านมีศาลพระภูมิ

แม้แต่ระบอบพิธีทางราชการ หลายอย่าง ยังเป็นพราหมณ์ .. แรกนาขวัญ .. พิธีดื่มน้ำพิพัฒน์ ..

หลักพุทธะที่แท้จริงคืออะไร ส่วนมากไม่รู้ แค่จำๆตามกันมาและตามกันไป .. แล้วก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับ "อำนาจการปรุงแต่งของจิตตนเอง - สังขาร" ไปวันๆ

คือขาดเหตุผลรองรับโดยสิ้นเชิง ..
แถมอ่อนไหวต่อการวิพากย์วิจารณ์มาก เพราะจุดยึดเหนี่ยวทางจิตมันล่องลอย ไม่มั่นคง

มิจฉาทิฏฐิจึงท่วมเมือง .. เป็นเหตุให้ ..
.. อาชญากรรมท่วมแผ่นดิน
.. การโกหกตอแหลสร้างภาพนี่หนักหนาสาหัส อย่างที่หากมี ranking คงอันดับต้นๆของโลก ..



โดย: สดายุ... วันที่: 5 กันยายน 2559 เวลา:19:34:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.