Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
1 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
O พี่รักเจ้า .. 1 O






พี่รักเจ้า


O รู้ใช่ไหม .. ความกระซิบจากลิบโพ้น-
แสนอ่อนโยนสุมสั่ง .. เพื่อหวังผล-
ให้อาวรณ์อาลัย .. คอยไหววน-
พาใจนั้นลิ่วหล่น .. อยู่อลเวง !
O จึงแม้นอนหลับฝันในบรรจถรณ์
ความออดอ้อนจักรุมเข้ากุมเหง-
ล้อมรัดรูปกล่อมขวัญ .. ไม่หวั่นเกรง-
การรุดเร่งรมยา .. ผ่านราตรี
O ภาพ-ข่มยิ้มเขินอาย .. ทำส่ายหน้า
เมื่อเผยขึ้นแจ่มจ้า .. ต่อหน้าพี่
ก็เมื่อนั้นรูปนามย่อมตามตี
การวาดวีวัฏฏะภพ .. ย่อมครบวง
O รูปน้อยเอย .. ครันครบแล้วภพชาติ
รอปูรับยุรยาตรผู้ชาติหงส์
พร้อมกับความหอมหวาน .. แผ่ซ่านลง
เมื่อรูปองค์รอพร้อมการกล่อมตระกอง
O ก่อน-สุ้มเสียงสั่นกระซิบจากลิบโลก-
ค่อยเสียดโศกอาลัย .. ผ่านใจสอง
โดยความนัยกระซิบซ้ำ .. เร่งทำนอง-
ความสอดคล้องนิมิตกรรม .. กลางค่ำคืน !
O ก่อนสุ้มเสียงกระซิบสั่นจะพลันแว่ว,
จากเบา-แผ่ว .. แทรกโสต .. จนโอดอื้น-
ค่อยเร่งเร้าชาติภพเข้ากลบกลืน-
การตอบตื่นกรรมบท .. ขึ้นจดกัน
O ยิ่งกว่าความงดงามทั้งสามภพ
เมื่อตระหลบรูปสะอางขึ้นขวางกั้น
แล้วตะล่อมรสพิสุทธิ์แห่งบุษบัน-
ประโลมขวัญสั่นสิ้นจิตวิญญาณ
O ย่อมงามกว่า .. ฝุ่นฝนยามหล่น .. หลั่ง
ที่ล้อมกักเหนี่ยวรั้ง .. ร่วมสังสาร
วัฏฏะวงไหวสั่น .. แต่วันวาน-
คล้าย-หมุนรอบเหวี่ยงด้าน .. ทุกด้าน .. รอ !
O รอ-ภพชาติบรรจบตระหลบต้อน
เยี่ยง-เกสรเรณู .. เหยียด .. ชู .. ล่อ-
ผึ้งภู่ .. ร่อนโผแนบลงแอบออ-
ร่วมเคล้าคลอรสประทิ่นด้วยยินยอม
O กลีบช่อมาลย์ช้อยชู .. รอ ภู่ผึ้ง-
ลงเคล้าคลึงแทรกผ่านรสหวานหอม
เหมือนงามชี้ .. กำหนด .. ฤๅ-อดออม-
การถนอมอ้อมตระกองที่พ้องกัน ?
O แว่วยินไหม .. ความ-กระซิบกระซาบสู่-
ด้วยแรงชู้อยู่พร้อมแวดล้อมขวัญ
แว่วยินไหม .. ความคำที่รำพัน-
ปลอบ-เสียงสั่นสะท้านอยู่ .. ของผู้ใด ?
O เมื่อมาลย์หอมพร้อมมวล .. อบอวลอยู่
จะกี่ภู่ผึ้งผ่าน .. ฤๅต้านไหว
ยิ่งหอมมาลย์ – คือหวงคือห่วงใย-
เพียงรูปในอกอ้อม .. ที่หอมล้น
O จะผ่านพ้นฤๅสิ้น .. ประทิ่นรส
เมื่อเพียงจด .. หอมปวงก็ร่วงป่น
เหลือเพียงขวัญอวลหอมให้ยอมตน-
ตฤปหวานล้นหวานอยู่ .. แต่ผู้เดียว
O รูปน้อยเอย .. หอมตระหลบเมื่อจบต้อง-
พร้อมข้อแขนผุดผ่องเจ้าคล้อง .. เกี่ยว
รับรู้แววสบสื่อ .. เมื่อมือเรียว-
ค่อยโน้มเหนี่ยวแทรกฝัน .. ด้วยขวัญน้อย !





Create Date : 01 ธันวาคม 2555
Last Update : 1 มกราคม 2563 16:17:28 น. 9 comments
Counter : 2106 Pageviews.

 


คอยด้วยเจ้าค่ะ...

คอยกลอนบทนี้จบ :'))

คงถึงกรุงเทพฯแล้ว... พักผ่อนก่อนนะคะ


โดย: witch IP: 118.172.108.212 วันที่: 2 ธันวาคม 2555 เวลา:16:58:10 น.  

 
.

กว่าจะจบดึกนะ .. คอยด้วยไหวแน่นะ ? อิๆๆ

ถึงกรุงเทพแล้วโดยสวัสดิภาพด้วยเวลา 6 ชั่วโมง 12 นาที .. อันเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่เคยทำได้

พักผ่อนยังไม่ได้ค่ะ .. เดี๋ยวบทนี้ไม่จบ
คนคอยด้วยจะง่วงแย่เลย


โดย: สดายุ... วันที่: 2 ธันวาคม 2555 เวลา:19:13:06 น.  

 


"ด้วยเวลา 6 ชั่วโมง 12 นาที .. อันเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่เคยทำได้"


แพ้!! อิอิ

แม่มดขับไปชะอำกับน้องชาย ออกจากบ้าน 06.00 ไปถึงชะอำ 12.40 น. วันนั้นจำได้ว่า โดนดุซะ หาว่าขับเร็วเกินไป แต่เข้าทาง มโนรมณ์ นะคะ ไม่ผ่าน กทม.

วันนี้พี่พาคุณแม่ไปรพ.ตำรวจแล้วไปหาน้องต่อ กลับเข้าบ้านน่าจะบ่ายๆสินะคะ คงพอดีกับแม่มดประชุมเสร็จพอดี...

เดินทางปลอดภัย และทำธุระสำเร็จทุกอย่างนะคะ

มีความสุขมากๆนะคะ



โดย: witch IP: 118.172.108.212 วันที่: 3 ธันวาคม 2555 เวลา:9:05:42 น.  

 
น้องเล็ก

พี่แพ้เพราะสมรรถภาพรถค่ะ .. รถเครื่องยนต์แค่ 1600 เหยียบ 150 ก็หวิวแล้ว .. แต่หากเป็น แคพติว่า .. ต้องมาวัดกันดูใหม่ เจ้าค่ะ .. อิๆๆ

การขับรถในวันฟ้าครามแดดใส .. เป็นสิ่งที่พี่โปรดปราน .. เหลือแต่ "ที่นั่งเบาะข้าง" ที่ยังว่าง บรรยากาศในรถจึงยังเงียบไปหน่อย

รอเจ้า ..




โดย: สดายุ... วันที่: 3 ธันวาคม 2555 เวลา:15:13:16 น.  

 

สดายุ..

มาทำ"สิ่งที่เป็นประโยชน์" เพื่อช่วยกันรักษา ศิลปะในการใช้ภาษาที่งดงาม

"O รูปน้อยเอย .. ครันครบแล้วภพชาติ
รอปูรับยุรยาตรผู้ชาติหงส์
พร้อมกับความหอมหวาน .. แผ่ซ่านลง
เมื่อรูปองค์รอพร้อมการกล่อมตระกอง"

ตระกอง...

"O ยิ่งกว่าความงดงามทั้งสามภพ
เมื่อตระหลบรูปสะอางขึ้นขวางกั้น
แล้วตะล่อมรสพิสุทธิ์แห่งบุษบัน-
ประโลมขวัญสั่นสิ้นจิตวิญญาณ"

ตระหลบ..ตะล่อม..
ครั้งนี้ สดายุใช้คำ ที่ทั้ง "ตระหลบตะล่อม"ล้อม เพื่อจะ"ตระกอง"กอดใครไว้ในอ้อมแขนให้ได้..นะ
เสมือนกับ ท่า รำวงของไทยเดิมเลย..จะมีรำดักหน้าดักหลัง ดักวงล้อม ด้วยอ้อมแขน..
แปลกที่ภาษา บอกภาพได้..
ว่าแต่ว่า "O รูปน้อยเอย .. หอมตระหลบ" เธอจะยอมให้ "ตระกอง"รึ..ในเมื่อเธอออกจะ "หอมตระหลบ" อยู่เช่นนั้น...




โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.199.231 วันที่: 4 ธันวาคม 2555 เวลา:1:14:34 น.  

 

"ปลาอยู่ในน้ำ .. ย่อมมองไม่เห็นน้ำ
นกบินอยู่บนท้องฟ้า .. ย่อมมองไม่เห็นท้องฟ้า
คนอยู่ในเหตุการณ์ .. จึงมักมองไม่เห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจนเยี่ยงคนรอบข้าง"

คงจริงค่ะ น้องน้อยหาของไม่เจอบ่อยๆทั้งๆที่อยู่ข้างหน้า... พ่อหาแว่นอ่านหนังสือไม่เจอทั้งๆที่คาดอยู่บนหน้าผาก อิอิ

ส่วน "ปลาในน้ำ ดาวบนฟ้า เธอในฝัน" ของเล็กเป็นเพลงค่ะ :'))

ที่พี่เล่าให้เล็กฟัง และคุณแม่ของพี่ท่านเล่า แสดงว่า เรา หมายถึง คุณแม่ พี่และเล็กยังมองเห็นสิ่งเหล่านั้นค่ะ แต่...เราเก็บไว้ ...ส่วนพี่เป็นคนจิตใจดีและคิดไม่ถึงเพราะอยู่ในเหตุการณ์อย่างที่เล็กบอก ถึงได้มอง "ลิเก" เป็นเรื่องจริง...

วันนี้ที่ลำปางอากาศเย็นค่ะ ...

เล็กกลับมาบ่ายๆนะคะ


โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.111.52 วันที่: 4 ธันวาคม 2555 เวลา:7:42:37 น.  

 

สดายุ..

"O จะผ่านพ้นฤๅสิ้น .. ประทิ่นรส
เมื่อเพียงจด .. หอมปวงก็ร่วงป่น
เหลือเพียงขวัญอวลหอมให้ยอมตน-
ตฤปหวานล้นหวานอยู่ .. แต่ผู้เดียว"

"จะผ่านพ้นฤๅสิ้น .. ประทิ่นรส" นั่นซิคะ..ดูแล้วกลอนครั้งนี้ หวานกร่อยกร่อย ยังไงไม่ทราบ..
เพราะดูท่า ว่า มินตราจะ"ตฤปหวานล้นหวานอยู่ .. แต่ผู้เดียว" ..เป็นแน่แท้..เพราะสิ่งแวดล้อมมิเอื้ออำนวย..ฮึ..ฮึ..
เอ..คำว่า"ตฤป"นี่ แปลว่า อะไรเอ่ย..ผ่านตาบ่อยทีเดียว..




โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.253 วันที่: 4 ธันวาคม 2555 เวลา:12:39:25 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่กาย
อ่านเมื่อไรก็คงความไพเราะทุกเมื่อ
พี่กายสบายดีนะคะ ไม่ได้เข้ามานานมาก ม่านทำเรื่องขอจบเรียบร้อยแล้วนะคะ ปิดลิ้นชักนักศึกษาเสียที ทีนี้เปิดลิ้นชักนักการศึกษาได้เต็มตัวและ แวะทักทายเจ้าของบ้านก่อน และก็แว๊บไปอ่านกลอนให้จุใจ


โดย: ม่านแพร IP: 49.48.214.38 วันที่: 4 ธันวาคม 2555 เวลา:16:33:23 น.  

 
มินตรา..

ตฤป [ตฺริบ] (แบบ) ก. อิ่ม, ให้อิ่ม, ให้กิน, เลี้ยง, กิน เช่น ตฤปตฤณ. (ส.; ป. ตปฺป).

คำนี้เป็นคำที่นายผี (อัสนี พลจันทร์ .. ผู้เขียนเพลงเดือนเพ็ญ) เป็นผู้ใช้ก่อน ในงานกวี ก็เลยเอามาใช้บ้าง

ดูในวงเล็บ .. ท้ายคำแปล .. ส. คือ สันสกฤต ส่วน ป. คือ ประโยคหรือบาลี นี่คือที่มาของคำ .. เวลาใช้ในฉันท์เราสามารถแยกอ่านได้เป็น .. ตริ-ปะ

ผึ้งล้อมและห้อมฉมะพะบู
นิระรู้ประจาคบิน
เสพหวานละลาน บ ละถวิล
ตฤ-ปะพินทุเกสร

เรื่อยเร่วเนจระพนัส
ทะลุตัดระหว่างตอน
หอมหวานสุมาลยะขจร
ขณะร่อนก็รับรู้

ภาษากลอนของไทย .. เป็นสุนทรียภาพแห่งความละเมียดละไมในการถ่ายทอดจินตภาพของผู้เขียนออกมา .. ผ่านรูปแบบที่ค่อนข้างมีลีลาเฉพาะตัว .. และผู้เสพรับจำต้องมีวุฒิภาวะทางภาษาในระดับที่ลึกซึ้งเพียงพอจะเสพรับสิ่งที่สื่อได้ .. จึงจะเป็นความลงตัวของเรื่องราว ..

หากเคยผ่านตา "พรรณนาโวหาร" ในจุฬาตรีคูณ ที่เขียนโดยนักเรียนมัธยมปลายสวนกุหลาบที่ใช้นามปากกา"พนมเทียน" มาบ้าง .. อาจสามารถประเมินคุณภาพทางภาษาไทยของคนยุคก่อนกับยุคนี้ว่าต่างกันมากมายเพียงไร ..






น้องเล็ก..
พรุ่งนี้วันที่ 5 .. พี่คงอยู่ในรถทั้งวันเที่ยวขากลับ .. มีเวลาน้อยมากสำหรับ"สาวน้อยจากทัสมาเนีย" ช่วงปีใหม่อาจลงมาอีกสักเที่ยว ..

กรุงเทพร้อนเป็นปกติ แต่ค่ำคืนแถวราชประสงค์ประดับไฟสวยงาม รับเทศกาล พร้อมหนุ่มสาวแต่งตัวทันสมัยเดินจูงมือชมไฟ+ถ่ายรูป .. กัน .. เห็นแล้ว-เอ็นดู ..อิๆๆ

ยังไม่มีโอกาสเพราะไม่มีเวลาพาทั้ง สว และ สน ไปตลาดน้ำสักที ..

ดูแลสุขภาพเจ้าค่ะ







ม่านแพร
จบดอกเตอร์แล้วสินะ .. พี่ขอแสดงความยินดีด้วย
หายหน้าหายตาไปจากบล็อคพี่นับนานจนนึกว่าเลิกท่องเนตแล้ว ..

แล้วตอนนี้ทำงานที่ไหน .. พี่จำได้ว่าครั้งล่าสุดอยู่โรงเรียนแถวสวนผึ้งราชบุรี .. ใช่ บ่

เรียนเก่ง และเรียนได้สูง ก็จะได้เปรียบคนอื่นในหน่วยงาน .. ขอให้ม่านประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ


โดย: สดายุ... วันที่: 4 ธันวาคม 2555 เวลา:19:22:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O งามละมุน .. กับกรุ่นข้าวหอม .. O





O ดั่งยูงที่สูงส่งด้วยวงศา
ล้อมแววตาเพื่อจรด .. ความสดใส
เบิกรุ่งสางหม่นดำ ด้วยอำไพ-
แห่งดวงไฟเลื่อนชั้น .. ขึ้นบัญชา
O พอแว่วเสียงสาธุ .. บรรลุโสต
ความปราโมทย์หัวใจผู้ใฝ่หา-
ก็ซ่านความผ่องแผ้วสู่แววตา
เมื่อรูปหน้ารูปจริต .. เผย-ติดตรึง
O เกิดแต่เมื่อกรประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า, แววตาหนึ่ง-
ก็คล้ายถูกกรเรียวนั้นเหนี่ยวดึง
แววหวานซึ้งมั่นหมาย .. ก็ฉายทอ
O โอ ราศีรูปงาม .. แห่งยามเช้า
คอยรุมเร้าใจอยู่, ท่านผู้ขอ-
ย่อมอุ้มบาตรเอ่ยธรรม .. ลงย้ำ .. ยอ-
ยกอารมณ์ทดท้อ .. พ้นทรมาน
O สบรูป .. รูปละม่อมก็ล้อมสิ้น-
แต่ผัน-ผินรูปพักตร์ .. เข้าหักหาญ
จิตวิญญาณตื่นรู้ .. จึงรู้พาน-
ความอ่อนหวานอ่อนโยน .. ที่โชน-แวว
O พาโลกในแวดล้อม .. งามพร้อมอยู่
พร้อมแรงชู้อาลัยเริ่มไหว .. แว่ว
อาวรณ์เคยซ่อนเร้น .. ก็เห็นแนว-
ความผ่องแผ้วตอบเต้น .. ไม่เว้นวาง
O โอ อำนาจเนตรพรับ .. ราวจับจูง-
สบรูปยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนสีสัน .. ขึ้นกั้นกลาง
หยัดรอยขวางเพรียกถวิล ..ให้ดิ้นรน
O งามวงสีเลื่อมลาย .. ก็คล้ายว่า
เผยคุณค่าออกแล้วผ่านแววขน
พร้อมอ่อนหวานอ่อนไหวของใจคน-
เริ่มเผยตน .. ออกแล้วที่แววตา
O วาบวับ-นั้น .. แววตา .. แม้-ตาหลับ-
แววระยับ .. ก็ยังคง .. อยู่ตรงหน้า
ราวอยู่ล้อมห้อมขวัญคอยบัญชา-
ให้ตอบรับคุณค่า .. ด้วยอาวรณ์
O วาบวับแววขนยูง .. อันสูงค่า-
ก่อรูปพา .. งดงามติดตาม-อ้อน
จนงามนั้นลามรุกไปทุกตอน
สะทกสะท้อนสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O จึงโลกในแวดล้อม .. ราวน้อมรับ-
แววพริ้มพรับออดอ้อน .. ผู้อ่อนไหว
ความผูกพันอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
ก็รัดรึงเอาไว้ .. อยู่ในวัน
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ผ่านลงแวดล้อมช่วง .. ทาบทวง-ขวัญ
งามรูปลักษณ์ชาติภพ .. ก็ครบครัน-
แทรกลงฝันฝากรอย .. ให้คอยรอ
O เช้านั้น .. คำข้าว .. เนตรวาววาม
กอปร-คำ .. ความ .. ผ่านหูจากผู้ขอ
พร้อมอีกการรุมเร้าพะเน้าพะนอ
ของรูปลักษณ์งามลออ .. อยู่ต่อตา
O เช้านั้น .. คำข้าว .. อกผ่าวร้อน-
กับอาวรณ์รูปองค์ .. ที่ตรงหน้า
สบ-สัมผัส .. ฉับพลันก็บัญชา-
เสน่หาให้อุบัติขึ้นรัดรึง
O เช้านี้ .. แรงอาลัยผู้ใฝ่หา
คอยบัญชาดวงจิต .. แต่คิดถึง-
รูปแพงน้อยอบร่ำในคำนึง
เจ้าเอย .. พึงรับรู้นัยชู้ .. ชาย
O ส่งมาเถิด .. อบอุ่นและคุณค่า
ผ่านแววตาอ่อนโยน .. ออกโชนฉาย-
แววอ่อนหวานดื่มด่ำ .. พึง-รำบาย-
ออกเปื้อนป่ายล้อมโลก .. แล้วโยกคลอน
O มอบมาเถิด .. เสน่หาความอาลัย
สุมลงให้ใจชาย .. สุดถ่ายถอน-
ทั้งจากรูป, คุณค่าความอาวรณ์
ตราบม้วยมรณ์ชีพลงเป็นผงคลี
O รูปยูงเอย .. ขาบเขียวทุกเรียวขน
เปล่งปลาบบนคุณค่า .. แห่งราศี
เพรียกละห้อยแหนหวงเป็นท่วงที-
อาวรณ์ที่ - ตราบวาย .. ยากคลายลง !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.