Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 

O หยาดเพชรเมื่อเพ็ญรูป .. O








เพลง .. สร้อยสนตัด



O แล้วเล่า..ความเรื่อเรื้องที่เบื้องหน้า
ค่อยก่อรูปรมยา..รับ-ราศี
แล้วเล่า..ปริศนาในตามี
ค่อยค่อยคลี่คลายล้อม..ให้ยอมต้ว
O เหมือนความหมายลอบเร้นบีบเค้นให้-
ความอ่อนไหวโหมระลอกเข้าหยอกยั่ว
เหมือนทุกมองสบนั้น..แววสั่นรัว-
จะกระเพื่อมโลมทั่วทั้งหัวใจ
O จันทร์ทรงเพ็ญงามเรื้องที่เบื้องหน้า
สุดสายตาอาจเคลื่อนกลบเกลื่อนไหว
ยิ้มในแววตานั้น-บีบคั้นใคร
จึงผ่านนัยให้ตระหนักพะวักพะวน
O ทุกครั้งสายตาเลื่อนแล้วเบือนสบ
แต่งชาติภพหยัดหยั่งทุกครั้งหน
ทุกครั้งหัวใจชายก็ว่าย-วน
ด้วยอับจนหลีกหลบ..กรรทบนั้น
O หยาดเพชรร่วงหล่นแล้ว..ในแววตา
ที่เหมือนว่าความหมาย..พร่างพรายสั่น
หยาดเอาความอ่อนหวานส่งผ่านกัน
สืบสัมพันธ์แฝงเร้น..ขึ้น - เป็น, มี
O จันทร์เพ็ญควร-ลอยดวงบนสรวงฟ้า
กลับเหมือนว่าลอยดวงกลางทรวงนี่
ทุก-กรรทบ..ภพชาติจึงวาดวี-
แฝงท่วงทีอาวรณ์..แอบซ่อนนัย
O โอ งามราวจะตามมาลามล่วง
กดทับทรวงบีบเค้น..เกินเร้นไหว
โอ นั่นแววตายั่ว..บีบหัวใจ
ฤๅ-หวังสั่นรัวให้ เสียง-ได้ยิน ?
O ท่ามกลางเสียงหลากหลายที่รายรอบ
แว่วเสียงสอบถามใจ..เหมือนไม่สิ้น
ว่าเยี่ยงไรรมย์รื่น..ถ้วนผืนดิน
เหมือนรวยรินกล่อมเห่ห้วงเวลา
O อก-กลางเสียง..ถามตอบอยู่รอบตัว
กลับสั่นรัวเหลือทีกับทีท่า-
ของรูปลักษณ์นวลลออ..เมื่อต่อตา-
ใครเล่าถูกล่ามคา..แววตานั้น
O สบตาแล้ว..สบอีกสุดหลีกหลบ
วางชาติภพรอสาป, แวววาบสั่น-
ก็วาบแววรำร่าย..ที่ปลายวัน-
เหนี่ยวรอบฉันทารส..ให้ทดลอง
O ราวโค้งรุ้งพุ่งลงที่ตรงหน้า
เพื่อ-ไขว่คว้า..ใฝ่เฝ้า..เป็นเจ้าของ
รอเพียงแววตอบรับการจับจอง
โลกทั้งผองย่อมวาง..ให้ย่างเท้า
O หล่นลงแล้วดาวร่วงจากสรวงสูง
มาจับจูงภาพฝันจากวันเก่า
มีดวงใจสั่นรัว..กับยั่วเย้า-
จากรูปเงาในตาเบื้องหน้านั้น
O หล่นลงแล้วดาวสรวง..สองดวงที่-
รำบัดสีฉาบทรวง..ทุกช่วงสั่น
เยื่อใยเอย คลี่สายเมื่อปลายวัน
ม้วนรัดขวัญโอบแล้ว..ผ่านแววตา
O ยิ้มรับแววชม้อยชม้ายเมียง
ทั้งความเอียงอายล้อมละม่อมหน้า
นวลแก้มอิ่มเนียนนั้น..เพียงหันมา-
ก็ตรึงล่ามปรารถนา..แววตา-คอย
O จันทร์ทรงเพ็ญแสงวาม..ในท่ามกลาง-
หยาดเพชรวางบทแล้ว..อย่างแผ่วค่อย
ระลอกความอ่อนหวานก็ผ่านรอย-
พาหัวใจเฝ้าคอย..ชม้อยชม้าย
O โอ งามหรือจะลามทั้งสามโลก
เข้าแทรกโศกอาดูร..จนสูญหาย
พักตร์ละม่อม..เสน่หา..แววตาชาย-
หรืออาจคลายโอบรัด..เอาตัดรอน ?
O หล่นลงแล้วดาวช่วง..สองดวงนั่น
พร้อมแววสั่นวาบสู่..เกินรู้ซ่อน
หล่นลงบนทีท่า..ความอาวรณ์-
ของหัวใจสั่นคลอน..เกินถอนตัว
O หล่นลงแล้วเรื่อรุ้ง..จากคุ้งฟ้า
ลงต่อตั้งปรารถนากลางฟ้าหลัว
งามไหนหนอพะนอขวัญ..ให้สั่นรัว-
แล้วหยอกยั่วจับวาง..ลงกลางใจ !




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2555
2 comments
Last Update : 20 มิถุนายน 2562 6:45:03 น.
Counter : 1864 Pageviews.

 


ดายุคะ..

มินตราก็ยังโปรดฉันท์มากกว่า กลอนอยู่ดีนะ
คำในกลอน ดูจะเป็น"ภาษาพูด"มากไป..
ฉันท์ยังมีอะไรก็มิทราบที่เพียง"แย้ม"แต่ก็ชัดเจน

O สืบสร้างระหว่างรหัสะเนตร
ระอุเจตะกำจาย
วาบอุ่นเพราะสุนทริยะสยาย
ฤดิ ถ่ายสิทอดถึง

ช่วงนี้ ตามตึก ตามต้นไม้ มีแววระยิบระยับของ"หยาดเพชร"จากแสงไฟวิทยาศาสตร์..
สวยงามจนปรารถนาจะให้ใครใครมาเดินเคียงข้าง..
คริสมัสต์ เป็นช่วงปลายปีที่..วัดความสำเร็จของชีวิตในแต่ละปีได้..

"เปรียบเธอเพชรงามน้ำหนึ่ง.."จึงเป็นรางวัลในชีวิตที่งดงามมาก..ในช่วงบรรยากาศปลายปีเช่นนี้..


 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.247 14 ธันวาคม 2555 0:39:25 น.  

 

มินตรา ..

ฉันท์ เป็นร้อยกรองที่ต้องใช้คำแขกมากกว่าชนิดอื่น .. เพราะโดยที่มาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน ..

ขณะที่ทั้งบาลี สันสกฤต เป็นของยากสำหรับคนรุ่นใหม่ยุคปัจจุบัน .. การสื่อความหมายจึงค่อนข้างทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ยาก .. ทั้งๆที่ไม่เคยใช้คำสมาส สนธิเลยด้วยซ้ำ

สมาส สนธิ คือ อย่างไร ? .. หลายคนอาจสงสัย

โลก+อุดร = โลกุตระ
สาธารณะ+อุปโภค = สาธารณูปโภค
จตุ+อริยะสัจจ์ = จตุราริยาสัจจ์
โลก+อภิวัฒน์ = โลกาภิวัฒน์
เบญจะ(ปัญจะ)+อุปาทานขันธ์ = ปัญจุปาทานขันธ์

ซึ่งจะเปลี่ยนรูปไปตามกฎเกณฑ์ทางภาษาและจะเข้าใจยากยิ่งขึ้นไปอีก .. ในฉันท์เก่าๆจะมีให้เห็นอยู่มาก

ความพึงใจในความสละสลวยทางภาษา เป็นเรื่องของรสนิยม สุนทรียภาพ อันเป็นจริตส่วนตน เช่นเดียวกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย -

ซึ่งฝรั่งเขามี ranking ออกมาทุกปีทั้ง ยอดเยี่ยม และ ยอดแย่ .. สำหรับเหล่าคนดัง - ซึ่งความตรงไปตรงมาแบบนี้ ไทยเราไม่มี -

ขืนมาวิจารณ์ฉัน สิเป็นโกรธกันไม่เผาผี - 55

วิถีแห่งเอเชีย - ใจเล็กนิดเดียว ในทุกเรื่อง !
วิวัฒนาการจึงช้ากว่าเขา

ช่วงนี้เราเรียก เทศกาลแห่งแสงสียามค่ำคืน
ในกรุงเทพ ก็ประดับประดา กันเป็นธรรมเนียมทุกปี .. อย่างที่พยายามตามกระแสตะวันตก .. เพราะเราไม่มีเทศกาลอะไรเกี่ยวเนื่องทางศาสนาในช่วงนี้ เหมือน คริสต์เขา

แต่ .. ฝรั่งว่าดี .. ไทยก็ดีตามด้วย - ขอเพียงได้เป็นแบบคนอื่นเท่านั้น .. 555

 

โดย: สดายุ... 14 ธันวาคม 2555 8:34:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.