Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
30 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
O สุขศานติปีใหม่ .. O








ลาวคำหอม best version



วสันตดิลกฉันท์๑๔
O กำลูนผอูนกมละมาตุ
ระบุภาษะรำพัน
กล่อมเยาวะเร้าสุขะถวัล-
ยะประจัน ณ ห้วงใจ

O เนื่องหนุนกะสุนทริยะคัม-
ภิระคำก็เพื่อใคร-
เสพรส .. สุพจนะประไพ
เฉพาะให้ถวิลถึง

O ลมหนาวผะผ่าว .. วรรณะกระชั้น
ขณะนั้นก็คำนึง
ฤๅงามจะลามบทะจะพึง-
สุขะซึ้งเขษมศานติ์

O แสงทอดแตะพลอดกุสุมะ .. น้อม-
บทะพร้อมกะรูปพาล-
เด่นคู่เหมาะผู้รติพิศาล-
บริบาละเคียงบุญ

O ลมเห่ระเกสระประทิ่น
ทะนุจินตะ .. เจือจุน-
รื่นพร้อมพะยอม .. บทะละมุน-
วยะรุ่น ณ แรกฉาย

O หยาดหล่น สุชลผัสะกระทบ
ตฤณะภพก็พร่างพราย
ขอบเขตและเจตนะก็หมาย-
สิริผ้ายประนังพล

O เชิญธรรม เหมาะนำ .. นยะถวัลย์
ทะนุฉันทะแนบชนม์
เชิญช่วย อำนวยและอนุสน-
ธิกมละเสริมศรี

O สัมมาประการะปฏิบัติ
เหมาะสมรรถภาพมี
มิจฉาประดาฉละกลี
นิระที่จะเอื้อมถึง

O ยอชาติเหมาะภาษธรรมะพระพุทธ
จิตะนุชะคำนึง
บรรสบ ประภพ .. ขณะประหนึ่ง-
ประลุซึึ้งและสุขสันติ์

O เพียบพูนประยูระบริรัก-
ษะประจักษะผ่านจรร-
ยาเยาว์เฉลา .. วัตระกระนั้น
ดละฉันทะเฉิดฉาย

O งามวัย .. พิไลพฤติวิวรณ์
จะขจระกำจาย
งามคำเพราะคัมภิระสยาย
จะระบายระบือเสียง

O เจ้าเอย .. เพราะเผยวุฒิพิไล-
พฤตินัยและสำเนียง
พอกานท์ประสารพิเราะเหมาะเรียง-
คุณะเคียง .. จะควรขาน

O พึงเปรม .. เขษมสุขะกมล
ทุขะพ้น บ แผ้วพาน
พึงงาม .. เถอะงาม .. กิติพิศาล-
เหมาะ .. ตระการะนานเทอญ









Create Date : 30 ธันวาคม 2555
Last Update : 31 ธันวาคม 2559 19:30:03 น. 4 comments
Counter : 1908 Pageviews.

 
.


O เที่ยวไปและใจถวิละถึง
นยะซึ้งก็แนบทรวง
เรือล่องเลาะคลอง .. อุสุมะปวง-
ดุจะช่วง ณ อกชาย

O ร้านค้าและพานิชะประกอบ
พิศะรอบ ก็เรียงราย
สาวหนุ่มระรุมพินิจะหมาย-
ธนะถ่ายจะแลกของ

O เรือแล่นระแผ่นทกะกระเพื่อม
รุจิเหลื่อมระลอกฟอง
ท่วงทีวจีเสนาะสนอง
นุชะพร้องก็งามเพ็ญ



โดย: สดายุ... วันที่: 30 ธันวาคม 2555 เวลา:21:43:09 น.  

 

ตัวเล็กมาอ่านได้เปล่าคะ... อิอิ

ถึงจะอ่านยากสำหรับเล็ก แต่ก็พอเข้าใจ ไพเราะมากค่ะ

เที่ยวตลาดน้ำ ชมวิวสองข้างริมฝั่งน้ำ ภาพที่พี่ส่งมายังสวย ไปเองคงเพลินๆนะคะ...

ฝากกราบคุณแม่ด้วยนะคะ


โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.105.33 วันที่: 31 ธันวาคม 2555 เวลา:8:09:27 น.  

 
น้องเล็ก..

บทนี้เอามายกเครื่องให้"ตัวเล็กตัวน้อย"เป็นการเฉพาะในวาระขึ้นปีใหม่ ..

รูปคลื่นแล่นฟอง ณ คลองอัมพวายามเย็นในบรรยากาศที่หนุ่มสาวเดินเกี่ยวก้อยเลือกซื้อ เลือกชิม ที่ส่งมาให้นั้นต้องพูดว่า ครึกครื้นยิ่งนัก ..

อีกไม่นานค่ะ .. จะจูงมือไปให้ทัศนากับสายตา

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรด้วยบทกลอนที่ไพเราะนะคะ


โดย: สดายุ... วันที่: 31 ธันวาคม 2555 เวลา:16:42:18 น.  

 

ขอบพระคุณค่ะ พี่ _/\\_


โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.106.195 วันที่: 31 ธันวาคม 2555 เวลา:18:59:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.