Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
24 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
O โสมกลางสรวง .. O









ลาวดวงดอกไม้ - อัศวลีลา



-1-
O ทอดทอแดดอุ่นอ่อนลงอ้อนไม้
ลมแผ่วไหว, เสียงแว่วก็แผ่วหวาน
ของนกเช้าพรั่งพร้อม .. ขับกล่อมกาล
แตะตื่นความชื่นบานให้ผ่านวน
O อ้อยอิ่งนัก-โคมสรวงเมื่อช่วงฉาย
โอบรำบายห้อมเห่ห้วงเวหน
ก็เมื่อรอบอาลัย, น้ำใจคน-
ค่อยค่อยล้นเอ่อแล้วที่แววตา
O ลับล่มสิ้น-หมอกเช้าแต่เข้าสาย
เหลือใจว่าย-เวียนคอยรูปรอยหน้า
จะแฝงฝากเปล่าเปลี่ยวเข้าเยียวยา-
ความละห้อยคอยท่า-ผู้อาวรณ์
O ปีกผีเสื้อโบกผ่านดอกมาลย์สี
ลมไหววีห้อมเห่ช่อเกสร
โอบจบกลีบเบาบางในต่างตอน
เหมือนจบอ่อนนุ่มปราง .. โอบร่างไว้
O แทนอ้อมโอบลมพลิ้ว-คือริ้วแก้ม-
โอบจบแต้มผูกขวัญ-ผู้ฝันใฝ่
เพียงเพื่อการสั่นรัวของหัวใจ
จะผ่านเสียงสั่นไหว .. แว่วให้ฟัง
O งดงามสี, ลวดลายที่ปลายปีก
บินหลบหลีกแดดเช้า .. ด้วยเฝ้าหวัง-
จะแทรกกายจ่อมจมใต้ร่มบัง
เพื่อหวานหอมหลอมหลั่ง .. สุมสั่งรส
O ละม่อมหน้าเนียนแก้มก็แซมภาพ
กลางกำซาบหวานหอมพรั่งพร้อมบท
เกสรช่อลมร่ำ-ถ้อยคำพจน์
น้อมลงจดอารมณ์ .. กลางลมวี
O ปีกผีเสื้อ-ยอร่าง, เงาร่างนั้น-
ก็ยอร่างแนบขวัญในฝันพี่
ล่องลอยผ่านอาลัย, เพรียกไมตรี
แล้วค่อยลีลาศบท .. ลงกดดัน
O พลิ้วลมแผ่วโผยผ่านช่อมาลย์หอม
ก็เมื่องามพักตร์ละม่อมรายล้อมขวัญ
โบกปีกกลางหมู่มาลย์ก็ปานกัน
กับการผันรูปล่วงรับห่วงใย
O กรุ่นหอมรื่นรวยรินในถิ่นที่
พร้อมลายผีเสื้อโบก .. ปีกโยกไหว
ขณะวันลอยดวง, อีกดวงใจ-
ก็แกว่งไกว .. ด้วยถวิลอันดิ้นรน
O ลายดำแฝงแดงเหลืองอยู่เบื้องหน้า
โบกปีกช้าเฉื่อยล่วงฝ่าห้วงหน
เคลื่อนคล้อยร่างผันผก .. ลอย-วกวน
ก็เช่นใจของคน .. คิด .. วน-วก
O มีหอมและมีหวานสุมาลย์หมู่
มีรอบชู้วาบไหวอยู่ในอก
มีดวงตาไหวสั่น .. แววหวั่นสะทก
ด้วยสุดปกป้องใจจากใครนั้น
O ผีเสื้อยังว่อนบินในถิ่นที่
กลางเรื่อยรี้ลมวก, หัวอก-หวั่น
แรงอาวรณ์อาลัยของใครกัน
หนอ-ช่างมั่นคงอยู่ไม่รู้คลาย
O โบกปีก-เบาบางพาร่างน้อย
บินล่องลอยผ่านเช้าจนเข้าสาย
เมื่ออาวรณ์อาลัยแห่งใจชาย
ค่อยค่อยว่าย-วนรอบ .. รอมอบตัว
O พลิ้วผ่านมวลแมกไม้ .. ฝ่าไอแดด-
อยู่ในแวดล้อมห่ม .. ของร่มหลัว
ผ่านแล้วหนอไหวหวั่น .. ใจสั่นรัว
กับเย้ยยั่วอาลัย .. ด้วยนัยน์ตา
O พลิ้วผ่านเงาม่านใบ .. ดอกไม้หอม-
ลงแนบน้อมรูปคอยละห้อยหา
มอบใจและมอบขวัญในฉันทา
รับบัญชานิรมิตจากฤทธิ์พรหม
O รวยรวยรสหอมมาลย์, รูปคราญเจ้า-
ก็รุมเร้าแรงถวิล .. รับกลิ่นฉม
จนเผยผ่านแววตา-ห้วงอารมณ์-
ก็จ่อมจมด้วยนัย .. จากใจนั้น
O ปีกผีเสื้อบอบบาง .. ลับร่างแล้ว
เหลือเพียงแววอาลัย .. วาบ-ไหว-สั่น
โอ-งามเห็นจะงามไปตามกัน
เมื่อยิ้มนั่น, เนตรพรับ .. ตอบ - รับรู้ !

-2-
O ไม้แกว่งกิ่ง ลมวูบ .. หนึ่งรูปรอย
ที่แม้นวันเดือนคล้อย .. ยังคอยอยู่
กี่ครั้ง-ที่เพียบเพ็ญด้วยเอ็นดู
ตรึง-รับรู้ .. ในอกเกินยกพ้น
O เผยดูหรืออาวรณ์ .. เจ้าอ่อนน้อย
ให้ล่องลอยลอดทรวง .. มาร่วงหล่น-
กลางอาวรณ์อาลัย .. อีกใจคน-
ที่หวานล้นหอมล้ำ .. เกินทำลาย
O โอ-แววตาคู่ไหน .. หนอไหวสั่น-
ด้วยผูกพันอาวรณ์เกินซ่อนหาย
ร่องรอยเคยเก็บงำ .. เต้น-รำบาย-
ความมุ่งหมายเร้ารัวจากหัวใจ
O วาบหวามความอาลัยอยู่ในทรวง
ด้วยเงื่อนบ่วงอาวรณ์เกินถอนไหว
ถวิลคอยละห้อยเห็น .. ล้วนเป็นไป-
ตามวงรอบอาลัย .. ที่ไหวตัว
O รับรู้รอบอาวรณ์เจ้าอ่อนน้อย
เผยรูปรอยผ่านออก .. มาหยอกยั่ว
ช่วยแกว่งรอบหัวใจเต้นไหว .. รัว
พาม่านมัวในตาให้ล้าเลือน
O สื่อ .. รับรู้ .. อาลัย .. จากใจนั้น
ราวภาพฝันรำบายลงป่ายเปื้อน-
รูปงดงามในนิมิต .. คอยติดเตือน
จนเกินใจบิดเบือนให้เคลื่อนคล้อย
O รับรู้ความเงียบงันแห่งวันวาน
เลื่อนพ้นผ่านรูปเยาว์อย่างเหงาหงอย
ลมอบอุ่นผ่านล้อ, การรอคอย-
ผ่านชั่วยามแต่ละห้อย .. ด้วยน้อยใจ
O เอ็นดูนัก .. อาวรณ์เจ้าอ่อนน้อย
แฝงร่องรอยซ่อนอยู่เกินรู้ได้
ดูเถิด .. เสน่หาความอาลัย-
เพียงสั่นไหวเร้ารัว .. กับตัวเอง
O ฤๅจัก .. เหมือนคนบาปใจหยาบช้า
ที่เหมือนตาบอด-ปิด .. ไม่พิศเพ่ง
ไม่แว่วเสียงไหวดังกลางวังเวง
เสียง .. แกว่งเร่งเร้ารัว-บางหัวใจ
O ฤๅว่า .. ใจดวงน้อยจะพลอยระส่ำ
กับความคำอ่อนหวาน .. เกินต้านไหว
เมื่อแต่คอยคิดตามเนื้อความใคร
ล้ออาลัย .. แหนหวงผ่านช่วงวัน
O ฤๅว่า .. ใจดวงน้อยจะคอยเฝ้า-
ความ, รุมเร้ารายล้อมคอยกล่อมขวัญ
ด้วยอารมณ์สมยอมจะยอมกัน-
ความเงียบเหงาทั้งนั้น .. ให้ผันตัว
O รับรู้เถิดอ่อนน้อย .. ทุกรอยคำ
จะคอยย้ำความบอก .. เข้าหยอกหัว
เพื่อล่มล้างสับสน-แววหม่นมัว-
เคยทอดตัวในตา .. ให้ล้ารอย
O กว่าจะเผยความนัย .. ออกให้รู้
ก็นานอยู่เกินงาม .. ทุกความถ้อย
กว่าจะเผยรอบชู้ .. ว่าอยู่คอย
ก็แทบลอยหลุดมือเกินยื้อครอง
O เห็นไหมว่าซ่อนเร้นอยู่เช่นนั้น
ย่อมบีบคั้นใจคนให้หม่นหมอง
รู้ไหมว่ารูปเงาที่เฝ้าปอง-
อยู่ทั้งห้องหัวใจ .. คือใครกัน ?
O รับรู้เถิดอ่อนน้อย ที่คอยอยู่
คือ-แรงชู้ อกอ้อม .. โอบกล่อมขวัญ
คะนึงหา .. ละห้อยเห็นไม่เว้นวัน
เพื่อเคียงคู่ตราบนิรันดร์ .. ตามสัญญา !





Create Date : 24 พฤษภาคม 2557
Last Update : 4 มกราคม 2563 19:09:00 น. 7 comments
Counter : 1751 Pageviews.

 
ดายุ..

O โสมกลางสรวง .. O
ทำไมไม่ โสมกลางทรวง ล่ะคะ..


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:16:10 น.  

 
มินตรา ..

โสม คือดวงจันทร์
สรวง คือท้องฟ้า

บนท้องฟ้ามีจันทร์ดวงเดียว
เปรียบเหมือนในความคิดคำนึงมี"เจ้า"เพียงคนเดียว

เป็นอุปมาอุปไมยเชิง โวหาร
ในแง่ ความเป็นหนึ่งเดียว เป็นจุดสำคัญ

(เอ้า .. มีแอบยิ้ม ด้วย)


โดย: สดายุ... วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 เวลา:23:21:31 น.  

 
ต๊าย..สดายุ..

ทราบไงว่าแอบยิ้ม..
ขำคนเจ้าชู้ จีบผู้หญิงน่ะ


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 25 พฤษภาคม 2557 เวลา:0:26:24 น.  

 
ดายุ...

"O กว่าจะเผยความนัย .. ออกให้รู้
ก็นานอยู่เกินงาม .. ทุกความถ้อย
กว่าจะเผยรอบชู้ .. ว่าอยู่คอย
ก็แทบลอยหลุดมือเกินยื้อครอง "

นี่..สู้ผบทบ.ไม่ได้..ท่านตัดสินใจรวดเร็ว..
"ตกลงกันได้ไหม.. ไม่ได้ รึ..ผมยึดอำนาจ"..
.แอ่น แอ้น..แอ๊น.. "บัดนั้น !"
ไม่ต้องมา "เมื่อเอยเมื่อนั้น" แบบสดายุ..555



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 25 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:49:34 น.  

 
มินตรา ..

เยอรมันใช้คำว่า "condemn" ซึ่งแปลว่า ประณาม ความหมายแรงกว่า "กังวล" มากมาย

แสดงว่าสังคมเยอรมันน่าจะจัดอันดับ รัฐประหาร เป็นความต่ำทรามของระบบปกครองที่ควรสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้ว ระดับเดียวกับ อเมริกา แคนาดา

ตอนนี้เรากำลังจะได้ หัวหน้ายามบริษัท มานั่งตำแหน่ง Managing Director และอาจมียามลูกน้องมานั่งควบผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม บัญชี การตลาด ซ่อมบำรุง บุคคลและธุรการ

บริษัทสยามจำกัดนี้ อาจถึงขั้นต้องฟื้นฟูกิจการหลังจากนี้

เดี๋ยวนี้คนหนุ่มสาวตื่นตัวทางการเมืองมาก ..
เห็นความน่ารักบนช่วงการเปลี่ยนผ่านทางโลกทัศน์ ของคู่แฝดสยาม .. ไหม ?


โดย: สดายุ... วันที่: 25 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:58:11 น.  

 
ดายุ..

คำว่า "condemn" ในพจนานุกรมไทยนั้น แปลว่า "ด่าทอ"
มินตราเห็นว่าผิดนิสัยเยอรมันที่ผู้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศเช่น รัฐมนตรี ชตายมัยเยอร์Frank-Walter Steinmeier จะออกมา"ด่าทอ"
จึงไปดูต้นข่าวเยอรมัน ท่านใช้คำว่าv erurteilt
คำว่าverurteilenเป็นภาษาทางกฎหมาย..ที่เน้นไปทาง"ความผิด และ โทษ"

ที่รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมันออกมาประกาศ"ตัดสินลงโทษ" นั้น ใช่ว่าท่านจะถือสิทธิ ก้าวร้าวประเทศไทย..
ท่านสุภาพเกินกว่าจะทำเยี่ยงนั้น แต่สาเหตุมาจากที่ว่า สหภาพยุโรปและอเมริกา กล่าวไว้ตั้งแต่ก่อนจะประกาศกฎอัยการศึกว่า ในรูปการณ์ทางการเมือง ดูจะออกมาเป็นการ"รวบอำนาจ ทางการทหาร" จึง"ขอร้อง"กันไว้ว่า อย่าทำ มิฉะนั้น จะมีการ"บอยคอต" ประเทศไทย..
บอยคอต ที่แปลว่า " การต่อต้านผู้หนึ่งผู้ใดด้วยการไม่ยอมสนทนาหรือประกอบกิจกรรมใด ๆ ."..

ฉะนั้น ถือว่า การทำรัฐประหารในครั้งนี้ จึงเป็นการ"ท้าทายอำนาจมหาอำนาจ" อย่างเด่นชัด

ท่านจึงใช้คำว่า "ตัดสินลงโทษ"...เพราะ กระทำการอย่างผิดกฎหมาย และ ท้าทาย..โลก..

ทรงพระเจริญ !

(ชอบถามสั้นสั้น แต่ต้องตอบยาวยาว ไปซะทุกทีซินะ..)



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 เวลา:11:49:13 น.  

 
มินตรา ..

condemn (คันเดมน์')
{condemned, condemning, condemns}
vt. ประณาม, ตำหนิ, ตัดสินว่ามีความผิด
VT. ประกาศว่าทำผิด relate:{กล่าวโทษ} syn:(convict)
VT. วิจารณ์อย่างแรง syn:(criticize)

//th.w3dictionary.org/index.php?q=condemn

เขาแปลถูกแล้ว ..
ไม่มีด่าทอ .. แต่ความหมายมันไปในทำนองเดียวกัน คำว่า"ประณาม" เป็นคำที่วงการทูตใช้กันในภาษาไทย

ถูกวิจารณ์อย่างแรง หรือ ถูกตำหนิ เป็นคำที่ในระดับวงการทูตจะถือว่าน่าอับอายขายหน้า

มินตราดูใน G7 ก็แล้วกันว่ามีประเทศใด ประณาม หรือ กังวลอย่างยิ่ง หรืออื่นใดบ้าง

1. สหรัฐอเมริกา - ประธานาธิบดี
2. แคนนาดา - กษัตริย์อังกฤษ
3. อังกฤษ - กษัตริย์
4. ฝรั่งเศส - ประธานาธิบดี
5. เยอรมัน - ประธานาธิบดี
6. อิตาลี - ประธานาธิบดี
7. ญี่ปุ่น - กษัตริย์

หรือมีประเทศใด "สรรเสริญ" บ้าง ?

และทำไมถึงไม่สรรเสริญ "การทำเพื่อบ้านเมือง" ครั้งนี้ ?


โดย: สดายุ... วันที่: 27 พฤษภาคม 2557 เวลา:6:43:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O งามละมุน .. กับกรุ่นข้าวหอม .. O





O ดั่งยูงที่สูงส่งด้วยวงศา
ล้อมแววตาเพื่อจรด .. ความสดใส
เบิกรุ่งสางหม่นดำ ด้วยอำไพ-
แห่งดวงไฟเลื่อนชั้น .. ขึ้นบัญชา
O พอแว่วเสียงสาธุ .. บรรลุโสต
ความปราโมทย์หัวใจผู้ใฝ่หา-
ก็ซ่านความผ่องแผ้วสู่แววตา
เมื่อรูปหน้ารูปจริต .. เผย-ติดตรึง
O เกิดแต่เมื่อกรประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า, แววตาหนึ่ง-
ก็คล้ายถูกกรเรียวนั้นเหนี่ยวดึง
แววหวานซึ้งมั่นหมาย .. ก็ฉายทอ
O โอ ราศีรูปงาม .. แห่งยามเช้า
คอยรุมเร้าใจอยู่, ท่านผู้ขอ-
ย่อมอุ้มบาตรเอ่ยธรรม .. ลงย้ำ .. ยอ-
ยกอารมณ์ทดท้อ .. พ้นทรมาน
O สบรูป .. รูปละม่อมก็ล้อมสิ้น-
แต่ผัน-ผินรูปพักตร์ .. เข้าหักหาญ
จิตวิญญาณตื่นรู้ .. จึงรู้พาน-
ความอ่อนหวานอ่อนโยน .. ที่โชน-แวว
O พาโลกในแวดล้อม .. งามพร้อมอยู่
พร้อมแรงชู้อาลัยเริ่มไหว .. แว่ว
อาวรณ์เคยซ่อนเร้น .. ก็เห็นแนว-
ความผ่องแผ้วตอบเต้น .. ไม่เว้นวาง
O โอ อำนาจเนตรพรับ .. ราวจับจูง-
สบรูปยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนสีสัน .. ขึ้นกั้นกลาง
หยัดรอยขวางเพรียกถวิล ..ให้ดิ้นรน
O งามวงสีเลื่อมลาย .. ก็คล้ายว่า
เผยคุณค่าออกแล้วผ่านแววขน
พร้อมอ่อนหวานอ่อนไหวของใจคน-
เริ่มเผยตน .. ออกแล้วที่แววตา
O วาบวับ-นั้น .. แววตา .. แม้-ตาหลับ-
แววระยับ .. ก็ยังคง .. อยู่ตรงหน้า
ราวอยู่ล้อมห้อมขวัญคอยบัญชา-
ให้ตอบรับคุณค่า .. ด้วยอาวรณ์
O วาบวับแววขนยูง .. อันสูงค่า-
ก่อรูปพา .. งดงามติดตาม-อ้อน
จนงามนั้นลามรุกไปทุกตอน
สะทกสะท้อนสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O จึงโลกในแวดล้อม .. ราวน้อมรับ-
แววพริ้มพรับออดอ้อน .. ผู้อ่อนไหว
ความผูกพันอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
ก็รัดรึงเอาไว้ .. อยู่ในวัน
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ผ่านลงแวดล้อมช่วง .. ทาบทวง-ขวัญ
งามรูปลักษณ์ชาติภพ .. ก็ครบครัน-
แทรกลงฝันฝากรอย .. ให้คอยรอ
O เช้านั้น .. คำข้าว .. เนตรวาววาม
กอปร-คำ .. ความ .. ผ่านหูจากผู้ขอ
พร้อมอีกการรุมเร้าพะเน้าพะนอ
ของรูปลักษณ์งามลออ .. อยู่ต่อตา
O เช้านั้น .. คำข้าว .. อกผ่าวร้อน-
กับอาวรณ์รูปองค์ .. ที่ตรงหน้า
สบ-สัมผัส .. ฉับพลันก็บัญชา-
เสน่หาให้อุบัติขึ้นรัดรึง
O เช้านี้ .. แรงอาลัยผู้ใฝ่หา
คอยบัญชาดวงจิต .. แต่คิดถึง-
รูปแพงน้อยอบร่ำในคำนึง
เจ้าเอย .. พึงรับรู้นัยชู้ .. ชาย
O ส่งมาเถิด .. อบอุ่นและคุณค่า
ผ่านแววตาอ่อนโยน .. ออกโชนฉาย-
แววอ่อนหวานดื่มด่ำ .. พึง-รำบาย-
ออกเปื้อนป่ายล้อมโลก .. แล้วโยกคลอน
O มอบมาเถิด .. เสน่หาความอาลัย
สุมลงให้ใจชาย .. สุดถ่ายถอน-
ทั้งจากรูป, คุณค่าความอาวรณ์
ตราบม้วยมรณ์ชีพลงเป็นผงคลี
O รูปยูงเอย .. ขาบเขียวทุกเรียวขน
เปล่งปลาบบนคุณค่า .. แห่งราศี
เพรียกละห้อยแหนหวงเป็นท่วงที-
อาวรณ์ที่ - ตราบวาย .. ยากคลายลง !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.