Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 

O เมื่อลมร่ำ .. O








เพลง .. สู่กลางใจเธอ
Piano Cover by 'PPP'


O งดงามเอย .. ช่อฝนเมื่อหล่นร่วง
ท่ามกลางช่วงสายลม .. ห้อมห่มเสียง
ฉ่ำชื้นหยาดฝุ่นฝน .. ลิ่วหล่น-เพียง-
เพื่อบ่ายเบี่ยงรุ่มร้อนให้ทอนแรง
O วูบไหวล้อมรมยา .. แววตาเต้น
ด้วยลอบเร้นรูปภาค .. ใครฝากแฝง
เมื่อสายตาจบจูบด้วยรูปแพง-
ก็เติมแต่งหอมหวานลงซ่านทรวง
O อีกครั้งที่พรายเม็ด .. หยาดเพชรแก้ว-
พรากผ่องแผ้วฟ้าบน .. ให้หล่นร่วง
อีกครั้งที่อ่อนไหว .. แววในดวง-
ตานั้น-ช่วงรุมเร้า .. ความ-เว้าวอน
O วับวามความอ่อนไหว .. เลศนัยชู้-
ตื่น-รับรู้พร่ำพลอด .. แววออดอ้อน
รื่นหยาดฝนหล่นร่วง, อีกช่วงตอน-
ความอาวรณ์โหมช่วง .. ไม่ล่วงแล้ว
O วับวามความหวานหอมที่ล้อมรอ
พร้อมช่วงช่อฝนห่ม .. สายลมแผ่ว-
นั้น-เมื่อดาวสองดวง .. โชนช่วงแวว-
เผยความแผ้วผ่องช่วง .. แห่งดวงใจ
O งดงามความอบอุ่น .. กลางฝุ่นฝน
ย่อมงามล้นเลอค่า .. ให้อาศัย-
เป็นบ่วงบาศก์ล้อมกาย .. เคลื่อนสายใย
ล้อมรัดไว้ถ้วนสิ้นจิตวิญญาณ
O ดวงใจเอย .. เผยงามลงล่ามตรึง-
ห้วงคำนึง .. รายล้อมด้วยหอมหวาน
ฝ่าทรวงสอดแทรกขวัญเข้าบันดาล-
ความซึ้งซ่านรายล้อมให้ยอมตน
O จะกี่รอบน้ำหลั่งล้นฝั่งฟ้า
กี่ฉ่ำชื่นผ่านมาของห่าฝน
ฤๅ-เท่ารื่นคำนึงของหนึ่งคน-
ที่หลั่งหล่นหวานหอม .. โอบล้อมใจ
O วางชาติภพ .. รายล้อมละม่อมหน้า
หลังดวงตาสบรูปจนวูบไหว
แววตื่นตอบลอบเร้น .. ย่อมเป็นไป-
จากอาลัยอาวรณ์ .. สุมซ้อนลง
O รู้บ้างไหม .. อ่อนหวานเจ้าผ่านสู่
กอปรนัยชู้เร้ารุม .. จนลุ่มหลง
รู้ไหมว่า .. ลึกล้ำแห่งจำนง-
คือรูปหงส์ทอดร่างอยู่กลางทรวง
O ปองเด็ดดวงดอกฟ้าลงมาหอม
โดยอุ่นอ้อมอกแขน .. ความแหนหวง-
คอยอยู่พร้อมวาดหวัง .. ว่าทั้งดวง-
ใจจักช่วงอาวรณ์เกินผ่อนคลาย
O งามรูปรอยปฏิพัทธ์ .. ความขัดเขิน-
ค่อยก้ำเกินอารมณ์ .. สุดข่มหาย
แนบรูปไว้ทวงสิทธิ์, เกินคิดคลาย-
การรำบาย-รอยร่าง .. ลงกลางทรวง
O ท่ามกลางเสียงหลากหลายที่รายล้อม
เป็นอยู่พร้อมฝุ่นฝนที่หล่นร่วง
และ-แต่ล้วนพิมพ์ภาพคอยทาบทวง-
ความแหนหวง .. ห่วงใยจากใจนั้น
O งดงามรูปนวลลออ .. เม็ดช่อฝน-
เหมือนหลั่งปรนเปรอให้, ความใฝ่ฝัน-
ละห้อยหา, ถวิลเห็นไม่เว้นวัน-
ผูกปมเงื่อนสัมพันธ์ .. จนมั่นคง
O งดงามรูปนิ่มเนื้อ .. นั้นเหลืออ้าง-
เอ่ยช่วงความแตกต่างด้วยร่างหงส์
รูปในฝันหล่นร่างที่กลาง-วง-
แขน .. ให้เอื้อมโอบองค์ .. ร่วมวงกรรม
O ผ่านพ้นฤๅอกใจ .. ผู้ไขว่คว้า
กลางวรรษาห้อมห่มด้วยลมร่ำ
ชั่วเพียงเหลือบชม้อยชม้ายแววร่ายรำ-
เหมือน-จองจำพี่แล้ว .. ผ่านแววตา
O ดูเอาเถิด .. แหนหวงเมื่อช่วงแวว
ราวผ่องแผ้วดวงกูณฑ์ .. จักสูญค่า-
จากอาวรณ์แฝงฝันเข้าบัญชา-
ล่มลาญว้าเหว่ช่วง .. จนล่วงรอย
O ดูเอาเถิด .. อกใจผู้ใฝ่หา
ปรารถนารอบชู้ .. ฤๅ-รู้ถอย
ความออดอ้อน, เคล้าคลอ .. ผู้รอคอย-
ย่อมละห้อยระโหยอยู่ .. ไม่รู้วัน
O งดงามเอย .. ช่อฝนยังหล่นร่วง
เมื่อความหวงแหนชู้โหมสู่ขวัญ
แววอาวรณ์อาลัยของใครกัน-
เล้าโลมฝัน แฝงอยู่ไม่รู้เลือน
O งดงามเอย .. รุ้งลออหล่นล้อตา
ล้อมคุณค่าความหมาย .. ลงป่ายเปื้อน
พิมพ์รูปรอยรูปจริต .. ลงติดเตือน-
เอางามเลื่อนลงล้อมให้ยอมตน
O วูบไหวช่วงรมยา .. แววตารู้-
รับนัยชู้อบอุ่นกลางฝุ่นฝน
รู้เถิดว่าหวานหอม .. เจ้าล้อมลน-
นั้น-ล้อมจนเกินการต่อต้านแล้ว !





 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2557
5 comments
Last Update : 4 มิถุนายน 2562 18:56:16 น.
Counter : 1335 Pageviews.

 

สดายุ

"O รู้บ้างไหม .. อ่อนหวานเจ้าผ่านสู่
กอปรนัยชู้เร้ารุม .. จนลุ่มหลง
รู้ไหมว่า .. ลึกล้ำแห่งจำนง-
คือรูปหงส์ทอดร่างอยู่กลางทรวง "

ทราบซิคะ ว่า สดายุมี "รูปหงส์ทอดร่างอยู่กลางทรวง "

ว่าแต่ว่า..เหนือเส้นอีเควเตอร์ หรือ ต่ำกว่า เส้นอีเควเตอร์ ล่ะ555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.36 13 พฤษภาคม 2557 12:39:39 น.  

 

มินตรา ..

O วูบไหวช่วงรมยา .. แววตารู้-
รับนัยชู้อบอุ่นกลางฝุ่นฝน
รู้เถิดว่าหวานหอม .. เจ้าล้อมลน-
นั้น-ล้อมจนเกินการต่อต้านแล้ว !
.
แถม
.
O อย่างแผ่วเบาโอบให้หัวใจตื่น
ไหวลมรื่นผ่านริ้วยังพลิ้วแผ่ว
อุทธัจแห่งรูปนามก็วามแวว-
งามผ่องแผ้วสะเทิ้นหลบลงซบอิง

 

โดย: สดายุ... 14 พฤษภาคม 2557 6:22:29 น.  

 

ดายุ..

"O จะกี่รอบน้ำหลั่งล้นฝั่งฟ้า
กี่ฉ่ำชื่นผ่านมาของห่าฝน
ฤๅ-เท่ารื่นคำนึงของหนึ่งคน-
ที่หลั่งหล่นหวานหอม .. โอบล้อมใจ"

เฮ้อ..พวกกวีนี่เค้า หวานกันเยี่ยงนี้เอง...
เจ้าชู้คำ เจ้าชู้ความที่ช่างสรรหามา..
ไม่เจ้าชู้ตัวจริงคงเป็นกวีมิได้..!

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 14 พฤษภาคม 2557 11:36:52 น.  

 

มินตรา ..

เข้าใจผิดมากมาย ..
กวีที่เจ้าชู้จริงอาจมีอยู่บ้าง เช่น เจ้าฟ้ากุ้ง พระยาตรัง แต่จะเป็นเช่นนั้นไปทุกคนก็หาไม่

เพียงแต่ ตอนเขียนจำต้องมี "นางแบบ" ประมาณ

สวย คม .. แบบคนในรูปข้างบน
ขาว .. (เพราะเราอยู่ในสังคมที่คนผิวคล้ำจึงต้องชอบอะไรที่แตกต่าง)
จริต กิริยา .. แบบแม่หญิงเรไร ในสายโลหิต
มันสมอง .. แบบอ่าน ประวัติย่อของกาลเวลา ที่เขียนโดย สตีเฟน ฮอล์คคิง รู้เรื่อง
หุ่น .. ประมาณ jessica cediel - colombia sexy girl ตัวแม่

แล้ว .. โลกก็รอเหยียดเท้าลงก้าวเดิน !

เคยพูดหลายครั้งแล้วว่า
หญิงในวัยสาว (18-28) เข้าใจได้ยาก อารมณ์แปรปรวน แต่โลกก็ขาดคุณเธอไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

555

 

โดย: สดายุ... 14 พฤษภาคม 2557 20:16:44 น.  

 

ดายุ..
ผ่านค่ะ ผ่าน เป็น"นางแบบ" ให้ได้.
สวย คม .. คมที่ปากได้มะ.
ขาว .. ขาวค่ะ ไม่เคยโดนแดดโดนลมเลย..ลมหนาวนี่
จริต กิริยา .. แบบแม่หญิงเรไร ในสายโลหิต..
ชอบกินขนมเรไรนี่จะต้องเป็นแม่หญิงเรไรได้แน่แน่เลย
มันสมอง .. แบบอ่าน ประวัติย่อของกาลเวลา..
เพื่อดายุ ยอมอ่านค่ะ ภาคภาษาอังกฤษ หรือเยอรมันล่ะ
หุ่น .. ประมาณ jessica cediel
เปรี๊ยะเลยค่ะ.. เมื่อหกสิบปีที่แล้ว..
หญิงในวัย 80นี่ ต่างจาก18เข้าใจง่ายค่ะ..555

เรื่องเจ้าฟ้ากุ้งนี้ นักประวัติศาสตร์ บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีอะไรกับเจ้าฟ้านิ่มในเวลานั้น..
เพราะท่านเป็นโรคสตรี เก็บองค์อยู่ในวังไม่ไปไหนเป็นเวลาสามสี่ปี..
น่าจะถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองมากกว่า เพราะไม่ต้องชะตากับเจ้าสามกรม..เลยโดนใส่ร้าย..

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.36 15 พฤษภาคม 2557 0:28:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.