Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
7 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
O คำมั่นคำสัญญา .. O








ลาวคำหอม ..
กอไผ่



O ครั้นพลบค่ำบังแสงตะวันสิ้น
เห็นปีกนกโบกบินกลับถิ่นฐาน
หนึ่งหัวใจร่ำรอแสนทรมาน
ก็เริ่มกาลวาดหวังอีกครั้งแล้ว
O ฟ้าหม่นมัวปีกนกยังโบกโบย
กลางสายลมหนาวโรยอย่างโผยแผ่ว
ในสายตาคล้ายกับ .. แสงวับแวว-
เผยรูปรอยผ่องแผ้ว .. ไม่แล้วเลือน
O สิ้นฝน .. น้ำไหลนองเต้นฟองขาว
ทางยืดยาวหลากสายลงป่ายเปื้อน
คำนึงห่วงละห้อย .. กลับคอยเตือน-
จักบิดเบือนปัดป่าย .. ออกได้ฤๅ ?
O ตั้งแต่ฝนร้างเสียง .. แว่วเพียงว่า
ปลายพรรษาลมพลิ้วเสียงหวิวหวือ
พร้อมข้อแขนถูกเหนี่ยวด้วยเรียวมือ-
ให้ยุดยื้อโอบกล่อม .. ถนอมนวล
O เจื้อยแจ้วเสียงความคำ .. คอยกำหนด
เติมแต่งบทอาวรณ์ให้ย้อนหวน
สายน้ำไหล .. ลมร่ำ .. ความคร่ำครวญ-
ค่อยไหลทวนฝ่าค่ำ .. เข้ากล้ำกลาย
O เผยผ่านความเอียงอายเมื่อปลายฝน
ที่หมองจนดาวดับเดือนลับหาย
กระนั้นแล้ว .. ความ, คำ .. จึงรำบาย-
แต้มความหมายอาวรณ์สุมซ้อนลง
O ลมเช้าเคย .. ตระหลบคลายอบอ้าว
ความเหน็บหนาวเคยเผชิญ .. ก็เกินบ่ง
มาบัดนี้ความ .. คำ .. เจตจำนง-
ช่วยปลดปลงเหน็บหนาวจนร้าวราน
O เมื่อหัวใจใฝ่คอยละห้อยห่วง
ความแหนหวงอาลัยก็ไพศาล
ริ้วลมร่ำเริงระลอก .. โอบดอกมาลย์-
ก็หอมนานเพื่อบ่มอารมณ์ชู้
O ช้อยเรียวกลีบชูช่อ .. ให้รอชม-
สี, กลิ่นฉม .. ลมชาย .. กำจายสู่
อิริยาแฝงเร้นเพรียกเอ็นดู-
ก็ไหวอยู่ด้วยสุมาลย์กลีบบานนั้น
O ละม่อมพักตร์แก้มอิ่ม .. ตาพริ้มหลบ
เมื่อบรรจบด้วยใจ .. ย่อมไหวสั่น
ด้วยความหอมหวานซึ้งที่ดึงดัน-
สร้างรูปฝันลงแฝงในแหล่งทรวง
O คาบฝนนี้ลมร่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
ความเปลี่ยวเปล่าห้วงใจ .. เคยใหญ่หลวง-
ก็ลับเลือนภาพหลังเสียทั้งปวง
จากความห่วงใยล้น .. ใครคนนั้น
O จากตรู่สาง .. เช้าสายจนบ่ายค่ำ
ลมคงร่ำฝ่าหาว, ความหนาวสั่น-
กลับลบเลือนเร้นหายที่ปลายวัน
จากอบอุ่นโอบขวัญ .. อย่างมั่นคง
O แดดแจ่มจ้า .. ฟ้าคราม .. เนตรวามแสง-
ค่อยเร้นแฝงเร้ารุมให้ลุ่มหลง
ดูเถิดแววเนตรดำ .. เหมือนจำนง-
ขอร่วมวงวัฏฏะชู้ .. ด้วยผู้เดียว
O อบอุ่นกลางฝนลมที่พรมฟ้า
และแววตาห่วงละห้อย ที่คอยเหลียว-
มองหาผ่านลมพลิ้ว .. ถึงนิ้วเรียว-
เอื้อมมาเกี่ยวก้อยมั่น .. ร่วมพันธนา
O โดยอาวรณ์อบอุ่นแทนฝุ่นฝน
ทั้งอำพนโอภาสแรงปรารถนา
คำสัตย์แทนคำมั่นคำสัญญา
บำบวงฟ้าเทพสรรพ .. ให้รับรอง
O ว่าตราบที่มีใจแต่เพียงเจ้า
ย่อมหวังเพียงใฝ่เฝ้าเป็นเจ้าของ
ขอหัวใจเจ้ามอบให้ครอบครอง
แต่แรกพ้องสบกัน .. บัดนั้นมา
O อยู่ที่ไหน .. ให้คอยละห้อยหวง
แต่ละช่วงคาบยามคอยถามหา
มีหัวใจมุ่งมั่นคอยบัญชา-
เสน่หาแนบใจอยู่ในวัน
O แฝงฝากสายลมร่ำ .. ให้นำสู่
ความนัยชู้โอบล้อมเข้ากล่อมขวัญ
เพียงเพื่อร่วมปักปลูกความผูกพัน
จนนิรันดร์ตราบภพชาติลบเลือน !




Create Date : 07 เมษายน 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:51:33 น. 2 comments
Counter : 1016 Pageviews.

 
สดายุ..

"O คาบฝนนี้ลมร่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
ความเปลี่ยวเปล่าห้วงใจ .. เคยใหญ่หลวง-
ก็ลับเลือนภาพหลังเสียทั้งปวง
จากความห่วงใยล้น .. ใครคนนั้น"

ที่นี่เข้าฤดูใบไม้ผลิ ฝนไม่ชุกเช่นเขตที่สดายุ อยู่..
แต่ "จากความห่วงใยล้น .. ใครคนนั้น" ของเราคงเท่าเทียมกัน..


โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.36 วันที่: 8 เมษายน 2557 เวลา:14:47:21 น.  

 
มินตรา ..

ไม่ใช่แค่ห่วงใยล้น .. แต่หวงด้วย
อิๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 9 เมษายน 2557 เวลา:7:57:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 149 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.