Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
31 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 

O รูปนามแห่งยามสาง .. O








เพลง .. ลาวคำหอม
กอไผ่ - สี่แผ่นดิน



-1-
O ดุจน้ำค้างกลางไพร .. หลั่งไหลหยด
ผ่านคำพจน์กรองกานท์อันหวานหอม
แฝงความหมายลึกล้ำให้ด่ำดอม
เฉกเชือก .. ล้อมปลายกระหวัดรุมรัดใจ
O กลางวิเวกเงียบประดัง .. แว่วฟังว่า-
พุ่มพฤกษาลมผ่านกิ่งก้านไหว
และท่ามกลางมืดมัวอยู่ทั่วไป
ภาพอำไพก็คล้อยเคลื่อน .. พ้นเลือนลาง
O เมื่อคำนึงวนว่าย .. พลิ้วพรายอยู่
โลกก็เคลื่อนผ่านสู่ยามตรู่สาง
เช่นความในใจคน – กอปรหนทาง-
นั้น-พรายพร่างช่วงแล้ว .. ทั้งแววตา
O ลมผ่านริ้วหวิวหวีด, ประณีตถ้อย-
ก็ร่ำร้อยอาวรณ์ผ่านย้อนหา
พากย์รำพึงรำพัน .. เฝ้าพรรณนา-
แทนคุณค่าลึกล้ำ .. แห่งน้ำใจ
O จดจ่อด้วยรูปฝัน .. ถ้อยบรรดา
ตอกย้ำว่าอาวรณ์ .. สุดถอนไหว
อีกหนึ่งการแพ้-พ่าย .. จากภายใน
เมื่อภาพไหวโหมระลอก .. เย้าหยอกทรวง
O ฤๅ .. หัตถ์พรหมเอื้ออวยอำนวยให้-
รอบอาลัยซ่อนแฝงด้วยแรงหวง
ฤๅ .. โสตพรหมยินคำเอ่ยบำบวง
จึงช่วยหน่วงจิตใคร .. อาลัย-รอ
O สังคีตแว่ว .. เนตรชม้อยก็ลอยล่อง
เพรียกหมายปองจากทรวง, คำบวงขอ-
ฤๅผ่านศัพท์, สุ้มเสียงดัง-เพียงพอ-
จึงช่วยต่อเติมหวาน .. มาผ่านล้อม ?
O ค่ำนี้ .. ลมลูบไล้ .. น้ำไหววับ
พร้อมสังคีตอุโฆษศัพท์ .. เสียงขับกล่อม
ค่ำนี้ .. คน, รอบถวิล .. เหมือนยินยอม
ร่วมแห่ห้อมรอบพิมล .. เข้าดลใจ
O ริ้วลม .. สายน้ำ .. ยามค่ำคืน
รวมเป็นคลื่นอาวรณ์แสนอ่อนไหว
กลางดาษดาวแสงกระพริบจากลิบไกล
เหมือนผ่านนัยแห่งชู้ .. เข้าจู่โจม
O สรรพสีดอกสุมาลย์ละลานกลิ่น
ต้องลมรินร่ำพลอยได้ช้อยโฉม
อวดสีสันก้านช่อ .. ร่ำรอโลม
เช่นแรงโสมนัสพ้อง .. รูปผ่องเพ็ญ
O เกิดแต่เมื่อความหมาย .. หนึ่ง-ฉายทอ
สำแดงส่อเลศนัย .. ออกให้เห็น
ในช่วงยามเหงาเงียบและเยียบเย็น
คอยบีบเค้นอกใจ .. คอยไขว่คว้า
O รื่นดั่งหยาดน้ำค้าง .. ที่กลางหน
ค่อยหลั่งปนหอมหวาน .. ลงผ่านหา
สบความหมายผ่านต้องด้วยสองตา
ก็รู้ท่า .. รู้ที .. ว่ามีใจ !

-2-
O จึง-อบอุ่นละมุนอยู่จนรู้สึก
ว่าส่วนลึก-อาวรณ์..นั้น-อ่อนไหว-
จากเผยความผ่านสู่ .. ของผู้ใด-
โดยพลั้งเผลอเลศนัย .. ออกให้รู้
O ยิ้มรับภาพงดงาม .. อยู่ท่ามกลาง-
การเร้นพรางอาวรณ์ .. แอบซ่อนอยู่
วันแล้วและวันเล่า-ที่เฝ้าดู-
ความนัยชู้ .. จากชาย .. ผู้หมายเชย
O คล้ายว่าแรงสุมซ่อน .. อาวรณ์นั้น-
จะไหวสั่นรูปรอย .. ให้ค่อยเผย-
ผ่านแววตาอ่อนละมุน .. แสนคุ้นเคย
แทนการเอ่ยถ้อยความออกตามใจ
O แววตากอปรคำนึงหวานซึ้งอยู่
ก็ทอดทอนัยสู่ .. จนรู้ได้-
ว่า-วงรอบเสน่หาความอาลัย
ค่อยเวียนรอบวนไหว .. ที่ใจคน
O ร้างรูปดาวบนฟ้า .. กล่อมราตรี
เพียงเรื่อยรี้ลมล่วง .. โลมห้วงหน
เหลือจันทร์แรมลอยเรียว -โดดเดี่ยวบน-
ฟ้า, ใจคน .. กลับช่วงกว่าดวงวัน
O เหมือนงดงามเรื่อเรื้อง .. ที่เบื้องหน้า
หยัดหยั่งบางคุณค่า .. เบื้องหน้านั่น
แล้วยอบทบาทสู่ .. ให้รู้กัน
ลบเงียบงันวันวานให้ผ่านพ้น
O หลัง-ม่านหมอกบังพราง .. พ้นสางตรู่
ความนัยชู้ทั้งปวง .. ก็-ร่วงหล่น
หลัง-วันเลื่อนลอยดวง, ในทรวงคน-
ความนัยอบอุ่นล้น .. ก็หล่นรอ
O พร้อม-สายลมอุ่นอ้อนแสนอ่อนโยน,
ดอกมาลย์โอนหอมยิ่งทุกกิ่งช่อ
รูปธรรม .. ใจแนบลงแอบ-ออ
ก็อยู่ล้ออาลัย .. คอยไขว่คว้า
O เตรียบความหมายนัยคำ .. หวังทำให้-
บางอกใจวนวิ่งเสียยิ่งกว่า-
เมื่ออกอุ่นอ้อมแขนห้อมแหนมา
เนตรพรายพร่าสั่นไหว .. ด้วยนัยนั้น
O รื่นรมย์อยู่ดีไหม .. หัวใจเจ้า
กับยั่วเย้าอารมณ์ให้ซมสั่น
รื่นรมย์ทั้งหัวใจ-ของใครกัน ?
กับรำพันเร้ารัว .. หยอกยั่วใจ
O เถิด-ให้เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว
เก็บทุกแววหวานซ่อน .. อย่าอ่อนไหว
อย่าพลั้งเผยแววตา .. ความอาลัย-
เผลอออกให้เขาเห็น .. ความ เป็น มี
O ให้รับรู้ความนัย .. แต่ในฝัน
ด้วยว่านั่น-คือหลักแห่งศักดิ์ศรี-
ของอาวรณ์เชิงชู้ .. กุล-ผู้ดี
จากใจที่แฝงเร้น .. ขีดเส้นทาง
O โอ – ลวดลายชาติภพ .. บนคบสูง
จะเหมือนยูงอกแอ่นรำแพนหาง-
อยู่กับฝูง .. งดงามอยู่ท่ามกลาง-
การลอบเร้นอำพราง .. ได้อย่างไร ?
O ยิ้มรับใจวุ่นวาย .. ที่คล้ายว่า-
เผลอเผยอาวรณ์นั้น .. ด้วยหวั่นไหว
รอการแกว่งสั่นรัว .. บางหัวใจ-
จะแว่วให้รับรู้ .. ให้ดูแล
O แว่ว .. มาเถิดอกใจผู้ใฝ่ฝัน
หากมุ่งมั่นร่วมเคียง .. อย่าเพียงแค่-
เก็บซ่อนไว้ปิดกั้น .. ให้ผันแปร-
แล้วเฝ้าแต่ซ่อนเร้น .. ความเป็นไป
O เพียงเพื่อความเงียบงันแห่งวันวาน
จัก-เคลื่อนผ่านหวานหอม .. รายล้อมให้-
การเผยรูป, สั่นรัวแห่งหัวใจ-
ค่อยสั่นไหวเผยรอบ .. ให้ปลอบโยน !
O กลางสายลมโผแผ่ว .. เหมือน-แว่วดัง-
เสียงกดข่ม, เหนี่ยวรั้ง .. ค่อยพัง-โค่น
รอบอาวรณ์, แหนหวง .. ใคร-ช่วงโชน-
ก่อน-ถ่ายโอนโอบแน่น .. ด้วยแขนเรียว !




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2557
0 comments
Last Update : 3 มีนาคม 2562 18:39:09 น.
Counter : 1536 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.