Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
7 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
O อ้อน .. O







song from a secret garden



O แต่เผยผ่านความถ้อย .. มาคอยท่า
จนรูปหน้าเผยให้ .. พลอยใฝ่ฝัน
ก็รู้ว่าแต่นี้ .. ยากมีวัน-
จะกีดกันรูปถวิล..จากถิ่นใจ
O ลมทะเลเห่โหมอยู่โครมครืน
ก่อเสียงคลื่นโอดครวญกำสรวลไห้
เหมือนเสียดายชอกช้ำ .. ความร่ำไร
มาร้างไร้สิ้นรอบ .. ให้ปลอบประโลม
O หลังเผยรูปเผยลักษณ์ .. จำหลักลึก
จากค่ำดึกเคยฟัง .. คลื่นถั่งโถม
เป็นพิศแสงกลางสรวงของดวงโคม
ด้วยแรงโสมนัสพร่างวาบหว่างใจ
O แต่เผยรูปอิริยามารยาท
ยิ่งโอภาสอันระยับขึ้นขับไข
กับงดงามโชนฉายจากภายใน
ย่อมรุมเร้าหวั่นไหวที่ใจคน
O คลื่นทะเลเห่โหม .. ลูบ-โลม .. ฝั่ง
และบ่อยครั้ง .. กว่าคลื่นเป็นหมื่นหน
คืออ่อนหวาน .. ความนัยคอยไหว-วน
ลูบดวงมน .. โลมฤดีทุกวี่วัน
O รอคอยละห้อยเห็น .. ฤๅเว้นว่าง
แต่ตรู่สางยันค่ำ .. เฝ้าย้ำฝัน
เมื่อมีใจสองใจ .. หวั่นไหวกัน
ย่อมผูกสองใจนั้น .. ในพันธนา
O ใช่ไหม .. ควรร่วมคิด .. รับผิดชอบ
วางใจมอบกลับสู่ .. ให้รู้ว่า-
ลำดับความอ่อนหวานที่ผ่านมา
ทรงคุณค่าและขจ่างอยู่กลางใจ
O ใช่ไหม .. ควรร่วมคิด .. รับผิดชอบ
วางใจตอบรับคำ .. เพื่อย้ำให้-
ว่าที่เผยทีท่า .. มากกว่าใคร
ด้วยอ่อนหวาน .. อ่อนไหว .. กว่าใครแล้ว
O รูปพักตร์เอย .. อย่าส่าย .. หยุดบ่ายเบี่ยง
ยินไหมเสียง .. ใจสั่ง .. แม้นดั่งแผ่ว
มองเนตรผ่องนัยอยู่ .. จักรู้แกว
เห็นไหมแววตอบรับ .. วาววับนั้น ?
O อย่าเหนี่ยวรั้งรีรอ .. การก่อเกิด
มอบมาเถิด .. อกใจที่ไหวสั่น
ให้อกอุ่นโอบอ้อม .. ได้ล้อม-กัน
พร้อมแบ่งปันหอมหวาน .. วาบผ่านใจ
O สายเกินใจจะสั่ง .. เหนี่ยวรั้งอยู่
สายเกินกู้กลับคืน .. เกินฝืนได้
เมื่อคำนึงหวนหาข้ามฟ้าไกล
นั่นย่อมใช่ .. ซาบซึ้งที่ตรึงทรวง
O โอม .. ทวยเทพทิพแถนทั้งแดนฟ้า
โปรดจากมาให้สิ้น .. ทั้งถิ่นสรวง
เพื่อรอยินถ้อยคำ .. ลูกบำบวง
พาทาบทวงดวงมน .. ใครคนนั้น
O โอม .. ทวยเทพทิพแถนทั้งแดนฟ้า
หากแม้นว่าบางใจ .. เริ่มไหวหวั่น
โปรดมอบผ่านดวงฤดี และชีวัน-
โอนสิทธิ์ครอบครองกัน .. นิรันดร์เทอญ





Create Date : 07 มิถุนายน 2556
Last Update : 11 พฤษภาคม 2562 14:17:30 น. 7 comments
Counter : 1354 Pageviews.

 
พี่ชาย..

..อ้อน..ทำประจำเลยกับท่านผู้อาวุโสค่ะ..

ฝีมือทำกับข้าวพี่ชายคงอร่อยนะคะ..
อยากชิมค่ะ..พี่ชายคงไม่ว่านะคะ..

เย็นนี้พี่ชายทำอะไรทานคะ?


โดย: ฟาง IP: 118.172.206.124 วันที่: 7 มิถุนายน 2556 เวลา:19:39:15 น.  

 
น้องฟาง

ผู้หญิงไทยมักเรียนรู้วิธีอ้อนเป็นกันทุกคน .. เป็นมาตั้งแต่เด็ก .. แต่หากเป็นชายแล้วทำท่าอ้อน พี่จะดูไม่ได้เลย อิๆๆ .. พี่เป็นคนชอบเด็กผู้หญิงค่ะ น่ารักดี

เรื่องกับข้าว พี่ทำเป็นแต่อาหารใต้ ซึ่งรสชาติค่อนข้างจัด (เอาสูตรมาจากแม่พี่เอง) พวกแกงเผ็ด แกงส้ม(แกงเหลือง) แล้วกำลังจะต่อไปพวกผัดผัก .. ฟักทองหั่นเป็นแผ่นใหญ่บางๆ ผัดกับน้ำมันหอยแต่ไม่ใส่ไข่แบบภาคกลางนะ พี่ชอบมากแต่ต้องลองทำดูก่อน

แกงเผ็ดเนื้อวัว .. แต่ที่ตลาดทุ่งเกวียน มีเนื้อเก้งเนื้อกวางอร่อยกว่าเนื้อวัว แถมถูกกว่าด้วย

แกงส้มก็ปลาอินทรีกับหน่อไม้ดอง ..

ใครมาลำปางจะได้ชิม .. อิๆๆ

เย็นพี่ไม่ทานข้าวค่ะ ทานแต่ผลไม้ .. ขอรับ


โดย: สดายุ... วันที่: 7 มิถุนายน 2556 เวลา:20:18:42 น.  

 
พี่ชาย

แกงส้มปลาอินทรีกับหน่อไม้ดองของพี่ชาย
..กับ..แกงส้มชะอมไข่ทอดของท่านเจ้าสำนัก..เอจะให้คะแนนใครเต็ม 10 กันละคะนี่??

หลับฝันดีค่ะ..


โดย: ฟาง IP: 118.172.206.124 วันที่: 7 มิถุนายน 2556 เวลา:23:19:46 น.  

 
น้องฟาง
สวัสดีวันหยุด

พี่เพิ่งหัดทำ .. ฝีมือสำหรับทานเองตัดสินไม่ได้ .. ต้องให้คนอื่นเขาบอกค่ะ

ตอนนี้กำลังออกแบบเครื่องออกกำลังกายแบบที่เขาใช้กันในยิม .. จะทำเองค่ะ

มีความสุขกับครอบครัวนะคะ



โดย: สดายุ... วันที่: 8 มิถุนายน 2556 เวลา:6:26:38 น.  

 
กระซิบเอ่ยอ้อนซึ้งตรึงดวงใจ
คำความล่ามทรวงนัยให้ถวิล
ซ้ำซ้ำ..จบจูบปรางร่วมโบยบิน
ตามชีพสิ้นขอเคียงแก้วอย่าแคล้วกัน

งานทิ้งไว้ซักระยะ
เห็นเข้ากับชื่อเลยวางแจม

มีความสุขมากๆค่ะ


โดย: มาย IP: 124.120.156.95 วันที่: 9 มิถุนายน 2556 เวลา:22:28:50 น.  

 
กระซิบเอ่ยอ้อนซึ้งตรึงดวงใจ
คำความล่ามทรวงนัยให้ถวิล
ซ้ำซ้ำ..จบจูบปรางร่วมโบยบิน
ตราบชีพสิ้นขอเคียงแก้วอย่าแคล้วกัน

แก้คำผิด


โดย: มาย IP: 124.120.156.95 วันที่: 9 มิถุนายน 2556 เวลา:22:31:30 น.  

 
มาย ..
ลงท้ายเหมือนใครที่รู้จักมาก ..
ยินดีที่แวะมาวางกลอน ผมกำลังจะขึ้นบทใหม่พอดี

mine แปลว่า ของฉัน ใช่ไหม ?


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มิถุนายน 2556 เวลา:20:05:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.