Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
16 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
O หนาวลมร่ำ .. O








song from a secret garden



O ครั้นพลบค่ำย่ำแสงตะวันสิ้น
เห็นปีกนกโบกบินกลับถิ่นฐาน
หนึ่งหัวใจร่ำรอแสนทรมาน
ก็เริ่มกาลวาดหวังอีกครั้งแล้ว
O ฟ้าหม่นมัวปีกนกยังโบกโบย
กลางสายลมหนาวโรยอย่างโผยแผ่ว
ในสายตาคล้ายกับ .. แสงวับแวว-
เผยรูปรอยผ่องแผ้ว .. ไม่แล้วเลือน
O สิ้นฝน .. น้ำไหลนองเต้นฟองขาว
ทางยืดยาวหลากสายลงป่ายเปื้อน
คำนึงในห้วงอก .. เมื่อวกเยือน-
จักบิดเบือนปัดป่าย .. ออกได้ฤๅ
O ตั้งแต่ฝนร้างเสียงแว่วเพียงว่า
ปลายพรรษาลมพลิ้วเสียงหวิวหวือ
พร้อมข้อแขนถูกเหนี่ยวด้วยเรียวมือ-
คอยยุดยื้อโอบกล่อม .. ถนอมนวล
O เจื้อยแจ้วเสียงความคำ .. คอยกำหนด
เติมแต่งบทอาวรณ์ให้ย้อนหวน
สายน้ำไหล .. ลมร่ำ .. ความคร่ำครวญ-
ค่อยไหลทวนฝ่าน้ำ .. เข้ากล้ำกราย
O เผยผ่านความเอียงอายเมื่อปลายฝน
ที่หมองหม่นเลือนดับจนลับหาย
กระนั้นแล้ว .. ความ .. คำ .. จึงรำบาย-
แต้มความหมายอาวรณ์สุมซ้อนลง
O ลมเช้าเคย .. ผ่านช่วงโอบทรวงร้าว
ความเหน็บหนาวที่เผชิญ .. ก็เกินบ่ง
มาบัดนี้ความ .. คำ .. เจตจำนง-
ช่วยสาปส่งเหน็บหนาวจนร้าวราน
O ด้วยหัวใจใฝ่คอยละห้อยห่วง
ความแหนหวงอาลัยก็ไพศาล
ริ้วลมร่ำเริงระลอก..โอบดอกมาลย์-
ส่งหอมหวานซ่านบ่มอารมณ์ชู้
O ช้อยเรียวกลีบชูช่อ .. ให้รอชม-
สี, กลิ่นฉม .. ลมชาย .. กำจายสู่
อิริยาแฝงเร้นให้เอ็นดู-
ก็ไหวอยู่ด้วยสุมาลย์กลีบบานนั้น
O ละม่อมพักตร์แก้มอิ่ม .. ตาพริ้มหลบ
เมื่อบรรจบด้วยใจ .. ย่อมไหวสั่น
ด้วยความหอมหวานซึ้งที่ดึงดัน-
สร้างรูปฝันลงแฝงในแหล่งทรวง
O คาบหนาวนี้ลมร่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
ความเปลี่ยวเปล่าห้วงใจ .. เคยใหญ่หลวง-
ก็ลับเลือนภาพหลังเสียทั้งปวง
จากความห่วงใยล้น .. ใครคนนั้น
O จากตรู่สาง .. เช้าสายจนบ่ายค่ำ
ลมคงร่ำฝ่าหาว, ความหนาวสั่น-
กลับลบเลือนเร้นหายที่ปลายวัน
จากอบอุ่นโอบขวัญ .. อย่างมั่นคง
O แดดแจ่มจ้า .. ฟ้าคราม .. เนตรวามแสง-
ค่อยเร้นแฝงเร้ารุมให้ลุ่มหลง
ดูเถิดแววเนตรดำ .. เหมือนจำนง-
ขอร่วมวงวัฏฏะชู้ .. ด้วยผู้เดียว
O อบอุ่นกลางเหน็บหนาว .. ที่ราวว่า-
แววในตาห่วงละห้อยต้องคอยเหลียว-
มองหาผ่านลมริ้ว .. ถึงนิ้วเรียว-
เอื้อมมาเกี่ยวก้อยกัน .. เพื่อพันธนา
O ให้อาวรณ์อบอุ่นแทนฝุ่นฝน
ทั้งอำพนโอภาสแทนวาสนา
คำสัตย์แทนคำมั่นคำสัญญา
บำบวงฟ้าแมนสรรพ .. ให้รับรอง
O ว่าตราบที่มีใจแต่เพียงเจ้า
ย่อมหวังเพียงใฝ่เฝ้าเป็นเจ้าของ
ขอหัวใจเจ้ามอบให้ครอบครอง
แต่แรกพ้องสบกัน .. บัดนั้นมา
O อยู่ที่ไหน .. ให้คอยละห้อยหวง
แต่ละช่วงคาบยามคอยถามหา
มีหัวใจมุ่งมั่นคอยบัญชา-
ปรารถนาอาลัยอยู่ในวัน
O แฝงฝากสายลมร่ำ..ให้นำสู่
ความนัยชู้โอบล้อมเข้ากล่อมขวัญ
เพียงเพื่อร่วมปักปลูกความผูกพัน
ตราบนิรันดร์กาลภพชาติลบเลือน !





Create Date : 16 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2563 17:25:31 น. 1 comments
Counter : 1662 Pageviews.

 
เชียงรายยังไม่หนาวเลยค่ะ รอๆๆๆๆลมหนาวพัดมาค่ะ


โดย: medkhanun วันที่: 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:22:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O งามละมุน .. กับกรุ่นข้าวหอม .. O





O ดั่งยูงที่สูงส่งด้วยวงศา
ล้อมแววตาเพื่อจรด .. ความสดใส
เบิกรุ่งสางหม่นดำ ด้วยอำไพ-
แห่งดวงไฟเลื่อนชั้น .. ขึ้นบัญชา
O พอแว่วเสียงสาธุ .. บรรลุโสต
ความปราโมทย์หัวใจผู้ใฝ่หา-
ก็ซ่านความผ่องแผ้วสู่แววตา
เมื่อรูปหน้ารูปจริต .. เผย-ติดตรึง
O เกิดแต่เมื่อกรประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า, แววตาหนึ่ง-
ก็คล้ายถูกกรเรียวนั้นเหนี่ยวดึง
แววหวานซึ้งมั่นหมาย .. ก็ฉายทอ
O โอ ราศีรูปงาม .. แห่งยามเช้า
คอยรุมเร้าใจอยู่, ท่านผู้ขอ-
ย่อมอุ้มบาตรเอ่ยธรรม .. ลงย้ำ .. ยอ-
ยกอารมณ์ทดท้อ .. พ้นทรมาน
O สบรูป .. รูปละม่อมก็ล้อมสิ้น-
แต่ผัน-ผินรูปพักตร์ .. เข้าหักหาญ
จิตวิญญาณตื่นรู้ .. จึงรู้พาน-
ความอ่อนหวานอ่อนโยน .. ที่โชน-แวว
O พาโลกในแวดล้อม .. งามพร้อมอยู่
พร้อมแรงชู้อาลัยเริ่มไหว .. แว่ว
อาวรณ์เคยซ่อนเร้น .. ก็เห็นแนว-
ความผ่องแผ้วตอบเต้น .. ไม่เว้นวาง
O โอ อำนาจเนตรพรับ .. ราวจับจูง-
สบรูปยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนสีสัน .. ขึ้นกั้นกลาง
หยัดรอยขวางเพรียกถวิล ..ให้ดิ้นรน
O งามวงสีเลื่อมลาย .. ก็คล้ายว่า
เผยคุณค่าออกแล้วผ่านแววขน
พร้อมอ่อนหวานอ่อนไหวของใจคน-
เริ่มเผยตน .. ออกแล้วที่แววตา
O วาบวับ-นั้น .. แววตา .. แม้-ตาหลับ-
แววระยับ .. ก็ยังคง .. อยู่ตรงหน้า
ราวอยู่ล้อมห้อมขวัญคอยบัญชา-
ให้ตอบรับคุณค่า .. ด้วยอาวรณ์
O วาบวับแววขนยูง .. อันสูงค่า-
ก่อรูปพา .. งดงามติดตาม-อ้อน
จนงามนั้นลามรุกไปทุกตอน
สะทกสะท้อนสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O จึงโลกในแวดล้อม .. ราวน้อมรับ-
แววพริ้มพรับออดอ้อน .. ผู้อ่อนไหว
ความผูกพันอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
ก็รัดรึงเอาไว้ .. อยู่ในวัน
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ผ่านลงแวดล้อมช่วง .. ทาบทวง-ขวัญ
งามรูปลักษณ์ชาติภพ .. ก็ครบครัน-
แทรกลงฝันฝากรอย .. ให้คอยรอ
O เช้านั้น .. คำข้าว .. เนตรวาววาม
กอปร-คำ .. ความ .. ผ่านหูจากผู้ขอ
พร้อมอีกการรุมเร้าพะเน้าพะนอ
ของรูปลักษณ์งามลออ .. อยู่ต่อตา
O เช้านั้น .. คำข้าว .. อกผ่าวร้อน-
กับอาวรณ์รูปองค์ .. ที่ตรงหน้า
สบ-สัมผัส .. ฉับพลันก็บัญชา-
เสน่หาให้อุบัติขึ้นรัดรึง
O เช้านี้ .. แรงอาลัยผู้ใฝ่หา
คอยบัญชาดวงจิต .. แต่คิดถึง-
รูปแพงน้อยอบร่ำในคำนึง
เจ้าเอย .. พึงรับรู้นัยชู้ .. ชาย
O ส่งมาเถิด .. อบอุ่นและคุณค่า
ผ่านแววตาอ่อนโยน .. ออกโชนฉาย-
แววอ่อนหวานดื่มด่ำ .. พึง-รำบาย-
ออกเปื้อนป่ายล้อมโลก .. แล้วโยกคลอน
O มอบมาเถิด .. เสน่หาความอาลัย
สุมลงให้ใจชาย .. สุดถ่ายถอน-
ทั้งจากรูป, คุณค่าความอาวรณ์
ตราบม้วยมรณ์ชีพลงเป็นผงคลี
O รูปยูงเอย .. ขาบเขียวทุกเรียวขน
เปล่งปลาบบนคุณค่า .. แห่งราศี
เพรียกละห้อยแหนหวงเป็นท่วงที-
อาวรณ์ที่ - ตราบวาย .. ยากคลายลง !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.