Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 
 
17 กุมภาพันธ์ 2557
 
All Blogs
 
O แก้วเอย .. O










เพลง...จันทร์
เจียรนัย



O กรอบกาลเลื่อนเพ็ญจันทร์ขึ้นชั้นฟ้า
เมื่อดวงภาณุมาศลับ .. รำงับแสง
ที่โค้งฟ้าจรดน้ำ .. สี-ก่ำแดง-
ทอดลงแต่งระลอกคลื่น .. โลมพื้นน้ำ
O ปลายปีกนกฉีกกางลอยร่างร่อน-
โผขึ้นกลางอัมพรแล้วย้อนต่ำ
แว่วสรรพเสียงผ่านลมที่พรมพรำ-
พาหม่นมัวมืดดำ .. เข้าอำพราง
O จะลืมฤๅได้สิ้นนะกลิ่นเจ้า
เมื่อคอยเฝ้าถวิลอยู่แต่ตรู่สาง
ในค่ำดึกหม่นมืด, .. หากจืดจาง-
ก็แต่ความหมองหมาง .. ที่ร้างลา
O ด้วยอาวรณ์ถวิลอยู่ .. ความรู้สึก-
ในส่วนลึกเฝ้าแต่คอยละห้อยหา
กอปรความหมายอบอุ่นเจ้าหนุนมา
ก่อคุณค่าขึ้นขจ่างที่กลางใจ
O สื่ออาลัยใจคน .. ฝ่าหนหาว
ฝากแสงเดือนหมู่ดาว .. วับวาว-ให้-
เชื่อมส่งผ่านเสน่หาจากฟ้าไกล
สู่จิตใครร่วมสดับ .. ตอบ-รับรอง
O สืบส่งความมุ่งหมายรำบายบอก
รอนระลอกวิปโยคแห่งโลกผอง
หวานหอมอบอุ่นนำ .. ท่วงทำนอง-
ร่วมพร่ำพร้อง .. พิสมัยเป็นนัยเดียว
O รอบอบอุ่นแทรกซ้ำอยู่ค่ำเช้า
พาใฝ่เฝ้าคอยแต่ชะแง้เหลียว
ท่ามเหน็บหนาวรอบฤดูลมกรูเกรียว
ก็โน้มเหนี่ยวอาวรณ์แนบนอนทรวง
O พร้อมความหมายผ่านบอก – หอมดอกไม้-
ก็หอมให้เสพรับ .. ลำดับช่วง
พร้อมหัวใจหอมล้ำ .. ถ้อยคำ-ปวง-
ก็ย้อนช่วงความหวัง .. อีกครั้งคราว
O วานนั้นลมร่ำไหล .. หัวใจตื่น
อ้อยอิ่งอย่างแช่มชื่น .. กับคลื่นหนาว
โคมบนสรวงช่วงระยับ ..แสงวับวาว
เมื่อเรื่องราวบางตอน .. กลับย้อน-เยือน
O จากหนาวเป็นรุมร้อน .. สุดผ่อนผัน
พร้อมรำพันเชิงชู้ .. ที่ดูเหมือน-
แฝงความนัยซ่อนวาง .. อยู่รางเลือน-
เพื่อจะเกลื่อนกลบหมายให้คลายลง
O เช่นมาลย์หอม .. ผึ้งภู่ .. ก็รู้เคล้า
คำกรองเย้ายั่วอยู่ .. ก็รู้สง-
สัยคารมคมคำ .. และจำนง
จึงเลยหลงสนเท่ห์ .. ตอบเล่ห์การณ์
O เอ็นดูมากนักแล้ว .. นะแก้วเจ้า
แต่คอยเฝ้ารายล้อมด้วย .. หอมหวาน
มธุรสเว้าวอน .. ออดอ้อนปาน-
ทอถักสานเป็นบ่วงคล้องดวงใจ
O จนค่อยเผยความหมาย .. รำบายบอก
ผ่านท่วงทียั่วหยอก .. ล่อหลอกให้-
ผู้ลอบเร้นอ่านอยู่ .. พึงรู้นัย-
แฝงความไว้ .. รับขวัญ .. ด้วยพรรณนา
O ใครหนอ .. แก้มเนื้ออิ่ม .. ซ่อนยิ้มอยู่
รอเชิงชู้คำชาย .. รำบายหา
หมายเสกสั่งใจคน .. ด้วยมนตรา
เต็มอยู่ด้วยเสน่หา .. ทุกท่าที
O สุมาลย์สอดกลีบสวย .. อำนวยให้-
ภู่ผึ้งไหวว่อนถิ่น .. เคล้า-กลิ่น, สี
ตฤปร่ำรสหอมหวานสุมาลย์มี
เมื่อใจนี้ร่ำขอ .. แต่รอคอย
O วิหคเหินถลาลม .. เสียงขรมอยู่
แว่วรับรู้ .. ว่าพิโยค .. เคยโศกสร้อย-
ได้ล่มลาญจากทรวง .. จนล่วงรอย
เหลืองดงามพร่างพร้อย .. ขึ้นคอยเคียง
O ปีกบางภู่ภมร .. ไหวว่อนถิ่น
เมื่อถวิลอาลัย .. เริ่มให้เสียง
สดับเถิดความถ้อย .. ร้อยเรียง
ก็เพื่อเพียงผ่านอุโฆษ .. ถึงโสตใคร
O เพื่อใคร .. ต่อแต่นี้ .. หากลี้หน้า
จงท่วมทัณฑ์ทรมา .. จนกว่าได้-
มอบอาวรณ์ยินยอม .. อย่างพร้อมใจ
วางลงไว้กลางมือ .. ให้ถือครอง

O ถ้วนองค์ทั้งอกฟ้า - - แลดิน
นบเทพทังสาวสินธุ์ - - สื่อรู้
พระเอยสะโรชริน - - มนต์ร่าย ร่วมฤๅ
ร่วมพากย์แจ้งใจชู้ - - ชื่นด้วยชายเดียว ฯ





Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:56:28 น. 10 comments
Counter : 1384 Pageviews.

 

ชายเดียว...


"O จะลืมฤๅได้สิ้นนะกลิ่นเจ้า"ทำให้นึกถึง งานของเจ้าพระยาพระคลัง(หน):

"รื่นรื่นชื่นจิตพี่จำได้ เหมือนเมื่อไปร่วมภิรมย์ประสมศรี
ในสถานพิมานสิมพลี กลิ่นยังซาบทรวงพี่ทั้งวรกาย
นิจจาเอ๋ยจากเชยมาเจ็ดวัน กลิ่นสุคันธรสรื่นก็เหือดหาย
ฤๅว่าใครแนบน้องประคองกาย กลิ่นสายสวาทซาบอุรามาฯ"(กากี)
นึกขอบคุณคุณครูที่บังคับให้ท่องจำกลอนอันไพเราะได้...
สดายุ ลูกของพญาครุฑ นี่ คงจะอยู่ ฉิมพลี ด้วยซินะ..



โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:11:28 น.  

 
สาวเยอรมัน

เปล่าเลยมินตรา .. ไม่ได้อยู่ฉิมพลี ตอนนี้อยู่บ้านเช่าคนเดียว ..

กะว่าจะหาที่สักแปลงแล้วลง container house แบบกระทัดรัด ราคาไม่เกิน 3 แสน สักหลังแบบใน link .. คลิกไปชมได้เลย วิมาน container มือสอง 55

Modern Style .. 2 containers house - สุดยอดแนวคิด !

เชื่อไหมว่า container มือสองขนาด 40 ฟุต ราคาประมาณ 5 หมื่น สองตู้ก็แสนเดียว เอาไปพ่นทรายแล้วลงสีกันสนิมแล้วค่อยขนมาก่อสร้าง แล้วลงสีภายนอก ประมาณ เหลืองสด เขียวสด แดงสด เป็นส่วนๆไป
เบ็ดเสร็จราคาไม่เกิน 3 แสน - แจ่ม

บ้านนอกที่ดินราคาไม่แพงมาก ยิ่งหากใช้เงินยูโรมาซื้อแล้วนี่ถูกมาก ตารางวาละหมื่นต้นๆ ก็ประมาณ 350 ยูโรเท่านั้นเอง

กลอนเจ้าพระยาพระคลังที่ยกมา .. ไม่ค่อยไพเราะนักในแง่วรรณศิลป์ แต่ก็นะ ท่านไม่ได้เป็นกวีใหญ่อย่างสุนทรภู่

วันก่อนที่กรุงเทพไปเห็น หนังสือ "เจ้าจอมจากตระกูลบุนนาค" กับ "ราชวงศ์บ้านพลูหลวง" ใน B2S กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อเล่มไหนดี



โดย: สดายุ... วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:23:54 น.  

 
สดายุ.

.container houseนี่หากปลูกที่แถบสแกนดิเนเวีย น่าจะได้..เพราะนิยมที่อยู่อาศัยเช่นนี้..โปร่งโปร่ง เรียบง่าย..
แต่ในเยอรมัน รัฐบาลอนุญาตให้พวกช่างพวกวิศวะใช้ใน บริเวณที่กำลังก่อสร้าง อยู่ชั่วคราวได้..แต่อยู่ถาวรมิได้ ..ตามกฎหมาย

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)บุตร เจ้าพระยาบดินทร์สุรินทร์ฦๅชัย (บุญมี)เจ้าเมืองเพชรบุรีและท่านผู้หญิงเจริญนั้นท่านเป็นผู้คุมการค้าสำเภาหลวง.ไปจีน.
จะแต่งจะเขียนอะไร ไม่มี"ความเจ้าชู้"อยู่ในตัว..
ภาษาจึงไม่หวานอย่าง สดายุ !

แต่ท่านจะชำนาญเรื่องของพวกมอญ..เช่น ราชาธิราช ตามเชื้อสาย..หรืออย่าง สามก๊ก เพราะท่านเป็นจุดรวมของพ่อค้าชาวจีนที่มาค้าขายในไทย.

เรื่อง หนังสือ "เจ้าจอมจากตระกูลบุนนาค"น่าจะมีแต่เรื่องของครอบครัวเดียวของตระกูลบุนนาค ที่ถ่ายภาพเป็น นวดเก่งช่างเอาอกเอาใจ แล้วทอดปลาทูหน้างอคอหักได้เก่งที่สุดในสยาม..
จนร5 ต้องขอมาทดลองทำน้ำพริกและทอดปลาทูด้วย..555
ความจริงน่ะตั้งแต่สมัยพระเอกาทศรถมา.ตระกูลนี้ผลิต เจ้าจอมหม่อมห้ามจนเป็นพระราชินีกัน..มิใช่มีแต่ก๊กอ. ก๊กเดียว..
พระคู่หมั้นในร5เจ้าจอมแพ ก็เป็นบุนนาค

สาวตระกูลนี้ไม่สวยหรอก แต่เก่งทุกคน ตรงที่ช่างสะสมความรู้ความสามารถไว้เป็นคุณสมบัติส่วนตัว

อ้อ เจ้าพระยาพระคลัง(หน)น่ะ ท่านมาจากสายย่อยของตระกูลบุนนาค..สังเกตุได้จากเดินเรือเก่ง ขยันทำมาหากิน มัธยัสถ์ ใฝ่ความรู้และสนใจเทคโนโลยี่..

พูดไปแล้วเดี๋ยวจะมีเสียงทักท้วงมาอีกว่า.."หากพวกบุนนาคบันทึกว่าทำอะไรไว้เยี่ยงนี้ ราชวงศ์จักรีก็ไม่มีความสามารถเลยน่ะซิ..!"

ที่พูดเพื่อจะบอกว่า แผ่นดินนี้ มีผู้ที่ร่วมก่อร่างสร้างตนกันมา โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยแสดงความเก่งก็ได้..

อย่ามัวแต่ต่างคนต่างเก่งกันจนแผ่นดินแยกแตกระแหงเช่นวันนี้..อยู่เลย..



โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:2:11:00 น.  

 
มินตรา ..

นั่น .. มีลูกเหน็บด้วย ..
เอ .. พวกบุนนาค นี่ปากคอเอาเรื่องเหมือนกันนะนี่
55

แล้วทำไมลูกๆของเจ้าจอมมารดาเปี่ยมถึงขึ้นชั้นราชินีทั้ง 3 ใบเถา พอรู้ไหม .. เพราะดูในรูปถ่ายแล้วก็ไม่เห็นความสวยแบบโดดเด่นอันใด

ส่วนเรื่องบุนนาคก็แค่ผ่านตา ไม่เคยเจาะลึก จำได้แต่ว่าเชคอาหมัด ต้นตระกูลมาจากเปอร์เชียสมัยพระนารายณ์ แล้วถูกพระนารายณ์กล่อมให้หันมานับถือพุทธแทนอิสลาม ..

แต่สมัยพระเอกาทศรถนั้น ก่อนหน้าพระนารายณ์มากอยู่ ..
พระเอกาทศรถ
พระเจ้าทรงธรรม
พระเชษฐา
พระเจ้าปราสาททอง
แล้วมีคั่นอีกคนหนึ่งสั้นๆ
พระนารายณ์

หรือผมจำผิด ?
ที่จริงแล้วหากดูกันจริงๆ สาวอิหร่าน นี่สวยกว่าสาวอาหรับนะ .. แขกขาวที่สวยที่สุดก็คือเปอร์เซีย รวมทั้งแคชเมียร์ของอินเดีย (แต่ก่อนเรียก กัษมีระ) นี่เอง เชคอาหมัด มาได้สาวไทยเป็นภรรยาแล้วน่าจะออกมาเป็นลูกครึ่งแบบ แคทลียา แมคอินทอช สิ .. ทำไมหน้าตาถึงออกมาแบบนายมารุต บุนนาค ไปได้นะ ..

หรือว่าสายเลือดชิดกัน (เพราะหวงอำนาจและทรัพย์สิน) ทำให้ขี้เหร่ไปได้ ?

หากเป็นสมัยอยุธยา พวกบุนนาคที่มีอำนาจมากแบบสมเด็จเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) อาจล้มราชวงศ์เดิมแล้วตั้งราชวงศ์ใหม่แน่นอน เหมือน เจ้าพระยากลาโหมยุคพระเจ้าทรงธรรม ตั้งราชวงศ์ปราสาททอง ตามที่เขียนในนิราศเรื่องยาว ..

O โคลงนิราศเพรงกาล .. O

เมื่อหนึ่งหญิงผู้น้องขึ้นครองเมือง
ความรุ่งเรืองไพบูลย์จะสูญหาย
ริษยาโหมไหม้หัวใจชาย
และสองหญิงขวนขวายทำลายล้าง !

เมื่อหนึ่งหญิงอ่อนแอใกล้แพ้พ่าย
ความเขินอายแห่งถ่อยจะถอยห่าง
ยอมเปิดหน้าเผยตัวอยู่ทั่วทาง
ความตายจะว่อนวางทุกย่างเดิน !






โดย: สดายุ... วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:49:37 น.  

 
สดายุ.

".แล้วทำไมลูกๆของเจ้าจอมมารดาเปี่ยมถึงขึ้นชั้นราชินีทั้ง 3 ใบเถา พอรู้ไหม ."

คิดว่าน่าจะเป็นเพราะมีเจ้าฟ้าก่อน และเป็นการถ่วงดุลย์กับขุนนางบุนนาค กระมังคะ
แหม..พระคู่หมั้นที่ต้องยกขบวนแห่ขันหมากให้พระราชบิดาไปขอ มีอยู่คนเดียว..

พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี..
"ราชเทวี" ตรงจุดตัดระหว่างถนนพญาไทกับถนนเพชรบุรี ที่กบฎเทือกไปตั้งหลักอยู่ ก็บุนนาค
แล้วทรงเป็น "เมีย" คนแรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์โคลงพระราชทานให้ว่า
"สุขุมาลโดยชาติเชื้อ เผ่าพันธุ์
กายกอปรวรลักษณ์อัน ละเอียดพร้อม
ไตรทวารประพฤติสรรพ์ สิ่งชอบ ควรแฮ
ละเอียดครบควรนบน้อม ท่านผู้ สุขุมาล"

แค่นี้ก็มากมายแล้ว จะโลภมากยากเรื่องให้เดือดร้อนไปทำไม..อยู่สงบสงบไม่ต้องไปแย่งอะไรกับใคร
บุญวาสนาก็มาเอง มิดีกว่ารึ.

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์(ดิศ บุนนาค)
เมื่อยังเป็นเจ้าพระยาพระคลังถือตราบัวแก้ว
แล้วยัง ถือตราพระคชสีห์ ประจำตำแหน่ง สมุหพระกลาโหมด้วย
น้องท่านสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ(ทัต บุนนาค)ถือตรา ตราพระราชสีห์ประจำตำแหน่ง
สมุหนายก
ตราสามดวงสูงสุดในแผ่นดิน..
ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ศาลรัฐธรรมนูญเถอะ..

อัครมหาเสนาบดี ศักดินา 10,000 ไร่มีสิทธิสั่งตัดหัวคน แต่ไม่เคยสั่งเลย..

จะแพ้ก็แต่กบฎสุเทพผู้มีที่ดิน100,000ไร่ แถมยังสไนเปอร์ ยิงหัวคนเป็นร้อยคนได้อีก..

บุนนาค รึจะ บังอาจมาเทียบ เทือกสุบรรณได้!



โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:6:19:48 น.  

 
มินตรา..

ตัวตนของคนสุราษฎร์คนนี้หาได้มีอะไรคู่ควรต่อการใส่ใจไม่ !

เป็นเพียงเบี้ยในกระดานหมากรุกในยามที่กฎอนิจจังกำลังทำงานอย่างไม่เกียจคร้าน

เมื่อเกมหมากรุกกระดานเก่ากำลังใกล้จบลง และต้องตั้งหมากเริ่มต้นใหม่ เป็นที่รู้กันว่า "ขุน" เป็นสิ่งที่ต้องปกป้องจนถึงที่สุด หากฝ่ายตรงข้ามรุกคืบกิน"ขุน"ได้ก็แปลว่า มันจบแล้วครับนาย

เรือ .. นั้นกอปรด้วยแสนยานุภาพวิ่งเร็วและเล่นไกลได้ แต่เรือลำนี้เก่าคร่ำคร่ามากแล้ว คงทนคลื่นลมไปได้อีกไม่นาน

ม้า ..
โคน ..
แสนยานุภาพรองลงมา

เบี้ย .. ทหารเลวที่มักถูกกินก่อนเสมอ

ถาม : ทำไมถึงกลัวการเปลี่ยนขุนกันนักหนา ?
ตอบ : เพราะขุนที่กำหนดไว้แล้วอำนาจเดิม "ควบคุมไม่ได้" แต่เป็นมิตรกับอำนาจใหม่

และอำนาจใหม่นี้"น่าจะ"ติดตามทวงคืนทุกอย่างที่เสียไป
ล้างบาง .. ตุลาการ
ล้างบาง .. แมวตะวันออก
ล้างบาง .. องค์กรอิสระ
ล้างบาง .. ระบบอุปถัมภ์
จัดระเบียบ .. เทวดาและพวก



โดย: สดายุ... วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:36:26 น.  

 

ชายเดียว..


"อยากให้จบเร็วเร็วน่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องมีใครมาตายอีก"

(คำพูดของภรรยา ดาบตำรวจ เพียรชัย ภารวัตร ผู้เสียชีวิตจากการปราบม๊อบกบฎในวันนี้)


โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.34 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:0:03:59 น.  

 
มินตรา

หากต้องการการเปลี่ยนแปลง มันต้องมีการสูญเสีย
เพราะไม่มีใครยอมวางอำนาจที่ตนมีโดยง่าย

น่าจะเลี่ยงสงครามกลางเมืองยากนะงานนี้
เพราะไม่ว่าใครชนะ จะเป็นเพียงภาวะชั่วคราวแล้วรอ"การเอาคืน" เพราะงานนี้คนที่ควรเป็นคนกลางลงมาเล่นเอง .. ที่ผ่านมาเขาแค่ให้เกียรติ แต่ไม่ได้พิสวาดิอะไรนักหนา และไม่ได้กลัวด้วย

พลวัตของ สิ่งที่ดำรงอยู่อย่างฝืนโลกคือ รอการล่มสลาย เท่านั้น .. ไม่มีอย่างอื่น



โดย: สดายุ... วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:6:41:24 น.  

 


ชายเดียว..

รายงานภูมิอากาศประจำวันนี้..

ศาลแพ่งมีวินิจฉัยมิให้ปราบกบฎ...
นปช.เชิญธงรบขึ้นเสา..
ประชาชนคึกคักกันตามหน้าเวป...

แกล้วเอย...


โดย: บุษบามินตรา IP: 192.99.14.36 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:31:08 น.  

 
หญิงเอย ..

ทั้งยุทธเหล่ ใจเล็ก
ทั้งแกล้วกล้า เก่งแต่รบกับศัตรูมือเปล่า
ทั้งไอ้เทพ
ทั้งไอ้โล้นเหลือง

มันปลายแถว

เมื่อ"พี่ชาย" กับ "น้องสาวทั้งสอง" ยังคุยกันคนละคีย์
ก็ต้องนับศพไพร่เลวไปเรื่อยๆก่อน

ตอนนี้ไอ้ตัวข้างบนทั้งหมด มันกลัวแทงหวยผิดตัว นอนไม่หลับกระสับกระส่ายอยู่ทุกคืนจนตาเหล่ไปข้างหนึ่งแล้ว 555

เมื่อไรที่เพศแห่งอารมณ์ฝักใฝ่อำนาจและเข้ามาวุ่นวายผ่านชายผู้อ่อนแอ .. แผ่นดินนั้นความฉิบหายจะมาเยือน ..

ศรีสุดาจันทน์ ครั้งพระไชยราชา เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด

O แผ่นดินที่กฎหมายไม่ตายตัว
การตีความดีชั่ว ย่อมมั่วได้
การสุมหัวตีความ ย่อมทรามไป-
เพื่อรับใช้ชนชั้นผู้บัญชา




โดย: ชายเดียว IP: 171.100.148.210 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:01:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.