Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
O เพรงวาสน์ เมื่อพาดช่วง .. O








จระเข้หางยาว
ทางสักวา



O ท่ามกลางเสียงหลากหลายที่รายล้อม
ก็พรั่งพร้อมรูปรอย .. อยู่คอยท่า
มีหัวใจผู้ถวิล, รูปจินตนา
ล่องลอยพาชาติภพ .. กรรทบกัน
O วาบ-วงแสงปลั่งช่วงในดวงตา
นั้น-เหมือนว่าโลมลูบด้วยรูปฝัน
ผุด .. ล่ม .. แล้ว-เวียนว่ายที่ปลายวัน
รายล้อมใจนี้-พลัน .. ให้สั่นรัว
O แววตาออดอ้อน-แซม .. เนียนแก้มอิ่ม
ก็เผยแววซ่อนยิ้ม-พรับพริ้ม .. ยั่ว
มองเห็นความรมย์รื่น .. นั้นตื่นตัว-
เข้าล่มความหม่นมัวจากหัวใจ
O รูปองค์เอย .. ผ่านภพมาจบต้อง
พาดรูปพ้องภาพฝัน .. สู่วันใหม่
อิริยารูปจริต .. หรือ ผิดไป-
จากฝันใฝ่ในจิต .. แม้-นิดเดียว ?
O หรือคาบยามแรงถวิล .. เริ่มดิ้นรน
เมื่อใจคนแต่ละล้าละลังเหลียว
คอยออดอ้อนแว่วมา, รูปหน้าเรียว-
จะโน้มรูปกอดเกี่ยวทุกเสี้ยวใจ
O รูปองค์เอย .. เผยภพบรรจบแล้ว
จะพาความผ่องแผ้ว .. เลือนแล้วไฉน
ควรต้องอยู่ผูกพันร่วมกันไป
คลี่สายใยล้อมขวัญ .. เกินบั่นทอน
O วาบ-วงแสงปลั่งช่วง .. ภาพช่วงนั้น
ค่อยไหวสั่นเนตรชม้าย .. เหลือบคล้าย .. อ้อน
แว่วในโสตเสียงเย้า .. ยั่ว .. เง้างอน
แต้มอกใจอาวรณ์สะท้อนสะท้าน
O หรือนี่ .. ฤทธิ์อำนวยของทวยเทพ
พาสบ .. เสพ .. รูปภาคแล้วยากผ่าน
ดั่งภู่ผึ้งตื่นระลอก .. หอมดอกมาลย์
เสพรสหวานซ่านสิ้นทั้งอินทรีย์
O ยิ่งกว่าผึ้งภู่บินล้อมกลิ่นมาลย์
ที่เบ่งบานหอมสิ้นทั้งกลิ่นสี
แต่รับรู้หอมหวานรูปคราญมี
ก็สุดที่เหนี่ยวใจรั้งให้รอ
O โอ หรือใจสั่นรัว .. จากยั่วเย้ย-
เขาเฝ้าเอ่ยเอื้อนออกเพียงหลอกล่อ
ให้รับรู้รูปเสียง .. จนเพียงพอ-
ช่วยเติมต่อเสน่หาแรงอาลัย
O หรือเพียงว่า .. รูปฝันมาพลันพ้อง-
กับผุดผ่องรูปคราญ .. เพื่อผ่านให้-
มือที่มองไม่เห็น .. บีบเค้นใจ-
จนสั่นไหวเผยช่วงที่ดวงตา
O ดูเถิด .. แววยิ้มยั่วไม่กลัวเกรง-
จะข่มเหงใครเลย, หรือ-เผยหน้า-
หมายแทรกแทนรูปฝันแล้วบัญชา-
ให้คอยหาคอยเห็น .. อยู่เช่นนั้น ?
O เมื่อมีรูป, มีใจสั่นไหวอยู่
สบ-รับรู้ .. แล้วใครเล่าไหวหวั่น ?
เมื่อเพียง .. ใจ-รูปภพ .. บรรจบกัน-
ย่อมต้องสั่นสิ้นทั่วทั้งหัวใจ
O เมื่อมีรูป, ภาพฝันคอยสั่นรัว
เย้า-หยอกยั่ว .. ออดอ้อน, ที่อ่อนไหว-
จะเป็นภาพเวียนวก .. หรืออกใคร-
รู้ดีแล้วใช่ไหม .. อกใจนั้น ?
O เหลือแต่ควรต้องคิด .. รับผิดชอบ
อยู่คอยปลอบ .. ประโลมให้ .. ผู้ไหวหวั่น-
รับแรงชู้อ่อนหวาน .. ส่งผ่านพลัน
ล่มรูปฝัน .. ทอทาบด้วยภาพจริง
O โอ .. แววตาวาบตอน .. ผู้อ่อนไหว-
ยั่วล้อใจอาวรณ์ .. ออดอ้อนยิ่ง
ผ่อนรูปนามโน้มแนบลงแอบอิง
เพื่อถ่ายทิ้งรูปฝันจากสัญญา
O ยิ่งกว่าแสงปลั่งช่วงบนสรวงนั่น
คือรูปฝันหยัดรอย .. อยู่คอยท่า
ผุด .. รูปความผ่องแผ้วไม่แล้วลา
รายล้อมด้วยเสน่หา .. เพรียก-อาลัย
O ท่ามกลางเสียงหลากหลาย, แว่วคล้ายว่า-
จักเผยรูป .. ออกมาร่วมปราศรัย
โอ ศัพท์เสียงแว่วอยู่ .. จากผู้ใด-
บอกว่า .. ทั้งหัวใจ .. มอบให้แล้ว !





Create Date : 30 ธันวาคม 2557
Last Update : 16 มิถุนายน 2562 9:04:56 น. 2 comments
Counter : 1588 Pageviews.

 


HBD ค่ะที่รัก... ^3^



โดย: น้องเล็ก IP: 192.99.14.34 วันที่: 2 มกราคม 2558 เวลา:7:12:17 น.  

 


ขอบคุณเจ้าค่ะตัวน้อยๆ
ปีใหม่นี้ขออวยพรให้น้องเล็กจงมีแต่ความสุขความเจริญยิ่งขึ้นตลอดไปนะคะ .. ^3^



โดย: สดายุ... วันที่: 2 มกราคม 2558 เวลา:8:39:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.