Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
O พิรุณพิลาปร่ำ .. O







เสน่หา


O งดงามเอย .. ช่อฝนเมื่อหล่นร่วง
ท่ามกลางช่วงสายลม .. ห้อมห่มเสียง
ฉ่ำชื้นหยาดฝุ่นฝน .. ร่วงหล่น-เพียง-
เพื่อบ่ายเบี่ยงรุ่มร้อนให้ทอนแรง
O วูบไหวล้อมรมยา .. แววตาเต้น
ด้วยลอบเร้นรูปภาค .. ใครฝากแฝง
เมื่อสายตาจบจูบด้วยรูปแพง-
ก็เติมแต่งหอมหวานลงซ่านทรวง
O อีกครั้งที่พรายเม็ด .. หยาดเพชรแก้ว-
พรากผ่องแผ้วฟ้าบน .. ให้หล่นร่วง
อีกครั้งที่อ่อนไหว .. แววในดวง-
ตานั้น-ช่วงรุมเร้า .. ความ-เว้าวอน
O วับวามความอ่อนไหว..เลศนัยชู้-
ตื่น-รับรู้พร่ำพลอด .. แววออดอ้อน
รื่นหยาดฝนหล่นร่วง, อีกช่วงตอน-
ความอาวรณ์โหมช่วง .. ไม่ล่วงแล้ว
O วับวามความหวานหอมที่ล้อมรอ
พร้อมช่วงช่อฝนห่ม .. สายลมแผ่ว-
นั้น-เมื่อดาวสองดวง .. โชนช่วงแวว-
เผยความแผ้วผ่องช่วง .. แห่งดวงใจ
O งดงามความอบอุ่น .. กลางฝุ่นฝน
ย่อมงามล้นเลอค่า .. ให้อาศัย-
เป็นบ่วงบาศก์ล้อมกาย .. เคลื่อนสายใย
ล้อมรัดไว้ถ้วนสิ้นจิตวิญญาณ
O ดวงใจเอย .. เผยงามลงล่ามตรึง-
ห้วงคำนึง .. รายล้อมด้วยหอมหวาน
ฝ่าทรวงสอดแทรกขวัญเข้าบันดาล-
ความซึ้งซ่านหลั่งหลอมให้ยอมตน
O จะกี่รอบน้ำหลั่งล้นฝั่งฟ้า
กี่ฉ่ำชื่นผ่านมาของห่าฝน
ฤๅเท่ารื่นคำนึงของหนึ่งคน
ที่หลั่งหล่นหล่อหลอมเข้าล้อมใจ
O วางชาติภพรายล้อมละม่อมหน้า
หลังดวงตาสบรูปจนวูบไหว
แววตื่นตอบลอบเร้น .. ย่อมเป็นไป-
จากอาลัยอาวรณ์ .. สุมซ้อนลง
O รู้บ้างไหม .. อ่อนหวานเจ้าผ่านสู่
กอปรนัยชู้เร้ารุม .. จนลุ่มหลง
รู้ไหมว่า .. ลึกล้ำแห่งจำนง-
คือรูปหงส์ทอดร่างอยู่กลางทรวง
O ปองเด็ดดวงดอกฟ้าลงมาหอม
โดยอุ่นอ้อมอกแขน .. ความแหนหวง-
คอยอยู่พร้อมวาดหวัง .. ใจทั้งดวง-
ก็โชนช่วงอาวรณ์เกินผ่อนคลาย
O งดงามด้วยรูปธรรม .. ใครก้ำเกิน
ทั้ง-ขัดเขิน, อ่อนโยน .. ที่โชนฉาย
อาจรู้ฤๅด้านในดวงใจชาย-
นั้นรำบายรอยร่าง .. อยู่กลางดวง
O ท่ามกลางเสียงหลากหลายที่รายล้อม
เป็นอยู่พร้อมฝุ่นฝนที่หล่นร่วง
และ-แต่ล้วนพิมพ์ภาพคอยทาบทวง-
ความแหนหวง .. ห่วงใยจากใจนั้น
O งดงามรูปนวลลออ .. เม็ดช่อฝน-
หลั่งร่วงปรนเปรอให้, ความใฝ่ฝัน-
ละห้อยหา, ถวิลเห็นไม่เว้นวัน-
ผูกปมเงื่อนสัมพันธ์จนมั่นคง
O งดงามรูปนิ่มเนื้อ .. นั้นเหลืออ้าง-
เอ่ยช่วงความแตกต่างด้วยร่างหงส์
รูปในฝันหล่นร่างที่กลางวง-
แขนให้เอื้อมโอบองค์ .. ร่วมวงกรรม
O ผ่านพ้นฤๅอกใจ .. ผู้ไขว่คว้า
ท่ามกลางห่าฝนห่ม .. สายลมร่ำ
ชั่วเพียงเจ้าเหลือบชม้ายแววร่ายรำ-
เหมือน-จองจำพี่แล้ว .. ด้วยแววตา
O ดูเอาเถิด .. แหนหวงเมื่อช่วงแวว
ราวผ่องแผ้วดวงกูณฑ์จักสูญค่า-
จากอาวรณ์แฝงฝันเข้าบัญชา-
ล่มลาญว้าเหว่ช่วง .. จนล่วงรอย
O ดูเอาเถิด .. อกใจผู้ใฝ่หา
ปรารถนารอบชู้ .. ฤๅรู้ถอย
ความออดอ้อน, เคล้าคลอ .. ผู้รอคอย-
ย่อมละห้อยระโหยอยู่ .. ไม่รู้วัน
O งดงามเอย .. ช่อฝนยังหล่นร่วง
เมื่อความหวงแหนชู้โหมสู่ขวัญ
แววอาวรณ์อาลัยของใครกัน-
ช่วงโลมฝันแฝงอยู่ไม่รู้เลือน
O งดงามเอย .. รุ้งลออหล่นล้อตา
ล้อมคุณค่าความหมาย .. ลงป่ายเปื้อน
พิมพ์รูปรอยรูปจริต .. ลงติดเตือน-
เอางามเลื่อนลงล้อมให้ยอมตน
O วูบไหวช่วงรมยา .. แววตารู้-
รับนัยชู้อบอุ่นกลางฝุ่นฝน
รู้เถิดว่าหวานหอม .. เจ้าล้อมลน-
นั้น-ล้อมจน .. เกินการต่อต้านแล้ว !




Create Date : 04 สิงหาคม 2557
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2560 14:50:21 น. 17 comments
Counter : 1614 Pageviews.

 
ไพเราะเหลือเกินค่ะ
มาแวะบอกพี่สดายุว่า ตอนนี้ได้คำนำหน้าแทนนางสาวแล้วนะคะมีคำว่า ผศ. นำค่ะ


โดย: medkhanun (ตุ้มตุ้ยของเธอ ) วันที่: 5 สิงหาคม 2557 เวลา:3:21:25 น.  

 
ท่านผศ.(ว่าที่)ดร.ขอรับ ..

ขอแสดงความยินดีด้วยความจริงใจ ..
นับว่าไม่เสียทีที่มาอ่านกลอนบล็อคนี้แบบไม่เสียเงินมายาวนาน 55

เก่งมากสาว ..อายุยังไม่เท่าไรได้คุณวุฒินี้แล้ว ..
หวังว่าจะประสบความสำเร็จทั้งการงาน การเรียน และความรัก ..แจกการ์ดเมื่อไรอย่าลืมบอกพี่



โดย: สดายุ... วันที่: 5 สิงหาคม 2557 เวลา:7:42:11 น.  

 
สดายุ..

"O จะกี่รอบน้ำหลั่งล้นฝั่งฟ้า
กี่ฉ่ำชื่นผ่านมาของห่าฝน
ฤๅเท่ารื่นคำนึงของหนึ่งคน
ที่หลั่งหล่นหล่อหลอมเข้าล้อมใจ"

ตรงนี้ เล่นคำ..เล่นความ..ได้ไพเราะมาก..


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 สิงหาคม 2557 เวลา:13:16:30 น.  

 
สดายุ..

ดนตรี น่ะ เสียงยังกะ พิอาโน คลอ แมนโดลีน แน่ะ
มินตรามีแมนโดลีนนะ พอจะ ดีดได้สองสามเพลง
เพลงที่บรรเลงนี่..เสน่หา..
" ..รัก นี้จริงจากใจหรือเปล่า
หรือ เย้า เราให้เฝ้าร่ำหา
...หรือแกล้งเพียง แต่แลตา
ยั่วอุรา ให้หลง ลำพอง
หื่อ ฮือ ฮือ ฮื้อ..หื่อ ฮือ ฮือ ฮือ
ฮื้อ ฮือ ฮือ หื่อ ฮือ.." ใช่ไหมเอ่ย..





โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 สิงหาคม 2557 เวลา:17:38:00 น.  

 


มินตรา ..

ถูกต้องแล้วคร๊าบบบบบบ
เสน่หา เพลงนี้มีคนบางคนชอบโดยเฉพาะเวอร์ชั่นที่ คีย์ vs ตุ้ม vs ปุ้ย ร้องประชันกันในรายการ the voice

ตามลิงค์
https://www.youtube.com/watch?v=wnR_Q_sAryw

แต่ผมหาเวอรชั่นที่ อ้อมใจ หญิงสาวที่ตีขิมเก่งมากเอามา ทำบรรเลง เปียโน+ขิม อย่างที่มินตราได้ยินอยู่นี้ ตามลิงค์

https://www.youtube.com/watch?v=_KJar460_q8

เสียดายที่ไม่เก่งด้านทำนองเพลง ไม่งั้นจะเขียนเนื้อร้องแข่งกับ นิติพงศ์ ห่อนาคซะหน่อย 555


โดย: สดายุ... วันที่: 5 สิงหาคม 2557 เวลา:19:28:08 น.  

 
สดายุ..

ตอนมินตราเล่นดนตรีในวงนั้นเป็นวงของโรงเรียน แล้วในมหาวิทยาลัย..
คนเล่นขิม ที่อยู่ในวงเครื่องสายนั้น ก็มีความสามารถพอพอกับมินตรา..
เห็นความสามารถด้านดนตรีของมินตราแล้วซิ..!

เมื่อมาฟังฝีมือขิม จริงจริงที่กระดิกนิ้วรัวไม้ขิมซะพริ้ว..ยังกะเสียงดีด แมนโดลีน..เลยนึกว่า เป็นแมนโดลีน..
ประกอบกับดนตรีที่ฟังในยุโรป จะชินกับ ไวโอลีน แมนโดลีนซะ มากกว่า..
มินตราจะโปรด พวก Kammermusik เล่นกันตามบ้าน
มากกว่า Orchestra ที่ ดูแล้ว โฉ่งฉ่าง
แต่ก็ไปดูบ้างนะ เพราะได้แต่งตัวสวยสวยไปอวดกัน..555
สนุกดี ..เวลาได้ไปดัดจริต..(มิใช่ไปฟังดนตรี)

เสน่หา ของ ที่ คีย์ vs ตุ้ม vs ปุ้ย ท้าดวลกันนี่ ไพเราะมาก
มินตราไม่รู้จักทั้งสามท่านเลย ..แต่น่ารักมาก...เก่ง..
มิน่าล่ะ "ใคร" ของสดายุเลยชอบ..

ที่นี่ใช้คำว่า Keyboard สำหรับ เปียโน ในเพลง "เปียโน+ขิม" ที่วางให้ดู..เป็นคีบอร์ด ที่ใช้เสียง พิอาโน

ส่วน พิอาโนที่เราเรียกที่นี่ จะ มีลักษณะ อีกแบบ
เป็นแบบ แชมบาโล (Cembalo )ในดนตรี สมัยบารอค
หรือ แบบ grand piano ...ที่นี่จะมีติดบ้านกัน...

เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ซิคะ ที่โปรดการทรงแกรนด์เปียโน ฮาร์พ และไวโอลิน แบบที่ทางยุโรป โปรดกัน...
พวก Kammermusik
นี่เป็นดนตรีที่ เวลามินตราต้องการ"ฟังดนตรี"ฝรั่ง
ส่วนดนตรีไทยน่ะ เวลาจะฟัง...ก็นั่งสีซอ เอง..




โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 สิงหาคม 2557 เวลา:2:45:59 น.  

 
พี่สดายุคะ
ถ้าบล้อกนี้เสียเงินเมื่อไหร่ก็ยินดีจ่ายนะคะ
ยังไม่นับที่พี่กรุณาแต่งบทอำลาคุณตาให้
ขอบพระคุณมากนะคะ ^___^


โดย: medkhanun (ตุ้มตุ้ยของเธอ ) วันที่: 6 สิงหาคม 2557 เวลา:3:28:59 น.  

 
สดายุ..

วันก่อนเห็นเปรยว่า "ทำไมคนที่ ดูเหมือนจะconservative โดยรากเหง้า ถึงดูจะใกล้ชิด คลุกคลีกับprogressive"

ขออนุญาต ตอบว่า..

Progressivism เป็นคำของปรัชญาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในต้นศตวรรษที่18ยุค "ตาสว่าง" (Age of Enlightenment)ในยุโรป เนื่องมาจาก วิวัฒนาการทาง ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร​เทคโนโลยี่ สังคม และ เศรษฐกิจ จากการค้นพบเครื่องจักรกล ช่วยในการผลิต เพื่อลดแรงงานคน
แต่ก็มีข้อเสียคือ คนจะว่างงาน และ นายทุนมีกำไรสูงในการผลิต
จึงเกิดการต่อต้าน"ความก้าวหน้า"(progress)ค

Conservatism เป็นคำที่ใช้กับ ทั้งปรัชญาสังคม และ ปรัชญาการเมืองซึ่ง พวก จ้าวและผู้ปกครอง ในสมัยศตวรรษที่ 13-15 ได้นำคำนี้มาใช้ ในการต่อต้าน "การก่อตั้ง absolute state จากการทำสนธิสัญญาข้อตกลงระหว่างผู้มีอำนาจ.."

โดยใช้ทฤษฎีของนักปราชญ์ชาวกรีก อลิตโทเทเลส (Aristoteles384 v. Chr.- 322 v. Chr. ) เป็นหลักว่า...
รัฐ ต้องเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ จากหมู่บ้าน แล้วรวมตัวกันเป็นรัฐ มิใช่จาก สนธิสัญญา หรือ ข้อตกลงใดใดของผู้มีอำนาจที่วางให้.. และ

ลักษณะเด่นที่ชี้ว่า รัฐไหนคือรัฐก็คือ "รัฐธรรมนูญ".. กติกาในการอยู่ร่วมกันของคนในรัฐ...

ต่อมา ในศตวรรษที่ 18เมื่อเกิดการแยกวิทยาศาสตร์ ออกจาก ศาสนา คือ "ยุค ตาสว่าง" ก็มีการนำคำว่า conservativeมาเรียก พวกที่ ต่อต้าน"การยกเลิกทุกอย่างสิ้นเชิง"(absolute) อีก...

และในระบบอุตสาหกรรม (industrialisation)
ก็นำคำนี้มาใช้กับผู้ที่ต่อต้าน ระบบใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคน อีก

ฉะนั้น คำ conservative ขึ้นอยู่ กับสถานที่ และ เวลา(Place& time)

ในเยอรมัน มีพวกconservative คือ
Otto von Bismarck ( 1815 – 1898) ผู้ก่อตั้งระบบประกันสังคม ออกกฎหมายแรงงาน และรักษาค่าแรง
เพื่อ จัดระบบให้สังคมอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีสงครามในยุโรปมาตลอดศตวรรษที่19

ในปี1933 ที่เกิด นาซี ขึ้นด้วยการสนับสนุนจาก นายทุนอุตสาหกรรม
ก็มีพวกจ้าวจ้าว conservative เช่น
Claus von Stauffenberg,
Dietrich Bonhoeffer,
Henning von Tresckow,
Bishop Clemens August Graf von Galen,
Carl Friedrich Goerdeler.
ต่อต้าน "การยกเลิกทุกอย่างสิ้นเชิง"(absolute) อีก...

หัวหน้าพรรค CDU นายกรัฐมนตรี Helmut Kohl
ก็เป็นพวกconservative ผู้รวมประเทศเยอรมันเข้าด้วยกัน
(German Reunification),

ขณะนี้ นายกรัฐมนตรี Angela Merkel, ผู้พยายามรักษาระบบและค่าของการเงินยุโรป...the common European currency (EURO)ให้มั่นคง
ก็เป็นพวก conservative

มินตราจึงเป็น พวก conservative ด้วยกระมังเพราะยึดว่า
...continuity is stability..

ต้นไม้จะมั่นคงเพราะมีรากแก้ว จึงสามารถแตกกิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นได้..
ใช่ไหมเอ่ย...


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 สิงหาคม 2557 เวลา:16:21:01 น.  

 
มินตรา ..

เสียงขิม กับ เสียงซอด้วง เป็นเสียงเด่นในเครื่องดนตรีไทย .. ส่วนใครที่สามารถจินตนาการเสียงผสมระหว่างเครื่องดนตรีตะวันตกอย่างเปียโน หรือ ไวโอลิน มาผสมผสานได้อย่างลงตัวก็ต้องนับว่าเยี่ยม

ลาวคำหอม เวอรชั่น สี่แผ่นดินนั้นเสียงซอด้วงนำอย่างโดเด่น ในขณะเวอรชั่น ขิมสปา เสียงขิมเด่นชัดซึ่งไพเราะคนละอย่างกัน ..

บรรเลงของตะวันตก SongFromASecretGarden เป็นเพลงที่ชอบมาก แต่ต้องเวอรชั่นนี้นะ

//www.youtube.com/watch?v=ZqJ1YaWsrlk

เหนือกว่าทุกเวอรชั่น รับประกัน !
.
.
ส่วน .. conservative สำหรับผมจะหมายถึงพวกต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ทุกชนิด

ที่จริง มาร์ติน ลูเธอร์ (เยอรมันอีกนั่นแหละ 55)ก็เป็นพวกต่อต้านนะ ..
แต่ต่อต้านการไม่เปลี่ยนแปลง ..
หรือ ต่อต้านความยึดมั่นถือมั่นที่แข็งเกร็งตายตัวของวาติกัน จึงถูกเรียกว่าเป็นพวก protestant !

ในศาสนาพุทธ เรามองพวกเถรวาท หรือ หินยานว่าเป็นพวกอนุรักษ์นิยม หรือ conservative คือยึดกุมหลักตายตัวและไม่ยืดหยุ่น หรือพวกคร่ำครึ

ขณะที่มอง อาจาริยาวาท หรือ มหายาน ว่าเป็นพวก progressive หรือพวกหัวก้าวหน้าหรือพวกที่มีพลวัต (dynamic)ในตัว

ขณะที่เมื่อมองในระดับสูงขึ้นไปอีกขั้น ..
สังคมอารยันในอินเดียเหนือตอนนั้น พราหมณ์ คือ conservative และ พุทธ ไชนะ คือพวก progressive ที่เกิดขึ้นมาเพื่อหักล้าง โค่นล้ม แนวคิดเดิม

ในทางการเมืองก็ไม่ต่างกันนัก ..
เราเรียกพวก royalist รวมทั้ง hyper royalist ว่าเป็นพวกอนุรักษ์นิยม หรือ กลุ่มขวา-ขวาจัด หรือพวกศักดินานิยม

ขณะที่เรียกกลุ่มการเมืองที่ปฏิเสธ royalist ว่า เป็นพวก socialist หรือ พวกซ้าย-ซ้ายจัด หรือ พวกหัวก้าวหน้า progressive

หัวก้าวหน้าอาจมองเมืองไทยว่า 67 ล้านคนเยอะเกินต่อการจัดการ ควรแยกเป็น 6.7ล้านคน สัก 10 รัฐ และจัดการเรื่องราวภายในรัฐด้วยคนในรัฐนั้นๆได้เอง .. ยกเว้นการต่างประเทศและการทหารที่ต้องดำเนินการโดยรัฐบาลกลางที่เมืองหลวงเท่านั้น

ผมก็เห็นด้วยซะอีก 55






เม็ดขนุน
พี่พูดเล่นนา .. ว่าแต่ไปเรียนสาขาใดฤๅเจ้า วานบอก
แล้วกลับมาต้องใช้ทุนไหม ?





โดย: สดายุ... วันที่: 6 สิงหาคม 2557 เวลา:21:32:45 น.  

 
กว่าฝนจะเทคงอีกหลายวัน ไม่ชอบเลยเฉอะแฉะ


โดย: พิรุณ IP: 223.24.92.31 วันที่: 9 มีนาคม 2562 เวลา:17:19:08 น.  

 


ไม่ชอบฝนเหมือนกันเลย
แต่ทางเหนือยังไม่มีฝน แล้วเช้าๆยังเย็นๆ
ดีมาก


โดย: สดายุ... วันที่: 9 มีนาคม 2562 เวลา:19:43:56 น.  

 
ไม่ชอบฝน…ทำไมจึงแต่งกลอนฝน คนอ่านก็ใจเปียกปอน
หมด
เพิ่งเห็นว่าแต่งตั้งแต่ปี 57 เลยหรือนี่?


โดย: พิรุณ IP: 223.24.154.125 วันที่: 10 มีนาคม 2562 เวลา:6:17:57 น.  

 


ไม่ชอบฝนยามอยู่นอกบ้าน
แต่ในบ้านที่อบอุ่นน่ะ .. ชอบเลยล่ะ


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มีนาคม 2562 เวลา:7:39:55 น.  

 
ถ้าอบอุ่น…ที่ซ่อนความอ้างว้าง จะเป็นไฉนหนอ?
แต่…เราชอบ


โดย: พิรุณ IP: 223.24.93.243 วันที่: 10 มีนาคม 2562 เวลา:11:05:52 น.  

 



อ้างว้าง แล้วชอบ ?
แสดงว่าเป็นคนไม่ชอบสังคม


โดย: สดายุ... วันที่: 10 มีนาคม 2562 เวลา:17:43:36 น.  

 
ประเมินได้…แม่นยำ เก่ง


โดย: พิรุณ IP: 223.24.93.243 วันที่: 10 มีนาคม 2562 เวลา:19:04:28 น.  

 


เหมือนกันนะตรงนี้
ไม่ชอบสังคมเหมือนกัน ..


โดย: สดายุ... วันที่: 11 มีนาคม 2562 เวลา:7:38:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.