Group Blog
 
<<
มีนาคม 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 มีนาคม 2558
 
All Blogs
 
O นางใจ ... O







สู่กลางใจเธอ(A Tu Corazon) - โรส ศิรินทิพย์



O เหมือนแววตาไหวตื่น..นั้นรื่นอยู่-
รับนัยชู้อำรุง..ความมุ่งหมาย
อ่อนหวาน..ก็-ออดอ้อน..เกินผ่อนคลาย
ดูเถิด..ว่ายเวียนอยู่ไม่รู้แล้ว
O ด้วยอาวรณ์อบอุ่น..ราวกรุ่นหอม-
ค่อยรายล้อมอารมณ์..เหมือนลมแผ่ว-
นั้นผ่านริ้วโลมกาย..จนคล้ายแวว-
ตาผ่องแผ้วพร่างนัย..ออกไขความ
O โอ..ภาพใน-แววตา..เจ้าพร่าสั่น-
หรือใจนั่นเสพทราบ..รส-วาบหวาม
ใจเอย..หรือสืบสวนแล้วทวนความ-
จึงสุดห้ามละห้อยหาในตานั้น ?
O เฝ้าหยอกยั่วงดงามอยู่ท่ามกลาง-
การเร้นพรางซ่อนหวัง..เหนี่ยวรั้ง-ฝัน
รื่นลมร่ำแผ่วเบา..กล่อมเช้าวัน
พร้อมคำ, ความกล่อมขวัญ..รับ-พรรณนา
O เฝ้าหยอกยั่วหัวใจ..เพื่อให้ยอม-
รับหวานหอมมอบสู่, ด้วยรู้ว่า-
ที่จะโลดเต้นแล้ว..ทุกแววตา-
เพียง-แววความเสน่หา..ให้-คว้าครอง
O แกว่งสั่นเถิดหัวใจ..จงไหวแกว่ง-
อย่างเร้นแฝงท่วงที..ทั้งสี่ห้อง
พร้อมหวานซึ้งแทรกซ้ำ..ท่วงทำนอง-
ร่วมพร่ำพร้องคำนึงส่งถึงกัน
O แกว่งสั่นเถิด-หัวใจ..อย่าได้หยุด
ร่วมเร่งรุดอาลัย..ความใฝ่ฝัน
ตราบจนแว่วครวญคร่ำ..ในรำพัน-
ความไหวสั่น..วูบวาบจงทาบทวง
O หมายหยอกยั่วจิตใคร..พลอยใฝ่ฝัน-
ร่วมแบ่งปันเยื่อใย..อาลัย-หวง
เพื่อแววความอ่อนหวาน..จักผ่านดวง-
ตาคู่ที่รอช่วง..ความห่วงใย
O หวังปลอบปลุก..รอบชู้ให้รู้ตื่น
รับแรงรื่นปฏิพัทธ..รำบัด-ไหว
ฝากลมร่ำ..เร้ารัวบางหัวใจ
รู้-ออดอ้อนอาลัย..แฝงในลม
O ทุกจังหวะหัวใจ..เต้นไหว-อยู่
ย่อมรับรู้ลำดับการทับถม-
ของรูปรอยเสน่หาในอารมณ์
จนเกินข่มขับล้างให้จางรอย
O เฝ้าหยอกยั่วหัวใจ-เพื่อใจนั้น-
จักเริ่มสั่นเสียงแว่ว..จาก-แผ่วค่อย-
จนสั่งสมแรงชู้..อย่างรู้คอย
เต็มละห้อยห่วงเห็น..อย่า-เว้นวาย
O หวัง-เมื่อความอ่อนหวานวาบผ่านแล้ว
วาบทุกแววอ่อนโยน..ออกโชนฉาย
แล้วมอบวางอาลัย..สู่ใจชาย
จนสุดคลายรัดเหนี่ยว..แรงเกี่ยวพัน
O ราว-สายฟ้าแสงโชติเวียนโลดแล่น-
อยู่บนแผ่นพื้นสรวง, สองดวงนั่น-
วาบแสงอาวรณ์อยู่เกินรู้กัน
จนเหนี่ยวขวัญแนบซุกไปทุกตอน
O ชำเลืองมาออดอ้อน..เถิด-อรเอย
แล้วค่อยเผยแววเนตรแฝงเลศซ่อน
ถ้วนสิ้นความเสน่หาแรงอาวรณ์
ผ่านเว้าวอนหยอกยั่ว..อย่ามัวช้า !




Create Date : 16 มีนาคม 2558
Last Update : 28 มีนาคม 2562 16:25:24 น. 5 comments
Counter : 1240 Pageviews.

 
มาบอกว่าจะไปเที่ยวลำปางวันที่ 11-12 เมษายนนี้ค่ะ ถ้าว่างแวะมาเลี้ยงข้าวด้วยนะคะ ^^


โดย: Medkhanun IP: 94.23.252.21 วันที่: 19 มีนาคม 2558 เวลา:5:43:50 น.  

 
ปิดเทอมเหรอเม็ดหนุน
จบไปปีหนึ่ง ใช่ไหม ?

ช่วงสงกรานต์ โรงงานพี่ปิดยาว ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่ลำปางหรือกรุงเทพ .. ถ้าอยู่ก็เจอกัน


โดย: สดายุ... วันที่: 19 มีนาคม 2558 เวลา:7:58:00 น.  

 
ปิดอีสเตอร์ค่ะ
ถ้าอยู่เหนือ เจอกันนะคะ
ได้ข่าวว่าช่วงนี้สถานการณ์หมอกควันรุนแรงมาก
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: medkanun IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 มีนาคม 2558 เวลา:5:18:31 น.  

 
ขอรับ .. ว่าที่ดอกเตอร์ขนุน


โดย: สดายุ... วันที่: 20 มีนาคม 2558 เวลา:7:24:04 น.  

 
เม็ดหนุน
เคยไปวัดถ้ำอุโมงค์ที่เชียงใหม่ ไหม ?
กำลังคิดจะไป


โดย: สดายุ... วันที่: 25 มีนาคม 2558 เวลา:19:17:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.