Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
29 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
O เพลงยาว สองเจ้าฟ้า .. O








พญาโศก


.. เพลงยาวพระนิพนธ์เจ้าฟ้ากุ้ง ..

ฝากสารสุจริตขนิษฐา
ฝากจิตที่สนิทสนองมา
ฝากหน้ามาให้ดูช่วยชูนวล

ด้วยหมายมั่นอยู่ในวันได้พบพักตร์
จำเริญรักยังไม่วายหายหวล
แสนสนิทนั้นยังคิดไม่ขาดครวญ
เมื่อวันจวนที่จรไปจากชาย

เจ้ายอกรอภิวาทขึ้นพาดพักตร์
ดังใครผลักตกไม้ฤทัยหาย
แต่ตลึงแลหน้าจนตาลาย
ดั่งสายกายนี้จะยืดจะยาวตาม

แล้วก็หยุดยืนคิดพิศวง
จะตามส่งก็ยังพรั่นขยั้นขาม
เพราะเกรงภัยที่ผู้ใหญ่พยายาม
จะลวนลามจึงเสงี่ยมสงวนใจ

แล้วเจียมตัวด้วยว่าตัวเหมือนหิ่งห้อย
จะรื้อรอยไปแบ่งพระสุริไส
ก็เหมือนหนังเมื่อยังไม่ออกไป
หรือจะไปเชิดชี้ประชันงาน

ทั้งเภรีปีพาทย์ก็ขัดสน
ทั้งไร้คนเจรจาจะว่าขาน
ดั่งเชิดชื่อให้เขาลือด้วยลายพาล
ประมาณเถิดมิใช่จะเกียจกัน

ใช่จะน้อยเสน่ห์บำรุงถนอม
เจ้าก็ย่อมแจ้งจริงทุกสิ่งสรรพ์
ถ้าสมบูรณ์สมบัติเท่าทัดกัน
หรือจะพลันหิริโอตป์ลอายกาย

เมื่อมีแต่สุจริตกับพิศวาส
ฤๅอาจรักเพลินให้เกินหมาย
แล้วตกต่ำก็จำจะเจียนตาย
ใครจะเห็นว่าเป็นชายภักดีดี

เมื่อไรจำเริญในเกียรติยศ
จะปรากฏเกียรคติศัพท์เสน่ห์พี่
สงวนศักดิ์รักษาแต่อินทรีย์
ไว้หใดเถิดจะมาดจะหมายฝั่ง

เจ้าก็ใช่ดรุณเพิ่งรุ่นเริ่ม
พอจะเพิ่มเพียรจำที่คำหลัง
ให้จำเริญความสวัสดิ์ในสัจจัง
อย่าหวังใจเอาใจออกจากกัน

จึงจะควรสมาคมสมสู่
ที่พลัดคูรสรักภิรมย์ขวัญ
ถ้ารู้รักรู้สงวนให้ควรกัน
จะร่วมวันพิศวาสไม่คลาดคลาย

จะร่วมร้อนน่วมรสเจริญพักตร์
จะร่วมรักมิให้ร้างหมางสลาย
จนสูญสิ้นดินฟ้าชีวาวาย
มิได้คลายคาดคิดประคองครอง

เอ็นดูด้วยอย่าให้ม้วยไมตรีมิตร ที่
ปล้ำคิดควรความนี้ตามหมอง
แสนถวิลสุดสิ้นที่ตรึกตรอง
จงดูลักษณ์ที่จำลองนี้เถิดเอยฯ




.. พระนิพนธ์เจ้าฟ้าสังวาลทรงตอบ ..

สารศรีนุสรเสน่หา
จำเริญจิตที่ได้สนิทสนองมา
ด้วยจินตนาเนืองนิจไม่วายวัน

ถึงเชษฐาองค์อิศราราช
ประเวศอาสน์เยื้องวังบวรสวรรค์
สงวนศักดิ์สุจริตไม่ผิดธรรม์
ถวัลยราชดำรงธเรษตรี

สมพักตรวรอรรคอิศเรศร์
สมเศวตฉัตรเฉลิมศรี
สมวงศ์องค์เอกนารี
สมศรีสุภาพพร้อมเพรากาย

งามพจน์งามรสสุนทรสนอง
ไม่มีสองสุดเสน่ห์ถนอมหมาย
เสาวนาสาราภิปรายระบาย
ให้ทราบสายเสน่ห์แจ้งแสดงการ

แจ่มจิตที่สนิทสนองพักตร์
จำเริญรักมิได้วายหายสมาน
แต่จำจนสู้ทนทรมาน
ก็บันดาลเสื่อมาเศร้าทุเลาครวญ

ดั่งได้ยลวิมลพักตร์พี่
เสาวนีย์ไพเราะเสนาะหวน
สำราญรื่นชื่นชมภิรมย์ชวน
เอาสารสงวนแนบไว้ในอุรา

ซึ่งประสาทโอสถดังรสทิพ
มายกหยิบทุกษ์เทวษถวิลหา
ได้จำเริญเรียนประสิทธิวิทยา
รักษาอารมณ์แล้วข่มใจ

รสสุคนธ์ยลรูปเทียนสนอง
ปลงปองเคารพสมสมัย
จงจิตบูชิตเป็นเนืองใน
แจ่มใสโสมนับประนมกร

อิ่มอาบมิตรภาพจรรยา
ดั่งเชษฐานั่งแนบสโมสร
ด้วยเดชะเมตตาสถาวร
ระงับร้อนโรคเร้าระทมกรม

พระคุณปูนเปรียบสุเมรุมาศ
พสุธาอากาศไม่สาสม
สุดสนองที่จะต้องในอารมณ์
ให้ชมคุณที่การุณนุชชาย

ก็ตั้งจิตจงรักภักดีพี่
น้องจึงมีความร้อนห่อนเหือดหาย
สุดสกนธ์แต่ทนระกำกาย
เพียงจะวายวางชีพทุกทิวา

แต่ยินข่าวที่เขากล่าวประมาทพี่
พลอยทวีความเทวษด้วยเชษฐา
เคยงามพักตร์วรลักษณ์จำเริญตา
ก็นับวันแต่ถ้าจะอับประมาณ

จะขุ่นคล้ำช้ำใจอยู่ในอก
แสนวิตกอนิจาน่าสงสาร
เสียเนื้อที่เป็นเชื้ออนงค์นาน
มาพ้องพานอุปวาทประมาทกัน

เคยสมบูรณ์ในจุลจักรพรรดิ์
ภิรมย์สวัสดิ์วีรราชจำเริญขวัญ
สงวนศักดิ์บริรักษ์ไม่วายวัน
ก็สารพรรณจะนิราศแรมไกล

ดั่งดวงเดือนเลื่อนลับพโยมหน
เคยวิมลกระจ่างสว่างไสว


....................


กลอนสองบทนี้ แม้จะขาดความไพเราะในเรื่องสัมผัสไปบ้าง แต่ก็นับว่าดีที่สุดของกลอนในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในเรื่องสัมผัสในนั้นมามีขึ้นโดยท่านสุนทรภู่เป็นเจ้าตำรับสมัยกรุงรัตน โกสินทร์จะเทียบกับเชิงกลอนของสุนทรภู่นั้นเทียบกันไม่ได้

แต่กลอนสองบทที่ยกมานั้นก็สมกับเพลงยาวของคนชั้นสูงในราชวงศ์ ทั้งท่านก็เป็นผู้เชี่ยวชาญกวีโดยแท้จริงและแสดงให้เห็นความสามารถของเจ้าฟ้ากุ้งด้วยว่าไม่ได้หลักแหลมแต่ในเชิง กาพย์ ฉันท์ แม้กลอนสุภาพก็แต่งได้ไพเราะเช่นเดียวกัน

เพราะความที่แต่งบทกวีไพเราะจึงทำให้ประสบเคราะห์กรรมถึงชีวิต จึงย่อมจะมีเพศตรงข้ามติดรสกวีจนทำให้เกิดความรักความพิศวาสขึ้นจะลงโทษเจ้าฟ้าสังวาลว่าประพฤติพระองค์ไม่สมควรก็ไม่ถนัดนักเพราะเป็นโลกีย์วิสัยที่ชอบพอสิ่งใดแล้วก็อาจเคลิบเคลิ้มไปตามอารมณ์ได้โดยง่าย

ต่างมีฝีปากเชิงกวีด้วยกันเขียนตอบโต้กันเล่นเพื่อความเพลิดเพลินอวดฝีปาก กันเมื่อโต้ตอบกันบ่อยๆเข้าจึงเกิดเป็นคดีขึ้นเพราะต่างติดรสของความเป็นกวี ของกันและกัน




Create Date : 29 สิงหาคม 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:31:27 น. 0 comments
Counter : 628 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.