Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
19 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
O อหังการ .. แห่งน้ำค้าง .. O









เพลง .. ลาวสวยรวย
ชัยภัค



O ค่อยค่อยก่อรูปวาง .. ก่อนสางหม่น-
จะเคลื่อนพ้นผ่านล่วง .. เมื่อดวงสูรย์-
ลอยเลื่อนขึ้นโชนช่วงเป็นดวงกูณฑ์
ผ่านจำรูญจำรัสโลมปัถวี
O เงียบงันทั้งเหน็บหนาว .. ที่พราวหยาด
พร้อมโอภาสดวงศศินใกล้สิ้นสี
จบสิ้นแล้วรมยาแห่งราตรี
จักเลือนลี้มืดดำ .. เคยรำบาย
O วารีหยดหยาดรอ .. จะล้อแสง
เพื่อแต้มแต่งงามระยับก่อนลับหาย
อย่างยินยอมแสงพลอดตราบวอดวาย
ก่อนเวียนว่ายหยาดซ้ำ .. อีกค่ำคืน
O เพียงเพื่อจะระเหิดระเหยร่าง
อยู่ท่ามกลางเรื่อแดงของแสงคลื่น
ให้แผดเผาผ่าวร้อนได้ย้อนกลืน
กลบหยาดรื่นเลือนเร้น .. เปลี่ยนเป็นไอ
O กลั่นหยาดพิลาสร่วงเป็นดวงประดับ
เรียงหยดรอแสงระยับ .. มาขับไข
กระทบโลมเม็ดน้ำ .. อยู่ร่ำไร
ก่อนมอดไหม้ระเหยช่วง .. จนล่วงรอย
O ที่บรรจบแห่งศิวาและราตรี
หยดวารีหยาดแล้ว .. จากแผ่วค่อย-
ตราบเติมงามเต็มพื้น-ด้วยผืนพลอย
เพื่อจักลอยระยับยวง .. ล้อดวงวัน
O เผาเถิดให้ระเหิดระเหยแห้ง
ทอดทอแสงงามระยับ .. ลงรับขวัญ
จะยอมรูปแหลกร่าง .. เป็นรางวัล
การกีดกั้นแววระยับ .. ที่ลับเลือน
O จะหยาดให้เผาอยู่ทุกตรู่สาง
พลอยผืนจะแผ่วางทั่วทางเถื่อน
และจะรอร้อนเกรียมทุกเยี่ยมเยือน
เถอะ .. อย่าเคลื่อนผ่านพ้น .. ให้ทนรอ
O ที่-สิ้นรูปแหลกร่าง .. อยู่กลางแสง
นั้น-ฝากแฝงอุ่นไว้ .. ที่ใดหนอ
หรือจะเช่นรูปเงาพะเน้าพะนอ
ฝากอุ่นออแอบร่างอยู่กลางทรวง ?

-2-
O เมื่อ-อกหนึ่ง .. อาจเอื้อมจะโอบเจ้า
อุ่นนิ่มเนื้อรูปเยาว์ .. ผู้เฝ้าหวง-
หวังกุมกอดนวลละมุน .. แอบอุ่นดวง-
ฤดีผู้ห่วงละห้อย .. เถิด-คอยรอ
O ครั้นสังคีตผ่านเสียง .. แต่เพียงแว่ว
จะยินแผ่วเสียงย้ำ .. นั้นพร่ำขอ-
ถนอมเนื้อรูปเยาว์พะเน้าพะนอ
สองแขนออโอบงาม .. เกินห้ามใจ
O ใช่ไหมว่า .. มีคนนั้นรออยู่
รอรอบชู้ออดอ้อน .. ด้วยอ่อนไหว
แก้มอิ่มเนียนแนบทรวง .. รับห่วงใย
โอบกอดไว้ตราบสนิทในนิทรา
O จนทอดตัวสองแขน .. เอาแทนหมอน
เพื่อหนุนนอนเบียดกาย .. กอดก่ายหา
หน้าผากแก้มคิ้วคาง .. จักร้างลา-
ปรารถนาแห่งใจ .. เยี่ยงไรพ้น
O โอม-รูปเยาว์โสมนัส .. รำบัดย้อม-
เยี่ยมละม่อมรูปหน้าอีกคราหน
กอปรความหมายด้านในคอยไหววน
จากหัวใจดิ้นรน .. เกินด้นดึง
O ครรลองโลกหมองหม่น..พึงป่น-ปลิด-
สิ้นทั้งปวงด้วยฤทธิ์แรงคิดถึง
ละห้อยเห็น .. ปฏิพัทธ์จงรัดรึง
แรงซาบซึ้งให้ตรึงอยู่ไม่รู้ลบ
O ทั้งสิ้นและ .. ทั้งปวงความห่วงหา
พึงโหมฝ่าทรวงขวัญเข้าบรรจบ
อำนวยจิตพิสวาททุกชาติภพ
สุดเกลี่ยกลบอาวรณ์ให้ผ่อนคลาย
O คะเนนึกคะนึงอยู่อย่ารู้สิ้น
แรงถวิลถวัลย์อยู่อย่ารู้หาย
ให้อกเจ้าตราตรึงเพียงหนึ่งชาย
คอยเถิดสายสวาดิเรียมเจ้าเตรียมใจ
O ฝากลำลมเรื่อยรี้ .. ได้วีวาด
ผ่านโอภาสให้ระยับแรงขับไข
อันหวานหอมสุมาลี ณ ที่ใด
จะเช่นใครยามนี้ .. ไม่มีเลย
O หอมนั้นหอมจากหวาน .. เจ้าผ่านหา
จนคุณค่าในอก .. นั้นผกเผย
ผ่านรูปรอยนิรมิต .. เข้าชิดเชย
หยอก-ยั่วเย้ยปรารถนาแรงอาลัย
O ละม่อมพักตร์อิริยาและท่าที-
เมื่อเข้าชี้นำการณ์ .. ฤๅต้านไหว
รอบละมุนอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย
คล้ายรอให้คล้องเกี่ยวด้วยเรียวมือ
O เมื่อ-อก, แขน, ใจ-โลภ .. จะโอบเจ้า
เนื้อรูปเยาว์ .. จะรอดได้อย่างไรหรือ
ความวาดหวังเพียบเพ็ญ .. จักเป็น-คือ-
เรียวแขนยื้อยุดไว้ .. โดยไม่คลาย !





Create Date : 19 สิงหาคม 2556
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 11:11:16 น. 7 comments
Counter : 1451 Pageviews.

 

ดายุ...

"O ใช่ไหมว่า .. มีคนนั้นรออยู่
รอรอบชู้ออดอ้อน .. ด้วยอ่อนไหว
แก้มอิ่มเนียนแนบทรวง .. รับห่วงใย
โอบกอดไว้ตราบสนิทในนิทรา
O จนทอดตัวสองแขน .. เอาแทนหมอน
เพื่อหนุนนอนเบียดกาย .. กอดก่ายหา
หน้าผากแก้มคิ้วคาง .. จักร้างลา-
ปรารถนาแห่งใจ .. เยี่ยงไรพ้น"

มินตรา ก็ชอบใช้"สองแขน .. เอาแทนหมอน"น้า..
(เลยชอบ มธุรสวาจา ตรงนี้ เป็นพิเศษ ...)




โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.102.37 วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:14:25:24 น.  

 
ไพเราะนัก


โดย: ม่านแพร IP: 1.10.237.138 วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:15:17:26 น.  

 


ดายุ..

"O ทั้งสิ้นและ .. ทั้งปวงความห่วงหา
พึงโหมฝ่าทรวงขวัญเข้าบรรจบ
อำนวยจิตพิสวาททุกชาติภพ
สุดเกลี่ยกลบอาวรณ์ให้ผ่อนคลาย
O คะเนนึกคะนึงอยู่อย่ารู้สิ้น
แรงถวิลถวัลย์อยู่อย่ารู้หาย
ให้อกเจ้าตราตรึงเพียงหนึ่งชาย
คอยเถิดสายสวาดิเรียมเจ้าเตรียมใจ"

กำลังช่วย"คะเนนึกคะนึงอยู่อย่ารู้สิ้น
แรงถวิลถวัลย์อยู่อย่ารู้หาย"...ในทุก..
"ทั้งสิ้นและ .. ทั้งปวงความห่วงหา"
ด้วยอีกคนนะ..ขอเอี่ยวค่ะ ขอเอี่ยว
..เพราะไพเราะทั้งความและทั้งคำ..
จนต้องมาอ่านซ้ำ..(มาเก็บน้ำหวาน น่ะค่ะ ผึ้งงานค่ะ)



โดย: บุษบามินตรา IP: 84.179.101.11 วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:15:49:18 น.  

 
. Cannot access internet na crab b




โดย: sdayoo IP: 171.4.251.69 วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:21:00:42 น.  

 

ดายุ..

"O เพียงเพื่อจะระเหิดระเหยร่าง
อยู่ท่ามกลางเรื่อแดงของแสงคลื่น
ให้แผดเผาผ่าวร้อนได้ย้อนกลืน
กลบหยาดรื่นเลือนเร้น .. เปลี่ยนเป็นไอ"

นั่นน่ะซิคะ หากไม่มารายงานตัวนี่ นึกว่า..
"กลบหยาดรื่นเลือนเร้น .. เปลี่ยนเป็นไอ"
ไปซะแล้วนะนี่...


โดย: บุษบามินตรา IP: 84.179.101.11 วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:22:07:23 น.  

 
มินตรา ..

เนตบ้านนอก ของประเทศด้อยพัฒนา ใช้เวลาจัดการนานมาก สมกับสังคมเกษตรกรรมจริงๆ ! !

การจัดการเรื่องราวให้ลุล่วงไปด้วยดี ไม่ว่าเรื่องใด ต้องจัดการแบบการจัดการโครงการ Project Management ถึงจะได้เรื่อง และ อาชีพวิศวกรที่มีประสบการณ์โดยตรงจะเข้าใจปัญหาได้ดี .. พอเอาสาวๆที่จบอะไรมาก็ไม่รู้มาทำ เรื่องที่ควรเสร็จได้ใน 2-3 ชม. ก็ทำซะ 3 วัน ..

เฮ้อ

การเชื่อคนง่าย กำลังเป็นวิกฤตของชาติพันธุ์สยามนะ .. แค่ช่างบอกว่าเสร็จแล้ว ก็เชื่อ ไม่มีการตรวจสอบ ปล่อยช่างกลับบ้านไป แล้วพอตรวจสอบเข้าก็พบว่ายังไม่เรียบร้อย ยังใช้ไม่ได้ ก็ต้องตามกันใหม่ ก็ต้องเป็นวันใหม่กว่าจะมา เป็นอย่างนี้ 2-3 ครั้ง ..

มันบ้าไหม คนไทยนี่
กินอะไรกันเป็นภักษาหารหนอ ..

O จึง-ไหว้เณร .. ไหว้เถร .. ไหว้ชี
ไหว้โคนไม้ .. ไหว้ผี .. พันธุ์-งี่เง่า
มีหัว พร้อมอีกคู่ .. ให้ดูเบา-
คือ-สองเขา .. แทนหู .. ให้ดู-ยิ้ม !

ขอประทานโทษ .. มันอดไม่ไหวนะ มินตรา
555





ม่าน ..
ช่วงนี้งานยุ่งมากสินะ ..
ถึงเห็นอยู่ 2 คำเอง 55


โดย: สดายุ... วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:20:41:41 น.  

 
สำเนียงรื่นเรียงรสบทร้อยรัด
แขนกวัดกอดว่าพาวาบหวาม
เอื้อคำอ่อนสุนทรอรรถวัจน์วิราม
แนบเนื้อความตามเคียวเกี่ยวแขนคลอ
....
ไพเราะมาก..วัจนะที่สดายุเรียงล้นทะเล


โดย: กฤษณา เวชศิลป์ IP: 171.4.0.3 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2560 เวลา:22:46:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !









New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.