Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
8 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 

O แต่บัดนั้น .. จนบัดนี้ .. O






Song From A Secret Garden


-1-
O หอมรสรื่นรวยริน .. ของกลิ่นโมก
รำบายโบกแผ่วเบา .. รุมเร้าหา
ลำเพาพักตร์นวลลออ .. ก็คลอตา-
ด้วยสัญญากุมกัก .. สุดหักล้าง
O ลิบลิบกระพริบช่วงแห่งปวงดาว
ก็ดูราววิบไหว .. แสนไกลห่าง-
จากโลกหล้า, เปลื้องปรุงแสงรุ่งราง-
คงอยู่ค้างฟ้าทะมื่นในคืนแรม
O ลิบลิบดารดาษดวง .. ในสรวงฟ้า
เช่นนัยน์ตาวามแสงเมื่อแต่งแต้ม-
ด้วยรูปรอยรอบอุทธัจ .. ระบัดแกม
คาบนั้น-แซมสอดหมาย .. รำบายความ
O เพียงแสงช่วงปวงดาว .. เห็นวาววับ
เนตรพริ้มพรับเบื้องหน้า .. ฤๅ-ฝ่าข้าม
โลกทั้งดวงดูเหมือน .. จะเลื่อนตาม
และวาบหวามหวานหอม .. ก็ล้อม-ลน
O จึงน้อมรับระยับช่วง .. สองดวงดาว
ที่ช่างวาววาบปลั่งอีกครั้งหน
ความอ่อนหวานอ่อนไหวแห่งใจคน
ต่างฤๅโซ่พันวน .. เกินด้นดึง
O ระทึกและสั่นไหว .. อกใครหนอ-
หลังเติมต่ออาลัยส่งไปถึง
ร่วมครอบครองคุณค่าอันตราตรึง
เสพหวานซึ้งซ้ำอยู่ไม่รู้เลือน
O นึก-ระทึกวาบหวิวจนริ้วแก้ม-
ราวเกลี่ยแกมเลือดฝาดเข้าปาดเปื้อน-
เพื่ออยู่รอ-สายตา .. ผ่านมาเยือน
รอ-ด้วยใจสั่นสะเทื้อนสะทกสะท้าน
O เลือดในอกร่ำรอ .. เมื่อหล่อเลี้ยง
อุ่น-ฤๅอาจหลีกเลี่ยง .. ลำเลียงผ่าน
ขัดเขินสักเพียงใด .. หนอใจคราญ
จักซึ้งซ่านเพียงไหน .. หนอใจนั้น ?
O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. กับความว่า
ภาพ-แววตาซ่อนนัย .. ก็ไหวสั่น-
เป็นภาพความละห้อยเห็น .. ไม่เว้นวัน-
ทุกช่วงสัญญาคนวก-วนคิด
O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. ถ้อยความสื่อ
ตรองเถิดหรือ .. ความปวงจากดวงจิต-
ล้วนเร่งรอบอาลัย .. มาใกล้ชิด
เพื่อถือสิทธิ์รูปนาม เอาล่ามพัน
O แม้นหนทางขวางกั้น .. ด้วยอรรณพ
อาจบรรจบด้วยใคร .. แต่ในฝัน
ยังยอมอยู่เปล่าเปลี่ยว .. ใต้เสี้ยวจันทร์
ด้วยใจหนึ่งนี้นั้น .. ดื้อรั้น-คอย
O ดึกสงัดพราวพร่าง .. น้ำค้างหยด
ลมตอบบท .. แขเปลื้องแสงเงื่องหงอย
แรงคำนึงถวิลชู้ .. ที่อยู่คอย-
เพียงรูปรอยพักตร์พิไล .. พริ้มนัยน์ตา
O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. นั้นหล่นสาย
เนื้อ, อุ่นอาย, อ้อมแขน..ที่แม้นว่า-
หากโลกนี้แหลกยับไปกับตา
ยอม .. ชีวาดับล่วง .. กับทรวงนั้น !
O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. ค่อยหล่นร่วง
และแววหวงอาลัย .. ก็ไหวสั่น
สองแขนเรียวเยี่ยงโจทก์ .. จองโทษทัณฑ์-
รัด ผูกพัน ให้ประโลมผู้โฉมเพ็ญ !

-2-
O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
แต่วันที่ผ่านมาให้ตาเห็น
ก็ตรึงกลางห้วงฤดี .. อย่างที่เป็น
คอยบีบเค้นคะนึงอยู่ไม่รู้เลือน
O แต่บัดนั้นจนบัดนี้อย่างที่เห็น
สุดจะเร้นรูปรอยให้ถอยเคลื่อน
ทุกหลับฝันคอยนิมิต .. รูปติดเตือน
จะเกลี่ยเกลื่อน .. เคลียคลอก็ทรมาน
O เคยหรือใจ-หยุดคิด-แม้นิดหนึ่ง
หยุดซาบซึ้งแนบน้อมความหอมหวาน
เกรงหยุดแล้ว .. จะเดือดดิ้นทั้งวิญญาณ
เกรงจะผลาญพร่าหวัง .. จนพังยับ
O เมื่อมีรูป .. มีใจ-หวั่นไหวรูป
เหมือนโดนสูบอารมณ์ .. สุดข่ม-ขับ
ละห้อยหา, แหนหวง .. เกินหน่วงนับ
ก็โถมลงสำทับให้รับรู้
O อาวรณ์ในสำนึก .. ที่ลึกล้ำ
ก็ค่อยเผยนัยคำ .. เฝ้าย้ำสู่
หมายเนตรผู้อาทร .. แอบซ่อนดู
เสพทราบอยู่ด้วยใจ .. หวั่นไหวตาม
O เติบเต็มเป็น .. คุณค่าขึ้นปรากฎ
ด้วยรูปรสประณีตลักษณ์ .. สุดหักห้าม
หนึ่งคน .. หนึ่งดวงใจก็ไหววาม-
ไหวอยู่กลางคาบยามแห่งความรัก
O เวิ้งว้างห้วงมหรรณพ .. ภาคภพนี้
พรหมขีดชี้ .. ดวงชะตาเกินฝ่าหัก
แต่รูปหนึ่งเลื่อนเลยมาเผยพักตร์
ก็จำหลักอาวรณ์ .. เกินซ่อนนัย
O จากหนาว-ร้อน-แล้ง-ฝน .. แล้วจนหนาว-
อีกครั้งคราว, บ่วงรักเกินหักได้
กี่ฝุ่นฝนหล่นล่วง .. หนอดวงใจ-
ที่เยื่อใยผูกพัน .. จักมั่นคง
O สดับเถิดคำกรองทำนองพากย์
จักแฝงฝากพิสวาดิด้วยชาติหงส์
พินิจเถิดนัยคำ .. ว่าจำนง-
นี้-มั่นคง งดงาม .. ทุกความนัย
O .. ว่าอ้อมอก .. อาทร .. รออ้อนซบ-
แนบหน้าอบอุ่นขวัญ .. ทอนหวั่นไหว
จะกล่อมเกล้าโอบกาย .. คลี่สายใย
รัดพันไว้ .. สุดวิถีแห่งชีวัน
O หาก-เมินเฉยซ่อนเร้น .. ไม่เห็นหน้า
ใคร-อาจท่วมทรมาถึงอาสัญ
หากรอคอย .. ละห้อยเห็น ไม่เห็นกัน
จะโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง
O รับรู้เถิด .. รอถนอมละม่อมพักตร์
รอโอบกอดกุมกัก .. ด้วยรัก-หวง
เพียงหนึ่งที่วาดหวัง .. ใจทั้งดวง
พึงเลื่อนล่วง .. สำทับ .. แนบกับใจ
O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมแขนอุ่น, เสียงครวญ, เนื้อนวลใย-
จักดลฉันทะสมัยมา .. ให้ตระกอง !




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2556
14 comments
Last Update : 16 พฤษภาคม 2562 17:56:56 น.
Counter : 2076 Pageviews.

 



สดายุ!

"O หาก-เมินเฉยซ่อนเร้น .. ไม่เห็นหน้า
ใคร-อาจท่วมทรมาถึงอาสัญ
หากรอคอย .. ละห้อยเห็น ไม่เห็นกัน
จะโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง"


"แม้นมิไปช่วยจะม้วยมอด ด้วยสังข์ทองไม่ถอดรูปเงาะป่า
จำจะยกพหลพลเทวา ลงไปล้อมพาราสามนต์ไว้"(สังข์ทอง)

555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 9 สิงหาคม 2556 10:57:55 น.  

 


ดายุ...

"O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. นั้นหล่นสาย
เนื้อ, อุ่นอาย, อ้อมแขน..ที่แม้นว่า-
หากโลกนี้แหลกยับไปกับตา
ยอม .. ชีวาดับล่วง .. กับทรวงนั้น !"

นี่แปลภาษาธรรมดา แปลว่า " ยอมตายคาอก" ใช่ไหมเอ่ย

ขอใช้สิทธิผู้อ่าน ประท้วงค่ะ
ใครจะปฎิบัติหน้าที่เขียน นารีปราโมช ต่อล่ะคะ ???

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 9 สิงหาคม 2556 11:31:38 น.  

 



สดายุ !

วันนี้หายไปไหน..หรือว่าไป" ชีวาดับล่วง..กับทรวงนั้น!"แล้ว

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 9 สิงหาคม 2556 16:23:28 น.  

 

เดี๋ยวมา .. วันนี้งานเยอะ 55

 

โดย: สดายุ IP: 118.172.101.204 9 สิงหาคม 2556 17:53:07 น.  

 

สวยมากครับ

 

โดย: นพ IP: 49.231.98.35 9 สิงหาคม 2556 18:52:03 น.  

 

มินตรา ..

แปลถูกแล้วขอรับ 55

จะมีสิ่งใดน่าปรารถนาเท่ากับ"ดวงใจสาวน้อยในวัยเริ่มรู้เดียงสา"ที่แสนบริสุทธิ์งดงามอีกเล่า ..

แต่คนที่ออกกำลังกายเกือบทุกวัน คงไม่"ชีวาดับล่วงกับทรวงนั้น" หรอก .. สาบาน 555

ว่าแต่ สาวไทยจะพาแม่ไปเที่ยวไหนล่ะในดินแดนอารยันขาวแห่งนั้น ช่วงสุดสัปดาห์นี้ ? ..






คุณนพ
สวัสดีครับ .. นางแบบใช่ไหมครับที่สวย ?

 

โดย: สดายุ... 9 สิงหาคม 2556 21:47:19 น.  

 

แก้วน้ำค้างพร่างอยู่ .. ให้รู้ว่า
ทุกพจน์..เผยปรารถนา..ผ่านพิสมัย
โอบ-รุมเร้าทุกจังหวะดวงหฤทัย
ให้สเน่หาอาลัยไม่รู้คลาย

แก้วน้ำค้างพร่างอยู่ .. แม้ตรู่สาง
หยาดน้ำทิ้งรอยจาง...ใช่ห่างหาย
อุ่นจักห้อมห่มเจ้า-ตราบวางวาย
มั่นคงรักมิจางคลายฝ่าสายกาล

:))

งามจริง ๆ
สุขสมดังปรารถนาค่ะ

ปล ตอนนี้พื้นหลัง จขบ เปลี่ยนพื้นสีหรือลวดลายหรือปล่าวคะ .. หรือเป็นที่โปรแกรมคอมพ์เราอีกสินี่ มองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากอักษรเหลืองบนพื้นขาว

 

โดย: มาย IP: 124.122.184.128 9 สิงหาคม 2556 22:13:49 น.  

 

มาย ..

ใช่ครับ ผมเพิ่งเปลี่ยนพื้นหลัง .. เป็นสีน้ำเงินแล้วตัวอักษรสีเหลืองสด ..

แก้ไขแล้วครับ .. คราวนี้ดูได้ทุกเบราเซอร์ เหมือนกันหมด

เขียนยาวๆมาวางสักบทสิครับ



 

โดย: สดายุ... 9 สิงหาคม 2556 23:07:05 น.  

 



ดายุ....

ตรงนี้ก็อ่อนหวานนัก ดูจะรักและถนุถนอม"ขวัญพี่"เหลือเกินนะ

O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
แต่วันที่ผ่านมาให้ตาเห็น
ก็ตรึงกลางห้วงฤดี .. อย่างที่เป็น
คอยบีบเค้นคะนึงอยู่ไม่รู้เลือน

เป็นแบบ เกอเธอ(Goethe)แบบที่รักแล้วทรมา
เฮ้อ..ความเอ๋ย ความรัก..เนอะ
มินตราก็เลยได้ลิ้มรส คำ..ความ.. ที่ประดิษฐ์ประดอยงดงามไพเราะเพราะพริ้งไปด้วย

ขอขอบคุณวัฒนธรรมทางภาษาที่ยังมิสูญหายไป



 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 10 สิงหาคม 2556 10:55:23 น.  

 

มินตรา

บทอ่อนหวานนี่ขึ้นกับอารมณ์ .. ไม่จำเป็นต้องสวยเลิศเลอ perfect แต่บางครั้งกิริยาละมุนละไมแบบแม่นกยูงแห่งเรือนมยุรา ก็สามารถรำพันออกมาได้เหมือนกัน

มีเพลงบรรเลงฝรั่งไม่กี่เพลง ที่สามารถนำมาประกอบบทร้อยกรองแบบไทยๆได้ และ song from a secret garden นี้ก็ช่างเหมาะยิ่งนัก

จริงไหมแม่ดอกกระถิน ?

 

โดย: สดายุ... 10 สิงหาคม 2556 11:36:17 น.  

 


ต๊าย สดายุ..

ทำไมดอกกระถิน มินตราไม่ชอบรับประทานนะ
ดอกสะตอล่ะพอจะชอบอยู่ แม้นจะแพงไปหน่อย...
ทำไมไม่ดอกบุษบามินตราล่ะ ดายุไม่ชอบรึ 555

ลองหาเพลงพวกserenadeซิคะ จะเป็นลักษณะเพลงอ่อนหวานสำหรับอารมณ์รัก
มีนักแต่งเพลงดังดังระดับโลกแต่งกันไว้ใช้จีบสาวสาวโดยเฉพาะเลย

ประกอบความรู้สึกอบอุ่นแบบกลอนตรงนี้...ทีเดียว..
"O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมแขนอุ่น, เสียงครวญ, เนื้อนวลใย-
จักดลฉันทะสมัยมา .. ให้ตระกอง ! "

อบอุ่นเหลือเกิน...

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 10 สิงหาคม 2556 13:31:10 น.  

 


มินตรา .. แปลว่า ต้นกระถิน
บุษบา .. แปลว่า ดอกไม้ หรือ นางผู้เห็นรูปทองในตัวเงาะป่า

บุษบามินตรา จึงแปลว่า ดอกกระถิน

แปลเสร็จทำให้นึกถึงซีรีย์ชุด เทพบุตรจุฑาเทพ ตอนคุณชายปวรรุจน์ .. ที่มีสาวบ้านป่านาม มรว.กระถิน มาจากปัตตานี เป็นว่าที่เจ้าสาวของพระเอก

คนเขียนบทก็เหลือเกิน .. ทำไมต้องสร้างบทให้ตอนสาวบ้านนอกโดนจับมาขัดสีฉวีวรรณลงขมิ้น จนทั้งแสบทั้งคัน ให้ราชนิกูลหลงวังต้องคอยเกาขยุกขยิกเป็นหนุมานเช่นนั้นก็ไม่ทราบ ไม่เห็นจะช่วยเสริมเรตติ้งตรงไหน .. 555

สะตอมีทานที่เยอรมันด้วยหรือ .. ฝรั่งเขากินลงได้ไงนะ ไม่ต้องสอนให้กินกับน้ำพริกกะปิด้วยรึนี่ .. 55

แต่เมนู สะตอผัดกับกุ้งสดตัวโตๆแบบเปรี้ยวๆหวานๆ (และไม่มีกะปิ .. ) เป็นเมนูโปรดของผมเลยนะนั่น

ทำกับข้าวไทยเป็นนึเปล่านะนี่ .. อิๆๆ

 

โดย: สดายุ... 10 สิงหาคม 2556 16:04:28 น.  

 



ดายุคะ
บุษบามินตรา เป็นคำเดียวที่ไม่แยกออกจากกัน เป็นภาษาชวา แปลว่า พุทธรักษา
ความตั้งใจนั้น มินตราตั้งใจจะหมายถึง ดอกไม้สีขาวหอม ที่บ้านเรียกแบบชาวราชบุรี ว่า "พุทธรักษา"

แต่เมื่อไปดูคำนิยามของ ดอกพุทธรักษา ใหม่ เห็นเป็น ดอกไม้หลายสี แบบของอินเดียที่ใช้ชื่อว่าCanna indica Linn. ในวงศ์ Cannaceae

พุทธรักษาที่บ้านมินตราเรียกก้นเมื่อสามสิบปีก่อนนั้น
ตรงกับภาษาเยอรมันว่าGardenia คือGardenia jasminoides ในภาษาพฤกษศาสตร์

ภาษาเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเร็วมากนะ นี่ในชั่วชีวิตคนที่ยังยืนยันกันได้..กลายเป็นว่า คำที่ใช้มาตลอดชีวิต มาแพ้ความรู้ใหม่กำหนดใหม่กันไปเลยนะ..

ราชบุรีเป็นเมืองที่ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ท่านใช้เป็นฐานในการสร้างคนและวัฒนธรรม รวมถึงกำลังอำนาจด้วย..จนลงไปตามชายฝั่งแหลมมลายู..เราจึงรับอิทธิพลคล้ายคลึงกัน..

ขอใช้สิทธิส่วนบุคคลที่จะกำหนดว่า ชื่อตนเอง แปลว่าอะไร หมายถึงอะไรนะคะ แปลว่า มินตราเป็นคนกำหนดความหมายชื่อตนเอง คนอื่นอย่ามาเถียง555

สะตอนี่ ผัดเป็นค่ะ อร่อยตรงที่ต้องใช้กุ้งตัวโตโตนี่แหละค่ะ
เพิ่งมาทราบจากหมอเยอรมันว่า สะตอมีสารที่แก้โรคเบาหวาน ยาที่รักษาเบาหวานสะกัดทำเป็นเม็ด..ยาฝรั่งนี่แหละ ยังมีกลิ่นสะตอ เลยค่ะ

มีขายค่ะ ทั้งฝัก และ แกะเป็นเม็ดแล้ว
กิโลทั้งฝักน่ะ ราคากิโลละยี่สิบยูโร
ฝรั่งกินไม่เป็น และ มินตราไม่ส่งเสริมให้รู้จักด้วย เพราะแค่คนเอเซียรู้จักนี่ยังแพ้งแพง
ขืนฝรั่งรู้จัก คนไืทยจะหมดปัญญาซื้อเลย..

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 10 สิงหาคม 2556 16:53:42 น.  

 

แม่ดอกพุทธรักษา

เมืองไทย สะตอ 5 ฝัก หนัก 4 ขีด (400 gram) ซื้อมา 20 บาท (2/3 ยูโร) แปลว่า กิโลละ .66/.4 = 1.66 ยูโร
ที่เยอรมันแพงกว่าไทย 12 เท่า .. เฮ้อ อย่าไปกินมันเลย 555


ดอกพุทธรักษา สมัยเรียนชั้นประถมมีปลูกที่โรงเรียนใบเขียวเข้มสวยงาม (ผมชอบพืชใบเขียวเข้มแบบ มังคุด ชมพู่มะเหมี่ยว และพุทธรักษา นี่แหละ) ดอกขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอม .. ชื่อเป็นมงคล เหมาะสำหรับคนที่อ่อนไหวเรื่องศรัทธา ..

ดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอ่อนนะส่วนใหญ่ โมก ปีบ มีแต่พุทธรักษานี่แหละที่กลิ่นหอมจัด

ราชบุรี เพชรบุรี เป็นเมืองเก่าที่ปรากฎการเอ่ยถึงในประวัติศาสตร์ .. ศึกพม่าที่ท่าดินแดงนั้นทางเดินทัพไปรบพม่าก็ผ่านราชบุรี ..

อารยัน
เปอร์เชีย
เชค อะหมัด
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
ราชบุรี
ปัตตานี

อย่าบอกว่ากำลังคุยกับ พวกบุนนาคสายฝ่ายหญิงอยู่นะ .. 55

 

โดย: สดายุ... 10 สิงหาคม 2556 20:18:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.