Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
6 กันยายน 2556
 
All Blogs
 
O มณีเดียว .. O








-1-
O โล่งลิบแลสิ่งใดก็ไม่เห็น
ด้วยแฝงเร้นเลศกลเกินค้นหา
ช่างเถิด-ด้วยสมองและสองตา
เหมาะควรด้วยคุณค่า .. คงหาพบ
O โล่งลิบแลตลอด .. เพียงยอดพฤกษ์
กอปรสำนึกนัยฉันท์ร่วมบรรจบ
ที่โล่งลิบล้วนพิลาศด้วยชาติภพ
ขอตระหลบโอบไว้ด้วยนัยเดียว
O จากเรือนร้างตักอุ่นให้หนุนพัก
ฤๅเนตร-พักตร์นวลละม่อมจะยอมเหลียว
ชม้อยเหลือบแววฉายคลี่คลายเกลียว
สวาดิสายทอดเกี่ยวพันเหนี่ยวทรวง
O ถวิลถึงก็วิตกสะทกสะท้อน
ทิฆัมพรก็แต่คอยละห้อยหวง
จึงต้องกอปรกรองคำขึ้นบำบวง-
เทพทั้งปวงสดับคำ .. ที่รำพัน
O เพื่อพ้นผ่านยศถาบรรดาศักดิ์
ด้วยความรักเพียบพร้อม .. รอกล่อมขวัญ
จักรองภาษพจนีด้วยชีวัน
พลิ้วผ่านฉันทาภพ จนครบความ
O ลมแผ่วเบาพลิ้วผ่านฝ่าลานหญ้า
เมื่อพรรณนาล้อมประนังโลกทั้งสาม
รูปองค์เอยบริบท .. แสนงดงาม
เริ่มลุกลามหยัดอยู่ไม่รู้แล้ว
O งดงามรอบอำรุงความมุ่งหมาย
ค่อยวนว่าย-รุมเร้า .. จากเบาแผ่ว-
แทรกหวานซึ้งลามล่วงทุกช่วงแนว
ยอพร่างแพร้วรอบรายที่ปลายจร
O สดับเถิดมธุรส .. คำพจน์นี้
จากใจที่หมายมุ่ง .. คอยปรุงป้อน-
แรงอาลัยปรารถนา .. ให้อาวรณ์-
ถ้วนปวงย้อนคืนกลับ .. บอกรับรู้
O โล่งลิบแลสิ่งใด .. เคย-ไม่เห็น
กลับตอบเต้นคุณค่า .. ย้อนมาสู่
สุจริตนัยคำ .. ความดำรู-
หวังเพียงรู้ปลิดปลิวด้วยนิ้วเรียว
O พ้นผ่านปวงยศถาบรรดาศักดิ์
เรื้องจำหลักเสน่หาให้ตาเหลียว
โล่งลิบรูปดวงมณี .. ราศีเดียว
เหลื่อมทุกเสี้ยวแสงวับ .. ลงจับใจ
O คืนรสความอาลัย .. พาไหลล่อง
กระซิบพร้องพร่ำความ .. เพรียกหวามไหว-
หลังเสพสื่อถ้วนตอน-เว้าวอน, ใน-
แววตาใคร .. รมยาจักบ่าล้อม
O อวลรสแห่งอารมณ์ที่พรมผ่าน
ให้รับรู้ซึ้งซ่านกับหวานหอม
เป็นรสความแห่งถวิลให้ยินยอม-
คอยรอบล้อมใจอยู่ .. เกินรู้ล้าง
O จะลืมฤๅ .. อาลัยที่ใฝ่เฝ้า
เมื่อรุมเร้าแนบอยู่ไม่รู้ห่าง
หวานเอยเมื่อโชนเชื้อก็เหลือวาง
ทุกที่ทางละห้อยเห็นอยู่เช่นนั้น
O คิดถึงถวิลอยู่ .. ไม่รู้แล้ว
อย่างพลิ้วแผ่วห้วงใจ .. จงไหวสั่น
เพื่ออาวรณ์ล่วงล้ำ กับรำพัน
กล่อมทรวงนั้นให้สะทกอยู่วกวน
O ให้ละห้อยคอยเห็นอย่าเว้นว่าง
แม้นข่มวางฝืนขวัญนับพันหน
อย่าผ่อนพัก .. อาลัยที่ใจคน
ให้แต่อลวนอยู่ .. อย่างรู้คอย
O ถึงที่ความถวิลหา .. เผย-ปรากฎ
รำพันพจน์แทรกแล้ว .. จากแผ่วค่อย-
จักลูบใจรึงเร้าให้เฝ้าคอย
เต็มละห้อยห่วงเห็น .. อย่าเว้นวัน
O ที่อาวรณ์เริ่มบท .. ปรากฎค่า
ปรารถนา, อาลัย, ความไหวหวั่น
พึงอุบัติรายล้อม .. ขึ้นพร้อมกัน
เพื่อผูกขวัญผูกสวาดิ - รองชาติภพ !

-2-
O ลำดับความผูกพันในวันผ่าน
ล้วนอ่อนหวานเพียบพร้อมคอยล้อมตระหลบ
ทั้งยามวันลอยดวง .. ทั้งห้วงพลบ
รู้-บรรจบรวมขวัญ เข้าพันธนา
O จากภพชาติเบื้องไกล .. เมื่อไรหนอ
จึงคอยรอพบเจอพร่ำเพ้อหา
หรือตักบาตรร่วมขันด้วยกันมา
เมื่อสบกันซึ่งหน้า .. ถึงอาลัย ?
O แววเนตรแสนบรรเจิด .. เจ้าเปิดเผย
คล้ายว่าเคยบรรจบแต่ภพไหน
และคล้ายบุญบาปสร้างแต่ปางใด
คอยสาปให้พลัดหลง .. ร่วมวงกรรม
O อีกครั้งกลางจันทร์นวล .. อกครวญร้อง
เมื่อแว่วท่วงทำนอง .. เพลงพร้องพร่ำ
แรงอาวรณ์ .. ตาชม้อย .. รูปรอย-คำ-
เพรียกครวญคร่ำละห้อยหวง .. ให้ช่วงแรง
O แต่ละเสี้ยวคาบยาม .. สุดข้ามผ่าน-
กับหอมหวานชำแรกลงแทรกแฝง
ทุกคำนึงโลมลูบ .. ด้วยรูปแพง
ย่อมเติมแต่งงามปวงถมดวงใจ
O เหมือนจะเคยผูกพันแต่บรรพกาล
ก่อนสังสารวงวัฏฏ์ .. ผ่าน-พัดให้-
ทิ้งร่างกายฝากดิน .. ดับสิ้นไป
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
O สายหยุด .. เจ้า-หยุดกลิ่น .. แต่สิ้นสาย
อาวรณ์ชาย, รูปยูง อันสูงส่ง-
ตรู่เช้า, สาย, บ่าย, ค่ำ .. ยังดำรง-
อย่างมั่นคงในจิตเกินคิดคลาย
O อาสูรสายสวาดิน้อย .. ละห้อยเห็น
ลำเพาเพ็ญรูปพักตร์ .. ฤๅหักหาย-
แรงอาวรณ์ .. อาลัย, ห้วงใจชาย
ย่อมรำบายลงจิต .. จนติตรึง
O ฤๅรอบเวียนวงวัฏฏ์ .. เมื่อพัดผ่าน-
จักพัดหวานหอมชู้ .. โจมจู่ถึง
เหนี่ยวรั้งรอบเพรงกรรม .. ลงคำนึง
บรรจบแรงซาบซึ้งรัดรึงทรวง
O ลำดับความผูกพันในวันผ่าน
ยังหอมหวานผ่านสู่ไม่รู้ล่วง
หลีกพ้นฤๅแรงถวิล .. ทั้งสิ้น-ปวง
เมื่อโชนช่วงนักแล้ว ทั่วแววตา
O คงเคยร่วมผูกขวัญ .. จากบรรพกาล
ทุกคาบผ่านคล้อยเคลื่อน .. จึงเหมือนว่า-
ความรู้สึกคงมั่น .. ในสัญญา
ยังแจ่มจ้าเร้ารัวทั้งตัวตน
O บรรจบแล้วอีกครา .. ขออย่ามี-
ความคิดลี้หลบหลีก .. แม้-อีกหน
ยอมรับเถิดทุกช่วงของดวงมน-
อบอุ่นจนล้นหก .. ด้วยอกใคร ?





Create Date : 06 กันยายน 2556
Last Update : 31 ธันวาคม 2562 17:23:09 น. 3 comments
Counter : 1644 Pageviews.

 


ดายุ...

"O บรรจบแล้วอีกครา .. ขออย่ามี-
ความคิดลี้หลบหลีก .. แม้-อีกหน
ยอมรับเถิดทุกช่วงของดวงมน-
อบอุ่นจนล้นหก .. ด้วยอกใคร ?"

"อบอุ่นจนล้นหก .. ด้วยอกใคร ?"..อื้อฮือ...นะ!


โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.193.67 วันที่: 7 กันยายน 2556 เวลา:18:13:45 น.  

 


ดายุ..

นางแบบนี่ ยิ้มตา นะ หน้าตาผ่องใส..สดชื่นเชียว..
ลูกสาวใครนะ
1
คนที่"อบอุ่นจนล้นหก .. ด้วยอกใคร ?"น่ะ ผ่องใสขนาดนี้เชียวรึ..


โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.218.133 วันที่: 8 กันยายน 2556 เวลา:19:32:33 น.  

 
มินตรา ..

อ้าว .. รูปก่อนว่าตาดุ
รูปนี้ว่าตายิ้ม

ผมไม่ชอบเอารูปสาว"ยิ้มแฉ่ง"มาประกอบบทกลอน
เพราะมันดูไปกันไม่ได้กับบริบทที่บรรยายไว้

ใหม่ ดาวิกา .. เป็นลูกครึ่งที่ดวงตาสวยมาก
เป็นสาวเต็มตัวอีกคนที่อยากเอามาลงประกอบกลอน
นอกจาก เบลลา มิว-นิษฐา ..

ส่วนคนที่ถามนั้น .. ผ่องใสกว่านี้อีกเวลา"อบอุ่น"
ผู้หญิงก็เป็นเหมือนกันทั้งโลก .. มิใช่รึ

โลกนี้จึงมิอาจขาดอารมณ์แบบนี้ได้ ..


โดย: สดายุ IP: 171.4.251.173 วันที่: 8 กันยายน 2556 เวลา:21:54:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O งามละมุน .. กับกรุ่นข้าวหอม .. O





O ดั่งยูงที่สูงส่งด้วยวงศา
ล้อมแววตาเพื่อจรด .. ความสดใส
เบิกรุ่งสางหม่นดำ ด้วยอำไพ-
แห่งดวงไฟเลื่อนชั้น .. ขึ้นบัญชา
O พอแว่วเสียงสาธุ .. บรรลุโสต
ความปราโมทย์หัวใจผู้ใฝ่หา-
ก็ซ่านความผ่องแผ้วสู่แววตา
เมื่อรูปหน้ารูปจริต .. เผย-ติดตรึง
O เกิดแต่เมื่อกรประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า, แววตาหนึ่ง-
ก็คล้ายถูกกรเรียวนั้นเหนี่ยวดึง
แววหวานซึ้งมั่นหมาย .. ก็ฉายทอ
O โอ ราศีรูปงาม .. แห่งยามเช้า
คอยรุมเร้าใจอยู่, ท่านผู้ขอ-
ย่อมอุ้มบาตรเอ่ยธรรม .. ลงย้ำ .. ยอ-
ยกอารมณ์ทดท้อ .. พ้นทรมาน
O สบรูป .. รูปละม่อมก็ล้อมสิ้น-
แต่ผัน-ผินรูปพักตร์ .. เข้าหักหาญ
จิตวิญญาณตื่นรู้ .. จึงรู้พาน-
ความอ่อนหวานอ่อนโยน .. ที่โชน-แวว
O พาโลกในแวดล้อม .. งามพร้อมอยู่
พร้อมแรงชู้อาลัยเริ่มไหว .. แว่ว
อาวรณ์เคยซ่อนเร้น .. ก็เห็นแนว-
ความผ่องแผ้วตอบเต้น .. ไม่เว้นวาง
O โอ อำนาจเนตรพรับ .. ราวจับจูง-
สบรูปยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนสีสัน .. ขึ้นกั้นกลาง
หยัดรอยขวางเพรียกถวิล ..ให้ดิ้นรน
O งามวงสีเลื่อมลาย .. ก็คล้ายว่า
เผยคุณค่าออกแล้วผ่านแววขน
พร้อมอ่อนหวานอ่อนไหวของใจคน-
เริ่มเผยตน .. ออกแล้วที่แววตา
O วาบวับ-นั้น .. แววตา .. แม้-ตาหลับ-
แววระยับ .. ก็ยังคง .. อยู่ตรงหน้า
ราวอยู่ล้อมห้อมขวัญคอยบัญชา-
ให้ตอบรับคุณค่า .. ด้วยอาวรณ์
O วาบวับแววขนยูง .. อันสูงค่า-
ก่อรูปพา .. งดงามติดตาม-อ้อน
จนงามนั้นลามรุกไปทุกตอน
สะทกสะท้อนสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O จึงโลกในแวดล้อม .. ราวน้อมรับ-
แววพริ้มพรับออดอ้อน .. ผู้อ่อนไหว
ความผูกพันอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
ก็รัดรึงเอาไว้ .. อยู่ในวัน
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ผ่านลงแวดล้อมช่วง .. ทาบทวง-ขวัญ
งามรูปลักษณ์ชาติภพ .. ก็ครบครัน-
แทรกลงฝันฝากรอย .. ให้คอยรอ
O เช้านั้น .. คำข้าว .. เนตรวาววาม
กอปร-คำ .. ความ .. ผ่านหูจากผู้ขอ
พร้อมอีกการรุมเร้าพะเน้าพะนอ
ของรูปลักษณ์งามลออ .. อยู่ต่อตา
O เช้านั้น .. คำข้าว .. อกผ่าวร้อน-
กับอาวรณ์รูปองค์ .. ที่ตรงหน้า
สบ-สัมผัส .. ฉับพลันก็บัญชา-
เสน่หาให้อุบัติขึ้นรัดรึง
O เช้านี้ .. แรงอาลัยผู้ใฝ่หา
คอยบัญชาดวงจิต .. แต่คิดถึง-
รูปแพงน้อยอบร่ำในคำนึง
เจ้าเอย .. พึงรับรู้นัยชู้ .. ชาย
O ส่งมาเถิด .. อบอุ่นและคุณค่า
ผ่านแววตาอ่อนโยน .. ออกโชนฉาย-
แววอ่อนหวานดื่มด่ำ .. พึง-รำบาย-
ออกเปื้อนป่ายล้อมโลก .. แล้วโยกคลอน
O มอบมาเถิด .. เสน่หาความอาลัย
สุมลงให้ใจชาย .. สุดถ่ายถอน-
ทั้งจากรูป, คุณค่าความอาวรณ์
ตราบม้วยมรณ์ชีพลงเป็นผงคลี
O รูปยูงเอย .. ขาบเขียวทุกเรียวขน
เปล่งปลาบบนคุณค่า .. แห่งราศี
เพรียกละห้อยแหนหวงเป็นท่วงที-
อาวรณ์ที่ - ตราบวาย .. ยากคลายลง !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.