Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
23 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
O ฟ้าคร่ำ .. ฝนครวญ .. O








เพลง .. สุโขทัย


O หยุดยืนเหม่อเคว้งคว้างในทางน้อย
สืบร่องรอยก้าวย่างไปข้างหน้า
เมฆดำคลุ้มลมกรูเสียงอู้มา
แล้วคลื่นฟ้าห่าฝนก็หล่นโปรย
O ละเม็ดคว้าง, คว้างหล่นแตกบนพื้น
เป็นช่อชื้นเม็ดแก้ว .. ก่อนแผ่วโผย
เซาะเส้นทาง-ขุ่นดิน, น้ำรินโรย
ลมช้าโชยแสงวันก็พลันลับ
O หม่นครึ้มอับหลัว .. ไปทั่วทิศ
เพ่งพิศก็คล้ายหวัง-จะพังดับ
เห็นแต่วิชชุแลบอยู่แวบวับ
และใจหนึ่งโจมจับความอับจน
O ไร้สิ้นแสงนำทางให้ย่างก้าว
เมื่อเดือนดาวลับลา .. เหลือห่าฝน-
ถมเส้นทางย่างยก-ที่วก-วน
ให้อดทนสืบก้าว .. อยู่ยาวนาน
O กระหน่ำเม็ดลิ่วล่าง .. ในหว่างเม็ด-
คล้ายสร้อยเพชรหล่นเส้น .. ก่อนเร้นผ่าน
ท่ามปลายทางมืดมน .. อนธกาล
รอห้าวหาญใจหมายมุ่งปลายจร
O กลางกระแสลมโหม .. ฝนโถมถั่ง
ราวจะรั้งหล้าโลกให้โยกถอน
ถมหม่นมัวมืดดำทั้งอัมพร
อำพรางซ่อนสดใสสู่นัยน์ตา
O พบเจอ-ในเส้นทางท่ามกลางฝน
พลันเบื้องบนเรื่อแดงด้วยแสงจ้า
ราวโคมสรวงช่วงผกายส่องฉายมา
กลบร่องรอยเหว่ว้าในตาคน
O พบเจอ-คล้ายมืดมนจะป่นดับ
คืนระยับชุติมาแทนห่าฝน
เส้นทางจรสู่ปลาย, ใจว่าย-วน
ถึงคราวค้นพบเห็น .. ว่าเส้นเดียว
O แวบเดียววาบระยับแล้วดับล่วง
ยังโชติช่วงงามควรทุกส่วนเสี้ยว
ยังหรอกฝน-พร่างพรู, ลมกรูเกรียว
และมืดเปลี่ยวล้อมกรอบอยู่รอบทิศ
O คล้ายเป็นหวังแทนหวังที่พังพาบ
เข้าแทรกสาป .. อบอวลทุกส่วนจิต
พริบตาชั่วอึดใจที่ได้พิศ
ก็ชั่วคิดวาบชัดในบัดดล
O เมฆคลุ้มลมคลั่งฝนหลั่ง-สาย
ราวสลาย .. สูญลับความอับหม่น
จึงชั่วยามแสงจ้า, แทงตาตน
ชั่วสับสน .. เงียบเสียง .. ลงเพียงพอ
O ให้เติมเต็มมุ่งมั่นความฝันใฝ่
เพื่อสดใสบรรเจิด-ได้เกิดก่อ
และเมื่อทางมืดมนมีคนรอ
ก็ราวแสงทอดทอ .. ขึ้นรอคน
O ลมเคยพัด-ผ่านริ้วบาดผิวเนื้อ
ก็อับ-เอื้อม่านแสงส่องแห่งหน
ละทอดทอป่นปรับความอับจน
ละก้าววนวกอยู่-ก็รู้ปลาย
O ครั้นครั่นครืน-ฝนหลั่งแรงถั่งโถม
ราวกับโคมกลางสรวงขึ้นช่วงฉาย
มืดหม่นที่ห่มครอบอยู่รอบกาย
ก็กลับคล้ายแสงช่วงถึงดวงตา
O เป็นหวังที่ทอดทอ-ลออระยับ
เพื่อสำหรับก้าวย่างไปข้างหน้า
สืบก้าวตามมุ่งมั่นที่บัญชา
ขวากขวางบรรดา .. ก็ล้าเลือน
O แสงเดียววาบสว่างที่กลางฝน
ก็อำพนราศี .. ยากมีเหมือน
หม่นมัวทั่วทิศ-จำบิดเบือน
คลายเคลื่อนสูญสลายที่ปลายจร
O ริ้วเส้นฝนลมร่ำ .. ในค่ำผ่าน
จึงละลานงามตาเกินกว่าซ่อน
คล้ายยินกระซิบเบา - คำเว้าวอน
นั้นออดอ้อน-ว่ารัก .. สุดหักใจ




Create Date : 23 มิถุนายน 2556
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 11:15:41 น. 8 comments
Counter : 1182 Pageviews.

 
สงสารจัง


โดย: แสงสว่าง IP: 202.160.39.9 วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:7:16:44 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ
บทนี้ไพเราะมากค่ะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:13:57:45 น.  

 
สงสารตัวเองที่อ่านบทร้อยกรองไม่เข้าใจต่างหาก. เราพูดอะไรผิด


โดย: แสงสว่าง IP: 202.160.39.9 วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:16:23:59 น.  

 
สวัสดีครับคุณวลี

ครับเอาบทนี้มาลงในบรรยากาศที่ฝนฟ้ามืดมัวอึมครึม
หาความสดใสไม่ได้เลย


กรุงเทพคงไม่ต่างกันนักนะครับ





แสงสว่าง
ไม่ได้พูดอะไรผิดหรอก ..
ก็คิดว่า สงสารคนเขียน .. ที่ไม่มีอะไรให้น่าสงสาร
ก็เลยแปลให้อ่านกันเท่านั้นเอง ..

เพราะเหตุว่า คนเขียนกำลังรื่นรมย์ใจกับภาพ แดดจ้า ฟ้าคราม น้ำทะเลใส ที่มองเห็นอยู่ลิบๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:16:49:24 น.  

 
ตอนนี้อยู่บรูไนค่ะ ประเทศนี้ห้ามบุหรี่และเหล้าเข้าปรเทศอากาศดีมากทั้งประเทศมีประชากรหกแสนกว่าคนค่ะ
เพื่อนบอกว่าจังหวัดเชียงรายของเค้ามีล้านสองต่ะ การทำงานจะเริ่มพรุ่งนี้...อาหารที่นี่ไม่อร่อยเลย.ส่วนตนเขียนมีอะไรต้องห่วงหรือคะ


โดย: แสงสว่าง IP: 202.160.39.9 วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:19:48:50 น.  

 


ประเทศมุสลิมเคร่งครัดเรื่องเหล้าเป็นเรื่องปกติ .. อีกทั้งศรัทธานี้เป็นศรัทธาแบบบังคับเชื่อ .. สงสัยไม่ได้

ส่วนศีลห้าของพุทธเรา .. ไม่ได้บังคับ เป็นความสมัครใจ
เมื่อทำไม่ได้ เวลาเมาก็ย่อมมีสภาพแบบสัตว์เลี้ยงตามบ้านเป็นเรื่องปกติเหมือนกัน ..

เพียงแต่หากกินเหล้าอยู่กับบ้านคนเดียว เมาแล้วหลับ ไม่ทำร้ายตน (ยกเว้นสุขภาพ) ไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่ทำร้ายสังคม ก็คงไม่เข้าข่ายในเจตนารมย์แห่งการห้าม

อาหารมุสลิมหลายอย่างก็อร่อยดีนะผมว่า .. แต่เป็นบางอย่างและบางร้าน พวกข้าวหมกไก่ทอดโรยหอมเจียวพร้อมน้ำราดรสจัด ซุปหางวัวเปรี้ยวๆเผ็ดๆ

ส่วนคนเขียนไม่มีอะไรให้น่าห่วง หรือ น่าสงสารแม้แต่นิดเดียว ..
ดังนั้นหากใครอ่านกลอนแล้วคิดว่าคนเขียนน่าสงสาร .. แสดงว่าตีความผิด ตรงกันข้ามเลยทีเดียว


โดย: สดายุ... วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:20:21:46 น.  

 
เป็นเก็จแก้ววับวามเปี่ยมความหมาย
เปล่งคุณค่าพราวพรายฝ่าสายฝน
วาบวับแววตาล้อนัยน์ตาคน
ให้วก-วนตราตรึงเพียงหนึ่งเดียว

มาวางแจมค่ะ

ชอบหลายบท และบทนี้เห็นภาพชัดเจนเลยทีเดียว

O ละเม็ดคว้าง, คว้างหล่นแตกบนพื้น
เป็นช่อชื้นเม็ดแก้ว .. ก่อนแผ่วโผย
เซาะเส้นทาง-ขุ่นดิน, น้ำรินโรย
ลมช้าโชยแสงวันก็พลันลับ

สายฝนงดงามสดใสเสมอ..


โดย: มาย IP: 171.96.58.40 วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:23:19:00 น.  

 


ที่จริงสำนวนกลอนที่เขียนดีกว่าหลายคน
ไม่แน่ใจว่าสอนภาษาไทยหรือเปล่า ..

ใช่ครับ .. สายฝนงดงามเสมอ
รวมทั้งมีหลากหลายบริบทเกิดขึ้นยามฝนคร่ำลมครวญ
ทั้งฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ลมกระโชก น้ำไหลริน

แต่ต้องอยู่กับใครสักคนที่พึงใจ ..

ฝนหลั่งประดัง, นภะเสมือน-
จะเขยื้อนจะยับตัว
น้ำหล่นสถล, ขณะสลัว-
ก็ระรัวและลามล้อม



โดย: สดายุ... วันที่: 25 มิถุนายน 2556 เวลา:6:07:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 148 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.