Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
13 กันยายน 2556
 
All Blogs
 
O อาวรณะสมัย .. O







Song From A Secret Garden



O เกิดแต่เมื่อช่วงตอนความอ่อนหวาน-
ค่อยเผยผ่านอิริยาให้ตาเห็น
ละม่อมพักตร์รูปเยาว์ลำเพาเพ็ญ-
ก็วาบเต้นตอบตื่น .. ความรื่นรมย์
O ลมแรกสางโชยเอื่อยคล้ายเหนื่อยอ่อน
บนช่วงตอนแสงระยับเริ่มทับถม
บนท้องฟ้าฝูงวิหคบินผกลม
เมื่อปรารมภ์แห่งชาย .. รำบายล้อม !
O มีรูปและมีใจหวั่นไหวอยู่
อารมณ์ชู้รองรับ .. การขับกล่อม
พร้อมหัวใจเพ็ญถวิลที่ยินยอม-
ลงนอบน้อมคันธรส .. เป็นบทเดียว
O สบเพียงวูบรูปแพงก็แฝง .. ฝัง
เร่งกำลังห่วงละห้อยให้คอยเหลียว
ภาพแววตาเหลือบชม้ายก็คล้ายเกลียว-
ล่ามรั้งเหนี่ยวถวิลชู้เกินรู้คลาย
O บริบทงดงามแห่งยามเช้า
จึงครองด้วยรูปเยาว์จนเข้าสาย
ทุกเหลือบสบหลบเมิน .. ทุกเขินอาย-
ล้วนรำบายรุมเร้าจากเช้านั้น
O ลมล่องสายรายรอบ .. ตาลอบเหลือบ-
นั้น-คอยเคลือบอารมณ์ให้ซมสั่น
พร้อมขอบฟ้าเลื่อนช่วง .. คือดวงวัน-
ลอยช่วงขึ้นล้อมขวัญ .. อย่างบรรจง
O บริบทงดงามแห่งยามสาย
บ่ม .. รำบายโลกธาตุด้วยชาติหงส์
ที่ที่ใจหวานล้ำ .. จักธำรง-
อาวรณ์ในรูปองค์ .. ดำรงไว้ !
O บริบทงดงามแห่งยามนั้น
ร้อนดวงวันแม้นรุม .. ลงสุมใส่
หากอาวรณ์นฤมิตแนบจิตใจ-
บดบังให้ตอบตื่นแต่รื่นเย็น
O แล้วร่องรอยปริศนา .. แห่งท่าทาง
เหมือนรอขวางฝากรอยให้คอยเห็น
กลางช่วงเดือนเรื้องรอง, ความผ่องเพ็ญ-
ก็วาบเต้นตอบแล้วทั้งแววตา
O อ่อนหวานละเมียดละมุน .. อบอุ่นแสน
จึงห้อมแหนทุกช่วง .. ความห่วงหา
ให้แนบน้อมหอมหวาน .. แห่งมารยา-
แต่เมื่อราตรีนั้น .. แสงจันทร์ทอ
O ทิพเอย .. ทิพแถนถ้วนแดนสรวง
สดับเถิดความปวง .. เฝ้าบวงขอ
โปรดช่วยดลจิตเยาว์พะเน้าพะนอ-
ใจผู้เฝ้าจดจ่อ .. ร่ำรอกัน
O ทิพเอย .. ทิพแถนทั่วแดนฟ้า
เสน่หาเต็มช่วง .. ในทรวงขวัญ-
พึงสื่อนัยออกสู่ .. ให้รู้ทัน
ว่าทั้งรัก, ผูกพัน .. แสนมั่นคง
O กลางเหน็บหนาวรอบฤดู .. ลมกรูเกรียว
ทุกส่วนเสี้ยว-ข่ายขุม .. แรงลุ่มหลง-
เหมือนตรารอยลึกล้ำ .. ตอกย้ำลง
เป็นจำนงคงอยู่ .. เกินรู้ล้าง
O กลางออดอ้อนรอบชู้ .. ฤดูลม-
ค่อยพัดข่มขับแทรกความแตกต่าง
ใบไม้แห้งหลุดร่อนลงว่อนวาง-
เช่นขวากขวางในอก .. ถูกยกทิ้ง
O แค่หัวใจรับรู้ .. ยอมคู่เคียง-
หวานย่อมเพียงพอรุก .. ข่มทุกสิ่ง
ในความหมายอ้อนแอบ .. รอแนบอิง-
ย่อมอาลัยรักยิ่ง .. ดำดิ่งลง
O อกเอย .. แม้นหนาวอยู่ .. ฤดูนี้-
อุ่นกลับมีตวงเติม .. คอยเสริมส่ง
จากใจหนึ่งมอบนำ .. แรงจำนง
งามจึงคงคาอยู่เกินรู้เลือน
O อกเอย .. แม้นหนาวอยู่ .. ฤดูลม
ที่ห้อมห่มล้อมอยู่ .. กลับดูเหมือน-
ความอบอุ่นอ่อนหวาน .. ค่อยผ่านเยือน-
แล้วป่ายเปื้อนโลมทั่วทั้งหัวใจ
O แล้วคลี่อุ่นโอบหนาว .. ให้หนาวผ่าน
จนอุ่นร้อนแผ่ซ่าน .. จึงต้านไหว
ฤดูลมร่ำสาย .. จึงสายใย-
ม้วนปลายให้ผูกมั่น .. เป็นพันธนา
O แต่เมื่อเดือนลอยดวงบนสรวงพู้น
ความจำรูญ .. ดวงสุรีย์ .. ย่อมลี้หน้า
แสงเรื่อจากห้วงใจ .. แววในตา-
ย่อมแจ่มจ้าโชนช่วง .. เป็นดวงเดียว
O รู้ใช่ไหม .. ดาวช่วงกลางห้วงฟ้า
เช่นแววตาตื่นตอบ .. ยามลอบเหลียว
รู้ใช่ไหม .. รอบฤดูลมกรูเกรียว
ทุกส่วนเสี้ยวห่วงละห้อย - ห่วง .. คอย .. ใคร ?




Create Date : 13 กันยายน 2556
Last Update : 23 เมษายน 2562 18:50:23 น. 8 comments
Counter : 1324 Pageviews.

 

ดายุ..

ผ่านมาหายรอบแล้วนะ มิกล้าโพสเพราะ ดูท่าจะเป็น
มินตราคนเดียวที่โพสอยู่ สาวสาวของสดายุหายไปหมดเลย..
เดี๋ยวจะลือกันไปว่า มินตรามาติดใจสดายุ..

นี่ไม่ได้โพสนะคะ มาเรียนให้ทราบเท่านั้น 555

แม่บอกว่า เป็นสาวเป็นนาง ต้องรู้จักสงวนท่าทีบ้าง

นางแบบของสดายุที่"ยิ้มในหน้า" นี่แหละ ที่สตรีไทยโดนฝึกมาแต่อ้อนแต่ออก ให้รู้จักวิธียิ้มในหน้า..




โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.194.250 วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:15:38:49 น.  

 


มินตรา ..
คำก็แม่
สองคำก็แม่
พ่อได้ยินต้องว่า 2 มาตรฐานแหงซะ .. ยายลูกลำเอียง - 55

ยิ้มแบบนี้แหละที่หายาก - ทำไมถึงชอบยิ้มแฉ่งจนแก้มชนหูกันจริงประเทศนี้ .. แม้แต่พวกดารา หายากหาเย็น

ผมถึงชอบหน้านิ่งๆแบบนางแบบฝรั่งมากกว่า
เพราะรู้สึกว่า ยิ้มสยามนี่มันยิ้มเสแสร้ง แกล้งทำอยู่หลายส่วน ไม่ค่อยจริงใจ ซะทีเดียว

ยิ่งสาวเยอรมันนี่นอกจาก "ตัวใหญ่ size ยักษ์" แล้วยังหารอยยิ้มไม่ค่อยได้เลย จริงไหม - ดูนายกเขา กับนายกเราสิ - 555

สงสัยเครียด เพราะค่าครองชีพสูง แถมโกงกินกันไม่ค่อยได้ - เหมือนประเทศแถวๆนี้ 55


โดย: สดายุ... วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:16:41:39 น.  

 

ดายุ

"ตัวใหญ่ size ยักษ์" นี่น่ะ นักฟิสิกส์นะคะ
เยอรมันจะนิยมมันสมองและความสามารถส่วนบุคคลมากกว่า สาวรุ่นไร้เดียงสาปัญญาอ่อน แบบที่ทางเอเซียนิยม และสาวไทยระดับจบมหาวิทยาลัยชอบแสดง"อาการไร้เดียงสา"..จนชาวเยอรมันถามว่า เรียนมาจนถึงระดับนี้ ทำไมจึงยังมีหน้าตาอาการไร้เดียงสาอยู่เลย..555 แต่ชายไทยชอบ ..

กุลสตรีไทย ท่านสอนให้วางท่าทางนิ่งและวางหน้าเฉย

แม่ก็ฝึกจนมินตราเป็นกุลสตรีได้นะ แต่ เวลาเจออะไรถูกใจนี่..ตาระยิบเชียวล่ะ 555
(ก้อ.. ท่านมิได้สอนว่า ต้องทำตาเฉยด้วยนี่นา )
พูดถึงแม่บ่อยเพราะ ทะเลาะกับแม่นี่ล่ะ มาตลอดชีวิต
แต่เป็นลูกรักของป๋า (อุปนิสัยชอบออเซาะ)555

นี่ขนาดกะจะเปิดโอกาสให้สาวสาวของสดายุเข้ามา
โพสนะนี่..ยังเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะ อีก !




โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.194.250 วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:17:50:20 น.  

 

ดายุ..

"O ทิพเอย .. ทิพแถนทั่วแดนฟ้า
เสน่หาเต็มช่วง .. ในทรวงขวัญ-
พึงสื่อนัยออกสู่ .. ให้รู้ทัน
ว่าทั้งรัก, ผูกพัน .. แสนมั่นคง"

ตรงนี้ อบอุ่นจังเลย...

คุยกันอยู่สองคนนี่ ทำไมจึงเป็นBest of the Blog
ได้นะ..




โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.194.250 วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:18:01:23 น.  

 
มินตรา ..

ตอบแบบนี้เขาเรียกว่าชงลูกหน้าเนต ให้ตบนะนี่ 55

"สาวรุ่นไร้เดียงสาปัญญาอ่อน" ..
แรงนะนี่
แต่เข้าใจได้เพราะ ..

เป็นอาการของวุฒิภาวะที่มีปัญหาจากการเลี้ยงดูเด็กแบบ spoil ที่"รักมากเกินเหตุ" แบบพ่อกับลูกสาว แม่กับลูกชาย .. แพ้ทางกันมาตั้งแต่เลือกทำเลตั้งสยามเมืองยิ้ม(แฉ่ง)โน่นแล้ว

รากเหง้าเลยก็มาจากความเป็นสังคมอุปถัมภ์ต่อสายเลือด .. อยู่ร่วมกันในครอบครัวทุก generation
ส่งผลให้ขาดความเป็นอิสระจากการชี้นำของคนรุ่นเกิดก่อน .. โดยมีเรื่องอาวุโส เรื่องกตัญญูเกี่ยวพันจนมั่วไปหมด

พูดได้ว่า การเลือกคู่เพื่อจะสืบทอดเผ่าพันธุ์ กลายเป็นเรื่องตอบแทนพระคุณบ้าง การเชื่อฟังจากสำนึกในพระคุณบ้าง ความหวังดีบ้าง การสมประโยชน์ สมฐานะ ความเสมอกันด้วยปัจจัยภายนอก ฯลฯ

คือชี้นำ ตัดสินให้เสร็จสรรพ พูดกรอกหูทุกวัน จนทำให้ลูกที่ควรมีความใคร่ครวญต่อโลกแวดล้อมได้เอง กลายเป็นนกแก้ว นกขุนทอง พูดตามเสียงพ่อแม่ พร้อมนัยน์เซื่องซึมไร้ประกายไปได้ในที่สุด .. 55

โตขึ้นตัดสินใจเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้ .. มาดูได้เลยทางเหนือนี่ อาการสาหัส

ผมวิเคราะห์ว่าอาการแบบนี้ทำให้อ่อนแอจนทำให้ล้านนาไม่สามารถเป็นเอกราชจากสยามได้เหมือนล้านช้าง ..

การ spoil นี้ทำลาย "ลูกชาย" มากี่บ้านแล้ว มินตรารู้ไหม ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นลูกชายคนเดียว

555

การตัดสินใจเองไม่ได้ เป็นปัญหาในทุกเรื่อง โดยเฉพาะทางการเมือง ..

ที่จริงโดยเนื้อตัวแล้ว ผมเป็นคนชอบฝรั่ง ทั้งเรื่องบุคคลิกภาพ ความคิด ความเป็นตัวของตัวเอง ความมีเหตุผล ความเป็นผู้มีความรู้รอบตัว ทัสนะต่อโลกที่ไม่ใช้อารมณ์ตัดสินผู้อื่นแบบ "ตามแห่ ตามโหน"

จารีต วัฒนธรรมแบบไทยๆหลายอย่างที่รับไม่ลง 55

ยิ่งความงมงายนี่ เป็นพิษต่อการรับรู้มากที่สุด



โดย: สดายุ... วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:19:22:28 น.  

 
อ้อ เกือบลืม

บล็อคนี้ไม่มี .." สาวสาวของสดายุ" .. นะขอรับ
เด็กเกินไปก็ too much story

สาวไทยต้องวัยสัก 30+ ถึงกำลังดี .. เป็นผู้ใหญ่หน่อย


โดย: สดายุ... วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:21:06:41 น.  

 


ดายุ..

มิได้หมายความว่า สาวไทยปัญญาอ่อน มิฉะนั้นก็ไม่มีแผ่นดินไทยเหลืออยู่เพราะกี่ครั้งที่ผ่านมา ก็โจงกระเบนรับศึกจนรักษาบ้านเมืองมาได้
เช่น ท้าวสุรนารีท้าวศรีสุนทร
นี่ชายยุโรปก็ชื่นชมว่า สาวไทยมีความรับผิดชอบสูง..

เด็กฝรั่งมีค่านิยมว่าเมื่ออายุ18บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย
ฉลองกันใหญ่โตตามประเพณีว่า เป็นผู้ใหญ่แล้วนะ
เลยทำท่าหน้าตาขึงขังเป็นผู้ใหญ่ เพื่อพร้อมที่จะรับผิดชอบกับชีวิตตนเองและผู้อื่นได้

ในขณะที่นักศึกษาไทย แม้นจะมิได้เป็น"คุณหนู"มาจากครอบครัว ร่ำรวย ใดใด ก็ชอบแสดงท่าทาง"เสมือน"เป็นคุณหนู..
ในขณะที่คุณหนูตัวจริงน่ะ ต้องการเป็นผู้ใหญ่เพื่อต่อรองกับพ่อแม่ว่า นั่งรถเมล์ไปมหาวิทยาลัยได้เองคนเดียวนะ..เสรีภาพ..ไงคะ

คล้ายเป็น"ค่านิยม"ของสังคมนะที่จะแสดงท่าปัญญาน้อย..ทั้งทั้งที่ฉลาดมากพอที่จะแกล้งทำเป็นไม่ฉลาด

มีชายไทยกี่คนที่ชอบสตรีที่เป็น"สาวเต็มตัว" อย่างสดายุชอบ..ฮึ... ปกครองยากนะ 555
แถมยังต้องมีความรู้มากพอที่จะคุยกับเธอรู้เรื่องได้..

ชายยุโรปจะชื่นชมกับสตรีที่มีความรู้ความสามารถ เป็นตัวของตัวเอง คุยกันรู้เรื่อง ร่วมตัดสินใจชีวิตด้วยกันได้..
มิใช่สตรีนะ แต่ผู้ชายต่างหากที่ต้องการเด็กไม่บรรลุนิติภาวะ มีการค้นคว้า รสนิยมของชายยุโรป ชายอาหรับ และชายเอเซีย นะ...
ตอนนี้มีการถกกันมากเรื่อง ชายอินเดียที่นิยม เด็ก..
สหประชาชาติกำลังประชุมวางมาตรการมิให้มีการบังคับแต่งงานกับ"ภรรยาเด็ก"

แหม..เลยถือโอกาสแถลงการณ์ว่า ไม่มีสาวสาวของสดายุ ..เจ้าเล่ห์นะนี่..!




โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.194.250 วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:21:36:26 น.  

 
มินตรา ..

ความเป็นฝรั่งนี่คล้ายกันไปหมดนะในสายตาผม
ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน สเปน อเมริกัน แคนนาดา สวีดิช เดนนิส ..

ที่ค่อนข้างแตกต่างก็เห็นจะมี อิตาเลี่ยน นี่แหละ "เจ๊กยุโรป" 555

แปลกที่ทำไมในอเมริกาถึงเรียกคนบางกลุ่มว่า "เชื้อสายสเปน" ที่กำลังจะเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ในสหรัฐในอนาคตอีกไม่นาน .. ในขณะเชื้อสายยุโรปเหนือไม่เรียกว่าเชื้อสายอะไร ทั้งๆที่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นอังกฤษ

ทั้งๆที่ สเปน อยู่ในยุโรป แต่เพียงข้ามช่องแคบยิบรอลต้าก็เจอแผ่นดิน อาหรับ มอรอคโค หรือเพราะว่าเชื้อสายสเปนนี้หมายถึง ไม่ใช่ยุโรปผมทอง ตาสีฟ้า ผิวขาวแบบยุโรปเหนือ ..

แต่เป็นฝรั่งผิวคล้ำผมดำตาดำคล้ายพวกละตินอเมริกา อย่าง โคลอมเบีย เวเนซูเอล่า แบบ นาดาล ?

ที่เยอรมันยังมีผมทองน้อยกว่า สวีเดนนะ ..

เพราะเคยไปมาแค่ 2 ประเทศนี้เท่านั้น 55


โดย: สดายุ... วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:22:06:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.