Group Blog
 
<<
เมษายน 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
26 เมษายน 2559
 
All Blogs
 
O .. เช้านั้น .. O







เสน่หา



O ภาพวันนั้น .. งามพิสุทธิ์-ในชุดขาว
ควันจากข้าวกรุ่นลอย .. คน-คอยเหลียว
หมอกหม่นในยามสาง .. ถูกร่างเพรียว-
ล่มลาญความเปล่าเปลี่ยว พ้นเที่ยวทาง
O เริ่มวัน, น้ำแล่นริ้ว, ลมพลิ้วผ่าน
รูปพักตร์คราญรออยู่แต่ตรู่สาง
เพื่อน, ผู้สูงวัย, ดอกไม้วาง-
บนถาด .. ในท่ามกลางการรอคอย
O ภาพ-เรือน้อย, วงคลื่นบนพื้นน้ำ
พายจ้วงจ้ำ, พลิ้วแล้ว .. อย่างแผ่วค่อย
แสงแรกวันเริ่มส่อง .. เรือล่องลอย
คน-เหลือบตาเฝ้าคอย .. ชม้อยชม้าย
O ขับรถตามเพื่อนมา .. ด้วยว่าใจ-
มีรูปใครร้อยรัด .. เกินปัดป่าย-
จน-รูปพักตร์-สายตา .. สบตาชาย-
แววที่ฉายก็กระหวัดเข้ารัดรึง
O รูปแห่งธรรม .. เคลื่อนรอยจนคล้อยลับ
รูปเนตรพรับพริ้มอยู่ .. ก็จู่ถึง-
รายล้อม .. บ่งบัญชา ให้ตราตรึง-
แต่รูปหนึ่งเดียวนี้ .. อย่ามีคลาย !
O เห็นถึงความรมย์รื่น .. ริมผืนน้ำ,
แววดื่มด่ำในดวงตาช่วงฉาย
เห็นแววตาก้ำเกิน .. ความเขินอาย-
นั้น-เวียนว่ายบทกรรม อยู่ตำตา
O เห็น-เมือความอ่อนโยน .. นั้น-โชนเชื้อ
ความก่ำเรื่อก็ป่ายแต้มทั้งแก้ม .. หน้า
เห็น-ถึงความอ่อนหวานแผ่ซ่านมา
ให้พี่, ป้า มองเห็นด้วยเอ็นดู
O ระยิบเอย .. แววตาใต้ฟ้าต่ำ
ผ่องผกายหวานล้ำ .. ออกย้ำสู่
เผยอารมณ์อ่อนน้อย .. ขึ้นช้อยชู-
จนอารมณ์อีกผู้ .. รับรู้ความ
O หม่นมัว .. เข้าสายก็หายสิ้น
เมื่อหอมรินล้อมฝัง .. โลกทั้งสาม
ลมแผ่ว, สูรย์ระยับ .. ตาวับวาม-
ในคาบยาม .. ไม้ใบแกว่งไกวตัว
O ปีกผีเสื้อลวดลายค่อยบ่ายบิน
เมื่อทั่วถิ่นเคลื่อนพ้นความหม่นหลัว
โบกกระพือปีกนั้น .. จนสั่นรัว
กับเพียงชั่วแสงสาง .. เริ่มวางรอย
O งดงามในรุ่งเช้าอันเหงาเงียบ
หยาดเย็นเยียบทั้งปวง .. ก็ร่วงผล็อย-
ตามลมลูบแดดต้อง, ปีกล่องลอย-
เลื่อนลายอ้อยอิ่งอยู่ในหมู่พรรณ
O เม็ดน้ำค้างหยาดพราว .. หมอกขาวขุ่น
แดดอบอุ่นโอบผ่าน .. ก็ปานฝัน
พลิกพลิ้วปีกบางเบาใต้เงาวัน-
เกาะกลีบคั้นหวานอยู่ .. ไม่รู้ลา
O ลมแผ่วผ่านโลมลูบ .. หมอกวูบไหว-
ท่ามกลางไอแดดเรื้องอยู่เบื้องหน้า
ปีกลวดลายแผ่กางโบกคว้างมา-
เมื่อยอดหญ้าน้ำค้างเริ่มจางรอย
O เรียวเรณูหอมหวานเชิดก้านรอ
ให้ภู่ออแอบอ้อนเกสร-สร้อย
เห็นปีกบางกลาดเกลื่อนค่อยเลื่อนลอย-
ตฤปหวานอ้อยอิ่งอยู่อย่างรู้รส
O หวานหอมเยี่ยงใดเล่าจะเท่าที่-
เรณูชี้เชิดคอยนั้น .. ค่อยหยด
หรุบปีกบางเกาะเกี่ยว .. คลานเลี้ยวลด-
ค่อยจ่อจดหวานหอม .. อย่างยอมตัว
O อุ่นไอละอองแดดค่อยแวดล้อม
เมื่อลมพร้อมพาระลอก .. เข้าหยอกยั่ว
มาลีพรรณส่ายดอก .. พร้อมหมอกมัว-
ก็เคลื่อนตัวล่มลาญแต่กาลนั้น
O ปลายปีกนกโบกคว้างที่กลางฟ้า
พร้อมแววตาของใคร .. หนอไหวสั่น ?
รูปปีกเหยียดแผ่ช่วง .. บังดวงวัน-
เมื่อดวงตาคู่นั้น .. คล้ายสั่นสะทก
O ปีกนกยังคลี่กางที่กลางฟ้า
เมื่อแววตาเร้ารุม-ความ .. สุมอก
เหลือบแววปรอยปรอยปริบ .. เฝ้าหยิบยก-
ขึ้นสาธก-แทนถ้อยให้คอยประเมิน
O ปีกผีเสื้อเกาะกุมโกสุมหอม
พักตร์ละม่อมก็อุทธัจด้วยขัดเขิน-
จากแววตาล่วงล้ำคอยก้ำเกิน
ครบครันการหยอกเอิน-สะเทิ้นใจ
O สายหยุดหยุดหอมสิ้นแต่สิ้นสาย
หลังแดดฉายโชนแต้มความแจ่มใส
รูปเอย .. แต้มแววตา-รูปหน้าใคร-
จะรู้ตัวบ้างไหม .. รูปใครกัน ?
O สิ้นสาย ผ่านสาย แล้วสายสวาดิ
ลดามาศก็อวลกลิ่นล้อมถิ่นฝัน
เมื่อวางภพวางชาติมาพาดพัน-
ฤๅอาจเบี่ยงเลี่ยงขวัญคลาดกันพ้น .. ?
O พร้อมแววตาอ่อนโยนนั้นโชนช่วง
ความเงียบเหงาทั้งปวงก็ร่วงป่น
ปีกนกเหยียดเต็มช่วงที่สรวงบน
เมื่ออกคนละห้อยเห็นไม่เว้นวาย !
O สิ้นช่วงการรอคอยละห้อยหา
เมื่อแววตาอ่อนโยน .. นั้น-โชนฉาย-
ความอ่อนหวานลึกล้ำ .. ร่วมรำบาย-
ส่งความหมายผ่องแผ้ว .. ไม่แล้วลา
O สายหยุด หยุดหอมสิ้น .. ร้างกลิ่นแล้ว
เหลือผ่องแผ้วทาบทวงความห่วงหา
พร้อมลมร่ำพลิ้วแผ่ว .. ถ้วนแววตา-
ก็ตรึงติดเพทนาแต่ครานั้น !


O นับครวญนับคาบโน้ม - - - นำคะนึง
เพียงรูปเพียรร่ำถึง - - - ผ่านถ้อย
สุดคิดสุดคลายระรึง - - - แรงรัด โอบแม่
แต่เมื่อตาแม่ชม้อย - - - เมื่อนั้น-จะต้านไฉน ฯ

O จากเช้ากลีบมาศช้อย - - - รอชม
จวบนิ่มเนื้อเนตรคม - - - เหลือบ-อ้อน
ห่างเพียงแค่ลำลม - - - แผ่วร่ำ โรยเนอ
เพรียกสั่นไหวสะทกสะท้อน - - - ระทึกทั้งหทัยสถาน ฯ

O สบนัยสบเนตรซึ้ง - - - ตรึงทรวง
วาบวับปานดับดวง - - - รพิแล้ว
สั่งโลกแวดล้อมปวง - - - ปลาตลับ เลือนแล
เพียงเนตร, นิ่มเนื้อแผ้ว - - - ผ่องล้ำล้อมประโลม ฯ

O เมื่อนัยจากเนตรพร้อง - - - เพรียกถวิล
คือโลกแวดล้อมภิน- - - - ทนะแล้ว
เพียงภพชาติจากวิญ- - - - ญาณอุบัติ
รอเปิดฟ้าผ่องแผ้ว - - - ร่วมเฝ้าประคองขวัญ ฯ

O จากเช้ากลิ่นมาศเชื้อ - - - เชิญภมร
จนเนตรเชิญเลศวอน - - - สวาดิ, ให้-
วัฏฏะรอบกำจร - - - รอบเจต นังแม่
เพรียกภพชาติชดใช้ - - - ชั่วฟ้าดินสลาย ฯ




Create Date : 26 เมษายน 2559
Last Update : 1 พฤษภาคม 2562 12:50:31 น. 0 comments
Counter : 1445 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.