Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
O คันธาแห่งมาลี .. O








O คำ ความ ร้อยเพียงเพื่อแม่เนื้ออุ่น
เสพรับสุนทรีภาพแล้ววาบหวาม
เสน่หาอาลัยจักไหลลาม
ดั่งเส้นไฟงดงามในยามมัว
O ประจุจลน์วนแล่นเหนือแผ่นหล้า
อวดวิโรจน์เรขากลางฟ้าหลัว
เช่นประกายตานั้นที่สั่นรัว
จากเย้ายั่วคำพจน์ในบทกลอน
O เอ็นดูความอ่อนเยาว์ .. ถูกเร้าเร่ง
จนแก้มเปล่งปลั่งอยู่เกินรู้ซ่อน
เมื่อเสพความคำเย้า..ยั่ว-เว้าวอน
ใจนั้นจะทอดถอนสะท้อนสะท้าน
O ในท่ามกลางหวานซึ้ง .. คำนึงสู่
ย้อนรับรู้ผูกพันในวันผ่าน
ละภาพความสัมพันธ์แห่งวันวาน
ย่อมบรรสารโลมรุกขึ้นทุกนัย
O และชั่วที่อาวรณ์ .. ออดอ้อนเสียง
ฤๅอาจเลี่ยงหลบผล-ผ่านพ้นได้ ?
เหลือแต่ต้องน้อมรับแนบกับใจ
สานสายใยผูกพันให้มั่นคง
O เอ็นดูความ .. ขัดเขินเหลือเกินแล้ว
ดูเถิด .. แววตาละห้อยเหมือนพลอยสง-
สัย .. ในความลึกล้ำแห่งจำนง
ที่หยั่งลงแนบทรวงทุกท่วงที
O มองเห็นความขัดเขิน .. หยอกเอินเจ้า
ก็เหมือนเย้ายั่วให้ .. หัวใจพี่-
อ่อนโยนตอบอ่อนเยาว์ .. ตัวเจ้ามี-
เดียงสาที่ควรวัย .. ดวงใจนั้น
O ดูเถิดแก้มอิ่มเรื่อ .. เนียนเนื้อนวล
ซับเลือดฝาดเรื่อล้วน .. ให้ชวนหวั่น-
ว่า .. แววหวงแหนชู้สุดรู้ .. กัน
จะพร่าสั่นนัยออกเพื่อบอกความ
O ดูเถิดแก้มอิ่มเรื่อ .. ราวเชื้อเชิญ-
ให้เลือดฝาดหยอกเอินจนเกินห้าม
ขึ้นแต้มริ้วซ่านรส .. แสนงดงาม-
ให้พิศตามติดอยู่ .. เกินรู้เบือน
O รอยยิ้มวับวามแล้วในแววตา
และเหมือนว่ารอระยับ .. เพื่อขับเคลื่อน-
เอาท่วงทีรูปจริตเข้าติดเตือน
ทุกขยับหรือเขยื้อน ฤๅ-เคลื่อนพ้น ?
O ในความหมายเผยออก .. เหมือนดอกไม้-
ต้องลมไหวเอนช่อ .. ใช่-รอหล่น
หากเพื่อโปรยกลิ่นหอมออกล้อมลน
ให้แห่งหนรมยา .. รสมาลี
O ในแววตาสื่อผ่าน .. รูปคราญเอ๋ย
ราวผ่านเย้ยหยอกยั่วให้ตัวพี่-
เข้าโอบอุ้มถนอมลักษณ์ดูสักที
อย่าได้มีลังเลสักเวลา
O ด้วยแววตาส่งผ่าน .. รูปคราญเจ้า
ช่างรุมเร้ากุมกักอยู่หนักหนา
ดูเถิดนั่น .. ท่วงทีกอปรลีลา
เหมือนแววสาแก่ใจ .. วาบไหวล้อ !
O โอ งามเหมือนจะตามเข้าลามล่วง
ลงแทรกทรวงเว้าวอน .. ออดอ้อนขอ-
แนบติดตรึงรุมเร้าพะเน้าพะนอ
อยู่ร่ำรอปรารถนาแรงอาลัย
O โอ งามเหมือนติดตามเกินห้าม .. หัก
ค่อยรายล้อมรูปพักตร์จำหลักให้-
ตรึงในแววตาผู้รับรู้นัย
เพื่อมอบใจสู่มือ .. ให้ถือครอง !




Create Date : 24 ธันวาคม 2556
Last Update : 17 พฤษภาคม 2562 16:12:23 น. 0 comments
Counter : 1236 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.