Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
8 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
O แต่บัดนั้น .. จนบัดนี้ .. O






Song From A Secret Garden


-1-
O หอมรสรื่นรวยริน .. ของกลิ่นโมก
รำบายโบกแผ่วเบา .. รุมเร้าหา
ลำเพาพักตร์นวลลออ .. ก็คลอตา-
ด้วยสัญญากุมกัก .. สุดหักล้าง
O ลิบลิบกระพริบช่วงแห่งปวงดาว
ก็ดูราววิบไหว .. แสนไกลห่าง-
จากโลกหล้า, เปลื้องปรุงแสงรุ่งราง-
คงอยู่ค้างฟ้าทะมื่นในคืนแรม
O ลิบลิบดารดาษดวง .. ในสรวงฟ้า
เช่นนัยน์ตาวามแสงเมื่อแต่งแต้ม-
ด้วยรูปรอยรอบอุทธัจ .. ระบัดแกม
คาบนั้น-แซมสอดหมาย .. รำบายความ
O เพียงแสงช่วงปวงดาว .. เห็นวาววับ
เนตรพริ้มพรับเบื้องหน้า .. ฤๅ-ฝ่าข้าม
โลกทั้งดวงดูเหมือน .. จะเลื่อนตาม
และวาบหวามหวานหอม .. ก็ล้อม-ลน
O จึงน้อมรับระยับช่วง .. สองดวงดาว
ที่ช่างวาววาบปลั่งอีกครั้งหน
ความอ่อนหวานอ่อนไหวแห่งใจคน
ต่างฤๅโซ่พันวน .. เกินด้นดึง
O ระทึกและสั่นไหว .. อกใครหนอ-
หลังเติมต่ออาลัยส่งไปถึง
ร่วมครอบครองคุณค่าอันตราตรึง
เสพหวานซึ้งซ้ำอยู่ไม่รู้เลือน
O นึก-ระทึกวาบหวิวจนริ้วแก้ม-
ราวเกลี่ยแกมเลือดฝาดเข้าปาดเปื้อน-
เพื่ออยู่รอ-สายตา .. ผ่านมาเยือน
รอ-ด้วยใจสั่นสะเทื้อนสะทกสะท้าน
O เลือดในอกร่ำรอ .. เมื่อหล่อเลี้ยง
อุ่น-ฤๅอาจหลีกเลี่ยง .. ลำเลียงผ่าน
ขัดเขินสักเพียงใด .. หนอใจคราญ
จักซึ้งซ่านเพียงไหน .. หนอใจนั้น ?
O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. กับความว่า
ภาพ-แววตาซ่อนนัย .. ก็ไหวสั่น-
เป็นภาพความละห้อยเห็น .. ไม่เว้นวัน-
ทุกช่วงสัญญาคนวก-วนคิด
O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. ถ้อยความสื่อ
ตรองเถิดหรือ .. ความปวงจากดวงจิต-
ล้วนเร่งรอบอาลัย .. มาใกล้ชิด
เพื่อถือสิทธิ์รูปนาม เอาล่ามพัน
O แม้นหนทางขวางกั้น .. ด้วยอรรณพ
อาจบรรจบด้วยใคร .. แต่ในฝัน
ยังยอมอยู่เปล่าเปลี่ยว .. ใต้เสี้ยวจันทร์
ด้วยใจหนึ่งนี้นั้น .. ดื้อรั้น-คอย
O ดึกสงัดพราวพร่าง .. น้ำค้างหยด
ลมตอบบท .. แขเปลื้องแสงเงื่องหงอย
แรงคำนึงถวิลชู้ .. ที่อยู่คอย-
เพียงรูปรอยพักตร์พิไล .. พริ้มนัยน์ตา
O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. นั้นหล่นสาย
เนื้อ, อุ่นอาย, อ้อมแขน..ที่แม้นว่า-
หากโลกนี้แหลกยับไปกับตา
ยอม .. ชีวาดับล่วง .. กับทรวงนั้น !
O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. ค่อยหล่นร่วง
และแววหวงอาลัย .. ก็ไหวสั่น
สองแขนเรียวเยี่ยงโจทก์ .. จองโทษทัณฑ์-
รัด ผูกพัน ให้ประโลมผู้โฉมเพ็ญ !

-2-
O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
แต่วันที่ผ่านมาให้ตาเห็น
ก็ตรึงกลางห้วงฤดี .. อย่างที่เป็น
คอยบีบเค้นคะนึงอยู่ไม่รู้เลือน
O แต่บัดนั้นจนบัดนี้อย่างที่เห็น
สุดจะเร้นรูปรอยให้ถอยเคลื่อน
ทุกหลับฝันคอยนิมิต .. รูปติดเตือน
จะเกลี่ยเกลื่อน .. เคลียคลอก็ทรมาน
O เคยหรือใจ-หยุดคิด-แม้นิดหนึ่ง
หยุดซาบซึ้งแนบน้อมความหอมหวาน
เกรงหยุดแล้ว .. จะเดือดดิ้นทั้งวิญญาณ
เกรงจะผลาญพร่าหวัง .. จนพังยับ
O เมื่อมีรูป .. มีใจ-หวั่นไหวรูป
เหมือนโดนสูบอารมณ์ .. สุดข่ม-ขับ
ละห้อยหา, แหนหวง .. เกินหน่วงนับ
ก็โถมลงสำทับให้รับรู้
O อาวรณ์ในสำนึก .. ที่ลึกล้ำ
ก็ค่อยเผยนัยคำ .. เฝ้าย้ำสู่
หมายเนตรผู้อาทร .. แอบซ่อนดู
เสพทราบอยู่ด้วยใจ .. หวั่นไหวตาม
O เติบเต็มเป็น .. คุณค่าขึ้นปรากฎ
ด้วยรูปรสประณีตลักษณ์ .. สุดหักห้าม
หนึ่งคน .. หนึ่งดวงใจก็ไหววาม-
ไหวอยู่กลางคาบยามแห่งความรัก
O เวิ้งว้างห้วงมหรรณพ .. ภาคภพนี้
พรหมขีดชี้ .. ดวงชะตาเกินฝ่าหัก
แต่รูปหนึ่งเลื่อนเลยมาเผยพักตร์
ก็จำหลักอาวรณ์ .. เกินซ่อนนัย
O จากหนาว-ร้อน-แล้ง-ฝน .. แล้วจนหนาว-
อีกครั้งคราว, บ่วงรักเกินหักได้
กี่ฝุ่นฝนหล่นล่วง .. หนอดวงใจ-
ที่เยื่อใยผูกพัน .. จักมั่นคง
O สดับเถิดคำกรองทำนองพากย์
จักแฝงฝากพิสวาดิด้วยชาติหงส์
พินิจเถิดนัยคำ .. ว่าจำนง-
นี้-มั่นคง งดงาม .. ทุกความนัย
O .. ว่าอ้อมอก .. อาทร .. รออ้อนซบ-
แนบหน้าอบอุ่นขวัญ .. ทอนหวั่นไหว
จะกล่อมเกล้าโอบกาย .. คลี่สายใย
รัดพันไว้ .. สุดวิถีแห่งชีวัน
O หาก-เมินเฉยซ่อนเร้น .. ไม่เห็นหน้า
ใคร-อาจท่วมทรมาถึงอาสัญ
หากรอคอย .. ละห้อยเห็น ไม่เห็นกัน
จะโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง
O รับรู้เถิด .. รอถนอมละม่อมพักตร์
รอโอบกอดกุมกัก .. ด้วยรัก-หวง
เพียงหนึ่งที่วาดหวัง .. ใจทั้งดวง
พึงเลื่อนล่วง .. สำทับ .. แนบกับใจ
O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมแขนอุ่น, เสียงครวญ, เนื้อนวลใย-
จักดลฉันทะสมัยมา .. ให้ตระกอง !




Create Date : 08 สิงหาคม 2556
Last Update : 16 พฤษภาคม 2562 17:56:56 น. 14 comments
Counter : 2060 Pageviews.

 


สดายุ!

"O หาก-เมินเฉยซ่อนเร้น .. ไม่เห็นหน้า
ใคร-อาจท่วมทรมาถึงอาสัญ
หากรอคอย .. ละห้อยเห็น ไม่เห็นกัน
จะโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง"


"แม้นมิไปช่วยจะม้วยมอด ด้วยสังข์ทองไม่ถอดรูปเงาะป่า
จำจะยกพหลพลเทวา ลงไปล้อมพาราสามนต์ไว้"(สังข์ทอง)

555


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:10:57:55 น.  

 

ดายุ...

"O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. นั้นหล่นสาย
เนื้อ, อุ่นอาย, อ้อมแขน..ที่แม้นว่า-
หากโลกนี้แหลกยับไปกับตา
ยอม .. ชีวาดับล่วง .. กับทรวงนั้น !"

นี่แปลภาษาธรรมดา แปลว่า " ยอมตายคาอก" ใช่ไหมเอ่ย

ขอใช้สิทธิผู้อ่าน ประท้วงค่ะ
ใครจะปฎิบัติหน้าที่เขียน นารีปราโมช ต่อล่ะคะ ???


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:11:31:38 น.  

 


สดายุ !

วันนี้หายไปไหน..หรือว่าไป" ชีวาดับล่วง..กับทรวงนั้น!"แล้ว


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:16:23:28 น.  

 
เดี๋ยวมา .. วันนี้งานเยอะ 55


โดย: สดายุ IP: 118.172.101.204 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:17:53:07 น.  

 
สวยมากครับ


โดย: นพ IP: 49.231.98.35 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:18:52:03 น.  

 
มินตรา ..

แปลถูกแล้วขอรับ 55

จะมีสิ่งใดน่าปรารถนาเท่ากับ"ดวงใจสาวน้อยในวัยเริ่มรู้เดียงสา"ที่แสนบริสุทธิ์งดงามอีกเล่า ..

แต่คนที่ออกกำลังกายเกือบทุกวัน คงไม่"ชีวาดับล่วงกับทรวงนั้น" หรอก .. สาบาน 555

ว่าแต่ สาวไทยจะพาแม่ไปเที่ยวไหนล่ะในดินแดนอารยันขาวแห่งนั้น ช่วงสุดสัปดาห์นี้ ? ..






คุณนพ
สวัสดีครับ .. นางแบบใช่ไหมครับที่สวย ?


โดย: สดายุ... วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:21:47:19 น.  

 
แก้วน้ำค้างพร่างอยู่ .. ให้รู้ว่า
ทุกพจน์..เผยปรารถนา..ผ่านพิสมัย
โอบ-รุมเร้าทุกจังหวะดวงหฤทัย
ให้สเน่หาอาลัยไม่รู้คลาย

แก้วน้ำค้างพร่างอยู่ .. แม้ตรู่สาง
หยาดน้ำทิ้งรอยจาง...ใช่ห่างหาย
อุ่นจักห้อมห่มเจ้า-ตราบวางวาย
มั่นคงรักมิจางคลายฝ่าสายกาล

:))

งามจริง ๆ
สุขสมดังปรารถนาค่ะ

ปล ตอนนี้พื้นหลัง จขบ เปลี่ยนพื้นสีหรือลวดลายหรือปล่าวคะ .. หรือเป็นที่โปรแกรมคอมพ์เราอีกสินี่ มองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากอักษรเหลืองบนพื้นขาว


โดย: มาย IP: 124.122.184.128 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:22:13:49 น.  

 
มาย ..

ใช่ครับ ผมเพิ่งเปลี่ยนพื้นหลัง .. เป็นสีน้ำเงินแล้วตัวอักษรสีเหลืองสด ..

แก้ไขแล้วครับ .. คราวนี้ดูได้ทุกเบราเซอร์ เหมือนกันหมด

เขียนยาวๆมาวางสักบทสิครับ





โดย: สดายุ... วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:23:07:05 น.  

 


ดายุ....

ตรงนี้ก็อ่อนหวานนัก ดูจะรักและถนุถนอม"ขวัญพี่"เหลือเกินนะ

O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
แต่วันที่ผ่านมาให้ตาเห็น
ก็ตรึงกลางห้วงฤดี .. อย่างที่เป็น
คอยบีบเค้นคะนึงอยู่ไม่รู้เลือน

เป็นแบบ เกอเธอ(Goethe)แบบที่รักแล้วทรมา
เฮ้อ..ความเอ๋ย ความรัก..เนอะ
มินตราก็เลยได้ลิ้มรส คำ..ความ.. ที่ประดิษฐ์ประดอยงดงามไพเราะเพราะพริ้งไปด้วย

ขอขอบคุณวัฒนธรรมทางภาษาที่ยังมิสูญหายไป





โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:10:55:23 น.  

 
มินตรา

บทอ่อนหวานนี่ขึ้นกับอารมณ์ .. ไม่จำเป็นต้องสวยเลิศเลอ perfect แต่บางครั้งกิริยาละมุนละไมแบบแม่นกยูงแห่งเรือนมยุรา ก็สามารถรำพันออกมาได้เหมือนกัน

มีเพลงบรรเลงฝรั่งไม่กี่เพลง ที่สามารถนำมาประกอบบทร้อยกรองแบบไทยๆได้ และ song from a secret garden นี้ก็ช่างเหมาะยิ่งนัก

จริงไหมแม่ดอกกระถิน ?


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:11:36:17 น.  

 

ต๊าย สดายุ..

ทำไมดอกกระถิน มินตราไม่ชอบรับประทานนะ
ดอกสะตอล่ะพอจะชอบอยู่ แม้นจะแพงไปหน่อย...
ทำไมไม่ดอกบุษบามินตราล่ะ ดายุไม่ชอบรึ 555

ลองหาเพลงพวกserenadeซิคะ จะเป็นลักษณะเพลงอ่อนหวานสำหรับอารมณ์รัก
มีนักแต่งเพลงดังดังระดับโลกแต่งกันไว้ใช้จีบสาวสาวโดยเฉพาะเลย

ประกอบความรู้สึกอบอุ่นแบบกลอนตรงนี้...ทีเดียว..
"O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมแขนอุ่น, เสียงครวญ, เนื้อนวลใย-
จักดลฉันทะสมัยมา .. ให้ตระกอง ! "

อบอุ่นเหลือเกิน...


โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:13:31:10 น.  

 

มินตรา .. แปลว่า ต้นกระถิน
บุษบา .. แปลว่า ดอกไม้ หรือ นางผู้เห็นรูปทองในตัวเงาะป่า

บุษบามินตรา จึงแปลว่า ดอกกระถิน

แปลเสร็จทำให้นึกถึงซีรีย์ชุด เทพบุตรจุฑาเทพ ตอนคุณชายปวรรุจน์ .. ที่มีสาวบ้านป่านาม มรว.กระถิน มาจากปัตตานี เป็นว่าที่เจ้าสาวของพระเอก

คนเขียนบทก็เหลือเกิน .. ทำไมต้องสร้างบทให้ตอนสาวบ้านนอกโดนจับมาขัดสีฉวีวรรณลงขมิ้น จนทั้งแสบทั้งคัน ให้ราชนิกูลหลงวังต้องคอยเกาขยุกขยิกเป็นหนุมานเช่นนั้นก็ไม่ทราบ ไม่เห็นจะช่วยเสริมเรตติ้งตรงไหน .. 555

สะตอมีทานที่เยอรมันด้วยหรือ .. ฝรั่งเขากินลงได้ไงนะ ไม่ต้องสอนให้กินกับน้ำพริกกะปิด้วยรึนี่ .. 55

แต่เมนู สะตอผัดกับกุ้งสดตัวโตๆแบบเปรี้ยวๆหวานๆ (และไม่มีกะปิ .. ) เป็นเมนูโปรดของผมเลยนะนั่น

ทำกับข้าวไทยเป็นนึเปล่านะนี่ .. อิๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:16:04:28 น.  

 


ดายุคะ
บุษบามินตรา เป็นคำเดียวที่ไม่แยกออกจากกัน เป็นภาษาชวา แปลว่า พุทธรักษา
ความตั้งใจนั้น มินตราตั้งใจจะหมายถึง ดอกไม้สีขาวหอม ที่บ้านเรียกแบบชาวราชบุรี ว่า "พุทธรักษา"

แต่เมื่อไปดูคำนิยามของ ดอกพุทธรักษา ใหม่ เห็นเป็น ดอกไม้หลายสี แบบของอินเดียที่ใช้ชื่อว่าCanna indica Linn. ในวงศ์ Cannaceae

พุทธรักษาที่บ้านมินตราเรียกก้นเมื่อสามสิบปีก่อนนั้น
ตรงกับภาษาเยอรมันว่าGardenia คือGardenia jasminoides ในภาษาพฤกษศาสตร์

ภาษาเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเร็วมากนะ นี่ในชั่วชีวิตคนที่ยังยืนยันกันได้..กลายเป็นว่า คำที่ใช้มาตลอดชีวิต มาแพ้ความรู้ใหม่กำหนดใหม่กันไปเลยนะ..

ราชบุรีเป็นเมืองที่ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ท่านใช้เป็นฐานในการสร้างคนและวัฒนธรรม รวมถึงกำลังอำนาจด้วย..จนลงไปตามชายฝั่งแหลมมลายู..เราจึงรับอิทธิพลคล้ายคลึงกัน..

ขอใช้สิทธิส่วนบุคคลที่จะกำหนดว่า ชื่อตนเอง แปลว่าอะไร หมายถึงอะไรนะคะ แปลว่า มินตราเป็นคนกำหนดความหมายชื่อตนเอง คนอื่นอย่ามาเถียง555

สะตอนี่ ผัดเป็นค่ะ อร่อยตรงที่ต้องใช้กุ้งตัวโตโตนี่แหละค่ะ
เพิ่งมาทราบจากหมอเยอรมันว่า สะตอมีสารที่แก้โรคเบาหวาน ยาที่รักษาเบาหวานสะกัดทำเป็นเม็ด..ยาฝรั่งนี่แหละ ยังมีกลิ่นสะตอ เลยค่ะ

มีขายค่ะ ทั้งฝัก และ แกะเป็นเม็ดแล้ว
กิโลทั้งฝักน่ะ ราคากิโลละยี่สิบยูโร
ฝรั่งกินไม่เป็น และ มินตราไม่ส่งเสริมให้รู้จักด้วย เพราะแค่คนเอเซียรู้จักนี่ยังแพ้งแพง
ขืนฝรั่งรู้จัก คนไืทยจะหมดปัญญาซื้อเลย..



โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:16:53:42 น.  

 
แม่ดอกพุทธรักษา

เมืองไทย สะตอ 5 ฝัก หนัก 4 ขีด (400 gram) ซื้อมา 20 บาท (2/3 ยูโร) แปลว่า กิโลละ .66/.4 = 1.66 ยูโร
ที่เยอรมันแพงกว่าไทย 12 เท่า .. เฮ้อ อย่าไปกินมันเลย 555


ดอกพุทธรักษา สมัยเรียนชั้นประถมมีปลูกที่โรงเรียนใบเขียวเข้มสวยงาม (ผมชอบพืชใบเขียวเข้มแบบ มังคุด ชมพู่มะเหมี่ยว และพุทธรักษา นี่แหละ) ดอกขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอม .. ชื่อเป็นมงคล เหมาะสำหรับคนที่อ่อนไหวเรื่องศรัทธา ..

ดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอ่อนนะส่วนใหญ่ โมก ปีบ มีแต่พุทธรักษานี่แหละที่กลิ่นหอมจัด

ราชบุรี เพชรบุรี เป็นเมืองเก่าที่ปรากฎการเอ่ยถึงในประวัติศาสตร์ .. ศึกพม่าที่ท่าดินแดงนั้นทางเดินทัพไปรบพม่าก็ผ่านราชบุรี ..

อารยัน
เปอร์เชีย
เชค อะหมัด
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
ราชบุรี
ปัตตานี

อย่าบอกว่ากำลังคุยกับ พวกบุนนาคสายฝ่ายหญิงอยู่นะ .. 55


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:20:18:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.