Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
8 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
O แต่บัดนั้น .. จนบัดนี้ .. O







Song From A Secret Garden


-1-
O หอมรสรื่นรวยริน .. ของกลิ่นโมก
รำบายโบกแผ่วเบา .. รุมเร้าหา
ลำเพาพักตร์นวลลออ .. ก็คลอตา-
ด้วยสัญญากุมกัก .. สุดหักล้าง
O ลิบลิบกระพริบช่วงแห่งปวงดาว
ก็ดูราววิบไหว .. แสนไกลห่าง-
จากโลกหล้า, เปลื้องปรุงแสงรุ่งราง-
คงอยู่ค้างฟ้าทะมื่นในคืนแรม
O ลิบลิบดารดาษดวง .. ในสรวงฟ้า
เช่นนัยน์ตาวามแสงเมื่อแต่งแต้ม-
ด้วยรูปรอยรอบอุทธัจ .. ระบัดแกม
คาบนั้น-แซมสอดหมาย .. รำบายความ
O เพียงแสงช่วงปวงดาว .. เห็นวาววับ
เนตรพริ้มพรับเบื้องหน้า .. ฤๅ-ฝ่าข้าม
โลกทั้งดวงดูเหมือน .. จะเลื่อนตาม
และวาบหวามหวานหอม .. ก็ล้อม-ลน
O จึงน้อมรับระยับช่วง .. สองดวงดาว
ที่ช่างวาววาบปลั่งอีกครั้งหน
ความอ่อนหวานอ่อนไหวแห่งใจคน
ต่างฤๅโซ่พันวน .. เกินด้นดึง
O ระทึกและสั่นไหว .. อกใครหนอ-
หลังเติมต่ออาลัยส่งไปถึง
ร่วมครอบครองคุณค่าอันตราตรึง
เสพหวานซึ้งซ้ำอยู่ไม่รู้เลือน
O นึก-ระทึกวาบหวิวจนริ้วแก้ม-
ราวเกลี่ยแกมเลือดฝาดเข้าปาดเปื้อน-
เพื่ออยู่รอ-สายตา .. ผ่านมาเยือน
รอ-ด้วยใจสั่นสะเทื้อนสะทกสะท้าน
O เลือดในอกร่ำรอ .. เมื่อหล่อเลี้ยง
อุ่น-ฤๅอาจหลีกเลี่ยง .. ลำเลียงผ่าน
ขัดเขินสักเพียงใด .. หนอใจคราญ
จักซึ้งซ่านเพียงไหน .. หนอใจนั้น ?
O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. กับความว่า
ภาพ-แววตาซ่อนนัย .. ก็ไหวสั่น-
เป็นภาพความละห้อยเห็น .. ไม่เว้นวัน-
ทุกช่วงสัญญาคนวก-วนคิด
O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. ถ้อยความสื่อ
ตรองเถิดหรือ .. ความปวงจากดวงจิต-
ล้วนเร่งรอบอาลัย .. มาใกล้ชิด
เพื่อถือสิทธิ์รูปนาม เอาล่ามพัน
O แม้นหนทางขวางกั้น .. ด้วยอรรณพ
อาจบรรจบด้วยใคร .. แต่ในฝัน
ยังยอมอยู่เปล่าเปลี่ยว .. ใต้เสี้ยวจันทร์
ด้วยใจหนึ่งนี้นั้น .. ดื้อรั้น-คอย
O ดึกสงัดพราวพร่าง .. น้ำค้างหยด
ลมตอบบท .. แขเปลื้องแสงเงื่องหงอย
แรงคำนึงถวิลชู้ .. ที่อยู่คอย-
เพียงรูปรอยพักตร์พิไล .. พริ้มนัยน์ตา
O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. นั้นหล่นสาย
เนื้อ, อุ่นอาย, อ้อมแขน..ที่แม้นว่า-
หากโลกนี้แหลกยับไปกับตา
ยอม .. ชีวาดับล่วง .. กับทรวงนั้น !
O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. ค่อยหล่นร่วง
และแววหวงอาลัย .. ก็ไหวสั่น
สองแขนเรียวเยี่ยงโจทก์ .. จองโทษทัณฑ์-
รัด ผูกพัน ให้ประโลมผู้โฉมเพ็ญ !

-2-
O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
แต่วันที่ผ่านมาให้ตาเห็น
ก็ตรึงกลางห้วงฤดี .. อย่างที่เป็น
คอยบีบเค้นคะนึงอยู่ไม่รู้เลือน
O แต่บัดนั้นจนบัดนี้อย่างที่เห็น
สุดจะเร้นรูปรอยให้ถอยเคลื่อน
ทุกหลับฝันคอยนิมิต .. รูปติดเตือน
จะเกลี่ยเกลื่อน .. เคลียคลอก็ทรมาน
O เคยหรือใจ-หยุดคิด-แม้นิดหนึ่ง
หยุดซาบซึ้งแนบน้อมความหอมหวาน
เกรงหยุดแล้ว .. จะเดือดดิ้นทั้งวิญญาณ
เกรงจะผลาญพร่าหวัง .. จนพังยับ
O เมื่อมีรูป .. มีใจ-หวั่นไหวรูป
เหมือนโดนสูบอารมณ์ .. สุดข่ม-ขับ
ละห้อยหา, แหนหวง .. เกินหน่วงนับ
ก็โถมลงสำทับให้รับรู้
O อาวรณ์ในสำนึก .. ที่ลึกล้ำ
ก็ค่อยเผยนัยคำ .. เฝ้าย้ำสู่
หมายเนตรผู้อาทร .. แอบซ่อนดู
เสพทราบอยู่ด้วยใจ .. หวั่นไหวตาม
O เติบเต็มเป็น .. คุณค่าขึ้นปรากฎ
ด้วยรูปรสประณีตลักษณ์ .. สุดหักห้าม
หนึ่งคน .. หนึ่งดวงใจก็ไหววาม-
ไหวอยู่กลางคาบยามแห่งความรัก
O เวิ้งว้างห้วงมหรรณพ .. ภาคภพนี้
พรหมขีดชี้ .. ดวงชะตาเกินฝ่าหัก
แต่รูปหนึ่งเลื่อนเลยมาเผยพักตร์
ก็จำหลักอาวรณ์ .. เกินซ่อนนัย
O จากหนาว-ร้อน-แล้ง-ฝน .. แล้วจนหนาว-
อีกครั้งคราว, บ่วงรักเกินหักได้
กี่ฝุ่นฝนหล่นล่วง .. หนอดวงใจ-
ที่เยื่อใยผูกพัน .. จักมั่นคง
O สดับเถิดคำกรองทำนองพากย์
จักแฝงฝากพิสวาดิด้วยชาติหงส์
พินิจเถิดนัยคำ .. ว่าจำนง-
นี้-มั่นคง งดงาม .. ทุกความนัย
O .. ว่าอ้อมอก .. อาทร .. รออ้อนซบ-
แนบหน้าอบอุ่นขวัญ .. ทอนหวั่นไหว
จะกล่อมเกล้าโอบกาย .. คลี่สายใย
รัดพันไว้ .. สุดวิถีแห่งชีวัน
O หาก-เมินเฉยซ่อนเร้น .. ไม่เห็นหน้า
ใคร-อาจท่วมทรมาถึงอาสัญ
หากรอคอย .. ละห้อยเห็น ไม่เห็นกัน
จะโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง
O รับรู้เถิด .. รอถนอมละม่อมพักตร์
รอโอบกอดกุมกัก .. ด้วยรัก-หวง
เพียงหนึ่งที่วาดหวัง .. ใจทั้งดวง
พึงเลื่อนล่วง .. สำทับ .. แนบกับใจ
O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมแขนอุ่น, เสียงครวญ, เนื้อนวลใย-
จักดลฉันทะสมัยมา .. ให้ตระกอง !




Create Date : 08 สิงหาคม 2556
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 11:13:08 น. 14 comments
Counter : 1645 Pageviews.

 


สดายุ!

"O หาก-เมินเฉยซ่อนเร้น .. ไม่เห็นหน้า
ใคร-อาจท่วมทรมาถึงอาสัญ
หากรอคอย .. ละห้อยเห็น ไม่เห็นกัน
จะโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง"


"แม้นมิไปช่วยจะม้วยมอด ด้วยสังข์ทองไม่ถอดรูปเงาะป่า
จำจะยกพหลพลเทวา ลงไปล้อมพาราสามนต์ไว้"(สังข์ทอง)

555


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:10:57:55 น.  

 

ดายุ...

"O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. นั้นหล่นสาย
เนื้อ, อุ่นอาย, อ้อมแขน..ที่แม้นว่า-
หากโลกนี้แหลกยับไปกับตา
ยอม .. ชีวาดับล่วง .. กับทรวงนั้น !"

นี่แปลภาษาธรรมดา แปลว่า " ยอมตายคาอก" ใช่ไหมเอ่ย

ขอใช้สิทธิผู้อ่าน ประท้วงค่ะ
ใครจะปฎิบัติหน้าที่เขียน นารีปราโมช ต่อล่ะคะ ???


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:11:31:38 น.  

 


สดายุ !

วันนี้หายไปไหน..หรือว่าไป" ชีวาดับล่วง..กับทรวงนั้น!"แล้ว


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:16:23:28 น.  

 
เดี๋ยวมา .. วันนี้งานเยอะ 55


โดย: สดายุ IP: 118.172.101.204 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:17:53:07 น.  

 
สวยมากครับ


โดย: นพ IP: 49.231.98.35 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:18:52:03 น.  

 
มินตรา ..

แปลถูกแล้วขอรับ 55

จะมีสิ่งใดน่าปรารถนาเท่ากับ"ดวงใจสาวน้อยในวัยเริ่มรู้เดียงสา"ที่แสนบริสุทธิ์งดงามอีกเล่า ..

แต่คนที่ออกกำลังกายเกือบทุกวัน คงไม่"ชีวาดับล่วงกับทรวงนั้น" หรอก .. สาบาน 555

ว่าแต่ สาวไทยจะพาแม่ไปเที่ยวไหนล่ะในดินแดนอารยันขาวแห่งนั้น ช่วงสุดสัปดาห์นี้ ? ..






คุณนพ
สวัสดีครับ .. นางแบบใช่ไหมครับที่สวย ?


โดย: สดายุ... วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:21:47:19 น.  

 
แก้วน้ำค้างพร่างอยู่ .. ให้รู้ว่า
ทุกพจน์..เผยปรารถนา..ผ่านพิสมัย
โอบ-รุมเร้าทุกจังหวะดวงหฤทัย
ให้สเน่หาอาลัยไม่รู้คลาย

แก้วน้ำค้างพร่างอยู่ .. แม้ตรู่สาง
หยาดน้ำทิ้งรอยจาง...ใช่ห่างหาย
อุ่นจักห้อมห่มเจ้า-ตราบวางวาย
มั่นคงรักมิจางคลายฝ่าสายกาล

:))

งามจริง ๆ
สุขสมดังปรารถนาค่ะ

ปล ตอนนี้พื้นหลัง จขบ เปลี่ยนพื้นสีหรือลวดลายหรือปล่าวคะ .. หรือเป็นที่โปรแกรมคอมพ์เราอีกสินี่ มองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากอักษรเหลืองบนพื้นขาว


โดย: มาย IP: 124.122.184.128 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:22:13:49 น.  

 
มาย ..

ใช่ครับ ผมเพิ่งเปลี่ยนพื้นหลัง .. เป็นสีน้ำเงินแล้วตัวอักษรสีเหลืองสด ..

แก้ไขแล้วครับ .. คราวนี้ดูได้ทุกเบราเซอร์ เหมือนกันหมด

เขียนยาวๆมาวางสักบทสิครับ





โดย: สดายุ... วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:23:07:05 น.  

 


ดายุ....

ตรงนี้ก็อ่อนหวานนัก ดูจะรักและถนุถนอม"ขวัญพี่"เหลือเกินนะ

O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
แต่วันที่ผ่านมาให้ตาเห็น
ก็ตรึงกลางห้วงฤดี .. อย่างที่เป็น
คอยบีบเค้นคะนึงอยู่ไม่รู้เลือน

เป็นแบบ เกอเธอ(Goethe)แบบที่รักแล้วทรมา
เฮ้อ..ความเอ๋ย ความรัก..เนอะ
มินตราก็เลยได้ลิ้มรส คำ..ความ.. ที่ประดิษฐ์ประดอยงดงามไพเราะเพราะพริ้งไปด้วย

ขอขอบคุณวัฒนธรรมทางภาษาที่ยังมิสูญหายไป





โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:10:55:23 น.  

 
มินตรา

บทอ่อนหวานนี่ขึ้นกับอารมณ์ .. ไม่จำเป็นต้องสวยเลิศเลอ perfect แต่บางครั้งกิริยาละมุนละไมแบบแม่นกยูงแห่งเรือนมยุรา ก็สามารถรำพันออกมาได้เหมือนกัน

มีเพลงบรรเลงฝรั่งไม่กี่เพลง ที่สามารถนำมาประกอบบทร้อยกรองแบบไทยๆได้ และ song from a secret garden นี้ก็ช่างเหมาะยิ่งนัก

จริงไหมแม่ดอกกระถิน ?


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:11:36:17 น.  

 

ต๊าย สดายุ..

ทำไมดอกกระถิน มินตราไม่ชอบรับประทานนะ
ดอกสะตอล่ะพอจะชอบอยู่ แม้นจะแพงไปหน่อย...
ทำไมไม่ดอกบุษบามินตราล่ะ ดายุไม่ชอบรึ 555

ลองหาเพลงพวกserenadeซิคะ จะเป็นลักษณะเพลงอ่อนหวานสำหรับอารมณ์รัก
มีนักแต่งเพลงดังดังระดับโลกแต่งกันไว้ใช้จีบสาวสาวโดยเฉพาะเลย

ประกอบความรู้สึกอบอุ่นแบบกลอนตรงนี้...ทีเดียว..
"O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมแขนอุ่น, เสียงครวญ, เนื้อนวลใย-
จักดลฉันทะสมัยมา .. ให้ตระกอง ! "

อบอุ่นเหลือเกิน...


โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:13:31:10 น.  

 

มินตรา .. แปลว่า ต้นกระถิน
บุษบา .. แปลว่า ดอกไม้ หรือ นางผู้เห็นรูปทองในตัวเงาะป่า

บุษบามินตรา จึงแปลว่า ดอกกระถิน

แปลเสร็จทำให้นึกถึงซีรีย์ชุด เทพบุตรจุฑาเทพ ตอนคุณชายปวรรุจน์ .. ที่มีสาวบ้านป่านาม มรว.กระถิน มาจากปัตตานี เป็นว่าที่เจ้าสาวของพระเอก

คนเขียนบทก็เหลือเกิน .. ทำไมต้องสร้างบทให้ตอนสาวบ้านนอกโดนจับมาขัดสีฉวีวรรณลงขมิ้น จนทั้งแสบทั้งคัน ให้ราชนิกูลหลงวังต้องคอยเกาขยุกขยิกเป็นหนุมานเช่นนั้นก็ไม่ทราบ ไม่เห็นจะช่วยเสริมเรตติ้งตรงไหน .. 555

สะตอมีทานที่เยอรมันด้วยหรือ .. ฝรั่งเขากินลงได้ไงนะ ไม่ต้องสอนให้กินกับน้ำพริกกะปิด้วยรึนี่ .. 55

แต่เมนู สะตอผัดกับกุ้งสดตัวโตๆแบบเปรี้ยวๆหวานๆ (และไม่มีกะปิ .. ) เป็นเมนูโปรดของผมเลยนะนั่น

ทำกับข้าวไทยเป็นนึเปล่านะนี่ .. อิๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:16:04:28 น.  

 


ดายุคะ
บุษบามินตรา เป็นคำเดียวที่ไม่แยกออกจากกัน เป็นภาษาชวา แปลว่า พุทธรักษา
ความตั้งใจนั้น มินตราตั้งใจจะหมายถึง ดอกไม้สีขาวหอม ที่บ้านเรียกแบบชาวราชบุรี ว่า "พุทธรักษา"

แต่เมื่อไปดูคำนิยามของ ดอกพุทธรักษา ใหม่ เห็นเป็น ดอกไม้หลายสี แบบของอินเดียที่ใช้ชื่อว่าCanna indica Linn. ในวงศ์ Cannaceae

พุทธรักษาที่บ้านมินตราเรียกก้นเมื่อสามสิบปีก่อนนั้น
ตรงกับภาษาเยอรมันว่าGardenia คือGardenia jasminoides ในภาษาพฤกษศาสตร์

ภาษาเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเร็วมากนะ นี่ในชั่วชีวิตคนที่ยังยืนยันกันได้..กลายเป็นว่า คำที่ใช้มาตลอดชีวิต มาแพ้ความรู้ใหม่กำหนดใหม่กันไปเลยนะ..

ราชบุรีเป็นเมืองที่ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ท่านใช้เป็นฐานในการสร้างคนและวัฒนธรรม รวมถึงกำลังอำนาจด้วย..จนลงไปตามชายฝั่งแหลมมลายู..เราจึงรับอิทธิพลคล้ายคลึงกัน..

ขอใช้สิทธิส่วนบุคคลที่จะกำหนดว่า ชื่อตนเอง แปลว่าอะไร หมายถึงอะไรนะคะ แปลว่า มินตราเป็นคนกำหนดความหมายชื่อตนเอง คนอื่นอย่ามาเถียง555

สะตอนี่ ผัดเป็นค่ะ อร่อยตรงที่ต้องใช้กุ้งตัวโตโตนี่แหละค่ะ
เพิ่งมาทราบจากหมอเยอรมันว่า สะตอมีสารที่แก้โรคเบาหวาน ยาที่รักษาเบาหวานสะกัดทำเป็นเม็ด..ยาฝรั่งนี่แหละ ยังมีกลิ่นสะตอ เลยค่ะ

มีขายค่ะ ทั้งฝัก และ แกะเป็นเม็ดแล้ว
กิโลทั้งฝักน่ะ ราคากิโลละยี่สิบยูโร
ฝรั่งกินไม่เป็น และ มินตราไม่ส่งเสริมให้รู้จักด้วย เพราะแค่คนเอเซียรู้จักนี่ยังแพ้งแพง
ขืนฝรั่งรู้จัก คนไืทยจะหมดปัญญาซื้อเลย..



โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:16:53:42 น.  

 
แม่ดอกพุทธรักษา

เมืองไทย สะตอ 5 ฝัก หนัก 4 ขีด (400 gram) ซื้อมา 20 บาท (2/3 ยูโร) แปลว่า กิโลละ .66/.4 = 1.66 ยูโร
ที่เยอรมันแพงกว่าไทย 12 เท่า .. เฮ้อ อย่าไปกินมันเลย 555


ดอกพุทธรักษา สมัยเรียนชั้นประถมมีปลูกที่โรงเรียนใบเขียวเข้มสวยงาม (ผมชอบพืชใบเขียวเข้มแบบ มังคุด ชมพู่มะเหมี่ยว และพุทธรักษา นี่แหละ) ดอกขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอม .. ชื่อเป็นมงคล เหมาะสำหรับคนที่อ่อนไหวเรื่องศรัทธา ..

ดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอ่อนนะส่วนใหญ่ โมก ปีบ มีแต่พุทธรักษานี่แหละที่กลิ่นหอมจัด

ราชบุรี เพชรบุรี เป็นเมืองเก่าที่ปรากฎการเอ่ยถึงในประวัติศาสตร์ .. ศึกพม่าที่ท่าดินแดงนั้นทางเดินทัพไปรบพม่าก็ผ่านราชบุรี ..

อารยัน
เปอร์เชีย
เชค อะหมัด
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
ราชบุรี
ปัตตานี

อย่าบอกว่ากำลังคุยกับ พวกบุนนาคสายฝ่ายหญิงอยู่นะ .. 55


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:20:18:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 148 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.