Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
8 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
O แต่บัดนั้น .. จนบัดนี้ .. O







Song From A Secret Garden


-1-
O หอมรสรื่นรวยริน .. ของกลิ่นโมก
รำบายโบกแผ่วเบา .. รุมเร้าหา
ลำเพาพักตร์นวลลออ .. ก็คลอตา-
ด้วยสัญญากุมกัก .. สุดหักล้าง
O ลิบลิบกระพริบช่วงแห่งปวงดาว
ก็ดูราววิบไหว .. แสนไกลห่าง-
จากโลกหล้า, เปลื้องปรุงแสงรุ่งราง-
คงอยู่ค้างฟ้าทะมื่นในคืนแรม
O ลิบลิบดารดาษดวง .. ในสรวงฟ้า
เช่นนัยน์ตาวามแสงเมื่อแต่งแต้ม-
ด้วยรูปรอยรอบอุทธัจ .. ระบัดแกม
คาบนั้น-แซมสอดหมาย .. รำบายความ
O เพียงแสงช่วงปวงดาว .. เห็นวาววับ
เนตรพริ้มพรับเบื้องหน้า .. ฤๅ-ฝ่าข้าม
โลกทั้งดวงดูเหมือน .. จะเลื่อนตาม
และวาบหวามหวานหอม .. ก็ล้อม-ลน
O จึงน้อมรับระยับช่วง .. สองดวงดาว
ที่ช่างวาววาบปลั่งอีกครั้งหน
ความอ่อนหวานอ่อนไหวแห่งใจคน
ต่างฤๅโซ่พันวน .. เกินด้นดึง
O ระทึกและสั่นไหว .. อกใครหนอ-
หลังเติมต่ออาลัยส่งไปถึง
ร่วมครอบครองคุณค่าอันตราตรึง
เสพหวานซึ้งซ้ำอยู่ไม่รู้เลือน
O นึก-ระทึกวาบหวิวจนริ้วแก้ม-
ราวเกลี่ยแกมเลือดฝาดเข้าปาดเปื้อน-
เพื่ออยู่รอ-สายตา .. ผ่านมาเยือน
รอ-ด้วยใจสั่นสะเทื้อนสะทกสะท้าน
O เลือดในอกร่ำรอ .. เมื่อหล่อเลี้ยง
อุ่น-ฤๅอาจหลีกเลี่ยง .. ลำเลียงผ่าน
ขัดเขินสักเพียงใด .. หนอใจคราญ
จักซึ้งซ่านเพียงไหน .. หนอใจนั้น ?
O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. กับความว่า
ภาพ-แววตาซ่อนนัย .. ก็ไหวสั่น-
เป็นภาพความละห้อยเห็น .. ไม่เว้นวัน-
ทุกช่วงสัญญาคนวก-วนคิด
O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. ถ้อยความสื่อ
ตรองเถิดหรือ .. ความปวงจากดวงจิต-
ล้วนเร่งรอบอาลัย .. มาใกล้ชิด
เพื่อถือสิทธิ์รูปนาม เอาล่ามพัน
O แม้นหนทางขวางกั้น .. ด้วยอรรณพ
อาจบรรจบด้วยใคร .. แต่ในฝัน
ยังยอมอยู่เปล่าเปลี่ยว .. ใต้เสี้ยวจันทร์
ด้วยใจหนึ่งนี้นั้น .. ดื้อรั้น-คอย
O ดึกสงัดพราวพร่าง .. น้ำค้างหยด
ลมตอบบท .. แขเปลื้องแสงเงื่องหงอย
แรงคำนึงถวิลชู้ .. ที่อยู่คอย-
เพียงรูปรอยพักตร์พิไล .. พริ้มนัยน์ตา
O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. นั้นหล่นสาย
เนื้อ, อุ่นอาย, อ้อมแขน..ที่แม้นว่า-
หากโลกนี้แหลกยับไปกับตา
ยอม .. ชีวาดับล่วง .. กับทรวงนั้น !
O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. ค่อยหล่นร่วง
และแววหวงอาลัย .. ก็ไหวสั่น
สองแขนเรียวเยี่ยงโจทก์ .. จองโทษทัณฑ์-
รัด ผูกพัน ให้ประโลมผู้โฉมเพ็ญ !

-2-
O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
แต่วันที่ผ่านมาให้ตาเห็น
ก็ตรึงกลางห้วงฤดี .. อย่างที่เป็น
คอยบีบเค้นคะนึงอยู่ไม่รู้เลือน
O แต่บัดนั้นจนบัดนี้อย่างที่เห็น
สุดจะเร้นรูปรอยให้ถอยเคลื่อน
ทุกหลับฝันคอยนิมิต .. รูปติดเตือน
จะเกลี่ยเกลื่อน .. เคลียคลอก็ทรมาน
O เคยหรือใจ-หยุดคิด-แม้นิดหนึ่ง
หยุดซาบซึ้งแนบน้อมความหอมหวาน
เกรงหยุดแล้ว .. จะเดือดดิ้นทั้งวิญญาณ
เกรงจะผลาญพร่าหวัง .. จนพังยับ
O เมื่อมีรูป .. มีใจ-หวั่นไหวรูป
เหมือนโดนสูบอารมณ์ .. สุดข่ม-ขับ
ละห้อยหา, แหนหวง .. เกินหน่วงนับ
ก็โถมลงสำทับให้รับรู้
O อาวรณ์ในสำนึก .. ที่ลึกล้ำ
ก็ค่อยเผยนัยคำ .. เฝ้าย้ำสู่
หมายเนตรผู้อาทร .. แอบซ่อนดู
เสพทราบอยู่ด้วยใจ .. หวั่นไหวตาม
O เติบเต็มเป็น .. คุณค่าขึ้นปรากฎ
ด้วยรูปรสประณีตลักษณ์ .. สุดหักห้าม
หนึ่งคน .. หนึ่งดวงใจก็ไหววาม-
ไหวอยู่กลางคาบยามแห่งความรัก
O เวิ้งว้างห้วงมหรรณพ .. ภาคภพนี้
พรหมขีดชี้ .. ดวงชะตาเกินฝ่าหัก
แต่รูปหนึ่งเลื่อนเลยมาเผยพักตร์
ก็จำหลักอาวรณ์ .. เกินซ่อนนัย
O จากหนาว-ร้อน-แล้ง-ฝน .. แล้วจนหนาว-
อีกครั้งคราว, บ่วงรักเกินหักได้
กี่ฝุ่นฝนหล่นล่วง .. หนอดวงใจ-
ที่เยื่อใยผูกพัน .. จักมั่นคง
O สดับเถิดคำกรองทำนองพากย์
จักแฝงฝากพิสวาดิด้วยชาติหงส์
พินิจเถิดนัยคำ .. ว่าจำนง-
นี้-มั่นคง งดงาม .. ทุกความนัย
O .. ว่าอ้อมอก .. อาทร .. รออ้อนซบ-
แนบหน้าอบอุ่นขวัญ .. ทอนหวั่นไหว
จะกล่อมเกล้าโอบกาย .. คลี่สายใย
รัดพันไว้ .. สุดวิถีแห่งชีวัน
O หาก-เมินเฉยซ่อนเร้น .. ไม่เห็นหน้า
ใคร-อาจท่วมทรมาถึงอาสัญ
หากรอคอย .. ละห้อยเห็น ไม่เห็นกัน
จะโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง
O รับรู้เถิด .. รอถนอมละม่อมพักตร์
รอโอบกอดกุมกัก .. ด้วยรัก-หวง
เพียงหนึ่งที่วาดหวัง .. ใจทั้งดวง
พึงเลื่อนล่วง .. สำทับ .. แนบกับใจ
O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมแขนอุ่น, เสียงครวญ, เนื้อนวลใย-
จักดลฉันทะสมัยมา .. ให้ตระกอง !




Create Date : 08 สิงหาคม 2556
Last Update : 27 ธันวาคม 2562 21:52:13 น. 14 comments
Counter : 2260 Pageviews.

 


สดายุ!

"O หาก-เมินเฉยซ่อนเร้น .. ไม่เห็นหน้า
ใคร-อาจท่วมทรมาถึงอาสัญ
หากรอคอย .. ละห้อยเห็น ไม่เห็นกัน
จะโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง"


"แม้นมิไปช่วยจะม้วยมอด ด้วยสังข์ทองไม่ถอดรูปเงาะป่า
จำจะยกพหลพลเทวา ลงไปล้อมพาราสามนต์ไว้"(สังข์ทอง)

555


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:10:57:55 น.  

 

ดายุ...

"O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. นั้นหล่นสาย
เนื้อ, อุ่นอาย, อ้อมแขน..ที่แม้นว่า-
หากโลกนี้แหลกยับไปกับตา
ยอม .. ชีวาดับล่วง .. กับทรวงนั้น !"

นี่แปลภาษาธรรมดา แปลว่า " ยอมตายคาอก" ใช่ไหมเอ่ย

ขอใช้สิทธิผู้อ่าน ประท้วงค่ะ
ใครจะปฎิบัติหน้าที่เขียน นารีปราโมช ต่อล่ะคะ ???


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:11:31:38 น.  

 


สดายุ !

วันนี้หายไปไหน..หรือว่าไป" ชีวาดับล่วง..กับทรวงนั้น!"แล้ว


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.209.59 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:16:23:28 น.  

 
เดี๋ยวมา .. วันนี้งานเยอะ 55


โดย: สดายุ IP: 118.172.101.204 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:17:53:07 น.  

 
สวยมากครับ


โดย: นพ IP: 49.231.98.35 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:18:52:03 น.  

 
มินตรา ..

แปลถูกแล้วขอรับ 55

จะมีสิ่งใดน่าปรารถนาเท่ากับ"ดวงใจสาวน้อยในวัยเริ่มรู้เดียงสา"ที่แสนบริสุทธิ์งดงามอีกเล่า ..

แต่คนที่ออกกำลังกายเกือบทุกวัน คงไม่"ชีวาดับล่วงกับทรวงนั้น" หรอก .. สาบาน 555

ว่าแต่ สาวไทยจะพาแม่ไปเที่ยวไหนล่ะในดินแดนอารยันขาวแห่งนั้น ช่วงสุดสัปดาห์นี้ ? ..






คุณนพ
สวัสดีครับ .. นางแบบใช่ไหมครับที่สวย ?


โดย: สดายุ... วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:21:47:19 น.  

 
แก้วน้ำค้างพร่างอยู่ .. ให้รู้ว่า
ทุกพจน์..เผยปรารถนา..ผ่านพิสมัย
โอบ-รุมเร้าทุกจังหวะดวงหฤทัย
ให้สเน่หาอาลัยไม่รู้คลาย

แก้วน้ำค้างพร่างอยู่ .. แม้ตรู่สาง
หยาดน้ำทิ้งรอยจาง...ใช่ห่างหาย
อุ่นจักห้อมห่มเจ้า-ตราบวางวาย
มั่นคงรักมิจางคลายฝ่าสายกาล

:))

งามจริง ๆ
สุขสมดังปรารถนาค่ะ

ปล ตอนนี้พื้นหลัง จขบ เปลี่ยนพื้นสีหรือลวดลายหรือปล่าวคะ .. หรือเป็นที่โปรแกรมคอมพ์เราอีกสินี่ มองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากอักษรเหลืองบนพื้นขาว


โดย: มาย IP: 124.122.184.128 วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:22:13:49 น.  

 
มาย ..

ใช่ครับ ผมเพิ่งเปลี่ยนพื้นหลัง .. เป็นสีน้ำเงินแล้วตัวอักษรสีเหลืองสด ..

แก้ไขแล้วครับ .. คราวนี้ดูได้ทุกเบราเซอร์ เหมือนกันหมด

เขียนยาวๆมาวางสักบทสิครับ





โดย: สดายุ... วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:23:07:05 น.  

 


ดายุ....

ตรงนี้ก็อ่อนหวานนัก ดูจะรักและถนุถนอม"ขวัญพี่"เหลือเกินนะ

O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
แต่วันที่ผ่านมาให้ตาเห็น
ก็ตรึงกลางห้วงฤดี .. อย่างที่เป็น
คอยบีบเค้นคะนึงอยู่ไม่รู้เลือน

เป็นแบบ เกอเธอ(Goethe)แบบที่รักแล้วทรมา
เฮ้อ..ความเอ๋ย ความรัก..เนอะ
มินตราก็เลยได้ลิ้มรส คำ..ความ.. ที่ประดิษฐ์ประดอยงดงามไพเราะเพราะพริ้งไปด้วย

ขอขอบคุณวัฒนธรรมทางภาษาที่ยังมิสูญหายไป





โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:10:55:23 น.  

 
มินตรา

บทอ่อนหวานนี่ขึ้นกับอารมณ์ .. ไม่จำเป็นต้องสวยเลิศเลอ perfect แต่บางครั้งกิริยาละมุนละไมแบบแม่นกยูงแห่งเรือนมยุรา ก็สามารถรำพันออกมาได้เหมือนกัน

มีเพลงบรรเลงฝรั่งไม่กี่เพลง ที่สามารถนำมาประกอบบทร้อยกรองแบบไทยๆได้ และ song from a secret garden นี้ก็ช่างเหมาะยิ่งนัก

จริงไหมแม่ดอกกระถิน ?


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:11:36:17 น.  

 

ต๊าย สดายุ..

ทำไมดอกกระถิน มินตราไม่ชอบรับประทานนะ
ดอกสะตอล่ะพอจะชอบอยู่ แม้นจะแพงไปหน่อย...
ทำไมไม่ดอกบุษบามินตราล่ะ ดายุไม่ชอบรึ 555

ลองหาเพลงพวกserenadeซิคะ จะเป็นลักษณะเพลงอ่อนหวานสำหรับอารมณ์รัก
มีนักแต่งเพลงดังดังระดับโลกแต่งกันไว้ใช้จีบสาวสาวโดยเฉพาะเลย

ประกอบความรู้สึกอบอุ่นแบบกลอนตรงนี้...ทีเดียว..
"O ขวัญเอย .. ขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมแขนอุ่น, เสียงครวญ, เนื้อนวลใย-
จักดลฉันทะสมัยมา .. ให้ตระกอง ! "

อบอุ่นเหลือเกิน...


โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:13:31:10 น.  

 

มินตรา .. แปลว่า ต้นกระถิน
บุษบา .. แปลว่า ดอกไม้ หรือ นางผู้เห็นรูปทองในตัวเงาะป่า

บุษบามินตรา จึงแปลว่า ดอกกระถิน

แปลเสร็จทำให้นึกถึงซีรีย์ชุด เทพบุตรจุฑาเทพ ตอนคุณชายปวรรุจน์ .. ที่มีสาวบ้านป่านาม มรว.กระถิน มาจากปัตตานี เป็นว่าที่เจ้าสาวของพระเอก

คนเขียนบทก็เหลือเกิน .. ทำไมต้องสร้างบทให้ตอนสาวบ้านนอกโดนจับมาขัดสีฉวีวรรณลงขมิ้น จนทั้งแสบทั้งคัน ให้ราชนิกูลหลงวังต้องคอยเกาขยุกขยิกเป็นหนุมานเช่นนั้นก็ไม่ทราบ ไม่เห็นจะช่วยเสริมเรตติ้งตรงไหน .. 555

สะตอมีทานที่เยอรมันด้วยหรือ .. ฝรั่งเขากินลงได้ไงนะ ไม่ต้องสอนให้กินกับน้ำพริกกะปิด้วยรึนี่ .. 55

แต่เมนู สะตอผัดกับกุ้งสดตัวโตๆแบบเปรี้ยวๆหวานๆ (และไม่มีกะปิ .. ) เป็นเมนูโปรดของผมเลยนะนั่น

ทำกับข้าวไทยเป็นนึเปล่านะนี่ .. อิๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:16:04:28 น.  

 


ดายุคะ
บุษบามินตรา เป็นคำเดียวที่ไม่แยกออกจากกัน เป็นภาษาชวา แปลว่า พุทธรักษา
ความตั้งใจนั้น มินตราตั้งใจจะหมายถึง ดอกไม้สีขาวหอม ที่บ้านเรียกแบบชาวราชบุรี ว่า "พุทธรักษา"

แต่เมื่อไปดูคำนิยามของ ดอกพุทธรักษา ใหม่ เห็นเป็น ดอกไม้หลายสี แบบของอินเดียที่ใช้ชื่อว่าCanna indica Linn. ในวงศ์ Cannaceae

พุทธรักษาที่บ้านมินตราเรียกก้นเมื่อสามสิบปีก่อนนั้น
ตรงกับภาษาเยอรมันว่าGardenia คือGardenia jasminoides ในภาษาพฤกษศาสตร์

ภาษาเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเร็วมากนะ นี่ในชั่วชีวิตคนที่ยังยืนยันกันได้..กลายเป็นว่า คำที่ใช้มาตลอดชีวิต มาแพ้ความรู้ใหม่กำหนดใหม่กันไปเลยนะ..

ราชบุรีเป็นเมืองที่ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ท่านใช้เป็นฐานในการสร้างคนและวัฒนธรรม รวมถึงกำลังอำนาจด้วย..จนลงไปตามชายฝั่งแหลมมลายู..เราจึงรับอิทธิพลคล้ายคลึงกัน..

ขอใช้สิทธิส่วนบุคคลที่จะกำหนดว่า ชื่อตนเอง แปลว่าอะไร หมายถึงอะไรนะคะ แปลว่า มินตราเป็นคนกำหนดความหมายชื่อตนเอง คนอื่นอย่ามาเถียง555

สะตอนี่ ผัดเป็นค่ะ อร่อยตรงที่ต้องใช้กุ้งตัวโตโตนี่แหละค่ะ
เพิ่งมาทราบจากหมอเยอรมันว่า สะตอมีสารที่แก้โรคเบาหวาน ยาที่รักษาเบาหวานสะกัดทำเป็นเม็ด..ยาฝรั่งนี่แหละ ยังมีกลิ่นสะตอ เลยค่ะ

มีขายค่ะ ทั้งฝัก และ แกะเป็นเม็ดแล้ว
กิโลทั้งฝักน่ะ ราคากิโลละยี่สิบยูโร
ฝรั่งกินไม่เป็น และ มินตราไม่ส่งเสริมให้รู้จักด้วย เพราะแค่คนเอเซียรู้จักนี่ยังแพ้งแพง
ขืนฝรั่งรู้จัก คนไืทยจะหมดปัญญาซื้อเลย..



โดย: บุษบามินตรา IP: 87.174.106.196 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:16:53:42 น.  

 
แม่ดอกพุทธรักษา

เมืองไทย สะตอ 5 ฝัก หนัก 4 ขีด (400 gram) ซื้อมา 20 บาท (2/3 ยูโร) แปลว่า กิโลละ .66/.4 = 1.66 ยูโร
ที่เยอรมันแพงกว่าไทย 12 เท่า .. เฮ้อ อย่าไปกินมันเลย 555


ดอกพุทธรักษา สมัยเรียนชั้นประถมมีปลูกที่โรงเรียนใบเขียวเข้มสวยงาม (ผมชอบพืชใบเขียวเข้มแบบ มังคุด ชมพู่มะเหมี่ยว และพุทธรักษา นี่แหละ) ดอกขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอม .. ชื่อเป็นมงคล เหมาะสำหรับคนที่อ่อนไหวเรื่องศรัทธา ..

ดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอ่อนนะส่วนใหญ่ โมก ปีบ มีแต่พุทธรักษานี่แหละที่กลิ่นหอมจัด

ราชบุรี เพชรบุรี เป็นเมืองเก่าที่ปรากฎการเอ่ยถึงในประวัติศาสตร์ .. ศึกพม่าที่ท่าดินแดงนั้นทางเดินทัพไปรบพม่าก็ผ่านราชบุรี ..

อารยัน
เปอร์เชีย
เชค อะหมัด
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
ราชบุรี
ปัตตานี

อย่าบอกว่ากำลังคุยกับ พวกบุนนาคสายฝ่ายหญิงอยู่นะ .. 55


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:20:18:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O งามละมุน .. กับกรุ่นข้าวหอม .. O





O ดั่งยูงที่สูงส่งด้วยวงศา
ล้อมแววตาเพื่อจรด .. ความสดใส
เบิกรุ่งสางหม่นดำ ด้วยอำไพ-
แห่งดวงไฟเลื่อนชั้น .. ขึ้นบัญชา
O พอแว่วเสียงสาธุ .. บรรลุโสต
ความปราโมทย์หัวใจผู้ใฝ่หา-
ก็ซ่านความผ่องแผ้วสู่แววตา
เมื่อรูปหน้ารูปจริต .. เผย-ติดตรึง
O เกิดแต่เมื่อกรประนม .. หน้าก้มน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า, แววตาหนึ่ง-
ก็คล้ายถูกกรเรียวนั้นเหนี่ยวดึง
แววหวานซึ้งมั่นหมาย .. ก็ฉายทอ
O โอ ราศีรูปงาม .. แห่งยามเช้า
คอยรุมเร้าใจอยู่, ท่านผู้ขอ-
ย่อมอุ้มบาตรเอ่ยธรรม .. ลงย้ำ .. ยอ-
ยกอารมณ์ทดท้อ .. พ้นทรมาน
O สบรูป .. รูปละม่อมก็ล้อมสิ้น-
แต่ผัน-ผินรูปพักตร์ .. เข้าหักหาญ
จิตวิญญาณตื่นรู้ .. จึงรู้พาน-
ความอ่อนหวานอ่อนโยน .. ที่โชน-แวว
O พาโลกในแวดล้อม .. งามพร้อมอยู่
พร้อมแรงชู้อาลัยเริ่มไหว .. แว่ว
อาวรณ์เคยซ่อนเร้น .. ก็เห็นแนว-
ความผ่องแผ้วตอบเต้น .. ไม่เว้นวาง
O โอ อำนาจเนตรพรับ .. ราวจับจูง-
สบรูปยูงอกแอ่นรำแพนหาง
เหลื่อมลายขนสีสัน .. ขึ้นกั้นกลาง
หยัดรอยขวางเพรียกถวิล ..ให้ดิ้นรน
O งามวงสีเลื่อมลาย .. ก็คล้ายว่า
เผยคุณค่าออกแล้วผ่านแววขน
พร้อมอ่อนหวานอ่อนไหวของใจคน-
เริ่มเผยตน .. ออกแล้วที่แววตา
O วาบวับ-นั้น .. แววตา .. แม้-ตาหลับ-
แววระยับ .. ก็ยังคง .. อยู่ตรงหน้า
ราวอยู่ล้อมห้อมขวัญคอยบัญชา-
ให้ตอบรับคุณค่า .. ด้วยอาวรณ์
O วาบวับแววขนยูง .. อันสูงค่า-
ก่อรูปพา .. งดงามติดตาม-อ้อน
จนงามนั้นลามรุกไปทุกตอน
สะทกสะท้อนสั่นทั่วทั้งหัวใจ
O จึงโลกในแวดล้อม .. ราวน้อมรับ-
แววพริ้มพรับออดอ้อน .. ผู้อ่อนไหว
ความผูกพันอุ่นเอื้อแห่งเยื่อใย-
ก็รัดรึงเอาไว้ .. อยู่ในวัน
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ผ่านลงแวดล้อมช่วง .. ทาบทวง-ขวัญ
งามรูปลักษณ์ชาติภพ .. ก็ครบครัน-
แทรกลงฝันฝากรอย .. ให้คอยรอ
O เช้านั้น .. คำข้าว .. เนตรวาววาม
กอปร-คำ .. ความ .. ผ่านหูจากผู้ขอ
พร้อมอีกการรุมเร้าพะเน้าพะนอ
ของรูปลักษณ์งามลออ .. อยู่ต่อตา
O เช้านั้น .. คำข้าว .. อกผ่าวร้อน-
กับอาวรณ์รูปองค์ .. ที่ตรงหน้า
สบ-สัมผัส .. ฉับพลันก็บัญชา-
เสน่หาให้อุบัติขึ้นรัดรึง
O เช้านี้ .. แรงอาลัยผู้ใฝ่หา
คอยบัญชาดวงจิต .. แต่คิดถึง-
รูปแพงน้อยอบร่ำในคำนึง
เจ้าเอย .. พึงรับรู้นัยชู้ .. ชาย
O ส่งมาเถิด .. อบอุ่นและคุณค่า
ผ่านแววตาอ่อนโยน .. ออกโชนฉาย-
แววอ่อนหวานดื่มด่ำ .. พึง-รำบาย-
ออกเปื้อนป่ายล้อมโลก .. แล้วโยกคลอน
O มอบมาเถิด .. เสน่หาความอาลัย
สุมลงให้ใจชาย .. สุดถ่ายถอน-
ทั้งจากรูป, คุณค่าความอาวรณ์
ตราบม้วยมรณ์ชีพลงเป็นผงคลี
O รูปยูงเอย .. ขาบเขียวทุกเรียวขน
เปล่งปลาบบนคุณค่า .. แห่งราศี
เพรียกละห้อยแหนหวงเป็นท่วงที-
อาวรณ์ที่ - ตราบวาย .. ยากคลายลง !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.