Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
O หอมดอกแก้ว .. O









เพลง .. ลาวสวยรวย
คุณพระช่วย



O กลางริ้วลมโรยระลอก .. หอมดอกแก้ว
คล้ายเสียงหนึ่งผ่านแว่ว .. ดังแผ่วหวาน
ค่อยรุมเร้าเจตจินต์ .. เหนี่ยววิญญาณ-
เสพรับความทรมาน .. ที่ผ่านคอย
O อ้อยอิ่งสังคีตครวญ .. เสียงหวนไห้
กลางกลิ่นไอ .. เย็นเยียบแสนเงียบหงอย
สื่อส่งความพร่ำพร้อง .. ฝาก-ร่องรอย-
ผ่านแววตาเหลือบชม้อย .. ชม้าย .. เมิน
O อ่อนหวานทั้งอ่อนไหว .. หัวใจหนอ
กับเนียนแก้มนวลลออ .. ที่พอเขิน-
ก็ซับเลือดเรื่อก่ำ .. ขึ้นก้ำเกิน-
ยั่ว-หยอกเอินปรารถนา .. ในตาชาย
O เผยรูปพักตร์งดงาม .. คุกคามอยู่
กอปรนัยชู้ลุกลาม .. สื่อความหมาย
นัยเร้นซ่อนวับวาม .. ทุกยามปราย-
แววเนตรคล้ายพร้องพร่ำ .. รับจำนง
O ละครั้งคราว .. ลมพัดสะบัดริ้ว
ขลุ่ยก็พลิ้วเสียงขับ .. ขึ้น .. รับ-ส่ง
สายเยื่อใยพาดพัน .. ก็-บรรจง-
ล้อมเป็นวงผูกเงื่อนที่เรือนใจ
O อ้อยสร้อยขลุ่ยโหยหวน .. ความครวญคร่ำ
เฝ้าคอยบำเรอขวัญ .. ผู้หวั่นไหว
ผ่าน .. แตะ .. ตื่นเสน่หา, ความอาลัย-
ก็ผ่านนัยออดอ้อน .. ไม่ผ่อนเพลา
O กรุ่นกลิ่นแก้วหอมร่ำ .. ขลุ่ยคร่ำเสียง
ซ้ำซ้ำเพียงพอให้ .. หัวใจเหงา-
รื่นรมย์ด้วยโลมลูบ .. แห่งรูปเยาว์
ที่คอยเร้ารุมหวานมาผ่านคอย
O แววอุทธัจ .. ขลุ่ยผิว .. รอบริ้วลม
ราวห้อมห่มหล้าโลก .. พ้นโศกสร้อย
ยอ-งดงามทั้งผอง .. ให้ล่องลอย-
เหนี่ยวแรงหวังตั้งคอย .. ผ่านร้อยเรียง
O ลมระบัด .. ขลุ่ยหวาน .. พลิ้วผ่านโสต
ดาลปราโมทย์ถ้วนสิ้น .. แต่ยินเสียง
ในความหมายตอกย้ำ .. แห่งสำเนียง-
คือหวานหอมเกินเลี่ยงหรือเบี่ยงพ้น !
O ขลุ่ยยังคงคร่ำครวญ .. เสียงหวนไห้
หากหมองไหม้ในทรวงกลับร่วงป่น
เยี่ยงใบไม้บอบบางร่วงคว้างบน-
ริ้วลมวน-วกระลอก .. คอยหยอกเย้า
O อ่อนหวานทั้งอ่อนไหวหัวใจนั้น
ค่อยผูกพันรัดเหนี่ยวพาเปลี่ยวเปล่า-
ลบเลือนจากเส้นทางจนร้างเงา
ให้เหลือเพียงรูปเยาว์ .. ที่เฝ้ารอ
O ริ้วลมหนาวผ่านสาย .. เมื่อสายแล้ว
โลมลูบแก้วระริกไหว .. ก้าน .. ใบ .. ช่อ
ต้องลมหนาวล้อมรุมทั้งพุ่มกอ
ต่างฤๅพักตร์นวลลออ .. ร่ำรอชม
O โอ .. เลือดฝาดแต่งแต้มเนียนแก้มอิ่ม
หรือ-สบยิ้มอ่อนหวาน .. แล้วซ่านสม ?
โอ .. ท่วงทีเอียงอายกลางสายลม-
ฤๅ-อาจข่มขับล้างให้จางรอย ?
O เข้าสาย .. ลมอ่อยเอื่อย, นกเจื้อยแจ้ว
เมื่อลมร่ำโลมแก้วอย่างแผ่วค่อย
ต่างฤๅอารมณ์ชู้ที่รู้คอย-
เฝ้าแหนหวงอ่อนน้อย .. รูปรอยนั้น
O แก้ว .. ปีบ .. โมกดอกขาว .. อะคร้าวรูป
ต้องลมลูบโลมไล้ .. ก็ไหวสั่น
แววในตาสบหมายย่อมคล้ายกัน
ต้องเลศนัยไหวหวั่น .. สุดบั่นทอน
O ขลุ่ยสังคีตยังครวญเสียงหวนไห้
เมื่ออาวรณ์อาลัยเกินไถ่ถอน
รับรู้เถิดใจเจ้า-ความเว้าวอน-
ย่อมออดอ้อนอยู่พร้อมอย่างยอมใจ
O กลางริ้วลมโรยระลอก .. หอมดอกแก้ว-
ก็หอมแล้วหอมอีก .. เกินหลีกไหว
อาจรุมเร้าเจตจินต์ .. ตราบสิ้นไป-
แห่งเปลวไฟลุกช่วง .. ทุกดวงดาว !





Create Date : 13 ธันวาคม 2556
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 11:03:03 น. 0 comments
Counter : 1099 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 148 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.