Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
O อาลัย ที่ไหวรับ .. ! O









จระเข้หางยาว
ชัยภัค ภัทรจินดา



O แม้นวันเดือนปีคล้อย .. ยังคอยอยู่
คอยให้รู้ว่าใจนั้นใฝ่ถึง
กี่ครั้ง-ฝากลมร่ำ .. หนอ-รำพึง
เพื่อส่งความซาบซึ้ง .. มาถึงกัน
O เผยแล้วหรืออาวรณ์ .. เจ้าอ่อนน้อย
กับรอคอย-อุ่นอ้อมอก-กล่อมขวัญ
รู้หรือไม่จากนี้ .. ยากมีวัน-
หลับในฝันเปล่าเปลี่ยวอย่างเดียวดาย
O โอ-แววตาคู่ไหน .. หนอไหวสั่น-
ด้วยผูกพันอาวรณ์เกินซ่อนหาย
ร่องรอยเคยเก็บงำ .. เต้น-รำบาย-
ความมุ่งหมายเร้ารัวจากหัวใจ
O วาบหวามความอาลัยอยู่ในทรวง
ด้วยเงื่อนบ่วงอาวรณ์เกินถอนไหว
ถวิลคอยละห้อยเห็น .. ล้วนเป็นไป-
ตามวงรอบอาลัย .. ที่ไหวตัว
O รับรู้รอบอาวรณ์เจ้าอ่อนน้อย
เผยรูปรอยผ่านออก .. รับหยอกยั่ว
โหมแกว่งรอบหัวใจจนไหว .. รัว
ล่มม่านมัวในตาให้ล้าเลือน
O สื่อ-รับรู้ .. อาลัย .. จากใจนั้น
ราวภาพฝันรำบายลงป่ายเปื้อน-
รูปงดงามในนิมิต .. จนติดเตือน
เกินหัวใจอาจบิดเบือนให้เคลื่อนคล้อย
O รับรู้ความเงียบงันแห่งวันวาน
เลื่อนพ้นผ่านรูปเยาว์อย่างเหงาหงอย
ลมอบอุ่นผ่านล้อ, การรอคอย-
ผ่านชั่วยามแต่ละห้อย .. ด้วยน้อยใจ
O เอ็นดูนัก .. อาวรณ์เจ้าอ่อนน้อย
แฝงร่องรอยซ่อนอยู่เกินรู้ได้
ดูเถิด .. เสน่หาความอาลัย-
เพียงสั่นไหวเร้ารัว .. กับตัวเอง
O โอ หนอ .. เหมือนคนบาปใจหยาบช้า
ที่เหมือนตาบอด-ปิด .. ไม่พิศเพ่ง
ไม่แว่วเสียงไหวดัง-กลางวังเวง
เสียงแกว่งเร่งเร้ารัว-บางหัวใจ
O โอ หนอ .. ใจดวงน้อยต้องพลอยระส่ำ
กับความคำอ่อนหวาน .. เกินต้านไหว
เมื่อแต่คอยคิดตามเนื้อความใคร-
ล้ออาลัย .. แหนหวงผ่านช่วงวัน
O โอ หนอ .. ใจดวงน้อยต้องคอยเฝ้า-
ความ, รุมเร้ารายล้อมคอยกล่อมขวัญ
ด้วยอารมณ์สมยอมจะยอมกัน-
ความเงียบเหงาทั้งนั้น .. ให้ผันตัว
O รับรู้เถิดอ่อนน้อย .. ทุกรอยคำ
เฝ้าคอยย้ำความบอก .. เข้าหยอกหัว
เพื่อล่มล้างสับสน-แววหม่นมัว-
เคยทอดตัวในตา .. ให้ล้ารอย
O กว่าจะเผยความนัย..ออกให้รู้
ก็นานอยู่เกินงาม .. ทุกความถ้อย
กว่าจะเผยรอบชู้ .. ว่าอยู่คอย
ก็แทบลอยหลุดมือเกินยื้อครอง
O เห็นไหมว่าซ่อนเร้นอยู่เช่นนั้น
ย่อมบีบคั้นใจคนให้หม่นหมอง
รู้ไหมว่ารูปประทับที่จับจอง-
อยู่ทั้งสองแววตา .. คือ - หน้าใคร ?
O งดงามแววรำร่าย .. ในสายตา
เห็นเพียงว่าหวานระยับ .. นั้นขับไข-
สื่อส่งผ่านแรงชู้ต่อผู้ใด
เพื่อเก็บไว้กักกุม .. ลงสุมทรวง ..!





Create Date : 06 กรกฎาคม 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:39:47 น. 7 comments
Counter : 1419 Pageviews.

 

ดายุ..

"O งดงามแววรำร่าย .. ในสายตา
เห็นเพียงว่าหวานระยับ .. นั้นขับไข-
สื่อส่งผ่านแรงชู้ต่อผู้ใด
เพื่อเก็บไว้กักกุม .. ลงสุมทรวง ..!"

"หวานระยับ" นี่ เป็นยังไงนะ
ระยิบระยับ ในดวงตา หรือ ว่า ระยิบระยับดั่งกับเพชร


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 7 กรกฎาคม 2557 เวลา:5:18:16 น.  

 
มินตรา ..

ระยิบระยับในดวงตา นั่นแหละ
เป็นปฏิพากย์ คือการเปรียบเทียบเกินจริง อยู่บ้าง
ที่จริง แววตา เป็นการสื่อความรู้สึกที่ "รับรู้ได้" แต่แปลความไปได้หลากหลาย

เรามักต้องดูสีหน้าท่าทางประกอบไปด้วยจึงพอจะอนุโลมได้ว่า "อย่างไรกัน"

ผู้ชาย จะไม่ชอบผู้หญิงจัดจ้าน แสดงออกแบบไร้ขอบเขต ทั้งคำพูดและท่าทางแสดงออก เพราะเดินไปไหนด้วยกันมันน่าอายที่คนมองแล้วทำสีหน้าต่างๆตลอดเส้นทาง 55

แต่ผู้หญิง ชอบผู้ชายที่แสดงออกชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่ทำท่าเลศนัย เพราะแปลความต่อได้ว่า เป็นตัวแทนของความเข้มแข็ง แข็งแกร่ง สามารถปกป้องดูแลได้ เป็นการแสดงออกถึงการไม่มีความลับต่อเธอ .. เปรียบได้กับนกยูงตัวผู้รำแพนหาง คือ เปิดเผยให้เห็นชัดๆ

สัญชาตญาณเพศเมีย ต้องการพ่อพันธุ์สำหรับสืบทอดเผ่าพันธุ์ที่ เข้มแข็ง ฉลาด มีความเป็นผู้นำ (ตัวแทนของจ่าฝูงในสัตว์ เช่นสิงห์โต)


โดย: สดายุ... วันที่: 7 กรกฎาคม 2557 เวลา:7:46:30 น.  

 

O เผยแล้วหรืออาวรณ์ .. เจ้าอ่อนน้อย
กับรอคอย-อุ่นอ้อมอก-กล่อมขวัญ
รู้หรือไม่จากนี้ .. ยากมีวัน-
หลับในฝันเปล่าเปลี่ยวอย่างเดียวดาย

เพิ่งไหวรับกันเหรอคะ ?

ยินดีด้วยน๊า...



โดย: witch IP: 118.172.102.182 วันที่: 7 กรกฎาคม 2557 เวลา:10:19:51 น.  

 

O โอ หนอ .. เหมือนคนบาปใจหยาบช้า
ที่เหมือนตาบอด-ปิด .. ไม่พิศเพ่ง
ไม่แว่วเสียงไหวดัง-กลางวังเวง
เสียงแกว่งเร่งเร้ารัว-บางหัวใจ
O โอ หนอ .. ใจดวงน้อยต้องพลอยระส่ำ
กับความคำอ่อนหวาน .. เกินต้านไหว
เมื่อแต่คอยคิดตามเนื้อความใคร-
ล้ออาลัย .. แหนหวงผ่านช่วงวัน
O โอ หนอ .. ใจดวงน้อยต้องคอยเฝ้า-
ความ, รุมเร้ารายล้อมคอยกล่อมขวัญ
ด้วยอารมณ์สมยอมจะยอมกัน-
ความเงียบเหงาทั้งนั้น .. ให้ผันตัว
O รับรู้เถิดอ่อนน้อย .. ทุกรอยคำ
เฝ้าคอยย้ำความบอก .. เข้าหยอกหัว
เพื่อล่มล้างสับสน-แววหม่นมัว-
เคยทอดตัวในตา .. ให้ล้ารอย
O กว่าจะเผยความนัย..ออกให้รู้
ก็นานอยู่เกินงาม .. ทุกความถ้อย
กว่าจะเผยรอบชู้ .. ว่าอยู่คอย
ก็แทบลอยหลุดมือเกินยื้อครอง



โดย: witch IP: 118.172.102.182 วันที่: 7 กรกฎาคม 2557 เวลา:10:26:40 น.  

 
แม่มดตัวน้อย ..

สำนวนโก้วเล้งต้องพูดว่า "ไหน้ำส้มแตก" แน่แล้วงานนี้ อิๆๆ

งานเก่า .. เอามาเล่าใหม่
เอตอนนั้นก็มีคนไปตอบรับเรียบร้อยแล้วนี่นาบทนี้ ..

สงสัยแม่มดเริ่มชราภาพ เลยเริ่มหลงๆลืมๆ ตามวัย

O กว่าจะเผยความนัย..ออกให้รู้
ก็นานอยู่เกินงาม .. ทุกความถ้อย
กว่าจะเผยรอบชู้ .. ว่าอยู่คอย
ก็แทบลอยหลุดมือเกินยื้อครอง

ตอนนั้นเกือบคว้า"ปลายไม้กวาด"ไม่ทัน !


โดย: สดายุ... วันที่: 8 กรกฎาคม 2557 เวลา:7:35:44 น.  

 

ดายุ..


"ไหน้ำส้มแตก" แปลค่ะ
อยากจะรู้ด้วยนี่..


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 8 กรกฎาคม 2557 เวลา:15:39:38 น.  

 
มินตรา ..

บอกไม่ได้ ต้องหลังไมค์ขอรับ 55



โดย: สดายุ... วันที่: 8 กรกฎาคม 2557 เวลา:20:39:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.