Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
28 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
O คำข้าว .. และใจคน .. O








เพลง .. ลาวคำหอม
โดย ชัยภัค ภัทรจินดา


O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำลง-
สู่บาตรเกื้อกูลสงฆ์ - - - สืบไว้-
รับบทบาทธำรง - - - ปวงหลัก ธรรมแฮ
กล่อมโลกเหนี่ยวรั้งให้ - - - ห่างไข้โศกเข็ญ ฯ

O วงพักตร์เมื่อน้อมสู่..ท่านผู้ขอ
นวลลออ..ผุดผ่องก็มองเห็น
อิริยาจับเลือก..เจ้า-เยือกเย็น
ล้อแววตาตอบเต้น..ไม่เว้นยาม
O มาทำบุญตักบาตรหนุนชาติภพ-
กลับบรรจบโลกสภาพจนวาบหวาม
จักฝ่าฝืนโลมลูบด้วยรูปนาม-
รูปกลับตามติดตาไม่ล้าเลย
O อิริยาจับช้อน ก็อ่อนช้อย
ชั่วแววตาเหลือบชม้อย..จึงค่อยเผย-
ความอ่อนโยนลึกล้ำ..ดั่งรำเพย-
ของลม-เย้ยยั่วชายให้หมายชม
O บัดนั้น..คือช่วงงามคุกคามโลก
กลบสร้อยโศกเบื้องหลังเคยสั่งสม-
จดวงรอบปรารถนาสู่อารมณ์
แฝงสายลมโชยอ่อนพัดย้อนไป
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพระ
ตอบภาวะศรัทธาที่อาศัย
แต่ละคำข้าวคด..กำหนดใจ-
ลดละให้อัตตานั้นล้าตัว
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพร้อม-
ความนอบน้อมนิ่มนวล..ออกยวนยั่ว-
ให้แววตาเหลือบเห็น - แล้วเต้นรัว-
สั่นทั้งหัวใจผู้..รับรู้งาม
O แขนเรียวรูปหยิบจับสำรับส่ง-
ให้หมู่สงฆ์ตามแถว, เมื่อแววหวาม-
ในอีกดวงตาพิศ..คอยติดตาม-
เหมือนสุดห้ามหักจิตเอาปลิดปลง
O ผมรวบเกล้า พรรณลออ..อยู่ล้อตา
เผยรูปรอยคุณค่า..ต่อหน้าสงฆ์
ใจนอบน้อม..คำขอ..และช่อบง-
กชงามสี, รูปทรง..สืบวงกรรม
O เหมือนรูปองค์ จบจิต..สัมฤทธิ์รู้-
ความนัยผู้ปรารมภ์ผ่านลมร่ำ
สบชำเลืองเหลือบชม้อย..เหมือนพลอย - บำ-
รุงใจคร่ำครวญชู้..ที่อยู่คอย
O มาบรรจบงดงาม ในยามเช้า
จนเปลี่ยวเหงาถึงบทต้องถดถอย-
ให้จันทร์ล่มลับดวงจนล่วงรอย
เหลือล่องลอยโชนช่วงเพียงดวงเดียว
O เช่นรูปกลางแววตา..เพ-ลานี้
เปล่งราศีผุดผ่องให้มองเหลียว
ละม่อมพักตร์ทั่วแดน, สองแขนเรียว-
ฤๅเปรียบเสี้ยวส่วนองค์..หน้าองค์พระ ?
O โอ งาม..ราวจะตามมาหยามเย้ย
ด้วยรูปเผยรออยู่..ไม่รู้ผละ
แววซ่อนยิ้มในตา - หรือภาวะ-
ตอบฉันทะนัยชู้..อย่างรู้เชิง ?
O โอ งาม..ราวบีบคั้นด้วยทัณฑ์โทษ-
พาหัวใจปราโมทย์..พลอยโลดเหลิง-
ไปกับยิ้มในตา, แววร่าเริง-
ในฝันเวิ้งว้างตอน..ก็ - ย้อนคืน
O ทิวแถวท่านผู้ขอ..ร่ำรออยู่-
เหมือนรอกู้กลับใจ..ช่วยให้ขืน-
ขัดอำนาจลึกล้ำ, ยอมกล้ำกลืน-
ข่มความรื่นรมย์ชู้..ให้รู้เกรง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อรูปเผยปรารมภ์..เข้าข่มเหง
ดูเถิดตาตอบตื่นแสนครื้นเครง-
เหมือน-คอยเร่งรอบชู้..ไม่รู้วาง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อตาเอ่ยเอื้อนความ..ออกตามขวาง-
ขับความเงียบเปล่าเปลี่ยวในเที่ยวทาง
ข่มความอ้างว้างเหงา..เมื่อเช้าวัน
O รูปแห่งธรรมเลือนบทไปหมดแล้ว
เหลือผ่องแผ้วรูปละม่อม..รายล้อมขวัญ
คงรูปรอ..ปักปลูกความผูกพัน
เพื่อร่วมบันทึกส่วนคร่ำครวญคอย
O เสียงธรรมเคยก้องอยู่ไม่รู้แล้ว
เพียงชั่วยามเคยแว่ว..เหลือแผ่วค่อย
โอ งาม..ราวจะแกล้งเข้าแฝงรอย-
จนสุดใจเคลื่อนคล้อย...จากรอยงาม !

O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำวาง
กำหนดจิตขีดทาง - - - ย่างเท้า
คำพระยกธรรมขวาง - - - ฝากคิด
กำหนดกรรมกล่อมเช้า - - - หากช้าเกินการณ์ !






Create Date : 28 มิถุนายน 2557
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2560 19:35:41 น. 9 comments
Counter : 1809 Pageviews.

 
ดายุ..

ใจหายวาบ นึกว่า เวปจะโดนปิดไป
เพราะ ช่วงวีคเอ็น มีแจ้งว่า เข้าgateway ไปสู่ระบบไม่ได้

นึกเสียใจว่า มินตราเป็นตัวปัญหารึเปล่าที่ขวนคุยเรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองน่ะ..
หากเป็นเช่นนั้น ก็ขอโทษค่ะ คนอยู่ในโลกเสรีที่มีสิทธิจะพูดจะเสนอความคิดได้ ..
จนไม่รู้จักที่จะ "จำกัดสิทธิของตนเอง"ได้...


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 30 มิถุนายน 2557 เวลา:14:37:38 น.  

 
มินตรา ..

ที่นี่เป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ .. ไม่มีใครสนใจหรอก
ว่าแต่ สถานภาพผู้ลี้ภัยการเมืองในเยอรมันหรือกลุ่มสแกนดิเนเวียร์ เขาพิจารณาจากอะไร

ทำไมถึงถามเช่นนี้รู้ไหม ?
เพราะเชื่อว่า อีก 1000 ปีเมืองไทยก็คงพัฒนาแล้วแบบเยอรมัน สวิส สแกนดิเนเวียร์ ไม่ได้

เป็นเรื่องทางชาติพันธุ์
แค่ความสะอาดเรียบร้อยในแต่ละบ้านที่มีอำนาจจัดการเองไม่ต้องรอใคร ยังทำกันไม่ได้เลย

อีกอย่าง ..
ผมไม่ชอบดูจำอวด ..
ที่แสดงโดยคณะตลกหลวง

อยากเปลี่ยนสัญชาติ !
555


โดย: สดายุ... วันที่: 30 มิถุนายน 2557 เวลา:22:00:00 น.  

 

ดายุ..

"สถานภาพผู้ลี้ภัยการเมืองในเยอรมัน"

ต้องเข้ามาบนผืนดินเยอรมันก่อน.
ทันทีที่ล้อเครื่องบิน แตะ แผ่นดินเยอรมัน..เจ้าหน้าที่ต้องรับเรื่องขอลี้ภัยไว้พิจารณา..นานเป็นสองปี เพราะคิวยาว..

ท่านจารุพงศ์ คุณจักรภพนี่ ตอนนี้ คสช.ช่วยทำให้สะดวกในการขอลี้ภัยได้แล้ว เพราะเป็นผู้ไร้สัญชาติ

หากมีใครในเยอรมัน รับรอง ก็ง่ายขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่จะดึงเรื่องมาพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

ในระหว่างขอลี้ภัย ห้ามทำงาน รัฐก็จะจัดหาที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค และ ประกันสุขภาพให้
โดยจ่ายให้เป็นรายเดือน
เยอรมันเป็นรัฐสวัสดิการ คือรัฐต้องดูแลประชาชนจนกว่าจะมีสัมมาอาชีวะ
คนยุโรปจึงลี้ภัยเศรษฐกิจเข้าเยอรมันมาก เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ส่วนในสแกนดิเนเวียนี่ไม่ทราบ ทราบแต่ว่า ที่ดินมาก แต่พลเมืองน้อย จึงยินดีต้อนรับ..ง่ายกว่าเยอรมัน

กฎเกณฑ์ ก็คงใกล้เคียงกัน คือ ต้องอยู่ในแผ่นดินนั้นก่อน..


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 30 มิถุนายน 2557 เวลา:22:24:39 น.  

 
มินตรา ..

เท่าที่เคยไปมา สแกนดิเนเวียร์น่าอยู่กว่าเยอรมันอย่างที่พูดนั่นแหละ คนน้อยพื้นที่เยอะ มาตรฐานชีวิตสูงมาก แม้จะหนาวไปหน่อย (พอดีไปตอนปีใหม่พอดี)

ลองมองลงไปในสังคมไทยดูสิ ..
.. ทั้งเรื่องพฤติกรรมของคน
.. แนวคิดการแบ่งชนชั้น
.. จารีตประเพณีที่งมงายไร้สาระ
.. ลักษณาการเชื่อง่าย หัวอ่อน ใช้อารมณ์ ไม่ถือเหตุผล ของคน แม้ในกลุ่มคนที่"ใช้ชีวิตในสถานศึกษามายาวนานหน่อย" ก็ไม่ยกเว้น

มองอย่างไม่ต้องมีอคติ .. มันยากมากที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เหมือนที่ ลี กวนยู เปลี่ยนพวกเจ๊ก แขกอินเดีย แขกมาเลย์ บนเกาะนั้นให้มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย และขยันขันแข็งทำมาหากิน จาก 2509 - 2539 ใช้เวลาแค่ 30 ปีเอง ก็กลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วคู่เคียง เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

และ U of Singapore คงไม่มี issue โง่ๆ เรื่องเด็กสาวปากคอพฤติกรรมจัดจ้านลูกไฮโซ มานำกล่าวปฏิญาณบัณฑิต อะไรแบบนั้น

U Singapore นี้รู้สึกจะอันดับ 25 ของโลกหากจำไม่ผิดของปี 2012-2013 นะตาม link

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=22-02-2013&group=132&gblog=124

ส่วนที่กำลังเป็นข่าวในเมืองไทย อยู่อันดับเท่าไรดูกันเอาเอง 55



โดย: สดายุ... วันที่: 1 กรกฎาคม 2557 เวลา:6:24:23 น.  

 
ดายุ..

ตอนนี้นึกถึงชนเผ่า มายา ที่เคยเจริญรุ่งเรืองสูงส่งทางวัฒนธรรม และในบัดนี้ได้สูญเสียชาติไปแล้ว..ไม่เหลือเผ่าพันธุ์

ในยามที่ความเสื่อมความวิบัติเข้าสู่ตนนั้น
เราจะมีพวก หูหนาตาเหล่ ตัวดำแขนคอก บ้า ใบ้ บอด
..อาการที่เราเคยถือว่า "ผิดปกติมนุษย์" เข้ามามีอำนาจ
ให้คนเคารพกราบไหว้ชื่นชม...ได้อย่างไม่เคอะเขิน..

เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเอง เพื่อแย่งอำนาจ ทรัพย์สินเงินทอง ไร้ศีลไร้ธรรม เห็นผิดเป็นชอบ..

แล้วจะมีภัยธรรมชาติ..แผ่นดินไหว ..เลื่อนไหลของดินน้ำ
ข้าวจะยากหมากจะแพง..
จนไพร่ฟ้าประชาชน ต้องหลบลี้หนีภัยทั้งทางธรรมชาติและภัยที่มาจากจิตใจคิดผิดริษยา..เปลี่ยนถิ่นฐานบ้านเมือง..

และนี่คือการเริ่มต้นของการสูญสิ้น ชนชาวมายา..
กลายเป็นตำนานให้ชนรุ่นหลังได้ยินได้ฟัง..

ไทยจะไม่เป็นเยี่ยงนี้ใช่ไหม...




โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 1 กรกฎาคม 2557 เวลา:13:51:50 น.  

 
มินตรา ..

ไทยคงไม่สูญพันธุ์แบบมายาหรอก .. อย่างน้อยนโยบายโง่ๆ ในอดีตของอดีตชนชั้นปกครองชาติไทยนี้ ที่มีลูกไม่ถึง 4 ห้ามทำหมันเพื่อจะเพิ่ม "ปริมาณที่ไร้คุณภาพ" เพราะวิสัยทัศน์แค่หางอึ่ง ช่วยเอาไว้บ้าง 55

มินตราเคยสงสัยไหมว่า ลาว ที่มีประชากรแค่ 6 ล้านคนในปัจจุบัน ปฏิวัติสังคมมาแล้ว 2558-2518 = 40 ปี แล้วทำไมยังยากจน ไม่เหมือนสิงคโปร์

.. การเมืองก็เป็นธรรมแล้ว ไม่มีเรื่องชนชั้นที่คิดอะไรไม่เป็น ยืนหายใจ ทำตัวฟุ้งเฟ้อไปวันๆ
.. จำนวนคนก็พอๆกับสิงคโปร์ แถมทรัพยากรมากกว่ากันเยอะ
.. หากจะอ้างทำเลประเทศว่าไม่ติดทะเล ก็ต้องถามว่าแล้ว สวิส ล่ะ

ในความเห็นของผม ..
1. ปัญหาทางชาติพันธุ์ที่เฉื่อย ไม่กระตือรือร้น ไม่ขยัน
2. ปัญหาเรื่องเหล่าผู้นำกองทัพปฏิวัติที่กุมอำนาจใน ปูลิตบูโร สายตาสั้นเรื่องเศรษฐกิจ
3. เบอร์ 1 ของประเทศที่ควรเป็นจอมยุทธด้านเศรษศาสตร์ กลับไปเอาจอมยุทธสายนักรบมาลงตำแหน่ง ทำให้ขับเคลื่อนนโยบายไม่ิิออก


โดย: สดายุ... วันที่: 1 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:06:06 น.  

 
ดายุ..

O คำข้าว .. และใจคน .. O

นี่ ตอนจบ ต้องสึกพระกันรึเปล่า เอ่ย..
อ่านกลอนไป ใจคิดว่า พระต้องออกสึก นะ555


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 กรกฎาคม 2557 เวลา:2:35:30 น.  

 

มินตรา

พระไม่เกี่ยว ..
เป็นบริบทที่บรรยายคลอกันไปกับสายตาชายหนุ่มอีกฝั่งถนนเท่านั้นเอง ..

นี่ เขาเรียกจินตนาการที่ไปคนละทาง 55

เมืองพุทธแท้ๆ กลับหาภาพสาวงามใส่บาตรตอนเช้าๆ ได้ยากเย็น รูปข้างบนนั่นก็เป็นสาวลาวเขา

ประเทศนี้ ขนาดกองประกวดนางงามยังทำภาพออกมาติดเบอร์สาวงามผู้เข้าประกวด ดูเกะกะลูกตาชะมัด .. แถมตั้งใจสบกล้องสู้กล้องจนหาความเป็นธรรมชาติไม่ได้เลย แล้วยังเอามาเผยแพร่ทางอินเตอร์เนตอีก ..

น่าปวดหัวกับ crative, innovation ที่ดูจะไม่มีเอาเสียเลยกับเมืองไทย

science ก็ไม่ได้เรื่อง
art ก็ลอกๆ จำๆ เขามา

ไหว้เจว็ด กันต่อไป

เฮ้อ


โดย: สดายุ... วันที่: 3 กรกฎาคม 2557 เวลา:5:58:53 น.  

 
ดายุ..

ลูกสาวครอบครัวดีดีน่ะ คนไทยเค้าหวง...
ไม่ปล่อยให้ออกมาเพ่นพ่านคนเดียวให้ใครใครได้มาชมหรอก..
ใส่บาตรคนเดียวก็ไม่ได้..555
เดี๋ยวจะโดนพระ แกล้งปิดฝาบาตร งับมือ!



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 กรกฎาคม 2557 เวลา:15:47:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.