Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
21 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 

O พวงผกา..แห่งป่าฝน .. O









Song From A Secret Garden



O น้ำค้างรุ่งเหน็บหนาว .. พร่างพราวรับ-
แสงเช้าทอดจู่จับ .. จนวับไหว
ผืนพลอยเพชร-เม็ดน้ำ .. คล้าย-ร่ำไร
รอแสงไล้โลมต้อง .. เพื่อ-ล่องลอย
O รวยรวยรสมาศไม้ที่ในสวน
กลิ่นหอมอวลอบเร้าความเหงาหงอย
รื่นรสกุสุมเช้า .. เหมือนเฝ้าคอย-
บางรูปรอย .. ผู้ถวิลแต่กลิ่นมาลย์
O คำนึงด้วยเจตจินต์ .. ที่ยินยอม-
การกักกุมรุมล้อมด้วยหอมหวาน
ที่ทั้งใจไหวสั่นแต่วันวาน
เมื่อใครผ่านความหมายขึ้นว่าย-วน
O งามจริตรูปละม่อมพรั่งพร้อมค่า
เปรียบช่อชั้นพวงผกา .. แห่งป่าฝน
ที่เสียดยอดพลอดยามให้ตามยล
ถึงดิ้นรนด้วยใจ .. พลอยไขว่คว้า
O นับการก้าวยกย่าง .. บนทางฝัน
ช่างเต็มเปี่ยมมุ่งมั่น .. การฟันฝ่า-
อุปสรรคทั้งปวง .. ให้ร่วงคา-
อยู่ใต้ฝ่าเท้าย่ำ .. ที่ดำเนิน
O นับสิบร้อยพันหมื่นการตื่นหลับ
คือลำดับรอยอุทธัจ .. ความขัดเขิน-
ค่อยค่อยโหมหวนระลอกเข้าหยอกเอิน
ด้วยท่าทีที่สะเทิ้นด้วยเมิน-เมียง
O ละเมียดรส .. ผกากรองละล่องกลิ่น
หอมตรึงจินตนาการนั้น-ปานเสียง-
กระซิบแผ่วผ่านถ้อยมาร้อยเรียง-
ความซาบซึ้งให้ประเดียงประดังใจ
O กลีบเรียวบางดอกดวง .. บ้างร่วงหล่น
อยู่กับอกอึงอล .. ลมวนไหว
ละครั้งที่งดงามของความนัย
ผ่านโลมไล้ลูบอก .. พาวกย้อน
O หยาดน้ำค้างเคยเห็น .. ก็เร้นหาย
ยังแต่สายสวาดิผู้สุดรู้ผ่อน
ในคำนึงเงียบเหงา .. เหมือนเว้าวอน-
ความออดอ้อนแอบอำอยู่ค่ำเช้า
O รูปะภพอบร่ำในคำนึง
ย่อมตราตรึงผูกพันจากวันเก่า
ผ่านเผยรูปรอยยิ้ม .. อันพริ้มเพรา
ก็เพียงเงาเยาวรูป .. โลมลูบทรวง
O นับแต่วันเดือนปีเท่าที่เห็น
ก็ยากเร้นงดงามที่ลามล่วง
ราวอดีตคำสาป .. บุญบาปปวง-
ผ่านฤทธิ์หน่วงเหนี่ยวให้ .. อาลัยรอ
O ถ้วนปวงความอ่อนโยนและอ่อนหวาน
ต่างฤๅเมื่อดอกมาลย์ .. เบ่งบานช่อ-
ยังลามล่วงรุมเร้าพะเน้าพะนอ
เช่นรูปเงาแอบออ .. ร่ำรอทรวง
O ถ้วนสิ้นความอ่อนโยนและอ่อนหวาน
จึงเปลี่ยนผ่านแปรให้ .. อาลัย-หวง-
แหนนั้น-เข้าห้อมห่มอารมณ์ปวง
แทรกความห่วงใยล้ำ .. อยู่ค่ำเช้า
O น้ำค้างเร้นหยาดหยด .. ไปหมดแล้ว
ลมโผยแผ่วลอดเลี้ยวความเปลี่ยวเปล่า
ประหนึ่งเพชร-แสงปลาบ .. นั้นวาบเงา
เมื่อรูปเยาว์ .. หล่นคว้าง .. ลงกลางใจ !
O อบอุ่นแล้วอีกคราว .. เมื่อหนาวพ้น
ที่เหน็บหนาวเสียจน .. ยากทนไหว
ยังดี-ที่ในทรวงมีห่วงใย-
คอยอุ่นไล้โลมสิ้น .. จิตวิญญาณ
O อบอุ่นแล้วอีกคราว .. เมื่อหนาวสิ้น
ด้วยลมรินเอื่อยอ่อย-ที่คล้อยผ่าน
ยอดหญ้าค้อมเรียวลู่-รับรู้กาล
กุสุมาดอกมาลย์ก็บานรับ
O ขณะวันสาดส่อง .. ฟ้าผ่องแผ้ว
คือยามแววลึกล้ำ .. เนตรดำขลับ-
ค่อยเหลือบชายให้ทราบ .. ความวาบวับ-
ที่โหมลงจู่จับ .. ลำดับนั้น
O จู่จับห้วงจิตใจ .. เกินไหว-เบี่ยง
ด้วยชั่วเพียงสบรูป .. แล้ว-วูบสั่น
จนสบแววอ่อนหวาน .. ก็ปานทัณฑ์-
ผูกล่ามขวัญเอาไว้อยู่ในมือ
O แววเนตรไหว-วนวิ่ง, ยากยิ่งแล้ว-
จักฝ่าความผ่องแผ้ว .. จนแล้ว .. หรือ ?
สบรูปแล้ววิญญาณ .. จักผ่าน ฤๅ ?
เหลือแต่คือ-ยื้อยุดไว้ .. สุดตัว !




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2557
9 comments
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:40:52 น.
Counter : 2056 Pageviews.

 

สดายุ..

"O อบอุ่นแล้วอีกคราว .. เมื่อหนาวพ้น
ที่เหน็บหนาวเสียจน .. ยากทนไหว
ยังดี-ที่ในทรวงมีห่วงใย-
คอยอุ่นไล้โลมสิ้น .. จิตวิญญาณ"

"ความรัก"..."ความห่วงใย"ที่ มนุษย์พึงมีต่อกันนั้น คือความเป็นมนุษย์..
(มนุษย์ แปลว่า ผู้มีใจสูง)

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 22 มิถุนายน 2557 12:13:30 น.  

 

สดายุ..

บทกลอนนี่ เวลาย้อนมาอ่านซ้ำ จะเกิดความไพเราะในน้ำคำ มากขึ้น..
เสมือนปล่อยน้ำตาลให้ค่อยค่อยละลายในปาก....
ต้องละเลียด อ่าน

"O น้ำค้างรุ่งเหน็บหนาว .. พร่างพราวรับ-
แสงเช้าทอดจู่จับ .. จนวับไหว
ผืนพลอยเพชร-เม็ดน้ำ .. คล้าย-ร่ำไร
รอแสงไล้โลมต้อง .. เพื่อ-ล่องลอย"

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 23 มิถุนายน 2557 17:19:12 น.  

 

มินตรา ..

คนที่ชอบทางภาษาคือคนที่มีความละเอียดอ่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาร้อยกรอง

ร้อยกรองที่เอื้อนออกเสียงอ่านด้วยทำนองเสนาะคือ เพลงในสมัยโบราณนั่นเอง

และต้องนับเป็นคนที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์ที่ฝรั่งเรียกว่าโรแมนติกได้คนหนึ่ง

ขณะที่การวาดรูป เป็น วิจิตรศิลป์
และคนเขียนรูปเป็น จิตรกร
การเขียนร้อยกรอง เป็น วรรณศิลป์
และคนเขียนร้อยกรอง เป็น กวี

คนที่เสพงานทั้งสองแขนง เป็น ผู้เสพงานศิลปะ
งานวาดรูป เสพด้วยสายตา ต่อลายเส้น สีแสง
งานร้อยกรอง เสพด้วยสายตา ต่อเรื่องราวที่เรียกร้องจินตนาการ

ทั้งสองประการมิใช่สิ่งจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของชีวิต แต่เป็นสิ่งที่รองรับจิตวิญญาณที่ประณีตลึกซึ้ง มีรสนิยม และสิ่งนี้เองได้แบ่งชนเป็นชั้นต่างๆที่มักจะไม่ปะปนกันดุจน้ำกับน้ำมัน แม้จะนั่งอยู่ด้วยกันก็ตาม !


 

โดย: สดายุ... 24 มิถุนายน 2557 19:31:05 น.  

 

ดายุ..

พูดจาแสดงความคิดให้เห็นถึงความเป็นอารยชนในตน..
หวานและแหว๋วในคำ..
อ่อนโยน ละเมียดละมัย ผิดวิสัย สดายุ...

นี่หากใช้ชื่อ จักรภพ เพ็ญแข จะส่งพ่อแม่ไปสู่ขอเลย..

วันนี้ ท่านเพิ่งจะประกาศตั้งองค์กรต่อต้านรัฐประหาร...
ชายไทยผู้ออกมา "ปกป้องศักดิ์ศรีแห่งความเป็นไทย.."

อย่ามาดุว่า มินตรายึดตัวบุคคล อีกนะ !
บ้านนี้ เมืองนี้ มีแก่นสารอะไรที่ยังให้ยึดถือได้บ้าง...

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 24 มิถุนายน 2557 20:45:15 น.  

 

มินตรา ..

ประเทศในโลก ก็เหมือนแต่ละครอบครัว
ยุโรปมี 4 คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน
อเมริกาเหนือมี 2 คือ แคนาดา สหรัฐ
เอเชียมี 1 คือ ญี่ปุ่น
รวมทั้งหมด 7 ประเทศที่เป็นประเทศร่ำรวย หรือ G7

และนั่นเปรียบได้กับ ครอบครัวคนรวย
ในครอบครัวทั้ง 7 นั้นมี พ่อบ้าน และแม่บ้าน ผู้ปกครองบ้านและสมาชิกในบ้าน

หากหัวหน้าครอบครัวร่ำรวยจะซื้อรถเมอรซิเดส เบนซ์ มาใช้งาน ก็คงไม่มีใครตำหนิ

ทีนี้หากไม่ใช่ครอบครัวร่ำรวย รายได้ยังถูกจัดอยู่ในระดับครอบครัวยากจนอยู่ ลูกยังเรียนโรงเรียนวัด แต่พ่อแม่กระแดะกัดฟันผ่อนเมอร์ซิเดสมาใช้ คงมีแต่คนส่ายหัวเวลามองดู .. แม้ว่าลูกๆในบ้านจะส่งเสียงเชียร์พ่อแม่จนคอพอง เสียงแหบแห้งอย่างไรก็ตาม .. คนรอบบ้านคงได้แต่มองด้วยความสมเพช

ในครอบครัวร่ำรวยทั้ง 7 นั้น

มีพ่อบ้านจากระบบคัดเลือกด้วยความสามารถ 4 คือ สหรัฐ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน

มีพ่อบ้านจากระบบสายเลือด 3 คือ อังกฤษ แคนาดา (ใช้พ่อบ้านร่วมกับอังกฤษ) ญี่ปุ่น

หากเราใช้แนวคิดว่า ลูกๆ เป็นเพียงผู้มาอาศัยอยู่ในบ้านของพ่อบ้าน .. แปลว่า บ้านที่พ่อทำมาหากินจนร่ำรวยนี้ ลูกๆต้องรัก ซาบซึ้ง เทิดทูน พ่อแบบที่ต้องใช้เวลาทั้งชาตินี้ ชาติหน้า พรรณนาคุณงามความดีของพ่อตัวเองก็ไม่จบ อย่างที่สามารถยืดอกมองบ้านรอบๆได้เต็มตา ที่มีบ้านหลังใหญ่ สะอาด มีระเบียบ พร้อมกับรถหรูจอดเรียงราย

และมองไปยังบ้านรกๆ ฝากระดานโหว่ ขยะเกลื่อนหน้าบ้าน ที่ตั้งอยู่รอบๆ ด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจมากๆในความอัตคัตขัดสน เป็นแน่แท้

ที่มีจำนวนนับแล้วรวมกันเกือบ 200 หลัง !

จริงไหม ?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อบ้านที่ดูแลถึง 2 บ้านแล้วทำให้มั่งคั่งร่ำรวยทั้งสองบ้าน นี่ยิ่งน่ายกย่องขึ้นไปกว่าธรรมดาเป็นสองเท่า ตามวิธีคำนวณแบบบัญญัติไตรยางค์

จริงไหม ?

หากเราเป็นคนยึดหลักการ
เราต้องยกย่องคนที่ความสามารถด้านดี

จึงเห็นว่า พ่อบ้านของอังกฤษ ที่ดูแลแคนาดาอีกบ้านหนึ่ง ควรได้รับการยกย่องมากกว่า พ่อบ้านญี่ปุ่น 2 เท่าตัวถึงจะถูกต้อง

จริงไหม ?

หากนับตามจำนวนบ้านน่ะใช่
แต่หากนับตามจำนวนคนในบ้านแล้ว
อังกฤษ+แคนาดา ยังมีจำนวนน้อยกว่า ญี่ปุ่น
เมื่อเอาจำนวนคน คูณด้วย จำนวนเงินที่พ่อให้ใช้ทุกคนแล้ว .. ปรากฎว่า บ้านญี่ปุ่นกลับมีฐานะเหนือกว่า

แปลว่าพ่อบ้านญี่ปุ่นที่มีฝีมือมากกว่า

นี่มิใช่เรื่องการเมืองนะ .. แต่ชวนคุยเรื่องการบ้าน

555

 

โดย: สดายุ... 24 มิถุนายน 2557 21:27:11 น.  

 


สดายุ..

นั่นน่ะซิคะ นี่ขนาดพูดเรื่องการบ้านมิใช่การเมืองนะนี่..
เดี๋ยว" O พวงผกา..แห่งป่าฝน .. O"
จะกลายเป็น "คำผกา..แห่งป่าฝน.." ไป...555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 25 มิถุนายน 2557 2:25:24 น.  

 

"คนที่ชอบทางภาษาคือคนที่มีความละเอียดอ่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาร้อยกรอง

ร้อยกรองที่เอื้อนออกเสียงอ่านด้วยทำนองเสนาะคือ เพลงในสมัยโบราณนั่นเอง

และต้องนับเป็นคนที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์ที่ฝรั่งเรียกว่าโรแมนติกได้คนหนึ่ง"

:D เพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่า ผมก็จัดเป็นคนโรแมนติกกะเขาด้วย

 

โดย: ศรีเปรื่อง IP: 202.28.119.240 25 มิถุนายน 2557 9:23:31 น.  

 

มินตรา ..

ปฏิกิริยา ในเมืองไทยทุกคนตั้งแต่อดีตจวบปัจจุบัน คือพวก พุทธิจริต หรือ ตรรกะวิภาษ ..

ขณะที่ หัวเก่า จารีตนิยม มีศรัทธาจริตนำชีวิต นั้น คือ อารมณ์เป็นใหญ่

ดังนั้นการที่เราเห็น "คนที่มีส่วนในการตาย 91 ศพที่ราชประสงค์" กลับบ้านเกิดแล้วมีคนจำนวนไม่น้อยต้อนรับชื่นชมอย่างกับวีรบุรุษ เราสามารถมองประเด็นนี้ได้ว่า

คนที่ต้อนรับชื่นชมนั้น มองเห็นการตายที่ราชประสงค์ว่า "ไม่นับเป็นความชั่วร้าย" แต่อย่างใด เพียงเพราะมีศรัทธาต่อบุรุษผู้นั้น .. การตายของ 91 ศพไม่สามารถทำให้มีจิตใจเกลียดชังคนสั่งฆ่าได้

แปลว่า กลุ่มคนที่มาต้อนรับนั้น มองว่าการสั่งฆ่าจนมีการตาย 91 ศพเป็นความชอบธรรม เป็นความดีงามจึงรู้สึกชื่นชมศรัทธาคนสั่งฆ่าได้อย่างสนิทใจ

แล้วคนเหล่านี้บางส่วนคงจะไปไหว้พระรับศีลในวันออกพรรษาที่จะมาถึงนี้แน่นอน และยกมือพนมพร้อมกับรับศีลข้อหนึ่งพร้อมกับเอามือลูบหัวตัวเองเบาๆ หลังจากเสร็จพิธีกรรม ที่สายตาจะโชนแสงแห่งความซาบซึ้งในรสพระธรรมอย่างสูง !

ที่บรรยายมานั้น เพื่อให้สาวเยอรมันเห็นภาพ"ความตอแหลทางจิตวิญญาณ" ในบ้านเกิดเมืองนอนตนเองเท่านั้น มิได้ต้องการสิ่งอื่นใด

555





ท่านศรี ..
วันนี้แวะมาทักทายถึงนี่ได้ ..

ครับ คนที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์ ผมมองว่ามีความละเอียดอ่อนทางผัสสะ และต้องเป็นคนโรแมนติกแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นสาวๆนี่ ต้องหมายตาเอาไว้เลยหากชอบแบบนี้ ..

สาวโรแมนติกมักอ่อนหวานมากกับชายคนรักของเธอ
และอ้อนเก่ง

ท่านศรีชอบแบบนี้ไหมครับ ?

 

โดย: สดายุ... 26 มิถุนายน 2557 18:18:16 น.  

 

ดายุ..

"ฉันชื่นใจที่ได้เห็น..."

นี่เป็นเพลงของสุนทราภรณ์นะ
เดี๋ยวจะหาว่า "ออดอ้อน"เวลาหายไปนานนาน
จนต้องห่วงใย..
ในสถานะการณ์บ้านเมืองเยี่ยงนี้

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 26 มิถุนายน 2557 19:38:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.