Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
30 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
O หอมลมร่ำ .. O










เพลง .. Song From A Secret Garden


O สายลมทั้งแสงแดดที่แวดล้อม
เหมือนอยู่รอหวานหอม..ละม่อมหน้า
เพียงลมรื่นโรยสายรำบายมา
ก็รู้ว่าหอมหวาน..เผยผ่าน..รอ
O เชิดดอกช้อยคอยภมรเวียนว่อนสู่-
เสพรสหวานเรณู..ที่ชูล่อ
หวานหอมแห่งรูปเงาก็เคล้าคลอ-
ยั่ว..หยอกล้อ..เสน่หาในอารมณ์
O ร่ำรอ-รสหอมหวาน..ใคร-ผ่านสู่
สื่อ-รับรู้..หลอมหลั่งคอยสั่งสม
ร่ำรอ-แฝงเร้นหมายฝากสายลม
ใคร-อาจข่มเอียงอาย..รำบายคำ
O รับรู้-ความอ่อนไหว..ของไม้พุ่ม
ต้องเร้ารุมห้อมห่ม..จากลมร่ำ
รับรู้-ความหอมกรุ่น-ใครหนุนนำ-
ผ่านร่วมบำรุงชู้..และอยู่คอย
O เช้านี้..ลมอ่อยเอื่อยพัดเฉื่อยโชย
รื่นก็โรยตัวเคล้าความเหงาหงอย
พร้อมดวงวันสาดส่อง, บางร่องรอย-
ก็เคลื่อนคล้อยรูปนามลงล่ามคา
O ตรึงรูปลงแววตาแต่ครานั้น-
เพียงสบ, พลัน-หวานหอมก็น้อมหา
ในเช้าแสนแช่มชื่นแต่ตื่นตา
เสน่หาแห่งชู้..เหมือนอยู่คอย
O หมอกหม่นมัวบังพรางเอาสางตรู่-
ตื่นรับรู้..เย็นเยียบ, ความเงียบหงอย
ดารดาษน้ำค้างก็วางรอย-
หยาดรูปย้อยล้อผกายกลางสายลม
O พร้อมภาพท่านผู้ขอ..เคลื่อนต่อแถว
รูปผ่องแผ้วก็ระยับเกินขับข่ม
กรรทบล้อแววตาและอารมณ์
ค่อยค่อยถมทับถวิลให้ยินยอม
O อยู่ยั่วล้อต่อตา..เหมือนว่าเนตร-
เหลือบชายเลศปลาบปลั่งหมายหลั่งหลอม-
เอาหัวใจอุ่นล้ำให้ด่ำดอม-
รสหวานพร้อมยอมใจ..คอยไขว่คว้า
O อยู่ยั่วล้อต่อตา..แววตานั่น-
ราวว่าสั่นไหวยิ่ง..เสียยิ่งกว่า-
การแกว่งสั่นหัวใจผู้ไกลตา
ดูเถิด..ข่มสีหน้า..หลบตาชาย
O อยู่ร่วมฟ้า..หากเหมือนความเอื้อนเอ่ย-
จะยากเผยรูปนามแห่งความหมาย
ก็ยังคงซ่อนแอบอย่างแยบคาย
ขัดเขินอายนัยชู้..ที่จู่โจม
O รูปแห่งธรรมลับรอย..ทุกรอยแล้ว
เหลือเพียงแววตาปลั่ง..เข้าถั่งโถม
ระลอกความรมย์รื่น..เสียงครื้นโครม-
ก็คอยโหมระลอกชู้ให้รู้รส
O หมอกจางรอยถอยรูป..ลมวูบผ่าน
ความอ่อนหวานเบื้องหน้าก็ปรากฏ-
ในแววตาตื่นชู้..ที่รู้ลด-
เลี้ยวเลศกดข่มห้าม..วาบหวามทรวง
O ขันข้าวว่างเปล่าแล้ว..ลมแผ้วผ่าน
หาก-รูปคราญผ่านแล้วยากแล้วล่วง
ข้าวพรากขัน..นัยคำเมื่อบำบวง-
ขอเป็นบ่วงบาศคล้อง..ทุกห้องใจ
O แว่ว..เมื่อเสียงสาธุ..บรรลุโสต
ธรรมอุโฆษณาการ หรือต้านไหว
เมื่อนามธรรมอ่อนหวานบรรสารนัย
จนอาลัยวาบแล้วทุกแววตา
O แว่วนั้น..เพื่อข่มขับความรับรู้-
อารมณ์ชู้..รุมเร้าโถมเข้าหา
โซ่ห่วงแห่งรูปนามที่ล่ามคา-
ก็เหมือนว่าเกินจิตจะคิดคลาย
O เข้าสาย..ลมอ่อยเอื่อยยังเฉื่อยโชย
งามก็โรยตัวล่วง..ออกช่วงฉาย
รูปนามเอย-แว่วเสียง..ความเอียงอาย-
แผ่วรำบายอาวรณ์..ออดอ้อนลม
O เข้าสาย..หอมสายหยุด ก็สุดสิ้น
แต่หอมกลิ่นรื่นชู้ยากรู้ข่ม
ถ้วนรูปรสเสน่หาในอารมณ์
เจ้าล้อมห่มสิ้นแล้ว..นะแก้วเอย





Create Date : 30 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:15:55 น. 7 comments
Counter : 1365 Pageviews.

 
ดายุ..

"O พร้อมภาพท่านผู้ขอ..เคลื่อนต่อแถว
รูปผ่องแผ้วก็ระยับเกินขับข่ม
กรรทบล้อแววตาและอารมณ์
ค่อยค่อยถมทับถวิลให้ยินยอม"
และ
"O ขันข้าวว่างเปล่าแล้ว..ลมแผ้วผ่าน
หาก-รูปคราญผ่านแล้วยากแล้วล่วง
ข้าวพรากขัน..นัยคำเมื่อบำบวง-
ขอเป็นบ่วงบาศคล้อง..ทุกห้องใจ"

เป็นภาพ พระออกบิณฑบาตร...
จะถามหลายครั้งแล้ว ว่า ดายุ ต้องการสื่ออะไรเอ่ย..
เสมือนพระไป ติดตาต้องใจผู้มาทำบุญงั้นแหละ...

ความแตกต่างในสองสภาวะ



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:13:03:31 น.  

 
มินตรา ..

ผมเขียนบทเสน่หาของรูปคราญกับชายหนุ่มริมทางที่มีแถวพระคั่นกลางมาหลายบท และบทนี้เป็นบทที่ 2 ที่เขียนแล้วคนอ่านเข้าใจว่าพระมีจิตปฎิพัทธ์ต่อรูปงามผู้ยืนรอตักบาตร ..

บทแรกคือบทนี้ ..
๐ ฟ้าเดียวกัน....๐

บทนั้น มีคนถามเหมือนมินตราถามในบทนี้เลยทีเดียว .. คงต้องพิจารณาตัวเองว่าเขียนสื่อได้ไม่ชัดเจนพอ .. 55


เพียงแต่บทนี้ มันเขียนชัดเจนนะผมว่า ..

O รูปแห่งธรรมลับรอย..ทุกรอยแล้ว
เหลือเพียงแววตาปลั่ง..เข้าถั่งโถม
ระลอกความรมย์รื่น..เสียงครื้นโครม-
ก็คอยโหมระลอกชู้ให้รู้รส

รูปแห่งธรรม .. หมายถึงพระสงฆ์
ลับรอย .. ลับไปจากสายตา
ทุกรอย .. ทุกรูป
แปลว่า .. เมื่อพระจาริกไปจนพ้นสายตาแล้ว .. ยังเหลือเพียงแววตาตรงหน้าที่มีประกายวับวามรายล้อมอยู่ .. ทำให้ความรมย์รื่นก่อระลอกในจิตใจไม่จบสิ้น .. ประมาณว่ามองตา แล้วหลบ แล้วมองอีก กันไปมา ..ไม่จบไม่สิ้น

ตกลงนี่อ่านละเอียดพอแล้วคิดตามไปกับเนื้อหาหรือเปล่านะ .. ชักไม่แน่ใจ ?


โดย: สดายุ... วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:20:53:35 น.  

 
หากจะหมายถึงบทนี้ ยิ่งไม่ใช่

O ขันข้าวว่างเปล่าแล้ว..ลมแผ้วผ่าน
หาก-รูปคราญผ่านแล้วยากแล้วล่วง
ข้าวพรากขัน..นัยคำเมื่อบำบวง-
ขอเป็นบ่วงบาศคล้อง..ทุกห้องใจ

ขันข้าว คือ ภาชนะที่ผู้มาตักบาตรใส่ข้าวมารอคดใส่บาตรพระรูปละช้อนทัพพี

บาตรพระ คือ ภาชนะที่พระอุ้มมาเพื่อขออาหารจากศาสนิก

มินตราคงเข้าใจว่าขันข้าว คือ ภาชนะที่พระอุ้มมา .. ใช่ไหม ?


โดย: สดายุ... วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:20:58:19 น.  

 
ดายุ..

"ขันข้าว" นี้ เข้าใจค่ะ เพราะที่บ้านก็เรียกขันข้าว...
ส่วนภาชนะใส่อาหารของพระนั้น เราจะเรียกว่า "บาตร"

จำได้ว่า ตอนเด็กเด็ก ไปดูหนังกับแม่ ...
ก็จะมีโฆษณาเยอะก่อนจะมีภาพยนตร์ฉาย..

มินตราจะไม่ทราบว่า ตอนไหนเป็นหนังตอนไหนเป็นโฆษณา ..ต้องถามแม่อยู่เรื่อยว่า หนังมาแล้วยัง..

แยกหนังเรื่อง กับหนังโฆษณา ไม่ออก
อย่าไปเล่าใครนะ อายเค้า.. ..

มากลอนนี่อีกแล้ว..
อายจริง..




โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:22:19:16 น.  

 
มินตรา ..

มิใช่เรื่องน่าอายอะไร .. การตีความข้อเขียนของผู้อื่นอาจแตกต่างกันไปได้เป็นธรรมดา เพราะฐานคิดมันต่างกันในจุดเริ่มต้น ..

ดังนั้นในการอ่านข้อเขียนทั้งทางศาสนา และ การเมือง คนเราจึงตีความต่างกันอยู่เสมอ .. เป็นต้นว่า ..

https://www.facebook.com/somsakjeam?fref=ts

ผมชอบบริบทแบบที่บรรยายข้างบน .. แต่ยังหาภาพที่ถูกใจไม่เคยได้ ..

สาวงามแนวลูกครึ่ง
แต่งตัวสมัยใหม่
แถวพระเดินมา
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เยื้องกันฝั่งตรงข้าม



โดย: สดายุ... วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:18:16:27 น.  

 
สดายุ...

ทำไมจะไม่น่าละอายล่ะ...
ในเมื่อ สดายุเองยังบอกว่ามินตราความรู้แค่คำว่า"ขันข้าว" กับ "บาตรพระ" ยังสับสน..

เมื่อไม่มีความรู้ระดับพื้นฐาน ยังอาจหาญมาอ่านกลอน อ่านฉันท์..

อย่างนี้ ภาษาไทยเค้าเรียกว่า"ไม่เจียมตน"
ไม่รู้แล้วยังจะอวดรู้... เห็นทีจะต้องเลิกอ่าน โคลงฉันท์ กาพย์กลอน แล้วล่ะ...
เพราะขนาด majorวรรณคดีอังกฤษ minor ภาษาไทย..ยังแยก "ขันข้าว"กับ"บาตร "อย่างที่สดายุ คิด ไม่ได้.. ! 555

เรื่องศาสนา ก็เช่นกัน ไม่มีความรู้ลึกซึ้ง ...
เพราะมองศาสนาเป็นเพียง "ปรัชญาในการดำรงค์ชีวิต "ของแต่ละยุคสมัย..

เริ่มจาก ความคิดเรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุพื้นฐานทั้ง๔
ซึ่ง อารยัน เริ่มคิดมาว่า พระอาทิตย์ คือไฟ ดวงใหญ่ เป็นแรกกำเนิดของสรรพสิ่งในจักรวาล....

แล้ว มีพวกท่องคัมภีร์ ที่เรียกว่า"พราหมณ์"สอนสั่งความรู้ที่สะสมกันต่อต่อมา...

และเมื่อมีการปฎิวัติทางความคิดครั้งใหญ่ จึงเกิด พุทธ เชน และ ศาสนาของลูกลูกของ "อพราหมณ์"

เห็นไหมว่า "พื้นฐานความรู้ที่ไม่เท่ากัน" เยี่ยงนี้ จะมาเสนอหน้าอ่าน โคลง​ฉันท์ กาพย์ กลอน ได้ อย่างไร..

เห็นทีจะต้องอำลา ก่อนที่พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ จะขายหน้าไปมากกว่านี้ 555




โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:20:47:17 น.  

 
สดายุ..
https://www.facebook.com/somsakjeam?fref=ts

อ่านแล้วค่ะ..ลองโทรไปถามคณบดีคณะนิติศาสตร์ ขอนแก่น และ อธิการบดี ดูว่า โครงการร่วมมือทางวิชาการ ด้านนิติศาสตร์ กับมหาวิทยาลัยในเยอรมันนั้น.. ใครเป็นตัวแทนผู้ประสานงานทางวิชาการ
คงมิใช่ อาจารย์ สมศักดิ์ หรอกนะคะ...555

ทำงานใกล้ชิดกันขนาดนี้ มิรึ จะไม่รู้นอก รู้ใน...
หากจะไม่รู้..
ก็น่าจะมาจาก"ความไม่แตกฉานทางภาษา"น่ะเอง...อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง...






โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:21:52:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 149 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.