Group Blog
 
<<
กันยายน 2560
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
16 กันยายน 2560
 
All Blogs
 
O ซ่อนเร้น .. O









O ที่ฝากคำฝากนัยเพื่อให้คิด
เพรียกดวงจิตเฝ้าคอยละห้อยเห็น
ความคำจึงปรุงเปรียบจนเพียบเพ็ญ-
ให้อีกใจตอบเต้นไม่เว้นวาง
O ให้เร้นแฝงจดจ่อทั้งรอคอย
เฝ้าละห้อยห่วงเห็นไม่เว้นว่าง
ตีความในทุกวรรค .. ที่ดักทาง-
ไว้รอย่างก้าวลง .. อย่างจงใจ
O เร้นแฝงเถิดอย่าเผย .. เดี๋ยวเคยตัว
กับหยอกยั่วให้สดับความขับไข
เพียงเพื่อปรุงแต่งความให้ลามนัย-
เร้าอาลัยอาวรณ์ให้ร้อนรุม
O จำเถิดว่ากรองร้อยจักคอยพร่ำ-
ความชี้นำออดอ้อนให้ร้อนรุ่ม
ผ่านเนตรลอบเหลือบแลทุกแง่มุม-
ที่-คอยสุมใส่คะนึงทุกกึ่งยาม
O แม้นไม่หวานซึ้งนักในวรรค, ถ้อย
เฝ้าเรียงร้อยเพื่อนำสู่คำถาม-
ว่า-ถึง"ใคร" .. ปริศนาจักบ่าลาม-
เป็นเชือกล่ามรัดให้เฝ้าใฝ่-รอ !
O เร้นแฝงเถิด .. ปรารมภ์กดข่มไว้
อย่าเผลอไผลตามพยางค์ที่วางล่อ
แล้วทั้งรูปทั้งนามจักงามพอ-
เพียง .. ใช้ต่อต้านความที่ลามทรวง
O แค่คอยข่มจิตใจอย่าไหวหวั่น
กับรำพันยั่วเย้า .. ให้เฝ้าหวง
แค่หวานหอมปรุงเปรียบลงเทียบทวง
เหนี่ยวทุกช่วงห่วงหาแนบอารมณ์
O กอปรกรองร้อยเติมแต่ง .. อย่างแฝงเร้น-
เพื่อบีบเค้นความศัพท์ลงทับถม
ก็เพื่อความอาวรณ์ .. เนตรค้อนคม-
เกินกดข่ม .. เผยภาพ .. ลงทาบตา
O หากว่าความอาวรณ์พาร้อนรุ่ม
กรองจักสุมหวานหอมเข้าล้อมหา
กระนั้นแล้วบริบทแห่งพจนา
ค่อยแทรกฝ่าอารมณ์ .. เข้าชมเชย
O แค่ .. ฝากคำฝากถ้อยให้คอยคิด
จักปกปิด, รับรู้แล้วอยู่เฉย
หรือพอใจซ่อนเร้นดังเช่นเคย
เสพความเอ่ยเอื้อนย้ำ .. แทนจำนรรจ์ ?
.
O เผยออกมาสักทีจะดีไหม
ซ่อนเร้นอยู่ทำไม .. หนอ-ใจนั่น ?
เมื่อต่างก็มีใจมอบให้กัน
พร้อมใฝ่ฝันเฝ้าอยู่ .. อย่างรู้คอย
O คิดถึง .. ละห้อยเห็นเมื่อเร้นหน้า
กับแววตาว่างเปล่า-แสนเศร้าสร้อย
เพียงภาพเคยจับจอง .. ที่ล่องลอย-
สร้างรูปรอยแล่นเลื่อนขึ้นเตือนใจ
O ไย-ถึงต้องแฝงเร้นอยู่เช่นนั้น
กดข่มความผูกพัน .. ห้าม-สั่นไหว
ก็เมื่อแววในตา .. แสนอาลัย
นึกหรือว่าความนัย .. ปิดได้พ้น ?
O วาบวามความอ่อนหวาน-เมื่อผ่านช่วง
ก็รับรู้แหนหวงที่ร่วงหล่น-
ลงในการร่ายรำ .. แววจำนน-
ที่เอ่อล้นเผยล่วงผ่านดวงตา
O กี่ครั้งแล้วแววตา-เกินกว่าซ่อน
เผลอ-เผยความอาวรณ์ออดอ้อนหา
รับรู้แววอ่อนหวานส่งผ่านมา
ย่อมรู้ว่าเกินคิดจะปิดบัง
O เพียงแววตาฉายทอจะพอหรือ
ว่านั่นคือรูปรอยให้คอยหวัง
แล้วหัวใจเต้นแผ่วจะแว่วดัง-
ให้รับฟังเสียงสั่น .. เอาวันใด ?
O เพียงแววตาฉายทอ .. ไม่พอหรอก
จะพูดบอกความถวิล .. จนสิ้นได้
หากต้องมีพจน์พากย์คอยฝากนัย
จึงอาจรู้อาลัยที่ในทรวง
O ซ่อนเร้นด้วยขัดเขินมาเนิ่นนาน
จน-รับรู้อ่อนหวาน .. เมื่อผ่านช่วง
โดยพจีงดงาม, ถ้อยความปวง-
ย่อมลามล่วงสู่ใจผู้ใฝ่คอย
O คล้ายเนิ่นนานหนักหนากับท่าที-
แฝงไมตรีปรุงเปรียบ .. อย่างเงียบหงอย
จนความหมายสืบสร้าง .. ไม่พรางรอย-
แล้ว-จึงค่อยนำวาง .. ลงกลางใจ
O เมื่อท่าที, บทบาท-ไม่ขาดช่วง
ย่อมยากล่วงเลือนกัน .. จากกันได้
ด้วยต่างคอยรับรู้ .. ว่าผู้ใด-
ส่งรับแรงอาลัย .. มีให้กัน
O หยุดเถิด-ความอาวรณ์ที่ซ่อนเร้น
หยุดบีบเค้นหัวใจ, ความใฝ่ฝัน
ด้วยว่าความทรมาน .. จากนานวัน
จักค่อยผันผ่านช่วง .. จนล่วงพ้น
O หยุดเถิด-รอบดวงใจที่ไหวสั่น
ด้วยว่านั่นเป็นช่วงการร่วงหล่น-
ของอาวรณ์อาลัยที่ในตน
อย่างจำนน, รอพร้อม-อุ่นอ้อมทรวง !
O หรือจะให้คำนึงมีถึงกัน
ต้องถูกกั้นกีดชาติจนขาดช่วง
หรือจะให้แรงกรรมเคยบำบวง
ต้องเลือนล่วงสูญเปล่า .. ไม่เข้าที
O ก็แค่เผยความนัย .. ออกให้รู้
เป็นนัยชู้พร้อมสรรพสำหรับที่-
จะใช้เป็นสายใยแห่งไมตรี
โอบรัดชีวิตสองมาพ้องกัน
O คอยเถิด .. วงแขนโลภ .. รอโอบกอด
เมื่อร่างทอดลงทับ-การรับขวัญ
อกอุ่น, แรงปราโมช คือโทษทัณฑ์-
ไว้กักกันอาวรณ์ .. เคย-ซ่อนเร้น !
O หรือจะให้คำนึง .. แม้หนึ่งช่วง-
จังหวะดวงใจคอยละห้อยเห็น-
ต้องแกว่งไกวรอเฝ้า ทั้งเช้าเย็น
เพราะถูกรักซ่อนเร้น .. บีบเค้นเอา ?




Create Date : 16 กันยายน 2560
Last Update : 26 มิถุนายน 2561 18:43:11 น. 55 comments
Counter : 1631 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ
ยังแต่งไม่จบ อ่านแล้วใจยังแทบละลายขนาดนี้ ถ้าจบแล้ว สาวๆที่ซ่อนเร้นอยู่
ใจคงไหลเป็นน้ำเสียงดังโจ๊กๆแน่ค่ะ 555

ข้อควรระวัง สำหรับสาวๆคนไหนที่มีอาการแพ้กลอนคุณสดายุ กรุณาทานยามาให้เรียบร้อยก่อนอ่าน และตรวจดูด้วยว่า ยาหมดอายุหรือเปล่าด้วยค่ะ
เพราะบทนี้จะกระแทกกระเทือนความรู้สึกที่แรงมาก อาการที่เป็นอยู่อาจจะกำเริบได้ เตือนด้วยความหวังดีนะคะ 555


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.242.36 วันที่: 17 กันยายน 2560 เวลา:9:46:25 น.  

 


คุณทิพย์ ..
คนอ่านกลอนเป็นคนส่วนน้อยครับ ..
ยิ่งมีสิ่งบันเทิงอื่นเป็นทางเลือกมากขึ้น .. จะยิ่งน้อย
ลงไปอีก

เด็กรุ่นใหม่จำนวนมาก อ่านภาษาแบบนี้ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ

ครูให้เขียนกลอนแค่ 2-3 บทก็วิ่งหาคนช่วยแล้ว
มันบอกถึงภาวะวิสัยของการเลี้ยงดูเด็กแบบ"ไทยๆ"
ที่เคยชินกับ"การพึ่งพา" อันอยู่ภายใต้ "ระบบอุปถัมภ์" อันเป็นภาวะ วัฒนาการถอยหลัง ของสังคม ที่แข่งขัน
กับใครไม่ได้

ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ฉันท์




โดย: สดายุ... วันที่: 18 กันยายน 2560 เวลา:19:49:28 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ

เด็กรุ่นใหม่มีเทคโนโลยีมากมายที่น่าสนใจให้เลือกเล่นค่ะ

มรดกรุ่นเก่าของคนแก่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิด ประเพณีหรือวรรณกรรมจำเป็น จะค่อยๆตกยุคไปเรื่อยๆ

ใครที่เก่าแก่เกินกว่าที่เด็กรุ่นเจนเนอเรชั่น z จะรับไหว
ก็ต้องทำใจเอานะคะ กิๆๆ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.242.36 วันที่: 19 กันยายน 2560 เวลา:5:59:28 น.  

 




แค่ดอกไม้ที่ริมรั้ว
รอเกลือกกลั้วฝุ่นฝนที่หล่นร่วง
จะหยาดพราวเกาะเห็นอยู่เป็นดวง
ร้อนที่เคยโชนช่วงย่อมล่วงลับ


โดย: สดายุ... วันที่: 19 กันยายน 2560 เวลา:6:56:38 น.  

 
คุณสดายุค่ะ แต่ดอกไม้ริมรั้ว บริสุทธิ์ ผุดผ่อง จะไร้สารพิษและยาฆ่าแมลงดีนะคะ
บางชนิดอึด ไม่มีฝนก็ทนแล้งได้อีกต่างหากค่ะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.242.36 วันที่: 19 กันยายน 2560 เวลา:12:31:10 น.  

 
คุณสดายุ

*เงาใจ*
ฝากนัยถ้อยร้อยความตามลิขิต
การปกปิดซ่อนเร้นเช่นกล่าวหา
เมื่อความหลังโชคอับอาภัพมา
เป็นรอยตราบิดเบือนสะเทือนทรวง

ก็ใครเล่าสิ้นสัตย์สบัดสมร
ให้ร้าวรอนทุกข์ใจอย่างใหญ่หลวง
เหลือเพียงรอยขื่นขมกับลมลวง
กว่าผ่านห้วงแทบสลายตายทั้งเป็น

อยู่กับซากความสุขคอยปลุกปลอบ
ช่วยวานตอบความนัยที่ได้เห็น
ว่าหยอกยั่วเวรกรรมหรือจำเป็น
จึงหลีกเร้นชอกช้ำเพราะคำใคร

จำต้องแฝงเร้นร่างอยู่กลางทุกข์
ใช่ซ่านสุขภาพพจน์ดูสดใส
ทะเลเพลิงอาวรณ์มิผ่อนใน
โหมจนใจแตกฉาวต้องร้าวราน

อยู่กับความเงียบเหงาสุดเศร้าสร้อย
จิตล่องลอยถูกกักหลักประหาร
น้ำตารินเอ่อท้นล้นดวงมาน
รัตติกาล ซบหมอนฝืน สะอื้นโยน

ผ่านปีแล้วปีเล่าที่เปล่าเปลี่ยว
มีคนเหลียวแลใจไม่เคยสน
ยังยึดมั่นซื่อสัตย์จำกัดตน
หวังเปรอปรนชายเดียวทุกเสี้ยวกาล

*ฟังถ้อยคำ..ควรคิดรับผิดชอบ*
อย่าเบือนตอบพลิกลำกับคำขาน
มโนธรรมซ่อนอยู่คู่สันดาน
จงอาจหาญรับผิดรู้ดูซักครา

ยังอาลัยคิดถึงอยู่มิรู้ล่วง
เฝ้าแอบห่วงบวงฤทธิ์ทุกทิศสา
ช่วยดลจิตดลใจให้กลับมา
คงศรัทธาเดิมเป็นเหมือนเช่นเคย

หากสัญญาดังเอ่ยจักเผยร่าง
ร่วมกันสร้างเคียงชู้คู่เขนย
เรื่องวันเก่าอดีตกาลจงผ่านเลย
แล้วลงเอยมาสู่ขอจักรอคอย

ตามนั้น..แล้วแม่เอื้อยจะไปเป็นเถ้าแก่สู่ขอให้ค่ะคุณสดายุ ๕๕


คุณทิพย์
บ่นอะไร กระปอดกระแปดค่ะ อิๆๆ


โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 วันที่: 19 กันยายน 2560 เวลา:16:21:50 น.  

 
วู้วววววววววววววว
สวัสดีค่ะคุณเอื้อย

ทิพย์ดีใจที่คุณเอื้อยเข้ามาค่ะ อ่านกลอนคุณเอื้อย เงาใจทิพย์ชอบบทตัดพ้อนี้ที่สุด อ่านจุใจอิ่มอารมณ์ไปนาน
เข้าใจกระเซ้าคุณสดายุนะคะ

คุณสดายุ เวลามาเล่นในบล็อคก็ดูคนข้างๆด้วยนะคะ
ระวังคุณนายที่บ้านจะตาเขียวเอาค่ะ 555

ไม่ต้องจริงจังกับชีวิตทุกเรื่อง หัวเราะกับเรื่องไร้สารรูปบ้างก็ได้ค่ะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.242.36 วันที่: 19 กันยายน 2560 เวลา:19:37:54 น.  

 


แม่เอื้อย .. คุณทิพย์
เดี๋ยวมา



O รูปจีวร-ก้าว, ย่าง - - - หยุด, รอ
รูปพักตร์พริ้มเพราลออ - - - นอบ, ไหว้
ข้าวหอมกรุ่น, แดดทอ - - - กระทบรูป
หน้าจบน้อม, แดดไล้ - - - ลูบเนื้อเนียนถนอม ฯ

O คำข้าว, ช่อดอกไม้ - - - ถวายพระ
น้อมรูป, เชิญสัจจะ - - - จบเกล้า
น้อมจิต, รับพุทธะ - - - ธรรมท่าน แล้วแฮ
ภาพงดงามยามเช้า - - - อยู่, เชื้อเชิญประชัน ฯ

O รูปจีวร-ก้าวผ่าน - - - พ้นสมัย
เหยียบโลก, ย่ำอาลัย - - - ล่มล้าง
รูปเนตรเหลือบ, หฤทัย - - - โยกแกว่ง
สบ, นิ่ง, ใจล่องคว้าง - - - สุดคว้า, สุดขืน ฯ

O รูปจีวรล่วงพ้น - - - เพียงตา
อีกรูป-งำลีลา - - - ลอบชม้าย
ธรรมพระแว่ว, เพทนา - - - แนบอก
สบเนตร, แววเนตรคล้าย - - - ข่มสะเทิ้น, ครวญธรรม ฯ



โดย: สดายุ... วันที่: 20 กันยายน 2560 เวลา:6:59:58 น.  

 
สวัสดีคุณสดายุ คุณเอื้อยค่ะ

วันนี้วันพระ จึงเอารูปสาวงามใจบุญมาลงใช่ไหมค่ะ
เปิดร้านมาก็เห็นดอกไม้บูชาพระขายกันเต็มไปหมด
ถึงรู้ว่าวันนี้วันพระค่ะ



โดย: ทิพย์ IP: 49.48.242.36 วันที่: 20 กันยายน 2560 เวลา:7:11:35 น.  

 


แม่เอื้อย ..
พอเผยหน้าเผยตาจากที่ซ่อนก็จะประมาณนี้

O หวานหอมเอย .. มธุรสแห่งพจน์เจ้า
ค่ำตราบเช้าเฝ้าแต่ชะแง้เหลียว
ใช่สุมาลย์กิ่งทอด .. ช้อยยอดเรียว
แต่เป็นเสี้ยวหน้านั้น .. ที่มั่นคอย
O จะขอเพียงใฝ่เฝ้า .. อยู่เท่านี้
ด้วยเหลือที่จะคิดคืบเข้าสืบสอย
รูปแพงเอย-อวลกลิ่น .. อย่าสิ้นรอย
เพื่อหอมลอยล่องลมเข้าบ่มทรวง
O ละครั้งคราว .. รื่นฉมกลางลมร่ำ
ก็ตอกย้ำงดงามเพรียกความหวง
และทุกครั้งจบงาม, ถ้อยความปวง-
ก็ลามล่วงยั่วเย้า .. ให้เฝ้ารอ
O จากเรือนห่างไกลพ้น .. มีขวนขวาย-
จากจิตชายแหนหวง .. บำบวงขอ-
พรเทวัญชั้นฟ้าให้มาออ-
แอบหวานซึ้งเคล้าคลอ .. โลมล้อใจ
O จักรู้กันบ้างไหมหนอใจนั่น
ว่าอีกความผูกพัน .. แสนหวั่นไหว-
อยู่ร่ำรอปรารถนาแรงอาลัย
ช่วงชี้ให้เจตจินต์ร่วมยินดี
O ปฏิพัทธ์แห่งชายเมื่อบ่ายโบก
ผ่านลมโลกแล่นระลอกยั่วหยอกศรี
จะเปรียบหวานละลานค่าด้วยมาลี
เหมือนหลู่ค่าราศีให้มีรอย
O ด้วยว่าหอมหวานมวลแห่งมาลี
จักต้องเกณฑ์ราคี .. บัดพลีถ้อย
เปรียบคันธารสหอม .. โน้มน้อมคอย
ฤๅเปรียบหอมละม่อมน้อย .. รูปรอยเดียว
O รอเถิด .. รูปแพงน้อย .. เจ้าคอยรับ-
การปรุงศัพท์เตรียบพากย์ .. อันกรากเชี่ยว-
ด้วยอาวรณ์รำบาย .. เพื่อคลายเกลียว-
รัดทุกเสี้ยวใจนั้น .. แล้วพันธนา
O รอเถิด .. รูปแพงเจ้า .. จงเฝ้ารอ
ความพร่ำพ้อผู้คอยละห้อยหา
เพื่อรายล้อมดวงขวัญ .. มอบฉันทา
ร่วมรูปรอยเสน่หา .. แนบอารมณ์

รอไปขอขมาพ่อแม่ได้เลยครับ 55





คุณทิพย์ ..
คุณกำลังพูดคุยกับ ชายโสดอยู่นะครับ
ไร้ทั้งพันธะ และภาระ 55


โดย: สดายุ... วันที่: 20 กันยายน 2560 เวลา:14:13:31 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ

ว๊าววววววววววววว พูดจริงหรือแกล้งหรอกขย่มใจสาวๆเล่นค่ะ
เป็นไปได้ไง ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งรวย ทั้งฉลาดรอบรู้ทุกเรื่อง
แต่ยังไม่มีคุณนายอยู่เคียงข้าง พูดปดให้สาวน้อย สาวใหญ่ใจเต้นตุ้มๆต้ามๆ มีความหวัง มันบาปนะคะ 555

ชอบกลอนที่ตอบโต้กับคุณเอื้อย อ่านดูเป็นเรื่องเป็นราวดีค่ะ คุณเอื้อยอย่ายอมแพ้นะคะ สู้เขาค่ะ ทิพย์ฝ่ายกองเชียร์
สงครามอักษรจะเริ่มต้นแล้ว ณ.บัดนี้ กรรมการตีระฆัง เป๋ง 555


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.240.120 วันที่: 21 กันยายน 2560 เวลา:5:44:19 น.  

 


คุณทิพย์ ..
เวลาเขียนกลอนนารีปราโมช หากจะให้ความรู้สึก
อ่อนหวาน เอ็นดู อย่างเหลือล้นแล้วล่ะก็จำต้องใช้
"จริตอิริยาสาวน้อย" เป็นภาพสร้างในคำนึง
มันจึงจะค่อนข้างได้ feel นั้น

ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์จริงๆ ..
ทั้งรูปลักษณ์ ทั้งจริต ท่วงท่า ..

ยิ่งตอนเริ่มวัยสาว แล้วเริ่ม "อ้อร้อ"เป็น ..

จะน่าดูยิ่งนัก .. 55


โดย: สดายุ... วันที่: 21 กันยายน 2560 เวลา:7:50:04 น.  

 
คุณสดายุ

แน่ใจหรือ?เสือพร้อมยอมลงป่า
ทิ้งเขี้ยวเล็บลีลาท่าผยอง
เดินเชื่อเชื่องดุจแมวแล้วประคอง
กวางน้อยน้องทรมานมานานปี

ทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม? แม่เอื้อยจะได้พายเรืออีโพงช่วยตีฆ้องร้องป่าวรับเจ้าบ่าวให้ดังสะเทือนเลื่อนลั่นทั่วทั้งคุ้งน้ำ อย่าลืมมาขอขมาเร็วๆ เจ้าสาวเขารอค่ะ 555

คุณทิพย์ อย่างง ว่าเขาคุยอะไรกัน
เนื่องจากกลอนคุณสดายุ มีความเกี่ยวกับ"ความนัย"
เวลามาเม้นท์ ควรให้มี"นัย" เหมือนในกลอนด้วยค่ะ อิๆๆ


โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 วันที่: 22 กันยายน 2560 เวลา:14:52:37 น.  

 
สดายุ ..
สาวปาริเซียง ตกรอบไป เพราะ วีซ่าไปฝรั่งเศสไม่ได้ใช่ไหม เลย " ด้วยเหลือที่จะคิดคืบเข้าสืบสอย"
"O จะขอเพียงใฝ่เฝ้า .. อยู่เท่านี้
ด้วยเหลือที่จะคิดคืบเข้าสืบสอย
รูปแพงเอย-อวลกลิ่น .. อย่าสิ้นรอย
เพื่อหอมลอยล่องลมเข้าบ่มทรวง"

แถมกะจะ
"พรหม วิวาหะ"( การแต่งงานที่ชาวฮินดูยกย่องว่าประเสริฐที่สุด โดยบิดาได้ยกลูกสาวของตนให้แก่ชายผู้มีความประพฤติและการศึกษาดี ฝ่ายชายเองก็ยอมรับหญิงเป็นภรรยาอย่างเต็มใจโดยไม่เรียกสินสอดใดๆทั้งสิ้น) อีกแน่ะ ... มากไปแล้ว เพ่...555

ลงทุนซื้อ โค กระบือ หน่อยซิ เผื่อสาวจะได้ภูมิใจว่า มีราคาบ้าง !
"อารษะ วิวาหะ" คือการแต่งงานโดยที่ฝ่ายชายมอบโคหรือกระบือหรือทั้งสองอย่างแก่บิดาฝ่ายเจ้าสาว


โดย: บุษบามินตรา IP: 178.8.172.66 วันที่: 22 กันยายน 2560 เวลา:16:24:42 น.  

 


แม่เอื้อย ..
เสือ สิงห์ กระทิง แรด .. ส่วนมากก็เสร็จกวางน้อยทุกราย
คงต้องชี้โทษไปที่ "ธรรมชาติ" ที่ทำให้เป็นไป

การระบุลงไปใน spec ของวัยสาวนั้น .. แม้จะมี
หลากหลายไปตามเผ่าพันธุ์ .. แต่เพื่อเอา "จ่าฝูง" ให้
อยู่หมัดเพียงประการเดียว .. เพื่อวิวัฒนาการของ
สรรพสิ่งจะดำเนินต่อไปได้ .. อันนี้ต้องยอมรับ

ตั้งแต่เนเฟอร์ติติ มาจน คลีโอพัสตรา ..
มาจน แม่อยู่หัวสุดาจันทร์ ..

เพียงแต่เผ่าพันธุ์สยามปรุงแต่งเรื่องราวประกอบมาก
มายเกินไป .. จึงต้องใช้วิธี "ที่จะต้องมีการขอขมา" กัน
ภายหลัง ประหยัดทั้งเวลาและเรื่องราว .. 555





มินตรา ..
"พรหมวิวาหะ" อาจมีบริบทเยี่ยงนั้น ซึ่งออกจะมีบริบท
การปรุงแต่งประกอบเรื่องราวก่อนหลังมากมายเกินไป
เผลอๆ หม้อข้าวไม่ทันดำ เลิกรากันไป


แต่ "วิวาห์เหาะ" .. นี่เป็น version ย่นย่อรวบรัดชัดเจน
รวมทั้งความรับผิดชอบพรั่งพร้อม ..
อาจอยู่กันจนตายจากกันไป

โลกจึงมีแนวโน้มไปทาง ..
ไม่เอาความยุ่งยากที่หวังผลไม่ได้ ..
มาเป็น ความสมยอมที่พร้อมใจกันรับผิดชอบ ..
มากกว่านะ




โดย: สดายุ... วันที่: 24 กันยายน 2560 เวลา:8:13:11 น.  

 
สดายุ...

การแต่งงานโดยที่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตกลงปลงใจจะอยู่ด้วยกัน โดยบิดามารดาทั้งสองฝ่ายไม่ได้รับรู้ นั้น
ศาสนาฮินดู พวกพราหมณ์ท่านเรียกว่า
"คนธรรพ วิวาหะ" หรือ
"วิวาห์เหาะ" ในศัพท์ของสดายุ

ในศาสนาพุทธ ท่านแบ่งคนธรรพ์เป็นสองกลุ่ม:
- คนธรรพ์ชั้นสูงอาศัยบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา
- คนธรรพ์ชั้นล่างอาศัยบนโลกมนุษย์ โดยสถิตอยู่ภายในส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม

คนธรรพ์เป็นชาวสวรรค์ที่ชำนาญในวิชาดนตรีและขับร้อง
เมื่อเป็น "ชาวสวรรค์" จะให้ลงมาจดทะเบียนกับนายอำเภอ ก็กระไรอยู่ จริงมะ 555

"โลกจึงมีแนวโน้มไปทาง .." ..
ความรักสำเร็จรูป `Instant`love
แบบ บะหมี่ไวไว หรือ กาแฟสำเร็จรูป ( instant coffee)

สาวสาวคนไหน เห็นใจสดายุ รับสมัครได้ทุกวัน ในเวลาราชการ คิดค่าบริการฟรี



โดย: บุษบามินตรา IP: 92.78.50.252 วันที่: 24 กันยายน 2560 เวลา:18:44:26 น.  

 
สวัสดีคุณสดายุ คุณเอื้อยค่ะ

บ้านนี้จุดประสงค์เขียนกลอนให้สาวน้อยอ่าน แต่ส่วนใหญ่ที่อ่านกลับเป็นสาวที่อายุเหลือน้อย แต่มีจริตเลียนแบบสาวน้อยค่ะคุณสดายุ คงพอจะอนุโลมผ่อนปรนให้อ่านได้ 555

คุณสดายุก็รีบไปเบิกอายุกลับคืนมา ให้วัยใกล้เคียงกันหน่อย คนหนังเหี่ยวเหนียงยานจะได้ไม่เขินมากไปค่ะ 555

คุณเอื้อยค่ะ
มีกลอนอะไรมานำเสนอบ้างนะคะ อย่าหายไปนาน คิดถึงนะคะ หมู่นี้ขายของไม่ดีเลย เศรษฐกิจแย่มากๆ ในอยุธยาแม่ค้าจะมากกว่านักท่องเที่ยวอยู่แล้วค่ะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.242.179 วันที่: 25 กันยายน 2560 เวลา:7:23:57 น.  

 


มินตรา ..
ผมเป็นพวกสัจจะนิยม – ชอบมองทุกสิ่งในสภาพที่จับต้องสัมผัสได้
จึงเป็นที่มาของการตั้งคำถามต่อเรื่องราว .. ต่อโลกแวดล้อม
.
สมัยที่ มักซีมีเลียง รอแบ็สปีแยร์
ก่อกระแสการปฏิวัติฝรั่งเศสนั้น คือปี คศ.1789 หรือ
พศ.2332 หลังประหารพระเจ้าตากสิน แค่ 7 ปี .. แปลว่าเกิดขึ้นในช่วง
รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงเทพ
.
คนไทยสมัยนั้นเป็นอย่างไร ?
แต่คนฝรั่งเศสมี ศิลปะ วิศวกรรมการก่อสร้าง รวมทั้งปรัชญาการเมือง
ไปถึงขั้นมีการตั้งสภาประชาชนกันแล้ว ..
.
สมัยที่ไทยส่งทูต โกษาปาน ไปฝรั่งเศส สมัยพระนารายณ์
คือ พศ.2228 ก่อนหน้าการปฏิวัติฝรั่งเศส 104 ปี .. สมัยนั้นคนฝรั่งเศส
ยืนต่อหน้ากษัตริย์ ขณะที่คณะทูตไทย คลานกันเป็นแถว ตามรูปที่เห็น
คนไทยสมัยนั้นเป็นอย่างไร ?
.
การมีชีวิต การศึกษา การเปิดกว้างทางความคิด
การไม่เชื่อง ต่อคำสอนคร่ำครึโบราณ
(ที่พยายามตรึงสังคมไว้ให้หมุนไปข้างหน้าให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไม่มีเหตุผล)
จึงเป็นที่มาของ 2 สังคมที่ไล่ตามกันไม่ทัน เป็นเวลาเท่าที่รับรู้บันทึกไว้
2560-2228 = 332 ปี ..
.
ไล่อย่างไร ก็พัฒนาไม่ทันเขา ... เพราะอะไร ?
จึงต้องเดินแกะรอยไปตาม Parisienne Walkways เยี่ยงนี้แล
555




โดย: สดายุ... วันที่: 25 กันยายน 2560 เวลา:9:55:53 น.  

 


คุณทิพย์ ..
ก็เคยมี สว.-สูงวัย มาจำแลงร่างเป็น สน.-สาวน้อย มาแล้วครับในอดีต
จินตนาการของผู้คน มันก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรใคร .. หากมีส่วนทำให้
บรรดา ป้าๆ มีความสุขใจได้บ้าง .. กระผมก็ยินดีนักแล้ว
.
ส่วนบรรดาสาวน้อย ไว้ค่อยแอบมาคุยหลังไมค์เอา
จะไม่เอามาพูดหน้าจอเด็ดขาด ..
อันนี้เป็นปณิธานที่ตั้งไว้แข็งแรง .. เหมือนป้อมอลาโม่ นั่นเชียว



โดย: สดายุ... วันที่: 25 กันยายน 2560 เวลา:13:53:05 น.  

 
คุณสดายุค่ะ
แต่ป้อมอลาโม่มันปิดแต่ข้างหน้า ข้างหลังมันเปิดนะคะ คุณแอบเอาสาวน้อยไปอยู่ที่นั่น พวกเธอคงแอบเล่นกันอย่างสนุกสนานทีเดียวค่ะ 555

ส่วนเรื่องอายุ ทำไมผู้หญิงถึงต้องกลัวไม่กล้าจะเปิดเผยกันนะ ทิพย์อายุ 40 กว่าแล้ว เข้ามาคุยกับคุณก็ไม่ต้องมาปิดบังอำพรางอะไร เพราะไม่มีประโยชน์อื่นใดที่จะต้องแอบแฝง คุยกันตรงๆมันสบายใจดีค่ะ



โดย: ทิพย์ IP: 49.48.242.179 วันที่: 26 กันยายน 2560 เวลา:7:44:52 น.  

 

“If you can’t treat someone with dignity and respect, then get out. ! ” (Maj. Gen. Jay B. Silveria ) 555


โดย: บุษบามินตรา IP: 212.47.252.101 วันที่: 30 กันยายน 2560 เวลา:12:10:27 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ

บ้านทิพย์เช้านี้อากาศสดชื่นมากค่ะ แต่ข้างบ้านมีตัวเงินตัวทองคอยเดินป้วนเปี้ยนไป ป้วนเปี้ยนมา ตัวนี้ไล่มันไปหลายรอบแล้ว แต่มันก็หน้าด้านเหลือเกิน
จนปัญญาไล่แล้ว ต้องปล่อยมันป้วนเปี้ยนต่อไปมันก็ไม่มีพิษภัยอะไรหรอก เวลามันแลบลิ้นแพร่บไปแพร่บมาน่ารักดีค่ะ 555

คุณสดายุค่ะ ทิพย์มีเรื่องจะปรึกษาเรื่องการเรียนลูกสาวหน่อยค่ะ ทิพย์กำลังคิดว่าจะส่งลูกที่กำลังจะจบม.ต้นในปีหน้าไปเรียนต่อต่างประเทศ

ตอนแรกจะส่งไปเรียนที่อังกฤษ แต่ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี คงส่งไม่ไหว จึงคิดว่าจะส่งไปเรียนที่สิงคโปร์แทน

แต่ได้ยินมาว่าเด็กที่จะไปเรียนที่นั่น ก่อนเข้าต้องสอบ Aeis เพื่อเป็นการปรับพื้นก่อน คุณคิดว่าการศึกษาที่สิงคโปร์ดีไหม หรือมีประเทศอื่นที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก การเรียนพอๆกัน จะแนะนำให้ทิพย์ได้บ้าง ขอบคุณมากค่ะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.242.85 วันที่: 1 ตุลาคม 2560 เวลา:6:57:05 น.  

 


มินตรา ..
คงหมายถึงกรณีนี้ ..



ความเป็นผิวขาว .. ที่พัฒนาแล้วแทบทุกประเทศแทบทั้ง 100 %
อาจเป็นสาเหตุให้ผิวขาวรู้สึกเหนือกว่า ทุกสีผิว มาตั้งแต่หลังปฏิวัติอุตสาหกรรม และขยายบทบาทความเหนือกว่าไปทั่วโลก ..
.
.
เป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆที่ระดับด้อยวุฒิภาวะจะเอาความรู้สึกแบบนั้นมาขยาย เผยแพร่ ในหมู่สีผิวเดียวกัน
.
.
ปัญหาคือ โลกปัจจุบันมันสัมพันธ์กันจนแยกไม่ออก ..
มันไม่มีทาง isolate อยู่กันเฉพาะสีผิวเดียวกันได้เลย .. ไม่มีทาง
.
.
น่าสนใจว่า ความคุกรุ่นต่างๆระหว่างสีผิว .. ทำไมเกิดมากในดินแดนที่ ผิวขาวเดินทางไปครอบครอง ? เช่น อเมริกา ?
.
.
ผิวขาว พวกไหนที่อพยพไปหาโอกาสใหม่ ในดินแดนใหม่ ?
มันควรเป็นพวกชนชั้นกลาง - สูงที่มีโอกาส และ อำนาจในสังคมเดิม ?
หรือควรเป็นพวกรากหญ้าที่ไม่มีอะไรครอบครอง ไม่มีอะไรต้องเสีย ?
.
.
ผิวดำเอง .. ไปอยู่ในดินแดนนั้นได้อย่างไร ?
ไล่ ทอดแห จับลงเรือไปเป็นแรงงานในฟาร์มของรัฐทางใต้ไม่ใช่หรือ ?
ใครเป็นต้นคิดเอาไป ? .. ไม่ใช่ผิวขาวเจ้าของฟาร์ม หรือ ตัวแทนค้าทาส ยุคนั้นดอกหรือ ?
.
.
เป็นภาวะปมด้อยของเชื้อสายรากหญ้าผิวขาว .. ที่ไม่อาจทนเห็นเชื้อสายทาสที่สร้างฐานะ อาชีพ ได้เท่าเทียมตน หรือ กระทั่งดีกว่าตนในทุกวันนี้ ?
.
.
คงเหมือนๆกับ "ศักดินาเก่าแก่สืบสาย" แถวๆด้อยพัฒนาบางที่ .. ที่เห็นลูกหลานเจ๊กจีนทำมาหากิน .. แค่ร่ำรวยอย่างเดียว .. แต่ถ้ายัง"ส่งส่วย"สม่ำเสมอตามวาระ ก็ยังดูเฉยๆ ..

แต่หากเสือกมาแข่งบารมีกับ "อิทธิพลเจ้าพ่อ" ให้ "ชาวบ้านนิยม" เมื่อไร .. เป็นโดน !



โดย: สดายุ... วันที่: 1 ตุลาคม 2560 เวลา:12:56:23 น.  

 


คุณทิพย์ ..

พอดีผมเคยลงข้อมูลจากสื่อ มติชน เรื่องนี้ ..
1. สิงค์โปร์ซิวมัธยมปลายเลิศที่สุดในโลก เวียดนามแซงโค้ง ไทยหล่นอยู่ที่ 47 .. ตามลิงค์

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=05-2016&date=12&group=132&gblog=162

เท่าที่ทราบคุณภาพการศึกษาเขาดีจริงทั้งระดับ ม.ปลาย และ มหาวิทยาลัย

2. เท่าที่มีประสบการณ์นะครับ .. มีคนเล่าให้ฟังว่า ..

สาวน้อยคนหนึ่งเคยเรียนที่วัฒนาวิทยาลัย ได้แค่ ป.4 แล้วแม่เขาตัดสินใจย้ายไปเข้านานาชาติ Thai-Chinese International แถวๆ ถ.บางนา-ตราด กม.12

สมัยนั้นค่าเทอมก็ปีละ แสนปลาย ซึ่งประมาณแค่ 10% ของ ร่วมฤดี ที่ ถ.วิทยุเอง

พอเรียนได้เกรด 10 .. ครึ่งเทอม มีป้าเขาพาไปเข้า grammar school ที่ ทัสมาเนีย เกาะตอนใต้ของ
ออสเตรเลีย (ที่นี่ค่อนข้างแพงมาก เพราะเป็นโรงเรียนประจำระดับดี หากจำไม่ผิดปีละ 5-6 ล้าน) .. จนจบ เกรด 12 (ม.6) ..

Grammar school ที่ออสเตรเลียถือเป็นโรงเรียนที่เน้นวิชาการ .. ส่วนมากคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนที่นั่น

หลังจากนั้น .. เพราะเกรดเฉลี่ยได้ถึงเกณฑ์ที่เขาตั้งไว้ ก็เข้าต่อเภสัชเลย โดยไม่ต้องสอบเข้าอีก เขาเอาคะแนนมัธยมปลายมาพิจารณาเลย ที่ Monash เมลเบิร์น ออสเตรเลียจนจบ ตรี

ทำไมถึงเป็นเภสัช ?
เพราะชอบทางเคมี

ทำไมถึงเป็น Monash ?
เพราะ ranking สาย pharmacy อยู่อันดับ 2 รองจาก ฮาร์วาร์ด เหนือกว่า อกกซ์ฟอร์ด หรือ เคมบริจด้วยซ้ำ

พ่อแม่ไม่เคยชี้นำในการเลือกคณะเรียน .. เขาคิดเอง

ออสเตรเลียเป็นเมืองฝรั่งที่ไม่ไกลนัก มีนักเรียนนักศึกษาเอเชียไปเรียนกันมาก จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย .. โดยเฉพาะที่ เมลเบิร์น

หลักสูตรการศึกษาก็มีอังกฤษเป็นแนวทาง .. ค่าครองชีพไม่สูงเหมือนทางยุโรป หรือ อเมริกา ..

สิงคโปร์ .. แข็งแกร่ง ในแง่คุณภาพการศึกษา
แต่สำหรับผม มองว่า ในความเป็นเอเชียมันจะมีลักษณะชี้นำของคนสอนมากกว่าพวกฝรั่ง .. ถึงมีคุณภาพแต่ นวัตกรรม ประดิษฐ์กรรม ต่างๆในโลก ไม่เคยได้จากชาติพันธุ์พวกนี้ ไม่ว่า จีน แขก ญี่ปุ่น

เท่าที่ทราบที่สิงคโปร์ การครอบงำรุนแรง ทำให้เด็กเครียดมากกว่าการเรียนการสอนแบบฝรั่ง

ขณะเดียวกัน การปล่อยอิสระแบบฝรั่งนั้น เด็กต้องรู้จักควบคุมตัวเองได้ ทั้งเรื่องการเรียนและการใช้จ่าย .. เพราะจะไม่มีใครคอยบอกว่าต้องทำอย่างไร ต้องทำเมื่อไร .. เป็นการใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่

maturity ของผู้คนในสังคมแบบนี้จะมีสูงกว่า เมืองแบบเอเชีย

เมื่อจบมา ก็มองต่อเรื่องงาน ..
เด็กจบในประเทศ ภาษาอังกฤษไม่ลื่นไหลเพียงพอสำหรับฝรั่งนักธุรกิจที่ถูกส่งมาควบคุมสาขา ..

เรื่องภาษาอังกฤษจะมีผลมากกับบริษัทฝรั่ง inter ระดับ ...
Pfizer
Hoechst
GlaxoSmithKline
Bayer
Merck
.
.
(เฉพาะด้าน pharmacy)

อีกทั้งกว้างขวางด้วย connection ที่เป็นเพื่อนต่างชาติ
และสาวน้อยคนนี้เป็น 1 ใน 2 จากเด็กประมาณ 108 คนทั้งที่จบในและจบนอกมา
ที่สอบแข่งขันและชนะการสอบแข่งขันเพื่อตำแหน่ง leader program ในบริษัทข้ามชาติ ..

ผมมองว่าค่าใช้จ่ายไม่ต่างกันมากนักระหว่าง สิงคโปร์ กับ ออสเตรเลีย ..

ข้อมูลที่ดีที่สุดคือ สถานทูตประเทศนั้นๆครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 1 ตุลาคม 2560 เวลา:13:57:11 น.  

 
คุณสดายุคะ

ทิพย์ยังสับสนไม่รู้จะให้ลูกสาวไปเรียนทางไหนดี นางเป็นลูกสาวคนเดียวด้วยอีกใจก็เป็นห่วง ไม่อยากให้ไปไกล แต่ด้วยความที่นางเป็นเด็กชอบความก้าวหน้าและชอบที่จะเรียนในประเทศที่มีการศึกษาชั้นนำ นางเรียกร้องอยากจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ

แต่ตอนนี้ทิพย์คงไม่มีปัญญา ค่าเรียน ค่ากิน ที่พัก สนนแล้วเดือนละประมาณสองแสนค่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเศรษฐกิจดีๆ คงพอส่งได้

เด็กที่คุณเล่ามาคงเป็นเด็กเรียนดี ถึงได้โควต้า ถือว่าเก่งมากค่ะ และเรียนเภสัชด้วย ต้องเป็นคนเก่งจริงๆ ขนาดในไทยยังติดกันยากนะคะ

อาชีพเภสัชจบในไทยก็ไม่ต้องไปหางานที่ไหนทำ แค่เปิดร้านขายยาก็รวยอื้อแล้ว น้องข้างบ้านทิพย์ ปัจจุบันขายไม่ทัน ต้องให้พ่อลาออกจากปลัดอำเภอมาช่วยขาย ทิพย์ก็ยังบอกลูก แต่ลูกกลับไปชอบสาขาพวก Airport and Airline management

นางมีจินตนาการ ชอบดูนกที่มีอิสระเสรี บินไปได้ทุกที่ ทั้งๆที่หัวนางจะไปเรียนแพทย์ก็พอไหว แต่ลูกไม่ชอบค่ะ อีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว ตอนนี้ยังเด็กเรียนเก่ง แต่ไม่รู้ว่าโตแล้วจะเก่งหรือเปล่าค่ะ

ช่วงปิดเทอมทิพย์ก็ส่งลูกไปติวภาษาที่สยาม เพราะเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ อยากปูพื้นให้แน่นๆก่อนค่ะ
ทิพย์ยังกังวลกับการตัดสินใจในการเรียนต่อของลูกอยู่ ช่วงนี้จึงหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ขอบคุณคุณสดายุมากนะคะที่ช่วยแนะนำค่ะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.243.93 วันที่: 1 ตุลาคม 2560 เวลา:17:03:11 น.  

 
ดายุ...

ค่ะ แฟนพันธุ์แท้ ! 555

"กลับบ้านไปซะ ไอ้มืด" ประโยคที่ คนบางคนเขียนติดไว้ใน โรงเรียนทหารอากาศอเมริกัน ด้วยจิตริษยา

"ถ้าเคารพคนอื่นแบบมนุษย์ไม่ได้ เมิงไสหัวไปทางนั้นเลย" (พลอากาศโท Jay Silveria) เป็นประโยคที่ นายพลอากาศอเมริกัน เรียกประชุมด่วน นักเรียนนายร้อยอากาศ ทั้ง 4000 คน เพื่อประกาศ เจตนารมณ์ในการกำจัดจิตริษยา
แต่ ผลปรากฎว่าวันนี้ อาทิตย์นี้ มีแข่งขันฟุตบอลล์ และมีการต่อต้าน สีผิว ยุแหย่ให้ แตกแยก (Rassismus und Diskriminierung ) เกิดขึ้นอีก (30.09.2017 แหล่งข่าว: Welt N24 )
นี่ เป็นเรื่องของ กมลสันดาน ที่ชอบยุแหย่ และ คิดว่าตนเองมีจิตใจเสมอผู้อื่น
ยากที่จะขัดเกลาได้
มิใช่สีผิว แต่เป็นพวกอวิชชา จิตต่ำทรามรังแต่จะเป็นอาหารเต่าปูปลา !
หาเรียกว่ามนุษย์ไม่
...............................

บริษัทผลิตยา (pharmacy) :
Pfizer
Hoechst
GlaxoSmithKline ( GSK)
Bayer
Merck

บริษัทเคมีทั้งหมดที่กล่าวถึง มี GSKบริษัทเดียวที่ไม่ใช่บริษัทเยอรมัน
เป็นบริษัทอังกฤษที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก ซึ่งทำวิจัยเป็นของตนเองจนมีเรื่องขึ้นลงศาลมากมายทั้งในอเมริกาและในจีน
แต่มีร่วมงาน (Joint-Venture )กับ บริษัท Pfizer ของเยอรมัน ที่ก่อตั้งในอเมริกา เรื่อง HIV-Medizin.

บังเอิญระยะนี้ มินตราต้องศึกษาเรื่อง Medizin 4.0
(Healthcare) เลยต้องรู้บ้าง

"กวางน้อย" ของสดายุ เก่งมากที่ เป็นหนึ่งใน
leader program ของอียู
โครงการพัฒนาชนบท และเมืองชายฝั่งทะเล
"Community-Led Local Development (CLLD)"
อย่างนี้รัฐบาลจิงโจ้ก็ต้องเก็บตัวไว้เลี้ยงจิงโจ้ ต่อ
ไม่ให้กลับบ้านหรอกนะ

ส่วนเรื่อง "ศักดินาเก่าแก่สืบสาย" นั้น
ก็เพราะไปขายบริษัทโดยไม่บอกเล่าเก้าสิบ
เรียกว่า "บังอาจมา กระตุก หนวด เสือ "
อย่างนี้ก็ต้องตัวใครตัวมันล่ะ 555


โดย: บุษบามินตรา IP: 178.5.158.74 วันที่: 1 ตุลาคม 2560 เวลา:17:53:47 น.  

 


คุณทิพย์ ..
สาวน้อยคนนั้นก็เป็นลูกสาวคนเดียวเช่นกันครับ
ไม่มีพี่น้อง จนต้องมีเพื่อนมากมายทดแทน 55

อาศัยที่เป้นคนที่รู้จักแยกแยะ ระหว่างเพื่อน
ที่ไม่ลงรอยกัน จึงมีเพื่อนหลายกลุ่ม หลายแบบ
ทั้งเพื่อนเที่ยว เพื่อนเรียน เพื่อนร่วมอยู่อาศัย
(เมืองนอกนั้นต้องรวมเพื่อนที่ไปกันได้มาเช่า
ห้องพักอยู่กัน share ค่าห้องกัน .. เพราะแพงมาก)

ผมเข้าใจพ่อแม่ที่มีลูกสาวคนเดียวดีทีเดียว ..
แต่คิดว่าพ่อแม่เลี้ยงมากับมือควรต้องเข้าใจ
"ความเป็นตัวตน"ของลูกได้ดีที่สุด ว่า ..
อุปนิสัยเขานั้น จะลอยขึ้นสูง หรือ จะไหลลงต่ำ ..

สาวน้อยที่ผมพูดถึง บินเดี่ยวไปออสเตรเลีย 9 ชม.
ต่อเครื่องที่เมลเบิรน์ไปลงทัสมาเนียอีกต่อ 2 ชม.
โดยลำพังคนเดียวมาตั้งแต่ เกรด 10 (ม.4) ครับ

ดังนั้นการเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง .. เด็กจะเข้มแข็ง
เป็นผู้ใหญ่ ได้ดีกว่าแบบไทยๆ .. ผมเป็นพวกนิยม
ฝรั่งครับ .. ทั้งแนวคิดและ วิถีปฏิบัติ รวมทั้งการ
อิงเหตุผล

การที่เด็กรู้ความต้องการของตัวเอง เราควรสนับสนุน
ครับ เพราะชีวิตเขา ไม่ใช่ชีวิตเรา .. เราควรเป็นเพียง
ผู้สนับสนุน ให้กำลังใจ และให้ข้อคิดเชิงการมี
ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ในฐานะผู้มีประสบการณ์มากกว่า
เท่านั้นเอง

และการที่เด็กเก่งเลข เก่งวิทยาศาสตร์ ไม่ได้แปลว่า
จะประสบความสำเร็จในวัยทำงาน .. การเรียนสายหมอ
วิศวะ ในต่างประเทศก็เป็นเพียงอาชีพกลางๆ ..

ในอเมริกา บริหารการเงิน กฎหมาย เป็นอาชีพทำเงิน
คณะนิติศาสตร์จึงมีเด็กหัวดีไปเรียนมาก

Airport and Airline management .. ก็น่าสนใจ
ครับ เพราะเป็นเรื่อง การเดินทาง การขนส่ง การจัดการ
เกี่ยวกับ logistic ทั้งคน ทั้งสิ่งของ จะมีบทบาทมากขึ้น
ลองพิจารณาการเดินทางด้วยเครื่องบินที่มากขึ้น
ง่ายขึ้น ที่แต่ก่อนต้องเป็นเรื่องของคนมีเงินเท่านั้น

สนับสนุนในสิ่งที่เด็กสนใจครับ .. จบไปได้เลยสำหรับ
ความคิดที่จะพยายามเบี่ยงเบน โน้มน้าวใจเด็กให้
เปลี่ยนไปเรียนคณะที่ "พ่อแม่ชอบ"

สิงคโปร์ มีอีกเรื่องคือ ใช้ภาษาอังกฤษที่ผิดเพี้ยนมาก
จนเป็นที่ล้อเลียนของโลก ว่าเขาพูด Singlish

ลองหาข้อมูลประเทศที่เหมาะสมดูครับ ..



โดย: สดายุ... วันที่: 1 ตุลาคม 2560 เวลา:19:00:54 น.  

 


มินตรา ..
ช่างสืบเสาะนะนี่ 555

leader program เป็นการ rotate ไปในทุกๆ
องคาพยพที่เป็น front office ขององค์กร
จึงเป็นที่หมายปองของเด็กส่วนใหญ่ ..

การที่เด็กมีโอกาสเข้าร่วมการอบรม Landmark ก็อาจ
มีส่วนเสริมสร้างการเป็นผู้นำ และ การจัดการเรื่องราว
อย่างเป็นระบบ .. ย่อมเป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่
ตลาดต้องการ

ประเด็นหลักที่สำคัยมากของเด็กไทยที่ไปเรียน
เมืองนอกคือ ปีแรกต้องเรียนภาษาอย่างเดียว
ไม่งั้นอ่าน text book ที่เป็นวิชาการไม่ได้ ทำให้
เสียเวลาเปล่าไปกับเรื่องปูพื้นฐาน ..

หากเราเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าให้เข้านานาชาติไว้ก่อน
ก็จะช่วยได้เยอะนะครับ

ซึ่งมันคนละเรื่องกับ หลักสูตร 2 ภาษาของโรงเรียน
ไทยที่ใช้ครูไทยพูดอังกฤษแบบไทยๆกับเด็ก 55

เรื่องทางเคมี กับ วิศวกรรมเครื่องกล .. ดูๆแล้วเทียบ
เยอรมันยากในโลกนี้ ..

Hoechst นี่เป็น บ.แม่ของ UHDE GmbH ที่ผมเคย
ทำงานอยู่พักหนึ่งนะ .. เคยไปแฟรงค์เฟิรต ก็ไปที่
บ.นี้แหละ .. Bad Soden เมืองเล็กๆ

มินตรา รู้จักไหม


โดย: สดายุ... วันที่: 1 ตุลาคม 2560 เวลา:19:24:54 น.  

 

คุณสดายุคะ

ได้คุยแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องที่ทิพย์กำลังกังวลใจ รู้สึกสบายใจขึ้นค่ะ การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของลูก ทิพย์ต้องจัดการคนเดียว เพราะป๊านางเพิ่งเสียไปได้ 2 ปี ทิพย์จึงต้องทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่คนเดียว จริงๆไม่อยากให้ไปเรียนเมืองนอกหรอก

แต่ส่วนหนึ่งเป็นความต้องการของป๊านางตอนมีชีวิตอยู่บวกความต้องการของลูก ทิพย์ก็เลยต้องตัดใจตอนนี้พยายามจะหาข้อมูลการเรียนกับค่าใช้จ่ายต่างๆในหลายๆประเทศอยู่ค่ะ

ลูกสาวคนเดียวเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของทิพย์ ทุกวันนี้ยอมทนเหนื่อยก็เพราะลูกตอนป๊าเขาอยู่ ทิพย์ไม่เคยได้ทำอะไรเลย

แต่ลูกสาวทิพย์ นางเป็นคนช่างพูด ช่างเจรจา เป็นเด็กใฝ่ดี นางบอกกับทิพย์ว่า "จ๋าเรียนจบมีงานทำแล้วจ๋าจะเลี้ยงมามี๊แทนป๊าเอง"ได้ยินลูกพูดคำนี้ ทิพย์น้ำตาแทบหยด นี่ถ้าเขาไปเรียนเมืองนอกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทิพย์คงเศร้าเหมือนกันค่ะ

ทิพย์เองอยากให้ลูกเหมือนสาวน้อยคนที่คุณพูดถึง ช่วยเหลือตัวเองได้ทุกเรื่องเก่งมากค่ะ ถ้าเป็นเช่นนี้ได้ทิพย์คงจะหายห่วงค่ะ

คุณเอื้อยคะ
หายไปหลายวันแล้ว เป็นอะไร สบายดีหรือเปล่า ทิพย์คิดถึงมากๆนะคะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.243.93 วันที่: 2 ตุลาคม 2560 เวลา:7:02:58 น.  

 


มินตรา ..

“ … ก็เพราะไปขายบริษัทโดยไม่บอกเล่าเก้าสิบ
เรียกว่า " บังอาจมา กระตุก หนวด เสือ " … “

สัมปทานการสื่อสาร ให้แก่ UCOM ขายต่อให้ Telenor นอรเวย์ โดย บุญชัย เบญจ (ผัวตั๊ก) -> ไม่ผิด

สัมปทานองค์การโทรศัพท์ให้แก่ ADVANC ขายต่อให้ Temasek สิงคโปร์ โดยทักษิณ -> ผิด

เอาผลประกอบการ ..
ADNAVC กับ SCC มาให้ดูกันพอเพลินๆ
Free Cash Flow คือกระแสเงินสดอิสระ ..
คือกำไรหลังจากหักต้นทุนทุกประการออกแล้ว
เจ้าของจะเอาไปทำอะไรก็ได้รวมทั้งปันผลกลับ
มาให้ผู้ถือหุ้น ..

มือถือที่กินส่วนแบ่งเกิน 50% มายาวนาน ..
ปัจจุบันเองก็ยังอันดับ 1 แม้จะต่ำกว่า 50%
ว่า ทำเงินขนาดไหน ?
ว่า น่าหมั่นไส้เจ้าของมันขนาดไหน ?





สมัยก่อนปี 2549 ต่างกันมากกว่านี้ ครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 2 ตุลาคม 2560 เวลา:13:21:07 น.  

 


คุณทิพย์ ..

สิ่งที่ควรตระหนักและหายห่วงกังวลคือ ..
ชีวิตในประเทศ “พัฒนาแล้ว” ทั้งหลายรวมทั้ง สิงคโปร์ นั้น
ปลอดภัยต่อชีวิตผู้หญิงมากกว่า กรุงเทพ เมืองเทวดาเป็น 100 เท่า ครับ

ตอนสาวน้อยเรียนอยู่ เมลเบิร์น .. พ่อแม่เขาสบายใจมากกว่าการใช้
ชีวิตในกรุงเทพครับ ..

ผมพูดได้ว่า ในบรรดาประเทศ G7 ทุกประเทศ รวมทั้ง สิงคโปร์
(ที่ดูเหมือนจะปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับผู้หญิง เพราะกฎหมายเขารุนแรง)
ยุโรป มี 4 ประเทศคือ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี
อเมริกาเหนือ มี 2 ประเทศคือ สหรัฐ แคนาดา
เอเชีย มี 1 ประเทศคือ ญี่ปุ่น
นี่คือ G7 แปลว่า มหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ..
หากให้ผมเรียงลำดับความปลอดภัยต่อชีวิตผู้หญิง จากดีมากไปหาดีน้อย
1.ญี่ปุ่น
2.แคนาดา
3.เยอรมัน
4.อังกฤษ .. มีปัญหาก่อการร้าย
5.ฝรั่งเศส .. มีปัญหาก่อการร้าย
6.อิตาลี
7.สหรัฐ (คนผิวดำเยอะ)

แต่สิงคโปร์นั้น .. ดีกว่าทั้ง 7 ชาติครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 2 ตุลาคม 2560 เวลา:13:34:32 น.  

 
คุณสดายุขออนุญาตวางกลอนหน่อยค่ะ
ตามนี้เลย @ น้องสาวพี่ @

น้องสาวเอยคนดีฟังพี่ก่อน
ใช่คิดบ่อนทำลายหมายศักดิ์ศรี
เห็นเจ้าทุกข์เศร้าแซมนานแรมปี
ใจของพี่ห่วงเจ้าน้อยพลอยระทม

เจ้าเจ็บแค้น แน่นอก ยกออกเถิด
มันไม่เกิด ประโยชน์ใคร ได้สุขสม
จุกกระอักสำลักเลือดเดือดอารมณ์
จะกดข่มซ่อนทุกข์ไว้อย่างไรฤา

น้องของพี่ถามจิตคิดแน่ชัด
อยากสลัดมิแลแน่ใจหรือ?
ยังค้างคาสงสัยในคำลือ
ถ้ายังดื้อน้องอย่าหมายจะได้คืน

ออกมาเถิด..อรชรอย่าซ่อนเร้น
ให้คนเห็นมณีเก็จงามเพชรรื้น
พี่จะนำพาจากเงาที่เจ้ายืน
สู่ชื่นมื่นเชื่อพี่หนาเจ้ายาใจ

ออกมาเถิด..สลัดเหงาที่เศร้าสร้อย
เขายังคอยรอรับใช่ขับไส
ไทยจักรีสีทองของทรามวัย
วาดฝันไว้ใช่เปล่า?เข้าพิธี

พี่คอยลุ้นอยู่หลังชั่งใจเถิด
น้องควรเปิดตัวตระหนักในศักดิ์ศรี
ตระกูลเชื้อรากเหง้าเหล่าผู้ดี
หงส์ของพี่ใช่กาเร่พเนจร
พี่สาว

Single mom ทิพย์..
เยี่ยมสุดยอด สมัยนี้ผู้หญิงเราต้องเก่งเยี่ยงนี้ ความเท่าเทียมของมนุษยชาติไม่ควรแยกเพศ

แม่เอื้อยเป็นหนึ่งที่ขอสนับสนุนความเข้มแข็งและความเท่าเทียมของสตรี ไม่มีสามีก็ควรจะดูแลลูกเองได้

แม่เอื้อยเชื่อว่า..คุณทิพย์จะทำได้ดีแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 วันที่: 2 ตุลาคม 2560 เวลา:17:22:14 น.  

 
สวัสดีคุณสดายุ คุณเอื้อยค่ะ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลความปลอดภัยในประเทศต่างๆ ถือว่าเป็นไฟนำทางให้กับทิพย์ได้เป็นอย่างดีมากๆค่ะ

เรื่องที่ทิพย์ห่วงเป็นอันดับหนึ่งก็คือเรื่องความปลอดภัย ลูกเป็นผู้หญิงไปอยู่บ้านเมืองอื่น หัวอกคนเป็นแม่ก็คงจะหวาดกลัวไปทุกอย่าง

ระหว่างสิงคโปร์กับออสเตรเลียคุณคิดว่า ที่ไหนน่าเรียนมากกว่ากันค่ะ ประเทศที่มีพวกผิวดำมืดมาก ทิพย์คงไม่ส่งลูกไปเรียนเด็ดขาดค่ะ

คุณเอื้อยค่ะ
ดีใจที่เห็นคุณเอื้อยมาค่ะ วันนี้มีกลอนให้อ่านจุใจอีกแล้วค่ะ แต่เหมือนจะเป็นเรื่องเล่าอะไร ไทยจักรีใช่ชุดไทย
ไหมค่ะ อ่านแล้วงงๆแต่ก็เพราะดีค่ะ

ทิพย์ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว แต่ไม่เคยท้อ ทิพย์มีลูกสาวเป็นเด็กดี เชื่อฟังแม่น่ารักมากค่ะคุณเอื้อย เวลาโรงเรียนปิดนางจะช่วยทิพย์ขายของ ไม่เคยไปเที่ยวเหมือนเด็กวัยสาวคนอื่น ตั้งแต่ป๊านางเสียไป ก็ช่วยดูแลเป็นเพื่อนแม่
นางไม่อยากให้ทิพย์มีแฟนใหม่ กลัวทิพย์จะไปรักคนอื่นมากกว่านางค่ะ 555

ว่างๆก็เข้ามาคุยกันบ้างนะคะคุณเอื้อย ช่วงนี้ฝนตกขายของไม่ดี เลยมีเวลาว่างมาคุยค่ะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.243.93 วันที่: 2 ตุลาคม 2560 เวลา:20:07:56 น.  

 
ดายุ..

"มือถือที่กินส่วนแบ่งเกิน 50% มายาวนาน .. "
ก็"มือถือ"รุ่นนี้ล่ะ ที่ ...
เป็นฟืนเป็นไฟร้อนรุ่มไม่ยอมกินยอมนอน
อาละวาด ฟาดมือฟาดเท้าขว้างของ
ใครใคร ก็ เข้าหน้าไม่ติด ด้วยมีโมหะโทสะไปจวบจนวันสุดท้าย...

นี่"ความรู้รอบตัว"นะคะ ถึงบอกว่า
ช่าง " บังอาจมา กระตุก หนวด เสือ " !
ส่วนเรื่องหุ้นเรื่องเงินนี่มินตราไม่มีความรู้ นะ
..........
บริษัทHoechst มีสำนักงานใหญ่ ที่เมืองFrankfurt-Höchst
เมื่อก่อนซื้อ บริษัทUHDE GmbHที่เมือง Dortmund แล้วต่อมาขายให้
ThyssenKrupp-Konzernes กลายเป็น
ThyssenKrupp Uhde GmbH อยู่ที่เมือง Dortmund
พวกบริษัทใหญ่จะมี บริษัทย่อย(ซึ่งก็ใหญ่)ในเมืองต่างต่างมากมาย

มินตราเคยนั่งเครื่องบินไปไทยติดกับ หัวหน้าฝ่ายขายสี ย้อมผ้า ของ Hoechst
เลยทราบว่าสีผ้าไหมไทยที่สวยน่ะ ใช้สีของเยอรมัน มาก
เป็นคนเดียวที่รู้จัก แลกนามบัตรกัน ท่านมีภรรยาเป็นสตรีไทย มีบ้านอยู่ทางอีสาน

แต่ผู้ที่ชอบซื้อบริษัทโน้นรวมบริษัทนี้ของ Thyssenที่ซื้อบริษัท Krupp
แล้วซื้อบริษัท Uhde มารวมกันน่ะ รู้จักดีทีเดียว
ท่านเป็นประธานบริษัทที่วิจัยและผลิตรถไฟความเร็วสูง Transrapid
ที่จีนส่งคนมาเก็บเทคโนโลยี่ไปกว่าครึ่งจนต้องขายบริษัทให้จีนไป
และ ยังเป็นผู้ที่ขาย รถถังFuchs รุ่นสุดท้ายของ Thyssen-Henschel
ให้ซาอุ ทั้งชุด ซึ่งได้ขายบริษัทนี้ส่วนที่ผลิตรถถังให้บริษัท Rheinmetall ไป

เลยทราบไงคะ
สงสัย มินตรา จะอยู่ในวงกลุ่ม"คนที่ทำประวัติศาสตร์ "น่ะ 555
"ความรู้" ที่อยู่ "รอบตัว" !

เรื่อง ระบบราชฑูต ก็รู้นะนี่..
เพราะสังเกตุที่ ดายุพูดถึง
ก็รู้ว่าไม่รู้เรื่องเบื้องหลัง"การถ่ายทำ"




โดย: บุษบามินตรา IP: 94.222.209.99 วันที่: 2 ตุลาคม 2560 เวลา:20:35:27 น.  

 


แม่เอื้อย ..
กวักมือเรียก"นางอาย"ที่ไหนครับ - 555

ข้อเสียเปรียบของ"หญิงไทย"คือ ชอบแต่ไม่กล้า
แสดงออกให้เขารู้นี่แหละ

แต่เด็กรุ่นใหม่เปลี่ยนไปแล้วนะครับ ..
สมัยนี้สาวจีบหนุ่มเลย หากรู้สึกชอบ ไม่รอแล้ว
พัฒนาการคงตามๆกันไป ทั้งทางญี่ปุ่น เกาหลี ใต้หวัน
คือไปทางฝรั่ง จากวัฒนธรรมที่แพร่ถึง รับรู้ เรียนรู้
กันได้เร็ว ..

สำหรับผมไม่เห็นแปลกนะครับ .. เน้น ความปลอดภัย
กันหน่อยเท่านั้นเอง

วิธีที่ดีที่สุดคือ อำนาจรัฐเป็นกรรมการคอย
จัดการดูแลความปลอดภัยให้คนในสังคมอย่างเคร่ครัด
แบบสิงคโปร์ แล้วปล่อยให้ธุรกรรม พานิชย์กรรม
ดำเนินไปอย่างอิสระเสรีภายใต้กฎเกณฑ์ที่เป็นธรรม

สังคมที่ หญิงสาววัยเจริญพันธุ์ สามารถเดินบนถนน
โดยลำพังยามเที่ยงคืนได้อย่างปลอดภัย ..
นั่นเป็นสิ่งที่ต้องสร้างขึ้นมา ..






คุณทิพย์ ..
ความปลอดภัยในชีวิตของผู้หญิง เป็นสิ่งที่ต้อง
คำนึงใส่ใจเป็นอันดับแรกในการตัดสินใจเลือก
สถานที่อยู่อาศัยของลูก ..

เมืองที่เจริญแล้ว .. จะมีอีกเรื่องที่อาจเป็นอันตราย
คือพวกหัวรุนแรงเหมือนที่เกิดขึ้นใน ลาสเวกัส





มินตรา ..
ถึงขนาดนั้นเชียวหรือครับ ?

ผมไม่มีเพื่อนอยู่ "วงใน" จึงไม่รู้เรื่องแบบนี้หรอกครับ
แต่ย้อนกลับไปที่ครั้ง "เยาว์วัย" ดูเหมือนไม่น่าจะมี
ภาพแบบนั้นนะครับ
- - - - - - - - - -
ตอนที่เป็น Thyssen Krupp นั้น .. ผมไปอยู่
ที่ Shedden Uhde เยอรมัน-ออสเตรเลียแล้วครับ

ตอนนี้ไม่ทราบแล้ว ออกมานานร่วมทศวรรษ





โดย: สดายุ... วันที่: 3 ตุลาคม 2560 เวลา:7:02:30 น.  

 
คุณสดายุ...

แม่เอื้อยช่วยกวักมือเรียกคนในกลอนของคุณ สาวน้อยคนนี้ช่างขี้กลัวจนเกินเหตุจริงๆ ๕๕๕

การเลี้ยงดูแบบโบราณกับสมัยใหม่ ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เลี้ยงแบบในจุดแห่งความพอดี ร่วมสมัย น่าจะลงตัวที่สุด
ผู้หญิงที่มีความกลัวอาจจะมาจากปัจจัยหลายๆอย่าง รัฐก็มีส่วน อย่างเช่น
ในหลายประเทศที่มีกฏหมายแสดงถึงการกดขี่สตรีเพศ เช่น
-ประเทศซาอุ ห้ามผู้หญิงขับรถยนต์
-สาธารณรัฐคองโก สามีจะต้องเป็นคนเลือกงานให้ภรรยาทำเท่านั้น
-ประเทศตูนีเซีย ผู้หญิงไม่สามารถรับมรดกได้เท่าเทียมกับชาย
-ประเทศไนจีเรีย สามีสามารถทำร้ายภรรยาได้โดยไม่มีความผิด ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำเป็นการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

แม่เอื้อยเป็นผู้หญิงเห็นความไม่เป็นธรรมกับผู้หญิงด้วยกันแล้ว มันรู้สึกเดือดดาล ทนไม่ได้ที่เพศเดียวกันถูกกดขี่โดยผู้ชายที่ไร้ซึ่งจิตสำนึกและไม่เป็นธรรมค่ะ

จัดไปซัก 1 บท
"เดรัจฉานอัปรีย์ไอ้ผีเปรต
ไอ้พวกเศษซากห่าซาตานหลอน
ต้องตัดพวงเพศสวาทขาดเป็นตอน
ให้ร้องหอนเจ็บดิ้นจนสิ้นใจ"

*ยกเว้นผู้ชายเจ้าของบ้านนี้ นิสัยดีตามนี้เลยค่ะ*
"หนุ่มน่าซบอบอุ่นละมุนจิต
สาวน้อยติดห่วงละห้อยเฝ้าคอยหา
สาวใหญ่ก็ชะม้ายชอบชายตา
สาวชราคอยชะเง้อแอบเหม่อมอง"๕๕๕

คุณทิพย์..
ยินดีด้วยที่มีลูกสาวเป็นเด็กดี การครองตนให้โสดหลังจากสามีเสียแล้วนั้นเป็นภาวะที่น่ายินดีสำหรับบางคน แต่บางคนก็ไม่ปรารถนาความอ้างว้างทนต่อความเงียบเหงาไม่ได้ ตัดสินใจมีคู่ครองใหม่ ก็กลับผิดพลาดไปจากเดิมหรือดีกว่าเดิม เป็นเรื่องที่คาดคะเนกันได้ยาก

แต่ถ้าลูกยังต้องการความอบอุ่นจากแม่ ก็ควรจะเชื่อลูกเพื่อให้เขามีกำลังใจและเข้มแข็งก่อน เมื่อเขาโตพอที่จะรับรู้แยกแยะอะไรได้แล้ว ความสุขของแม่ก็ยังไม่สายเกินไป เลือกลูกก่อนดีกว่าค่ะคุณทิพย์





โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 วันที่: 3 ตุลาคม 2560 เวลา:18:20:16 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณเอื้อย

ทิพย์อ่านกลอนที่คุณแต่งให้คุณสดายุ อ่านแล้วขำกลิ้งค่ะ 555
คุณเอื้อยแต่งกลอนเก่งได้หลายแนวทั้งบู๊ ทั้งหวาน ทั้งตลก พร้อมนะคะ บุคลิกคุณเอื้อยเหมือนเป็นผู้หญิงที่ดุ แข็งกร้าว แต่แฝงไว้ด้วยความมีเมตตาและอารมณ์ดี เฮฮา ไม่หยิ่งไม่ถือตัวไม่วางท่าดี ทิพย์ชอบค่ะ

ทิพย์เดาว่า คุณเอื้อยคงจะทำงานที่มียศ มีตำแหน่งอะไรแน่ๆค่ะ

คำแนะนำของคุณเอื้อย ทิพย์ก็ทำอยู่ค่ะ หลังสามีทิพย์เสียได้ปีเดียว ก็มีพ่อม่ายนักธุรกิจจะมาขอแต่งงาน แต่ทิพย์
ปฏิเสธเพราะเห็นแก่ลูก กลัวนางจะเสียใจ

อีกอย่างก็คิดว่า คนอื่นที่จะมาแทนที่สามีทิพย์คงหายาก เขาดีกับทิพย์จนวันตาย เตรียมวางแผนให้ลูกเมียที่อยู่ข้างหลังสบายพร้อมหมดทุกอย่างค่ะ ความดีของเขาทำให้ทิพย์ไม่คิดที่จะมีใครอีก อยู่กับลูกอย่างชิวๆ ทำธุรกิจค้าขายต่อจากเขาเพื่อไม่ให้ว่างงานก็พอแล้วค่ะ
อยากจะให้ลูกอยู่กับทิพย์ตลอด แต่เพื่ออนาคตของนาง ทิพย์ก็ต้องอดทนเพื่อลูกค่ะ

คุณเอื้อย อาจจะอายุมากกว่าทิพย์เปล่าค่ะ ทิพย์ 40 กว่าแล้ว อยากเปลี่ยนมาเรียกพี่เอื้อยแทน ทิพย์อยากมีพี่สาวที่ไว้คอยคุยปรึกษาในโลกออนไลน์บ้างค่ะ

เห็นเขียนกลอนน้องสาว อ่านดูรู้สึกอบอุ่นอยากมีพี่สาวแบบนี้บ้างค่ะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.243.93 วันที่: 4 ตุลาคม 2560 เวลา:7:14:34 น.  

 


แม่เอื้อย ..
555..ขำกลอน

ทุกรัฐที่มีส่วนในการกดขี่เพศหญิงที่เขียนมา
ล้วนเป็นรัฐมุสลิมนะครับ ..

รัฐพุทธ .. ศรีลังกา ไทย เกาหลีใต้ พม่า .. มีผู้นำ ญ แล้ว
รัฐคริสต์ .. เยอรมัน อังกฤษ ฟิลิปปินส์ .. มีผู้นำ ญ แล้ว
รัฐฮินดู .. อินเดีย .. มีผู้นำ ญ แล้ว
รัฐมุสลิม .. อินโดนีเซีย .. มีผู้นำ ญ แล้ว

แต่ทางตะวันออกกลางกับอาฟริกาเหนือมันพวก
จารีตสุดโต่ง .. เอาเป็นบรรทัดฐานไม่ได้
มันเป็นการตีความคำสอนที่น่าหัวร่อ ..
คลุมหน้าคลุมตาทำไม ?





คุณทิพย์ ..
ดูอาการแล้ว .. แม่ติดลูกมากกว่าลูกติดแม่นะนี่
สาวน้อยในวัยเจริญพันธุ์จะเริ่มสนใจเพศตรงข้าม
เมื่อเขามีครอบครัว .. ลูก ผัว จะเป็นอันดับ 1

พ่อแม่ จะรองลงมาอีก step
พอลูกเขาเริ่มเข้าเรียน .. ก็จะเป็นแบบที่คุณทิพย์
เคยผ่านมา - สามี กับ ลูกสาว จะจดจ่อมากกว่า
พ่อแม่ พี่น้อง - จริงไหม ?

แล้วตอนนั้น จะมีอาการเรียกร้องความสนใจจากลูก
เพราะตัวเองไม่มีคนอื่นเลย .. เพราะเห็นแก่ลูก
แล้วไม่ยอมมีคู่ใหม่ ทั้งๆที่ยังอยู่ในวัยไม่แก่มากนัก

เด็กจะเสียใจไม่นานหรอกหากคุณทิพย์มีใหม่

วัยเขากำลังอยู่ในช่วง"หย่านม"
จะเริ่มมีโลกส่วนตัว .. และไม่อยากให้ใครมาก้าวก่าย
มากเหมือนตอนประถม




โดย: สดายุ... วันที่: 4 ตุลาคม 2560 เวลา:15:22:15 น.  

 
น้องทิพย์..
ด้วยความยินดีค่ะน้องทิพย์"น้องสาวคนใหม่ของพี่เอื้อย"
แต่การอวยพี่มากไป ดูจะเป็นการไม่เหมาะ
และการล้อเล่นกับคนที่จริงจังกับชีวิตมากไป..ก็คงไม่ดี
เพราะเราต่างก็..เป็นผู้อาศัยด้วยกันทั้งคู่..

พี่เอื้อยจะรับขวัญน้องทิพย์ด้วยกลอนบทนี้ค่ะ
"เจ้ายอดทิพย์คนดีของพี่เอื้อย
น้องช่างเจื้อยเจรจานะยาหยี
พี่จะมอบรักให้ด้วยไมตรี
เป็นน้องพี่เกาะกุมคอยคุ้มภัย"

มีอะไรจะคุยหรือปรึกษา ก็เชิญได้เลย ด้วยความยินดีค่ะ
แต่พี่เอื้อยไม่มีเวลาว่างมากนัก หากยังไม่ได้ตอบก็อย่าว่ากันนะคะ พี่เอื้อยรู้ว่า การไม่ตอบคือการไม่ให้เกียรติและเสียมรรยาทอย่างรุนแรง ซึ่งพี่เอื้อยจะไม่ทำเด็ดขาด เข้าใจนิสัยแข็งนอกนุ่มในของพี่เอื้อยไว้ก่อนจะได้สบายใจ
@รักนะคะน้องสาวพี่@

คุณสดายุ
ก็เพราะไอ้จารีตสุดโต่งนี่แหละ ที่ทำให้เกลียดนักเกลียดหนา

อีกสักบทว่าไป..

เมื่อฝูงเหี้ยรวมกลุ่มประชุมกฏ
เหมือนแข่งตดดงทมิฬล้วนกลิ่นเหม็น
จะขับไล่ไสส่งคงยากเย็น
เผาทั้งเป็นอย่าเหลือซากทั้งกากทั้งตัว!

แม่เอื้อยก็เป็นผู้นำหญิงคนหนึ่ง ผู้ชายสันดานไม่ดีที่อยู่ภายใต้การปกครองของแม่เอื้อย ไม่มีใครได้ผุดได้เกิด สักรายเดียว!!




โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 วันที่: 4 ตุลาคม 2560 เวลา:16:49:27 น.  

 
สวัสดีพี่เอื้อย คุณสดายุค่ะ

โอ้โห้ยยย กลอนพี่บทนี้มาประชุมกันเป็นฝูง น่ากลัวค่ะ เกิดชาติไหนก็อย่าได้ไปอยู่ในที่ถูกกดขี่ไม่มีอิสระภาพอย่างนี้นะคะ ทิพย์ดีใจมากค่ะที่พี่เอื้อยแต่งกลอนต้อนรับน้องสาวคนนี้ ขอบคุณพี่จากใจจริงค่ะ ทิพย์อ่านกลอนบู๊พี่แต่ละบท จินตนาการถึงคนเขียนได้เลยว่า คงเป็นนักเลง ที่ดุดัน ทันคน ไม่กลัวใคร ใจถึงค่ะ ผู้หญิงที่เป็นเจ้านาย น้อยคนนะคะที่จะคุมลูกน้องผู้ชายอยู่ค่ะ

ร้านทิพย์ตอนสามียังอยู่ มีคนงานชายหลายคน แต่พอเขาเสีย ทิพย์ต้องให้เขาออก เหลือแต่คนงานหญิงเท่านั้นค่ะ คนงานชายมันคุมยาก และเรามีลูกสาว จึงไม่อยากจ้างกลัวอันตรายค่ะ

พี่เอื้อยคงเป็นเจ้านายสายโหดเปล่าค่ะ 555 คุมผู้ชายได้ก็ไม่ธรรมดาแล้วค่ะ
เข้าใจพี่เรื่องเวลา ว่างก็มาคุย ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ทิพย์ก็เช่นกัน เอาที่สบายๆ รวมทั้งเจ้าของบ้านด้วยนะคะ

คุณสดายุค่ะ
เรื่องการติดกันนี่ เป็นทั้งแม่และลูกค่ะ ทิพย์เลี้ยงลูกแบบเป็นเพื่อนมากกว่า เวลาไปห้างหรือไปไหนมาไหน จะเดินกอดคอกะหนุงกะหนิงเหมือนเพื่อนกันจนผู้คนชอบทักว่าแม่ลูกคู่นี้อย่างกับคู่แฝดกัน ขนาดและความสูงก็พอกัน และกิริยาอาการเหมือนไม่ใช่แม่กับลูก ความผูกพันเราสองคนมีมาก เลยสรุปไม่ได้ว่าใครติดใครมากกว่ากันค่ะ 555


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.244.81 วันที่: 6 ตุลาคม 2560 เวลา:6:45:58 น.  

 


แม่เอื้อย ..
มีแนวคิดปฏิเสธจารีตสุดโต่งสินะครับ

ผมเองไม่เอาสักจารีต ทั้งสุดโต่ง ทั้งโบราณคร่ำครึ
อย่างว่าแหละครับ .. ถ้ามันดีป่านนี้อุษาคเณย์คง
เป็นเมืองแบบเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ค ไปแล้วสิ ..

จะมาเหมือนทางลาว .. เขมรได้ยังไง .. 555

แต่พอมองลึกลงไปถึงที่มาของ "ความชอบหรือนิยม"
ในสิ่งใดของคนเรา .. อาจเปรียบเทียบได้กับ
การที่ชอบ รสชาติในอาหารที่กิน ..

ชอบหวาน
ชอบเปรี้ยว
ชอบเผ็ด
ชอบเค็ม
ชอบขม

เพียงแต่ว่าพอเป็นอาหาร .. เราไม่โกรธ ไม่หงุดหงิด
ไม่รำคาญ หากว่าเพื่อนหรือคนอื่นจะชอบต่างจากเรา

แต่พอเป็น ศาสนา
แต่พอเป็นแนวคิดทางการเมือง

กลับเป็นเรื่องขึ้นมาทันที ..

ชอบเสรีใครอย่ามายุ่งกะกู ตราบที่กูยังไม่ได้ทำ
ผิดกฎหมายข้อใด

ชอบเจ้านายคนเดียวตลอดชีวิต .. ต้องคอยสรเสริญ
ยกย่อง แบบ"นายท่าน" ของเกาหลีเหนือ

ชอบแบบ "เลือกมาแล้วด่าได้ .. เลือกผิด คิดใหม่ได้เลือกใหม่ได้" แบบอเมริกา

แปลกไหมครับ ?

ส่วนผู้ชายสันดานไม่ดีในความหมายของผมมีว่า ..
ใจแคบ
ขี้ฟ้อง
อิจฉาริษยา
นินทาเก่ง
ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง
ขี้เกียจ
โง่เขลา (หนังสือไม่อ่าน ฟัง"เขาว่า"เป็นหลัก)
งมงาย (ขาดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์)

55 เยอะไปไหมครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 6 ตุลาคม 2560 เวลา:6:56:23 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ

ถ้าผู้ชายสันดานไม่ดีตามคำที่คุณเขียนมาทั้งหมดนี้ ทิพย์ว่าน่าจะเพิ่มคำนี้อีกคำค่ะ " เอาเปรียบผู้หญิง"
ลูกน้องทิพย์เวลาให้เอาของใส่รถเข็นไปส่งลูกค้า ผชจะเกี่ยงให้ผญเข็นไป

นี่คือการเอาเปรียบเล็กๆน้อยๆในชั้นกรรมกรค่ะ
เจ้าพวกนี้คงต้องจัดส่งไปให้พี่เอื้อยอบรม แต่พี่เอื้อยจะด่าเป็นกลอนเจ้าพวกนี้เขาอาจจะฟังกันสนุกไปเลยหรือไงก็ไม่รู้ค่ะ 555

คุณสดายุจะเปลี่ยนบทหรือยังค่ะ เม้นท์ลากยาวแล้วค่ะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.244.81 วันที่: 7 ตุลาคม 2560 เวลา:5:56:44 น.  

 
ชอบมาอ่านเม้นและชอบกลอนแม่เอื้อยเจ้าาา


โดย: แรม IP: 182.232.16.185 วันที่: 7 ตุลาคม 2560 เวลา:13:43:14 น.  

 
น้องทิพย์
พี่ก็ว่าไปตามจริตกลอน ตัวตนแท้จริงพี่เอื้อยมิได้โหดถึงปานนั้น ตามตัวยังพอมีน้ำตาลฉาบอยู่บ้างค่ะ ๕๕

คุณสดายุ
แนวคิดคุณกับแม่เอื้อยคงไม่ต่างกันเท่าไร จะต่างกันที่ตรง
เพศและวัย เท่านั้นค่ะ

คุณแรม
ขอบคุณที่ชอบ แต่กลอนใครก็สู้ของคุณสดายุไม่ได้
ละเมียดละมุนเหนือขุมกว่าเยอะค่ะ


โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 วันที่: 9 ตุลาคม 2560 เวลา:16:59:45 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

พักนี้ทิพย์ไม่ค่อยว่างค่ะ ร.รปิดเทอมทิพย์พาลูกไปติวที่สยาม ไม่อยากให้ลูกเหนื่อยไปกลับ หาหอพักที่ใกล้ๆก็หายากค่ะ

ช่วงก่อนปลายเดือนนี้ คงขับเข้าลำบาก คงต้องพักโรงแรม ทิพย์คงไปอยู่เป็นเพื่อนลูกก่อนค่ะ
คิดถึงนะคะพี่เอื้อย


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.243.185 วันที่: 11 ตุลาคม 2560 เวลา:7:57:20 น.  

 


แม่เอื้อย ..
กลอนของ ญ ชาย มักมีลีลาต่างกันอยู่ครับ ..
กลอนแม่เอื้อยมีลีลาเฉพาะตัว ที่ค่อนข้างชัดเจนว่า
เขียนจากคนที่มั่นใจในตนเองสูง ..

ญ หลายคนที่ผมเคยผ่านตามามักเขียนแบบกล้าๆกลัวๆ
ประมาณเดินตัวลีบๆผ่านบริเวณที่มี
สว ยืนจับกลุ่มคุยกันอะไรประมาณนั้น 555




คุณทิพย์ ..
แถวสามย่านครับมีคอนโดที่บรรดาเศรษฐี
เขาซื้อไว้กินค่าเช่า จะมีเด็กจุฬา เตรียมอุดม
ไปเช่าอยู่กันเยอะ .. โดยเฉพาะที่บ้านอยู่ชานเมือง
ฝ่ารถติดมาไม่ไหว

เป็นคอนโดระดับ B+ ที่อาจจะต้องจ่ายค่าเช่า
แพงหน่อยแต่สิ่งแวดล้อมจะต่างกับ
แฟลตห้วยขวาง แฟลตคลองเตยเยอะเลย

สาวน้อยที่ทำงานกลางเมืองบางคนก็มาแชร์กับ
เพื่อนอยู่นะครับ เคยได้ยินว่าเดือนละ 15,000
หาร 2 ก็คนละ 7,500 น่าจะดีกว่ารถติด เครียด

แต่ไม่แน่ใจว่าต้องเช่าเป็นปีขึ้นไปหรือไม่นะครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 11 ตุลาคม 2560 เวลา:14:28:17 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องที่พักนะคะ ตอนนี้ทิพย์กำลังติดต่อแมนชั่นไม่ไกลจากมาบุญครองค่ะ ก็อยู่ไม่ไกลจากที่ติว คิดว่าน่าจะสะดวก ทั้งเรื่องความปลอดภัย อาหารการกิน ทิพย์ยุ่งกับการหาที่พักของลูกมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว
ยังไม่ลงตัวสักที อาม่านางอาการหนักกว่าทิพย์อีก ตรงนั้นก็ไม่ดี ตรงนี้ก็ไม่ได้

หลานสาวคนโปรดของอาม่าเขาค่ะ แกบอกว่าถ้าค่าเช่าเดือนละเกือบสองหมื่น
แกจะซื้อให้เองเอาไว้เรียนในกรุงเทพแกเสียดายค่าเช่าค่ะ เรื่องของเรื่อง แกไม่อยากให้หลานไปเรียนเมืองนอก เป็นอีกเรื่องที่น่ากลุ้มของทิพย์ค่ะ

สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

ทิพย์ยังยุ่งๆกับเรื่องลูก ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาคุยด้วย พี่เอื้อยสบายดีนะคะ
คิดถึงพี่เอื้อยค่ะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.244.103 วันที่: 19 ตุลาคม 2560 เวลา:17:19:42 น.  

 
คุณทิพย์ ..
ดูที่วุ่นวายกับเด็กทั้งแม่ทั้งอาม่าแล้วต้องบอกว่า “very thai !” จริงๆ

ของผม นางบินเดี่ยวไปออสเตรเลียตั้งแต่ ม.4 แล้วครับ .. 9 ชม.
แถมบางครั้งแวะรอเครื่อง สิงคโปร์ ยังอุตส่าห์ออกจากสนามบินในระยะเวลาที่เขากำหนดเสียด้วย
และกลับบ้านแค่ปีละ 2 ครั้ง .. ทุกอย่างนางจัดการเองหมด เลือกไฟลต์ จองตั๋ว ผ่านแอ๊พมือถือ

เด็กหากประคบประหงมมาก จะกลายเป็นคุณหนู ที่คนแก่รอบตัวต้องคอยตามรับใช้ไปตลอด
ต้องปล่อยให้เขาคิดเองบ้างครับ ..

บ้านนี้ท่าจะอบอุ่นจนเด็กน่าจะร้อนรุ่มเหงื่อแตกไปทั้งตัว นะครับ .. 555



โดย: สดายุ... วันที่: 23 ตุลาคม 2560 เวลา:18:25:21 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ

ทิพย์ก็ไม่ได้ประคบประหงมลูกทุกเรื่องหรอกค่ะ บางเรื่องที่เขาต้องการตัดสินใจด้วยตัวเองผ่านการคัดกรองจากความคิดผู้ใหญ่ว่าดีแล้ว ก็จะปล่อยเขาค่ะ

แต่บางเรื่องที่เขาอาจตัดสินใจผิดพลาดแต่ไม่ถึงกับเสียหายมาก ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของการเรียนรู้เพื่อฝึกประสบการณ์ชีวิตไป แต่ถ้าจะเสียหายหรืออันตรายเกินไป ผู้ใหญ่ก็จะต้องคอยดูแลเป็นเรื่องธรรมดานะคะ

สาวน้อยผู้แสนเก่งปราดเปรียวคนนั้น เป็นลูกสาวคุณหรือเปล่าค่ะ ทิพย์ก็เข้าใจว่าคุณโสดตามที่เขียนบอกไว้ ดีใจด้วยนะคะที่มีลูกสาวเก่ง คงเหมือนคุณพ่อ ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้นค่ะ

สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

พี่สาวทิพย์หายเงียบไปนานเลย สบายดีหรือเปล่า
คิดถึงมากๆค่ะ หากว่างจากงานแวะมาคุยกันบ้างนะคะ


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.241.235 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2560 เวลา:13:42:38 น.  

 


คุณทิพย์ ..
สาวน้อยนั่น - ใช่ครับ
และที่เข้าใจว่าโสด - ก็ถูกแล้วครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 7 พฤศจิกายน 2560 เวลา:6:48:54 น.  

 

คุณสดายุคะ

มีลูกสาวที่เก่ง น่ารักเยี่ยงนี้ คุณพ่อคงปลื้มน่าดู
ทิพย์ว่ามีลูกสาวน่าจะดีกว่ามีลูกชายนะคะ เห็นกับตัวเอง
ตอนนางโต เป็นเพื่อนกับแม่ในทุกๆสถานการณ์ วิเศษดีมากค่ะ

พูดมากไปเดี๋ยวคุณจะเบรคว่าทิพย์ติดลูกอีกค่ะ 555


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.241.235 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2560 เวลา:7:06:08 น.  

 


คุณทิพย์ ..
พูดคุยตามสบายครับ ..
ผมก็แค่แซวเล่น .. ความเป็นไทยเรามีบริบทความสัมพันธ์
แม่ลูกที่ต่างจากฝรั่งอยู่มาก .. ผมเข้าใจดี

ผมเป็นคนชอบเด็กผู้หญิงครับ ..
ไม่เคยชอบเด็กผู้ชาย ..
มีลูกสาวคนเดียวจึงถูกใจนักแล้ว ..

ทุกอย่าง .. ไม่มีอะไรต้องหนักใจ
สำคัญมากสำหรับวัยรุ่นคือ - คอยเตือนในกรอบใหญ่ๆ
อย่าไปหยุมหยิม ยิบย่อยมาก ..
ในฐานะที่ผ่านมาก่อนนะครับ





โดย: สดายุ... วันที่: 8 พฤศจิกายน 2560 เวลา:17:44:16 น.  

 
คุณสดายุ น้องทิพย์ คะ

คงสบายดีกันทั้งสองคนนะ คุยกันเรื่องลูกๆแล้วหรือนี่ ๕๕๕
แม่เอื้อยต้องขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยที่มีลูกน่ารัก
สุขใดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ไหนจะเท่ากับการมีลูกดีค่ะ
ว่างๆพี่จะมาคุยด้วยค่ะน้องทิพย์


โดย: เอื้อย IP: 61.19.86.2 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2560 เวลา:16:19:21 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่เอื้อย

ทิพย์สบายดีค่ะ อ่านที่พี่เขียน เหมือนอย่างกับว่าทิพย์กับคุณสดายุ มีลูกด้วยกัน ขอเรียนว่า ไม่ใช่นะคะ กลัวใครมาอ่านแล้วจะเข้าใจผิดค่ะ 555
เราต่างคุยกันเรื่องลูกค่ะ แต่คิดว่าพี่เอื้อยก็คงจะเข้าใจตามนี้นะคะ พี่เอื้อยคงงานเยอะนะคะ ว่างเมื่อไรแต่งกลอนเพราะๆมาให้อ่านบ้างนะคะ นึกว่าช่วยสงเคราะห์ตามคำขอร้องจากน้องสาวคนนี้ด้วยค่ะ ขอเป็นกลอนหวานๆชนิดโหดๆหนักๆเก็บไว้ในลิ้นชักก่อน อ่านแล้วจะเป็นลมค่ะพี่เอื้อย อิๆๆ

สวัสดีค่ะคุณสดายุ

ทุกวันนี้ทิพย์มีความสุขกับการมีลูกเป็นเพื่อนค่ะ นางเป็นดั่งแก้วตาดวงใจจริงๆ มีลูกสาวดีและก็สวยไม่แพ้แม่( ชมตัวเองนิดหนึ่ง อย่าเพิ่งว่ากันนะคะ 555)

บางคนเห็นทิพย์กับลูกไปไหนด้วยกัน มักจะทักว่า ไม่รู้ใครเป็นแม่เป็นลูกแยกกันไม่ออก คนที่ยิ้มแก้มปริก็คือทิพย์ แต่คนที่เริ่มตาขวางก็จะเป็นนาง เพราะนางคิดว่าคนอื่นเห็นเขาแก่ค่ะ 555

เครื่องใช้เสื้อผ้าก็ใส่ด้วยกันได้ ประหยัดไปหลายอย่างค่ะ พอคุยเรื่องลูกอดจะพูดมากด้วยความปลื้มไม่ได้ คุณสดายุจะหมั่นไส้ทิพย์ด้วยหรือเปล่าค่ะ 555


โดย: ทิพย์ IP: 49.48.245.38 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2560 เวลา:10:30:01 น.  

 


แม่เอื้อย ..
ตามวัยครับ .. วัยผมหากมีลูกคงต้องกำลังเรียน
มหาวิทยาลัย หรือเพิ่งจบ เพิ่งทำงาน

ส่วนของคุณทิพย์จะยังมัธยมปลายกำลังจะเข้า ป.ตรี
เมื่อเอา 17+27 คนเป็นแม่ก็จะประมาณ 44-45 ราวๆนี้
ก็ยังไม่ถือว่าแก่นะครับ อิๆๆ



คุณทิพย์ ..
ลูกผู้หญิงมีรูปเป็นทรัพย์ครับ ..
พอดีกับว่าเด็กรุ่นใหม่ มักจะหน้าตาดีกว่ารุ่นพ่อแม่
เสียด้วย .. เพราะมันจะมีส่วนช่วยเมื่อจบไปแล้ว
หางานทำ ..

เก่งเท่ากัน .. นายจ้างก็จะเลือกหน้าตาสวยไว้ก่อนแหละครับ ..

อ้อ .. อีกอย่าง ภาษาอังกฤษ สำคัญมากครับ ..
ต้องพูดได้ระดับเด็กโรงเรียน อินเตอร์ นะครับ
เป็นอย่างน้อย สำหรับบริษัทข้ามชาติระดับโลก
ส่วนเรื่องสถาบันที่จบกลับไม่ถูกพิจารณาเท่าไร ..
(ยกเว้นระดับโลกจริงๆในสาขานั้นๆ อย่าง .. อ๊อกฟอร์ด
เคมบิดจ์ ฮาวาร์ด เยล MIT)

ที่พูดนี่หมายถึงสาย เภสัช นะครับ ..


โดย: สดายุ... วันที่: 15 พฤศจิกายน 2560 เวลา:19:01:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !









New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.