Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 
 
9 กุมภาพันธ์ 2557
 
All Blogs
 
O คอย .. O







เพลง .. ลาวคำหอม - สี่แผ่นดิน
กอไผ่



O โหยแผ่วพาทย์พร่ำพร้องทำนองเสียง
ค่อยเรื่อยเรียงอ่อนหวาน .. พลิ้วผ่านหา
อ่อนละมุนรูปพิไล .. วาบไหวมา-
ราวยั่วเย้ยปรารถนา .. ในอารมณ์
O แต่ละช่วงรอบประณีตสังคีตครวญ
บางเสี้ยวส่วนความหลัง .. ที่สั่งสม
ก็ค่อยผุดภาพเผยให้เชยชม
เข้าห้อมห่มแนบชิดทั้งจิตใจ
O งามรูปรอยยิ้มแย้ม .. พวงแก้มปลั่ง
พร้อมแววเนตรคล้ายดั่งเกินหยั่งได้
ย่อมแฝงเร้นความหมายอยู่ภายใน
จึงวาบไหวปริศนาทุกคราครั้ง
O เถิด .. เก็บไว้ให้อยู่ความรู้สึก
ซ่อนไว้ในส่วนลึก .. ให้นึกหวัง-
ว่าความนัยดวงจิตที่ปิดบัง-
จะแว่วเสียงยินดัง .. ให้ฟังความ
O หวงไว้เถิดอารมณ์ .. กดข่มไว้
จงอย่าให้เสพทราบ .. รสวาบหวาม-
จากถ้อยครวญความนัยอยู่ในยาม
ที่คอยลามโลมทั่วเนื้อหัวใจ
O เพื่ออยู่รอรับรู้ .. ความรู้สึก
ด้วยสำนึกเพียงพอ .. ว่ารอไหว
เพื่ออยู่รอให้รู้ .. ว่าผู้ใด-
จะเผยนัยอาวรณ์ .. ขึ้นก่อนกัน
O เพื่อจะรอแนบน้อม .. ความหอมหวาน
ร่วมสืบสานจิตใจ .. ร่วมใฝ่ฝัน
เพื่อรับส่งนัยคำ .. ที่รำพัน-
ผูกเป็นความหมายมั่น .. ลงสัญญา
O เพื่อรองรับหวานละมุน .. อบอุ่นนั้น
ผ่านถึงกันเกื้อหนุนเป็นคุณค่า
เพื่อเปลี่ยนแปรซาบซึ้งลงตรึงตรา-
ในดวงจิตปรารถนา .. เร้าอาวรณ์
O ฝากลมร่ำคำถ้อย .. เรียงร้อยสู่
หวังรับรู้พร่ำพลอด .. ความออดอ้อน
และเสพรสครวญคร่ำ .. แห่งคำวอน
พาแทรกซ้อนเหนี่ยวนำแนบคำนึง
O ในค่ำคืนแขลออ .. ขึ้นยอแสง
จะกวัดแกว่งดวงจิต .. แต่คิดถึง
ในทุกพากย์พจน์พร่ำ .. พี่รำพึง
จะซ่านซึ้งละห้อยอยู่ไม่รู้เลือน
O ในค่ำดึกลมรื่น .. แห่งคืนหนาว
และเดือนดาวพราวอยู่ .. จะดูเหมือน-
ว่าใจผู้รู้แต่จะแชเชือน
นั้นสุดเคลื่อนคล้อยฝ่า .. แรงอาลัย
O ทั้งสิ้นคือถ้อยคำ .. พี่บำบวง
สู่ทิพสรวงเพื่อว่า .. ขออาศัย-
ฤทธิ์เดชเข้าคุกคาม .. ปวงความนัย-
จากด้านในจิตขวัญ .. ลอบพันธนา
O โสตสดับบทเพลงบรรเลงสู่
เสียงยังอ้อยอิ่งอยู่เหมือนรู้ว่า-
มีใจหนึ่งเสพรส .. แห่งพจนา
อีกใจหนึ่งคอยท่า .. ทั้งราตรี
O เพื่ออ่อนหวานอ่อนไหว .. ที่ใฝ่เฝ้า
จักเร่งเร้าเสน่หา .. รูปราศี-
เติมแต่งใจแหนหวงทุกท่วงที
เยื่อใยมีส่งมอบ .. รับตอบกัน
O รื่นรื่นแรงลมร่ำ .. ในค่ำหนาว
หอบเรื่องราวหวานหอมเข้าล้อมขวัญ
อีกกี่ค่ำคืนหนอ .. เฝ้ารอวัน-
จะร่วมฝันฝากรื่น .. ทุกตื่นตา
O ยังแว่วพาทย์พร่ำพร้องทำนองเสียง
ที่เรื่อยเรียงอ่อนหวาน .. พลิ้วผ่านหา
อ่อนละมุนรูปพิไล .. ผู้ไกลตา-
คล้ายตอบรู้เสน่หา .. กลับมาแล้ว !




Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 18 พฤษภาคม 2562 20:06:33 น. 14 comments
Counter : 1437 Pageviews.

 

ดายุ..

"O เพื่ออยู่รอรับรู้ .. ความรู้สึก
ด้วยสำนึกเพียงพอ .. ว่ารอไหว
เพื่ออยู่รอให้รู้ .. ว่าผู้ใด-
จะเผยนัยอาวรณ์ .. ขึ้นก่อนกัน"

โป้ง! 555


โดย: บุษบามินตรา IP: 178.8.22.18 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:1:40:23 น.  

 
มินตรา ..

ความอ่อนหวานน่ารักของหญิงสาววัยเยาว์นั้นยากที่จะบรรยายได้ด้วยคำพูด ..

ธรรมชาติบางประการที่ธรรมชาติใส่เอาไว้ในบุคคลิกภาพแห่งเพศ แห่งวัย เป็นองค์ประกอบที่ดัดแปลงเสริมแต่งไม่ได้ และเป็นองค์ประกอบที่ยากต่อต้านรับมือ

การไปดัดแปลงเสริมแต่ง หากเกิดขึ้นจะมองเห็นได้ถึงความไม่เป็นธรรมชาติ จะทำให้เสียคุณสมบัตินั้นไป

"ความไร้เดียงสา" จึงไม่สามารถสร้างใหม่ หรือ ดัดแปลงได้ตลอดกาล

555


โดย: สดายุ... วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:9:36:01 น.  

 

สดายุ

"โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์ทุกคนมีพื้นฐานเป็นคนดีมาแต่กำเนิด แต่สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีต่าง ๆ ทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงไป" เม่งจื๊อ( 372 - 289 ก่อนคริสตกาล )

ฉะนั้น ผู้ใหญ่ที่ยังไม่สูญเสียจิตใจแห่งความเป็นเด็กคือผู้ที่เป็น"ธรรมชาติ"ที่สุด..
ใยเลยจะต้องเสแสร้ง เปลี่ยนแปลงให้เหนื่อยยาก ในเมื่อธรรมชาติให้มาทุกอย่างครบถ้วนอยู่แล้ว..และ"สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีต่างต่าง" ก็มิเคยเข้ามาใกล้กรายเราเลย..

สิ่งแวดล้อม คือความแตกต่าง ระหว่างบุคคลใช่ไหม.




โดย: บุษบามินตรา IP: 178.8.20.97 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:42:31 น.  

 
มินตรา ..

" .. สิ่งแวดล้อม คือความแตกต่าง ระหว่างบุคคลใช่ไหม .. "

คำถามนี้ต้องตอบว่าใช่ และเป็นแก่นแกนของจิตวิญญาณของบุคคลเลยทีเดียว ..

สิ่งแวดล้อมที่ดีงาม คือแบบอย่างให้เด็กประทับไว้ในความคิดและจิตวิญญาณตราบจนโตขึ้น ..

ผมเห็น "คนขาดพ่อ" บางคนไม่มี hero ที่จะดำเนินชีวิตตามอย่าง .. ก็ไปจับเอา "นักเลงในเครื่องแบบ" มาเป็นแบบอย่าง ผลก็คือจิตวิญญาณ"วัยรุ่น"ผู้นั้นผูกพัน นิยมชมชอบไปในทาง "อำนาจนิยม" จนส่งผลขัดขวางพัฒนาการของสังคมมาจนบัดนี้

เช่นเดียวกับสาวน้อยที่มีครอบครัวอบอุ่น - ย่อมไม่เหลวไหลไปกับสิ่งยั่วยุต่างๆในสังคม

เมื่อเจอสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี จึงสามารถใช้วิจารณญาณจัดการได้เองว่าจะถอยห่าง หรือ เข้าหามัน ..

ผมเชื่อในความเป็นแบบอย่างที่ในบ้าน .. มากกว่าที่โฆษณาชวนเชื่อกันในสังคม กรอกหูกันเช้ายันค่ำพร่ำพรรณนากันน้ำไหลไฟดับ ..

เพราะมองที่"ผลลัพธ์" คือสัจจะเชิงประจักษ์เป็นสำคัญ .. ว่า "บ้านที่ดี" ย่อมอบรม "ลูกที่ดี" ออกสู่สังคม

ลองไปถามแม่ดูว่า จริงไหม ?

55



โดย: สดายุ... วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:8:57:31 น.  

 

สดายุ!

"ลองไปถามแม่ดูว่า จริงไหม ?"
...เลิกรัก!โทษฐานมาล้อเลียนผู้หลักผู้ใหญ่!


"แม่บอกว่า" บางอย่างเป็นหน้าที่ของ"คนที่จะมารับหน้าที่ต่อ.."เพราะมินตราต้องเป็น"ผู้ใหญ่" 555(หลังจาก "เป็นสาวแล้ว")
ตอนนี้ เป็นผู้ใหญ่แล้ว เลยไปถามเม่งจื๊อ Mencius(372-289 ก่อนคริสตกาล)นักปรัชญาจีน สายขงจื๊อConfucius (551–479 BC) แทน...

แต่เรื่องของ "คนขาดพ่อ"นี่ ซุนจื๊อ (Hsün Tzu ราวปี 312–230 ก่อนคริสตกาล)สายขงจื๊ออีกท่าน บอกว่า
"ตามธรรมชาติแล้วมนุษย์ชั่วร้าย.. ซึ่งเกิดจากอารมณ์มีความต้องการอยากที่จะได้.. เพื่อที่จะขจัดความชั่วร้าย มนุษย์จะต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบแห่งข้อบังคับของสังคม.. ความดีงามและการศึกษาก็มีส่วนช่วยทำให้มนุษย์เป็นคนดีได้เช่นกัน"

แสดงว่า..คนที่ดีโดยธรรมชาตินั้น.อยู่ไปได้ตามธรรมชาติ...
แต่คนที่มี"อารมณ์อยากได้อยากมี"ก็ต้องมีกฏมีกติกาให้อยู่..."ในกรอบแห่งข้อบังคับของสังคม"

.. "บ้านที่ดี" ย่อมอบรม "ลูกที่ดี" ออกสู่สังคม...
ของดายุนี่..เป็นคำสอนของขงจื๊อเชื่อว่าการศึกษาจะสอนให้คน.. ดีได้..

ซึ่งกฎแห่งธรรมชาตินี้ก็ไปตรงกับทฤษฎีของพวกนักปรัชญาชาวกรีกรุ่นก่อนโซคราติส
"Ever-newer waters flow on those who step into the same rivers."(Heraclitus)

“ท่านไม่สามารถจะก้าวลงไปในแม่น้ำเดียวกันเป็นครั้งที่สองเพราะแม่น้ำสายอื่นไหลมาสู่ตัวท่าน”

สรรพสิ่งล้วนแล้วแต่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไม่มีสิ่งใดที่หยุดนิ่งตายตัว
"All entities move and nothing remains still"(Heraclitus)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เดือนนี้มินตราจะ"น่ารัก"สำหรับดายุนะ แต่เดือนหน้าจะเปลี่ยนแปลงไป"ตามกฎแห่งธรรมชาติ" 555



โดย: บุษบามินตรา IP: 178.5.239.1 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:17:45 น.  

 
มินตรา

ในความเป็นธรรมชาตินั้น มันมีเรื่อง"สัญชาติญาณของสัตว์" ปะปนอยู่ด้วย ดังนั้นจึงต้องมี "ศีลธรรม" กำกับอีกที

ไม่อย่างนั้น ผู้เข้มแข็งจะรังแกผู้อ่อนแอ .. เหมือน สิงห์โต ขยุ้มลูกกวางน้อย .. นั่นคือธรรมชาติดั้งเดิม

ทีนี้ในคนเรา เมื่อผู้ชายตบตีผู้หญิง เราจะวางเฉยแบบที่ยืนดูสิงห์โตขย้ำลูกกวางตามสัญชาติญาณไม่ได้

จึงต้องมี "กฎหมาย" ในทางรัฐศาสตร์ นี่สำหรับห้ามและลงโทษ
จึงต้องมี "ศีลธรรม" ในทางธรรมศาสตร์ นี่สำหรับป้องกัน

ดังนั้น คนโดยธรรมชาติ อาจมีทั้งดีและไม่ดี .. ลองนึกถึงหากสังคมไหนไม่มีกฎหมาย จะเป็นอย่างไร

กฎธรรมชาติ มีไว้ให้เข้าใจและเอามาใช้ประโยชน์อันนี้เป็นกฎพื้นฐาน บิดเบือนไม่ได้ เช่น ...
.. ของตกจากที่สูงเพราะแรงโน้มถ่วง
.. การจะต้านแรงโน้มถ่วงให้ได้จึงต้องมีแรงยกตัวดันขึ้น
.. การเคลื่อนที่ของอากาศด้วยความเร็วต่างกัน และด้วยเวลาเท่ากันทำให้เกิดแรงยกตัว
.. จึงกลายเป็นปีกเครื่องบินที่โค้งบนและแบนล่าง เพื่อสร้างระยะทางที่ต่างกัน

กฎเกณฑ์ มีไว้ให้คนอยู่ร่วมกันด้วยดี เป็นเรื่องมนุษย์ประดิษฐ์ เพราะมันไม่ใช่กฎพื้นฐาน จึงบิดเบือนได้ เช่น ..
.. หนึ่งคน หนึ่งเสียง เท่ากัน ..
.. เราพิสูจน์ได้จาก เวลาคนคนหนึ่งถูกทำร้ายจนตาย คนร้ายจะถูกลงโทษโดยกฎหมายเท่ากันไม่ว่า คนตายจะจนหรือรวย จบดอกเตอร์หรือ ป.4 .. ตาสีตาสาหรือ หม่อมเจ้า .. คนร้ายก็โดนข้อหาเดียวเท่านั้นคือ ฆาตกรรม

ถามแม่ดูสิ ว่าจริงไหม ?

555


โดย: สดายุ IP: 171.100.146.55 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:25:32 น.  

 
ดายุ..

ตอนนี้มินตราโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ต้องถามแม่ก็ได้นะ..
ทราบค่ะว่า
"กฎธรรมชาติ มีไว้ให้เข้าใจและเอามาใช้ประโยชน์อันนี้เป็นกฎพื้นฐาน "..เพราะนี่คือวิทยาศาสตร์.

ส่วน"กฎเกณฑ์ มีไว้ให้คนอยู่ร่วมกันด้วยดี เป็นเรื่องมนุษย์ประดิษฐ์"
นี่นักปรัชญาทั้งหลายท่านก็ประดิษฐ์กันมาตั้งแต่ เกิดจากการต่อต้านความคิดพราหมณ์ ที่ถือว่า ต้องมีการบูชายัญและมีชนชั้นที่เหนือกว่าคนอื่นเท่านั้นจึงจะมีสิทธิที่จะเรียนหนังสือได้.

ฉะนั้น ศาสนาต่างต่าง..รวมทั้งขงจื๊อที่มีอิทธิพลต่อความคิดของคนในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้มาก จึง ยึดเรื่องธรรมชาติซึ่ง เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และได้วาง"กฎเกณฑ์"ทั้งทางธรรมศาสตร์และรัฐศาสตร์
ในช่วงเวลานั้นไว้..ช่วงที่กำเนิดศาสนาต่างต่างทั่วโลก..

ตอนนี้ เวลานี้ ก็เป็นช่วงที่คลื่นทางความคิดทั่วโลก เด่นชัดขึ้นมาอีกแล้ว...ทุกชนชั้นทุกประเทศเลย
เคลื่อนไหวกันอีกครั้งใหญ่..นะคะ

คอย..


โดย: บุษบามินตรา IP: 178.5.95.203 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:43:01 น.  

 


หลวงพี่สดายุ..

หากท่านจะมัวแต่ไปวันมาฆะ กับ"อ่อนละมุนรูปพิไล .. ผู้ไกลตา-" แล้ว..
สาวแก่แม่หม้ายหรือสาวยังไม่แก่แม่ยังไม่ตายทั้งหลายจะ หากลอนวันวาเลนไทน์ อ่านได้ที่ไหนล่ะ..

สาวเสื้อแดงไปสร้างพระกับ "ป๋าตู่"
ลูกเล็กเด็กแดงไปงานแสดงความรักชาติกับ"ลุงกำนัน"

แล้ว" ในค่ำคืนแขลออ .. ขึ้นยอแสง"
มินตราจะ"จะกวัดแกว่งดวงจิต .. แต่คิดถึง
ในทุกพากย์พจน์พร่ำ .. พี่รำพึง
จะซ่านซึ้งละห้อยอยู่ไม่รู้เลือน" ได้ที่ไหนล่ะ..ฮึ..!.



โดย: บุษบามินตรา IP: 178.5.91.247 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:37:57 น.  

 
ดายุ

มีข่าวว่า"ลุงเหลิม"ส่งตำรวจไปจุดเทียนเวียนวน กับม๊อบกบฎลุงกำนัน ยังมิทันจะครบรอบ เทียนดับ จนต้องเผ่นกลับบ้านกันหมดเพราะเสียงประทัดโต้ตอบและเสียงฟ้าคำรณ..555

นี่ไม่รักกันจริง ไม่มาบอกหรอกนะ


โดย: บุษบามินตรา IP: 178.5.91.247 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:47:01 น.  

 
พันธุกรรมก็น่าจะมีส่วนด้วยนะคะ พี่กาย เพราะลูกกำพร้าบางคน ขาดทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ยังสามารถยืนหยัดได้ด้วยความดี

สบายดีนะคะ แวะเวียนมาอ่านตลอด ถึงจะไม่บ่อยนัก และไม่ได้เข้ามาทักทาย แต่ตัดใจจากบทกลอนแสนไพเราะไม่ได้สักที


โดย: ม่านแพร IP: 27.55.212.150 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:38:43 น.  

 
สดายุ..


ต้องแหวนนางสีดา จนปีกหักไปแล้วรึ..จึงเงียบไป นี่


โดย: บุษบามินตรา IP: 82.82.191.34 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:13:16 น.  

 
มินตรา ..

พอดีมีเหตุให้ต้องไปกรุงเทพ 3-4 วัน ส่งสาวน้อยไปเรียนที่ Monash U.

The QS World University Rankings by Subject (2013) rates Monash:
• sixth in the world for Education
• equal seventh in the world (and best in Australia) for Pharmacy and Pharmacology
• 13th in the world for Law
• 18th in the world for Accounting and Finance
• 19th in the world for Linguistics
• 21st in the world for Communication and Media Studies
• 23rd in the world for History
• 23rd in the world for Geography
• 25th in the world for Chemical Engineering
• 26th in the world for Civil and Structural Engineering
• 26th in the world for Economics and Econometrics
• 27th in the world for Psychology
• 29th in the world for Medicine

ตรงสีเขียวนั่นแหละ .. กระเป๋าฉีกกลับมา ! ..
อีกหน่อยจะได้ทำงานกับ Hoechst AG หรือ Bayer AG จะได้ไปอยู่เยอรมันบ้าง .. 55

แต่พูดตามตรงนะ ส่วนตัวผมมองว่า เดนมาร์ก สวีเดน นอรเวย์ น่าอยู่สำหรับผู้หญิงเพราะปลอดภัยที่สุดในโลก

จริงไหม ?


โดย: สดายุ... วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:18:39:39 น.  

 
ม่าน

สบายดีนะ ..
งานยุ่งล่ะสิ พี่ไม่ค่อยเห็นเข้ามา


โดย: สดายุ... วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:18:41:27 น.  

 
สดายุ..

เดนมาร์ก สวีเดน นอรเวย์ประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียนี่..น่าอยู่เพราะเต็มไปด้วยป่าไม้ และสัตว์ป่าเช่น เก้ง กวาง หมูป่า และมีปลาให้เลือกมากมาย..ประชาชนก็ไม่แออัด..คนต่างชาติจึงชอบโยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่..เพราะเจ้าของถิ่นก็อยู่แบบเรียบง่าย ไม่จุกจิกเรื่องวัฒนธรรมความเป็นอยู่ เหมือนประเทศในยุโรปบนผืนแผ่นดินใหญ่(continent)
ประชากรก็มีอัธยาศัยแบบนักเดินเรือ..นักผจญภัยคบคนแปลกหน้าได้ง่าย..
แล้วอย่างฟินแลนด์นี่ รายได้รัฐ สูงกว่ารายจ่าย( ในปี2006สินค้าส่งออก61,40 Mrd. €ในขณะที่สั่งสินค้าเข้ามาเพียง 55,89 Mrd. €. ..)คู่ค้าใหญ่คือเยอรมัน11,3 %,สวีเดน 10,5 % และรัสเซีย10,1 %
มีนักการธนาคารเยอรมัน เพิ่งเล่าให้มิินตราฟังตอนนั่งดื่มแชมเปญเมื่ออาทิตย์ที่แล้วด้วยกันว่า..พลเมืองฟินแลนด์มีเงินเก็บต่อคน หนึ่งล้านยูโร..!(ตามสถิติรายได้เหลือจ่ายของรัฐ)

ในขณะที่บ่นว่า รัฐบาลเยอรมันไปทำระบบเงินช่วยเหลือยุโรปจนหนี้สินรัฐต่อหัวของ ประชาชน2.072 Mrd. Euroนี่นับในวันที่31. Dezember 2012

อเมริกา อังกฤษและออสเตรเลีย มีระบบธุระกิจการศึกษา(education business)"จ่ายครบจบแน่"

สามล้านบาทสามปี จบด๊อกเตอร์(จากปริญญาโทนะ)
ซึ่งเยอรมันจะไม่สนใจเรื่องมีปริญญากี่ใบ แต่หากไม่มีความรู้ติดตัว จะไม่ออกใบปริญญาให้

ฉะนั้น ในระบบเยอรมันจึงไม่เคยสนใจที่จะส่งแบบฟอร์มไปแข่งเพื่อจัดระดับมหาวิทยาลัย..
เพราะการศึกษาของเยอรมันเป็นการเพิ่มคุณภาพประชาชนที่รัฐสนับสนุนให้ฟรี..

แต่ประเทศที่ทำธุระกิจ จะสนใจที่ต้องแย่งอันดับกันเพื่อหาลูกค้า....
หรือที่นับกันว่าฉลาดเพราะคิดเลขเก่งนั้น การเรียนให้รู้พื้นฐานทางทฤษฎีก็พอเพื่อที่จะไปใช้เครื่องคิดเลขให้มานับ มาคำนวน แถมยังตรวจเงินว่าปลอมหรือไม่..ได้ด้วย..มิได้ถือว่าเป็นความฉลาดเหนือผู้อื่น..

แต่ การรู้คุณค่าของความงามทางวรรณกรรม ทางประวัติศาสตร์ นี่เครื่องจักรยังมาทดแทนความ"เป็นคน"มิได้..
คุณค่าเหล่านี้ แม้นจะจ่ายให้ครบ ก็จบมิได้..หากขาดอารมณ์ทางสุนทรีย์



โดย: บุษบามินตรา IP: 82.82.191.34 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:49:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.