Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
14 กันยายน 2556
 
All Blogs
 
O กรุ่นกลิ่นประทิ่นมาลย์ .. O










ทานตะวัน
บรรเลง



-1-
O ดอกมาลย์หอมเรียงร้อยประดอยประดิษฐ์
ด้วยดวงจิตอ่อนโยน .. เจ้าโชนฉาย
ส่งหวานหอมลึกล้ำลงรำบาย-
ห้วงใจหนึ่งวนว่าย .. ด้วยหมายนั้น
O มะลิขาวหอมหวน .. อบอวลกลิ่น
หอมร่ำรินกำจาย, ที่ส่ายสั่น-
คืออกชายต้องหอม .. สุดล้อมกัน-
กีดหอมรื่นลดาวัลย์ .. แทรกชั้นทรวง
O กรองมาลัยกรุ่นหอม .. ถนอมถือ
ด้วยอุ้งมืออ้อมแขน .. ที่แหนหวง
หวานเจ้าเอยหลอมหลั่ง .. ใจทั้งดวง
จะเลยล่วงหวานหอม .. ยากยอมใจ
O เหมือนความหมายแฝงบอก .. ในดอกมาลย์-
เมื่อกรุ่นกลิ่นหอมผ่าน .. เกินต้านไหว
เฝ้ายอหอมหยาดช่วง .. แนบทรวงใน
เอื้อ-อกใครอบประทิ่นด้วยยินดี
O และเมื่อนั้นบรรดา .. คันธารส
จักเริ่มบทรวยรินในถิ่นที่-
รายรอบด้วยสายใยแห่งไมตรี
อันสุดลี้เลือนพรากไปจากกัน
O มาลัยหอม .. ละม่อมหน้าเพ-ลานี้
ฤๅ-อาจลี้หลีกร้างไปห่างขวัญ
เมื่อคำนึงแต้มแต่ง .. ร่วมแบ่งปัน
ย่อมผูกพันถวิลเห็นไม่เว้นวาย
O มาลัยหอม .. รูปแพงเจ้าแต่งประดับ
จึงเพ่งพรับบรรโลมด้วยโฉม-ฉาย
อ่อนหวานรูปรอยประณีต .. ราวกรีดกราย-
ลงรำบายมธุรสเข้าทดแทน
O มาลัยหอมช่องาม .. แฝงความ-สื่อ
ยื่นด้วยมือเรียวรอ .. คล้อง-ข้อแขน
อกใจหนอ .. กรุ่นประทิ่นทั้งดินแดน
ราวจะแกลนเกรงหอม .. อย่างพร้อมใจ
O มาลัยหอมกลีบกรองเจ้าของ-หวง
แทนความห่วงใยที่ .. เจ้ามีให้
จะวางเคียงหมอนหนุน .. เพื่อกรุ่นไอ-
หวานหอมจะโลมไล้ .. แทนไมตรี
O มาลีโรยกลิ่นรื่นในคืนค่ำ
ก็ตอกย้ำให้ประจักษ์เป็นสักขี
ช่อสุมาลย์ลมไหว .. เมื่อไยดี-
คล้ายวาดวีกลิ่นล้อม .. ให้ยอมตน

-2-
O หอมมาลัยอบอวล, รูปนวลพักตร์
ก็เผยลักษณ์เพ็ญดรุณ .. ดั่งฝุ่นฝน-
โปรยความรื่นเย็นเปลื้องจากเบื้องบน
หลั่งลงปรนเปรอใจผู้ไขว่คว้า
O ด้วยถวิล .. ปรารถนาสุดฝ่าหัก
จากเผยรูปเพ็ญลักษณ์เกินหักฝ่า
พระเอย-งดงามปวงทุกช่วงปรา-
กฎต่อตา .. เห็นอยู่แต่ผู้เดียว
O รอ-เมื่ออีกใจคอย .. ละห้อยอยู่
ด้วยรอบชู้แฝงฝากที่กรากเชี่ยว
จนเชือกแรงผูกพันเริ่มฟั่นเกลียว-
ย่อมรั้งเหนี่ยวโน้มงามให้ล่ามคา
O ว่า-เมื่อใจอีกดวง .. เต็มห่วงใย
เพรียกอาลัยเติมตวง .. แรงห่วงหา
จักเร่งรอบภิรมย์รื่นทุกตื่นตา
ปรารถนารุมเร้า .. จักเว้าวอน
O ว่า-เมื่อใจดวงนั้น .. เจ้าสั่นไหว
การแฝงนัย .. ให้เห็นจำเร้นซ่อน
หอมหวานย่อมแทรกซุกไปทุกตอน
เพื่อสุดถอน .. เสน่หาจิตนารี
O มาลีเมื่อหอมหวนอบอวลกลิ่น
ย่อมรายล้อมเจตจินต์ทั้งกลิ่นสี
เช่นแววตาอาลัย .. เมื่อไหววี
ย่อมช่วงชี้รอบระยับลงจับจอง
O เสน่หาอาวรณ์ ฤๅซ่อนพ้น
เมื่อแววตาหวานล้น .. สิ้นหม่นหมอง
เหมือนคอยเร้าเร่งนำ .. ท่วงทำนอง-
ความผุดผ่องตอบนิมิต .. ห้วงจิตใจ
O เพื่อเสพรับรสชาติ .. ความปรารถนา,
เสน่หา .. ผูกพัน .. และหวั่นไหว
หวานซึ้งที่รำบาย .. อยู่ภายใน-
อกอาลัย รุมเร้าแต่เฝ้าคอย
O ด้วยหัวใจทั้งดวง .. เต็มห่วงหา
ที่-เหว่ว้า, เปลี่ยวเปล่าและเหงาหงอย
ยังแทรกซ้อนทุกย่าง ไม่พรางรอย
ให้ละห้อยคอยเห็นอยู่เช่นนี้
O เพราะรับรู้ความใน .. หัวใจนั้น-
ว่า-รัดเหนี่ยวรวมกัน .. กับขวัญพี่
รอรับเถิด .. รอบพิมลนะคนดี
อาวรณ์ที่รอประนอม .. จักล้อมใจ
O เพื่ออบอุ่นหอมหวานจักผ่านหา
เติมแต่งเป็นคุณค่าไว้อาศัย-
เป็นกำลังหนุนเนื่อง ..สู่เบื้องไกล
ก้าวย่างไปไขว่คว้า .. เติมอาวรณ์
O เพื่ออบอุ่นละมุนละไม .. หัวใจนั้น-
รับรำพันความพลอด .. แสนออดอ้อน-
จักซาบซึ้งวาบหวาม .. ถ้อยความวอน
จนสุดถอนถ่ายรัก ที่ปักใจ !






Create Date : 14 กันยายน 2556
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 11:07:02 น. 16 comments
Counter : 1302 Pageviews.

 

ดายุ..

"O กรองมาลัยกรุ่นหอม .. ถนอมถือ
ด้วยอุ้งมืออ้อมแขน .. ที่แหนหวง
หวานเจ้าเอยหลอมหลั่ง .. ใจทั้งดวง
จะเลยล่วงหวานหอม .. ยากยอมใจ"

".............. ถนอมถือ
ด้วยอุ้งมืออ้อมแขน .. ที่แหนหวง"
นี่เป็นความรู้สึกที่ชายไทยคนหนึ่งยังมีอยู่ในสภาพสังคมที่ มีชายไทยอีกคนใช้คำว่า.. อีโง่..

โลกนี้ยังรื่นรมย์และอ่อนหวาน น่าอยู่..



โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.229.227 วันที่: 15 กันยายน 2556 เวลา:15:25:03 น.  

 
มินตรา ..

คำพูดนั้นออกจากปากคนไทยที่ไปอยู่กับฝรั่งผู้ดีอังกฤษตั้งแต่อายุ 10 ขวบ

มันแปลว่าอะไรรู้ไหม ?

ภาวะแห่งชาติพันธุ์ มันยากกลับกลาย - 55
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อมตลอดกาล

เวลาเขียนกลอนนารีปราโมช หากจะให้ความรู้สึกอ่อนหวาน เอ็นดู อย่างเหลือล้นแล้วล่ะก็จำต้องใช้ "จริตอิริยาสาวน้อย" มันจึงจะค่อนข้างได้ feel นั้น

ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์จริงๆ .. ทั้งรูปลักษณ์ ทั้งจริต ท่วงท่า .. ยิ่งตอนเริ่มวัยสาว แล้วเริ่ม "อ้อร้อ"เป็น ..

จะน่าดูยิ่งนัก .. 55


โดย: สดายุ... วันที่: 15 กันยายน 2556 เวลา:18:58:46 น.  

 


สดายุ

ผ่านมาเสพมธุรสวาจา..
สังเกตุว่า นางแบบที่สดายุใช้นี่ จะมี"มาด"และท่าทาง"นิ่ง"..นะ
แสดงว่า ชอบ "กุลสตรีไทย"ตามสูตร

ระวังจะผิดหวังนะ เพราะกุลสตรีตัวจริงน่ะ มิได้นิ่ง อย่างที่เห็น ซนได้ซน เกเรได้เกเรนะ
เพราะในการอบรมสตรีไทยนั้น ต้องมีความสามารถในทุกอย่าง ต้องปกครองคนได้ ต้องทำอะไรอะไรเองได้..
ฉะนั้นภาพ"คุณหนูลูกผู้ดี"น่ะมิใช่..

ดูสาวสาวแห่งจุฑาเทพซิคะ ต้องขนาดนั้น จึงจะเป็นกุลสตรีไทยได้..ต้อง"หยิบหยิบจับจับ"เป็นบ้าง..
มินตราก็เป็นนะ ต้อง"บ้าง"นี่ล่ะค่ะ555



โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.229.227 วันที่: 15 กันยายน 2556 เวลา:19:01:58 น.  

 

แก้คำผิดค่ะ

มินตราก็เป็นนะ ตรง"บ้าง"นี่ล่ะค่ะ555

อ้าวใจตรงกันมาโพสพร้อมกันนี่

"จริตอิริยาสาวน้อย"นี่..ที่บ้านจะใช้คำว่า "กระตุ้งกระติ้ง"เชียว..เหมือนตุ้มหูพวงที่แกว่งไปมาน่ะ


โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.229.227 วันที่: 15 กันยายน 2556 เวลา:19:09:00 น.  

 
มินตรา ..

ผมไม่ได้ชอบ"คุณหนู" หรือ "กุลสตรี" ใดๆทั้งสิ้น
แต่ชอบ "สวย และ ฉลาด" อย่างเดียวไม่เปลี่ยนแปลง ..

แบบต้วมเตี้ยม ไม่กล้าแสดงออกนี่ ไม่เอาเลย 555

เรื่องงานบ้านงานเรือน เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยให้ความสำคัญ ..

เพราะสาวๆที่เรียนสูงส่วนมาก "ไม่เป็นเรื่อง" หรอกเรื่องพวกนี้ จะเอาเวลาที่ไหนมาทำ ก็เรียนหนังสือตลอด

อีกทั้งเมืองไทยค่าแรงไม่แพงมาก .. "จ้างเอา"
ไม่ใช่เรื่องยาก

เอาฉลาด หัวดี ดีกว่า .. เพราะมันสืบทอดถึงลูกหลานได้ .. เรื่องนี้สำคัญ เพราะมันเป็นพัฒนาการของมนุษยชาติ 55



โดย: สดายุ... วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:5:21:08 น.  

 

ดายุ..

"O ด้วยถวิล .. ปรารถนาสุดฝ่าหัก
จากเผยรูปเพ็ญลักษณ์เกินหักฝ่า
พระเอย-งดงามปวงทุกช่วงปรา-
กฎต่อตา .. เห็นอยู่แต่ผู้เดียว"

"พระเอย-งดงามปวงทุกช่วงปรา-
กฎต่อตา .. เห็นอยู่แต่ผู้เดียว"
"สวยและฉลาด"ขนาดที่บรรยายภาพมานี่ แสดงว่า สวยกายสวยใจสวยกิริยามารยาท มาดอินเตอร์(global elite)ซิคะนี่ น้อยคนไม่ว่าไทยหรือฝรั่งจะมีโอกาสสัมผัสคุณภาพขนาดนี้ หรือพบแล้วก็ไม่รู้คุณค่า
แสดงว่าดายุ มีมาตรฐานของตนเองอยู่ในใจ จึง"หาเจอ"เสมือนเล่น memory
มีความจำความต้องการอยู่ก่อน เมื่อเห็นจึงหยิบภาพใหม่ไปตรงกับอีกภาพในมือได้...

global elite นี่ใช้คุณภาพเดียวกันทั้งโลก "สวยและ ฉลาด" แปลกไหม..

ความละเมียดละมัยในตนเองจะทำให้เราเจอความละเมียดละมัยในโลก ได้...
เก็บคุณสมบัตินี้ของตนเองไว้แล้วจะเจอชีวิตที่งดงาม...





โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.208.225 วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:9:53:23 น.  

 

ดายุคะ

คำว่า"อ้อร้อ"นี่ เป็นภาษาใต้ แปลว่า ช่างเจรจาช่างออดช่างอ้อน ช่างเจ๊าะแจ๊ะ แบบที่มินตราเข้ามาคุยกับดายุนี่ล่ะ
ส่วนพวกริษยา ก็ตีความหมายนี้แบบหมั่นไส้หมั่นไส้ว่า ดัดจริต แก่แดด
แม้นจะไม่เป็นสาว ก็อ้อร้อได้...

มินตรานี่ล่ะ มีคุณสมบัติ"อ้อร้อ" ตัวจริง..คุณยายว่า

คุณยายเล่าว่า คุณตาชื่นใจนักเวลาเจอมินตรา..
ช่างซักช่างถาม ช่างชวนคุณตาคุย..ตอนปลายชีวิตคุณตาไม่สบาย แม่ให้มินตราเข้าไป"เฝ้าไข้"คุณตา
ปรากฎว่าต้องซื้อกล้วยเล็บมือนางไว้เป็นเครือเลย..

"นี่อะไรคะคุณตาน่าเอ็นดูเชียวเหมือน กล้วยเล็กเล็ก หอมด้วย" "กล้วย..ลูก" "สีก็ส๊วยสวยนะคะคุณตา
ห๊อมหอมน่ากิน".."กินได้..ลูก" "อุ๊ย..ไม่ได้ค่ะ คุณตา เดี๋ยวแม่มาดุเอา" "ไม่ดุ..ลูก" "ไม่ได้ค่ะแม่สั่งไม่ให้มากวนใจคุณตา ให้มาอยู่เป็นเพื่อนคุณตา"
(สงสัยจะมีท่าทางขึงขังของเด็กอายุสามสี่ขวบด้วยนะ)
"กินได้ ลูก บอกแม่ว่า คุณตาสั่งให้กิน"..
แม่เข้ามาทีไร คุณตาก็นอนหลับพริ้มท่าทางมีความสุข ทุกครั้ง! ในขณะที่มินตราตั้งหน้าตั้งตา"ทำงานหนัก"เพื่อ เอาใจคุณตา!

เห็นไหมว่า คำว่า"อ้อร้อ" ควรจะแปลว่าอะไร..

จำได้เพราะคุณยายจะเล่าถึงความสุขของคุณตาก่อนสิ้นบุญ กับประวัติความเป็นมาของกล้วยเล็บมือนางและมินตรา!

เอ ..น่าจะไปปิดถนนที่สุราษฎร์แล้วกินกล้วยเล็บมือนางประท้วงนะ 555




โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.208.225 วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:10:30:03 น.  

 
มินตรา ..

ความสวยงามของผู้หญิง - มันแล้วแต่ชอบ
การมองความสวย ย่อมแตกต่างกันไปในชายแต่ละคน -

นอกเสียจากว่าความสวยนั้นถึงระดับที่เป็นสากล คือคนทุกคนมองแล้วยอมรับว่าสวย แบบเห็นพ้องตรงกันอย่าง สาวใหม่ ดาวิกา รูปบน ซึ่งลูกครึ่งแทบทุกคนมักสวยได้ใจคนไทย เพราะมันมีความโด่งของจมูกคิ้วคาง ไม่แป้นแร้นแบบที่ชินหูชินตา มาแต่เกิด 55

แต่ชีวิตคนธรรมดา ย่อมมองแค่การศึกษาที่พอพูดคุยกันรู้เรื่อง และนิสัยที่ไปกันได้เป็นพอ ..

คุณค่าในอารมณ์ต้องสมค่า
เสน่หาบ่มเพาะจนเหมาะสม
เมื่อแววตาตอบตื่นอย่างรื่นรมย์
คือ-เชยชม, สมยอม .. รอพร้อมแล้ว !

555


โดย: สดายุ... วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:15:39:28 น.  

 
สวสัดีค่ะพีสดายุ

หนู.......มีความรัก

และรักนั้นก็ดูเหมือนว่า...กำลังจะหลุดลอย

.....เราไกลกัน... เขาเหงา... มีคนใหม่

ส่วนหนูนั้นไซร้ เฝ้าภักดี.... T T



โดย: medkhanun วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:15:51:00 น.  

 
เม็ดขนุน ..

ม.แม่ฟ้าหลวง เขาว่าสวยมาก ..
พี่กำลังจะไปดูสถานที่ .. ในเร็ววัน

เรื่องที่เล่ามา ..

ผู้ชายมัก"เหงา" และ ผู้หญิงจำนวนเกินครึ่งมัวแต่อยากให้เขาเข้าใจตัวเอง .. แต่ตัวเองไม่เคยคิดจะเข้าใจใคร เขาเล่าอะไรให้ฟังก็เฉยๆ .. สนใจแต่เรื่องของตัวเอง อยากพูดแต่เรื่องของตัวเอง .. นี้ประการหนึ่ง

ความห่างไกลกันทำให้การมีปฏิสัมพันธ์เป็นไปไม่ได้ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ทานข้าว ซื้อของ .. นี้ประการต่อมา

และสำคัญที่สุด ..
.. จิตใจที่ไม่มั่นคงเพียงพอในฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย
.. ไม่มีความไว้วางใจกันเพียงพอ ..
.. ไม่มีการแสดงออกให้อีกฝ่ายมั่นใจได้เพียงพอ อันนี้เป็นกันมากในสาวไทย (เสพติดภาพลักษณ์กันงอมแงม)
.. นิสัยใจคอที่เข้ากันไม่ได้ ชอบเหมือนกันหรือต่างกัน รสนิยมต้องไม่ต่างกันสุดกู่ ประมาณเพลงลูกทุ่งไทยกับเพลงคลาสสิค
.. การให้คุณค่าในความสัมพันธ์ ไม่เท่ากัน -> ไม่จริงใจ เช่นฝ่ายหนึ่งเปิดเผยเรื่องตัวเองทุกอย่าง แต่อีกฝ่ายไม่ใช่

ลองใคร่ครวญสิ่งที่ผ่านมาดูว่า .. อะไรควรเป็นสาเหตุที่แท้จริง

ที่พูดมา อาจเป็นการคิดเอาเอง
วิธีที่ดีที่สุดคือ ลองสมมุติเป็นตัวเขา แล้วมองมาในบริบทความสัมพันธ์ช่วงที่ผ่านมา อาจมองเห็นในสิ่งที่เขียนมา




โดย: สดายุ... วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:18:54:43 น.  

 

medkhanun

to be loved is nothing to be lost, anyway to be un-loved that should be in sadness mood. so all demands always come from what that spirit one always use self as a center of the universe.

demands always activate human mind being in confusion and fall down to an anxious situation at the end.


โดย: สดายุ... วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:20:43:10 น.  

 


สดายุ..
มินตราชื่นชมงานของสดายุ ชอบเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะ เพราะมีนิสัย"อ้อร้อ"มาแต่อ้อนแต่ออก..
ทำให้ความกระด้างของสดายุลดลง
ละมุนละมัยขึ้นในคำพูด..
ตั้งใจเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาอ่านรู้ว่าวัฒนธรรมทางภาษาของไทยสูงมาก..
เราสามารถอ่านคำระหว่างบันทัดได้ ลึกซึ่งในคำแต่ละคำ

แต่บุษบามินตราตัวจริงไม่มีนะ..
ไม่มีในโลกแห่งความเป็นจริง เพราะมินตราไม่เคยติดต่อใครที่รู้จักผ่านโลกไซเบอร์เลย...
memorandum of understanding !

1615


โดย: บุษบามินตรา IP: 80.129.208.225 วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:21:51:22 น.  

 
มินตรา ..

ผมไม่ชอบเด็กผู้ชาย

และเหตุผลหนึ่งที่ชอบเด็กผู้หญิงคือ ความ"อ้อร้อ" นี่แหละ .. ความช่างฉอเลาะเจรจานี้เองที่ทำให้ผู้เป็นพ่อแพ้ทาง"ลูกสาว"มาตั้งแต่ยุคสุโขทัย !

ยิ่งสมัยนี้ เป็นนายกรัฐมนตรียังได้ แถมยังเหนือกว่าความเป็นชายที่จบจากอังกฤษอยู่หลายกิโล ในภาระกิจเดียวกัน .. เพียงแต่หญิงไทยในภาระกิจนี้ฝีปากถากถางคนทำได้ไม่ดีเท่า - เท่านั้นเอง -

เป็นอย่างเดียวเท่านั้น ที่ชายไทยที่จบการศึกษาจากอังกฤษ ทำได้ดีกว่าหญิง

นี่หากว่ายายของผมยังอยู่คงได้ยินคำนี้แล้ว
"เอาไม้ลูกชิ้นปิ้งดีดปากมันดีไหมนี่ " - 555

ความกระด้างของผม มีไว้สำหรับชะล้างความลื่นกะล่อนของ"คนที่เสพติดโวหารภาพพจน์"เท่านั้น - เหมือนเม็ดทรายที่รอดักความลื่นไหลของก้อนสบู่ ให้หยุดอยู่กับที่ ฉะนั้น

555


โดย: สดายุ... วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:8:12:16 น.  

 
พี่สดายุคะ

จะมาเมื่อไหร่คะ แจ้งด้วยนะคะ

จะพาทัวร์ในมอ.ค่ะ เดี๋ยวหนูให้เบอร์ไปหลังไมค์นะคะ

ส่วนความรักของหนูนั้น
หนูเพียรเฝ้าถามตัวเองว่า เหตุใด เขาจึงเปลี่ยนไป
ความไกลกันและความเหงา นั่นก็หนึ่ง

คนเราไม่เหมือนกัน เหตุใดหนูเฝ้าภักดี แล้วไยเขาจึงไม่มั่นคง

รักแรก รักเดียว ...

แม้เขาจะขอโอกาส และหนูก็ให้อภัยและให้โอกาสนั้น

ใยหัวใจหนูจึงปวดร้าวตลอดเวลาเล่าคะ

T T







โดย: medkhanun วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:14:47:30 น.  

 
เม็ดขนุน ..
ดีจริงจะมีคนพาเที่ยวแล้ว !
แล้วพี่จะบอกล่วงหน้าค่ะ

ว่าด้วยความรัก ..

บ่อยครั้งที่พี่ได้ยินคำว่า ผู้ชายไม่มั่นคง ส่วนหญิงนั้นรักเดียวใจเดียว ..

สำหรับเม็ดขนุนอาจใช่ ..
แต่ผู้หญิงจำนวนมากที่พี่เจอกลับไม่ใช่ - ยัง"บริหารเสน่ห์"อยู่ไม่ต่างจากชายเยอะแยะไป - ไม่ชัดเจนเข้าไว้ .. เพื่อไม่ให้เสียโอกาสอื่นๆ อันพึงมีพึงได้

ความรัก มันควรเกิดจากใครสักคนทำดีต่อเรา ทำให้เราซาบซึ้ง ศรัทธา และใจเต้นตึกตักเวลาเขาสนใจตอบ ..

มิใช่เพราะหน้าตาหรือสถานภาพถูกใจ แต่ไม่เคยแสดงจิตใจที่ดีงามเหมาะสมตอบแทนเลยแม้สักครั้ง - หากเป็นอย่างหลังนี้คือ หลงรูป

คำมั่นสัญญาไม่มีจริง - มันจะเปลี่ยนไปด้วยเหตุผลที่แวดล้อมเขาอยู่ - คนที่อารมณ์แปรปรวนไม่คงที่ เดี๋ยวบวกเดี๋ยวลบ นั้น หากเรามองเห็นสัมผัสได้ พึงรู้ว่าเรากำลังเจอกับคนที่มีตนเองเป็นศูนย์กลางสรรพสิ่งและยากต่อการรับมือ - ignore เสียจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

หากเราไม่รู้สึกว่าทำอะไรผิดต่อเขา
และ เขาเป็นฝ่ายเปลี่ยนไปเอง จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ..

แปลว่า ชายคนนี้ไม่มีค่าพอ
เราต้องรู้จัก "หักดิบ"อารมณ์ตนเองให้ได้
กับสิ่งที่ไม่มีคุณค่าพอ เราจะมัวคร่ำครวญไปไย ?

อยู่ไกล ไม่เจอกัน อย่างมากแค่โทรศัพท์คุยกัน
แล้วคนสองคนจะมีชีวิตคู่ผ่านคลื่นโทรศัพท์ได้อย่างไร ?
คงเคยได้ยินคำว่า "รักแท้แพ้ใกล้ชิด" ใช่ไหม

เสียง - ไกล/ใกล้
รูป - ใกล้
กลิ่น - ใกล้มาก
รส - ใกล้มาก
สัมผัส - ใกล้มาก
คำนึง(ใจ) - ไกล/ใกล้ แต่จักค่อยๆห่างไปตามระยะทางและเวลา

เห็นไหม เรามีให้เขาแค่ 2 ใน 6 เท่านั้น
แต่คนใกล้เขามีครบ

น้องยังอายุน้อย - เลือกคบคนใกล้ตัว ดีที่สุด
เลิกร้องไห้นะ เดี๋ยวพาไปกินไอติม KFC

อิๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:15:30:54 น.  

 
บทนี้ไพเราะ งดงามนัก


โดย: มาย IP: 115.87.95.215 วันที่: 26 กันยายน 2556 เวลา:0:28:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 148 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.