Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 กรกฏาคม 2559
 
All Blogs
 
O ฉันทาสมัย .. O









O ดูเถิด .. หมอก, น้ำค้าง .. ตอนสางตรู่
แดดทอดสู่โลมต้อง .. ก็มองเห็น-
หยดหยาดเพชรเรียงระเบียบ .. กลางเยียบเย็น
ย่อมจักเร้นเลือนสลาย .. กับสายลม
O เยี่ยงแววตาเขินอายชม้ายสบ
ยอชาติภพตอบตื่น .. ทิ้ง-ขื่นขม
รูปวัยเยาว์, ชม้อยหา, แววตาคม-
จึงผูกปมซ่อนเงื่อนเกินเคลื่อนคลาย
O ภาพ-บนฟ้าปีกนกเริ่มโบกบิน
แวดล้อมถิ่นโลกต่ำ .. ลมร่ำสาย
หยาดน้ำค้างระยับตอบอยู่รอบราย
อีกแววขัดเขินอาย .. ชม้ายคอย
O ดูเถิด .. แวววับวามเมื่อยามสาง
เหมือนน้ำค้างพรมโลก-ลบโศกสร้อย
พาหวานหอมเยือน-อกจนยกลอย
รอบละห้อยถวิลเห็น ฤา-เว้นวาง ?
O รูปธรรมวัยเยาว์แห่งเช้านี้-
จึงช่วงชี้บีบเค้นไม่เว้นว่าง
หยัดรูปนามโลมรุกไปทุกทาง
โถมทับความอ้างว้างจนร้างเลือน
O ชั่วตรู่สางล่มลับ, ระยับแดด-
ก็ค่อยแวดล้อมรับ เข้าขับเคลื่อน
หมุนโลกหมุนรูปนามคอยตามเตือน
ทุกเขยื้อนทุกขยับ – เฝ้าจับจอง
O สิ้นสาง .. เข้าสายแดดสายสว่าง
แววขนางในขนบยังสบต้อง
รูปธรรมอุ้มขวัญสู่ครรลอง-
แรงหมายปองกระอุฤทธิ์ในจิตคน
O และชั่วเพียงพยับแดดเริ่มแผดเผา
ความรุมเร้าก็เติบเต็มอย่างเข้มข้น
จวบหอมหวานเบิกบทปรากฎตน
จึงหวานล้นทั่วแล้วทั้งแววตา
O สวยปีกผีเสื้อบินในถิ่นที่
ลวดลายคลี่โบกลอย, ละห้อยหา-
ก็ส่งผ่านห้อมเห่กาลเวลา
เมื่อแสงฟ้าเคยระยับ .. คล้ายลับเลือน
O ด้วยแววตาแฝงเร้น .. สุดเร้นซ่อน
แววออดอ้อนรอคอย .. ก็คล้อยเคลื่อน-
ขึ้นแขวนรูปขวางรอย เพื่อคอยเตือน-
แรงสะเทื้อนระทึกทรวงในช่วงวัน
O หมอก .. น้ำค้างทุกหยาดบำราศแล้ว
เหลือเพียงแววตาคอยร่วมร้อยฝัน
นามธรรม, รูปภพ .. ก็ครบครัน-
ความผูกพันละห้อยห่วงฝ่าช่วงยาม
O ปีกนกคลี่ร่อนคว้างที่กลางหาว
เมื่อวับวาวแววตาเกินฝ่าข้าม
ความอ่อนโยนอ่อนไหวเริ่มไหลลาม
เข้าแวดล้อมรูปนามที่งามพร้อม
O ปรารมภ์ว่า .. แววระยับยามพรับพริ้ม
จักซ่อนยิ้มตอบรับการขับกล่อม
หรือยังคงสืบบทการอดออม-
งำหวานหอม .. เผยสู่ให้รู้ชัด ?
O ปรารมภ์ว่า .. ยามชม้อยชม้ายสบ
การเสหลบ ควรพ้องหรือต้อง-ตัด ?
กับแววตาวับวามที่ล่ามรัด
การกำจัดให้สิ้น .. เกินยินยอม !
O สร้อยเกสรพวงบุหงา คันธามาศ
เริ่มบทบาทรวยรินด้วยกลิ่นหอม
ให้โลกผู้ห่วงรส .. สุดอดออม-
หวานแวดล้อมที่ประดังใจทั้งดวง
O ปาริชาติหอมรื่น .. ในคืนค่ำ
คลายกลิ่นร่ำรมแถน .. ทั้งแดนสรวง
โอนเถิดกลิ่นหอมล้ำ .. ขอ-บำบวง-
แนบทับทรวงข้างใจของใครนั้น
O อินทร์ .. พรหม .. ปวงทิพแถนถ้วนแดนฟ้า
โปรดบัญชาชี้ให้ .. ความไหวหวั่น-
ที่เบิกบทแสนประณีต .. เกินกีดกัน
ช่วยแบ่งปันบริบท .. คืน-ทดแทน
O ถ้วนทั้งสิ้นทั้งปวง .. ความห่วงหา
ปรารถนา, ยินยอม .. และอ้อมแขน
แรงอาวรณ์, รอบถวิล .. ทั้งดินแดน
ฤๅ-อาจแม้นอาลัย .. หัวใจมี ?
O ภาพ-ข่มยิ้มขัดเขิน .. ทำเมินหน้า
ก็-แทรกฝ่าแก้มเนื้อ .. เนียน .. เรื่อสี
คล้ายเผลอเผยเลศชู้ .. ให้รู้ที-
รู้ท่า-ความใยดี .. ว่า-มีใจ
O จากนั้น .. ลมแห่งโลกจึงโบกบ่าย
โรยร่ำสายล้อมรับ .. การหลับใหล
จังหวะเต้นทุกช่วง จากทรวงใคร-
ควรสั่นไหวรอถนอม .. อย่างยอมตน
O รู้ใช่ไหม .. ความกระซิบจากลิบโพ้น-
แสนอ่อนโยนคอยประนัง .. เพื่อหวังผล-
ให้อาวรณ์อาลัย .. ค่อยไหววน-
พาใจหล่นลิ่วพัน .. บ่วงฉันทา !
O รู้บ้างไหม .. ความคำที่พร่ำสู่-
เพื่อ-รับรู้ .. เฝ้าคอยละห้อยหา
เพื่อ-อ่อนไหว .. ทรมานด้วยมารยา
และเพื่อว่า .. ถวิลอยู่ ไม่รู้วัน !
O จงรู้เถิด .. กระซิบคำในค่ำดึก
เพื่อ-ส่วนลึกห้วงใจ .. เมื่อ-ไหวสั่น
จักทอดวางรูปเงา .. เยี่ยงเถาวัลย์-
กอดกระหวัดรัดมั่น .. จวบวันตาย !





Create Date : 14 กรกฎาคม 2559
Last Update : 16 กันยายน 2561 9:46:20 น. 3 comments
Counter : 1638 Pageviews.

 
ดายุ..

"O รู้บ้างไหม .. ความคำที่พร่ำสู่-
เพื่อ-รับรู้ .. เฝ้าคอยละห้อยหา
เพื่อ-อ่อนไหว .. ทรมานด้วยมารยา
และเพื่อว่า .. ถวิลอยู่ ไม่รู้วัน !
O จงรู้เถิด .. กระซิบคำในค่ำดึก
เพื่อ-ส่วนลึกห้วงใจ .. เมื่อ-ไหวสั่น
จักทอดวางรูปเงา .. เยี่ยงเถาวัลย์-
กอดกระหวัดรัดมั่น .. จวบวันตาย !"

ไปอ่านฉันท์ ก็ เลือดนองฉันท์ มาอ่านนารีจะให้ปราโทช ซะหน่อยก็.." จวบวันตาย !" อีก

ทำไมจึงเลือดร้อนจริงนะ อย่างนี้ นารีก็วิ่งหนีหมด 555



โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 วันที่: 15 กรกฎาคม 2559 เวลา:14:43:05 น.  

 
มินตรา ..





สองรูปนี้ให้ความรู้สึกที่ต่างกัน
สายน้ำที่โลดเต้น .. ย่อมน่าดูกว่า มีชีวิตชีวามากกว่า

ตัวหนังสือก็เหมือนกัน
ตัวหนังสือที่โลดเต้น .. เร้าอารมณ์ มีชีวิตชีวากว่า เขียนเรียงความเชิงวิชาการไปให้สาวๆอ่านเป็นแน่แท้

555



โดย: สดายุ... วันที่: 15 กรกฎาคม 2559 เวลา:15:22:06 น.  

 
ดายุ..

เลือดหนุ่มร้อนแรงให้ร่วมลอง ! 555


โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 วันที่: 15 กรกฎาคม 2559 เวลา:15:43:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.