Group Blog
 
<<
มกราคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
4 มกราคม 2557
 
All Blogs
 
O ปริศนาแห่งนารี .. ? O









เพลง .. Song From A Secret Garden
Secret Garden



O แล้วร่องรอยปริศนาก็ปรากฏ
ลีลาศบทบาทอยู่แต่ตรู่สาง
ในคาบยามหมอกหม่นคลุมหนทาง-
ค่อยก้าวย่างฝ่ามัว .. มายั่วใจ
O เห็น-อ่อนเอนแกว่งไกวของไม้พุ่ม-
ต้องลมรุมเร้าผ่าน .. กิ่ง .. ก้านไหว
ฤาต่างความรุมเร้า – รูปเงาใคร-
เผยผ่านงาม .. สดใส .. คอยไหววน
O กี่ปีกนกล้อลม .. กี่ร่มพฤกษ์-
ผ่าน .. รำลึกย้อนหลัง, สักครั้งหน-
ที่รูปคราญโลมไล้ .. หัวใจคน-
จัก .. ฝ่าพ้นผ่านงาม .. สักงามนั้น ?
O เห็นแต่ .. ความปรารถนาแห่งอารมณ์-
ที่ค่อยถมทับใจจนไหวสั่น
เห็นแต่ .. ความถวิลอยู่ไม่รู้วัน-
คอยรูปฝันแฝงเร้น .. เผยเห็นเงา
O สายหยุด .. เจ้าหยุดกลิ่นแต่สิ้นสาย
หากแววฉายโชนเลศอีกเนตรเล่า-
จะหยุดแววเง้างอน .. ให้ผ่อนเบา-
แต่เมื่อเข้าคาบยาม .. ของยามใด ?
O ดูเถิด .. แววตอบเต้นไม่เร้นแฝง
ราวจะแกล้งเวียนวก .. พาอกไหว-
ด้วยรูปการณ์ .. รูปธรรมโน้มนำไป
จนเกินใจอาจข่ม .. อารมณ์คอย
O เมื่อความหมายแฝงเร้น .. เผลอ .. เต้นแวว-
วาบสู่แล้ว .. กี่ระยับ .. ก็ยับย่อย
ด้วยงามนี้ .. จับจองทุกร่องรอย
ผลักงามอื่นถดถอยทุกรอยงาม
O เฝ้าผูกพันเป็นห่วง .. ไม่ล่วงแล้ว
และยิ่งแววเนตรปลาบ .. นัยวาบหวาม-
ยิ่งห่วงหวงถวิลเห็นไม่เว้นยาม
สุดใจอาจข่มข้าม .. งดงามนี้
O เยี่ยงนกยูงอกแอ่นรำแพนหาง
ให้โลกล่างตื่นค่า .. รูปราศี
เมื่องามเยาว์เคล้าคลอ .. เข้าต่อตี-
ฤๅอาจมีที่ทางให้ย่างพ้น ?
O ดูเอาเถิด .. เนตรชม้อยชม้ายสู่-
คลายนัยชู้ซ่อนพราง .. ให้คว้าง .. หล่น-
จากรุมเร้าอาลัยที่ไหววน-
เปลื้องปลิดป่นยุดยื้อ .. ความถือตัว
O ดูเอาเถิด .. วาบผกายจนส่ายสั่น
แววตาฝันโชนออก .. ราวหยอกยั่ว-
เย้าหัวใจผูกพันจนสั่นรัว-
ลบเลือนมัวหม่นแล้ว .. ทุกแววตา
O ปลายปีกนกโบยโบก .. เย้ยโลกกว้าง
เมื่อหัวใจหล่นคว้าง .. ติดกลางค่า-
ความอบอุ่นหวานล้ำ .. ที่ค้ำคา-
อยู่ยั่วล้อ .. ทรมา- ให้อาวรณ์
O โอ หนอลายขาบเขียวแห่งเรียวขน-
นั้น-งามล้นเกินใจ .. อาจไถ่ถอน
ด้วยบางความรุมเร้าแสนเว้าวอน-
ไม่ยอมผ่อนเพลาค่า .. ความอาลัย
O เยี่ยงไร .. จึงแฝงเร้นอยู่เช่นนั้น
หรือเพียงยอรูปฝัน .. แนบฝันใฝ่-
แล้วคอยแว่วความ .. เสียง .. หล่อเลี้ยงใจ
พร้อมร่องรอยอ่อนไหว .. ล้อไยดี ?
O สายหยุด .. หยุดหอมหวาน .. ไปนานแล้ว
เหลือเพียงแววตาพร้อม .. แวดล้อมที่
เผยแววหวานห้อมห่ม .. สายลมวี-
วาดเย็นรื่นล้อมฤดีผู้มีใจ
O ปลายปีกนกโบกผ่านไปนานเนิ่น
แววขัดเขินในตา .. คล้ายว่า-ไหว
ปริศนาเร้นแฝง .. ราวแกว่งไกว-
ล้อสายลมล่องไหล .. อยู่ในยาม
O ปลายปีกนกโบกลับไปกับฟ้า
สุดสายตา .. เพียงภาพแวววาบหวาม-
ของอาวรณ์อ่อนไหวที่ไหลลาม-
ของรูปนามปริศนา .. ผู้อ่าองค์ !




Create Date : 04 มกราคม 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 11:00:22 น. 2 comments
Counter : 971 Pageviews.

 



ดายุ..


" กี่ปีกนกล้อลม .. กี่ร่มพฤกษ์-"
"ปลายปีกนกโบยโบก .. เย้ยโลกกว้าง"

สังเกตุมาหลายครั้งแล้วว่า ทำไม ดายุ จึงชอบผูกพันกับ การโบยบินเหลือเกิน เสมือนต้องการอิสรภาพ

แต่มาถึงตรงนี้ เลยใจหายตามไปด้วยกับการโบยบิน..
"O ปลายปีกนกโบกลับไปกับฟ้า
สุดสายตา .. เพียงภาพแวววาบหวาม-
ของอาวรณ์อ่อนไหวที่ไหลลาม-
ของรูปนามปริศนา .. ผู้อ่าองค์ !"


เธอบินหายไปเลยรึ..
แต่ก็เห็นดายุ ยังรื่นรมย์ อยู่นี่นะ..



โดย: บุษบามินตรา IP: 178.5.89.173 วันที่: 4 มกราคม 2557 เวลา:13:47:07 น.  

 
มินตรา ..
ภาวะการณ์ที่ปีกนกคลี่กางเพื่อลอยตัวกลางอากาศนั้น
ดูแล้วสง่างามยากหาใดเปรียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกอินทรี

และความรัก เป็นอิสระภาพสิ่งเดียวในโลกที่ไม่อาจเหนี่ยวรั้งกักขัง ..

ไม่เห็นกันเพียงนิดก็คิดถึง
ห่างกันแค่วันหนึ่งก็ซึมเศร้า
จะหักใจอย่างไรไม่บันเทา
เอ๊ะ .. นี่เรารักเขาหรือเปล่านะ ?

หมายความว่า ที่ว่ามาทั้งหมดเป็นภาพในห้วงคำนึง .. และ มาถึงบทสุดท้าย ก็เผยโฉมให้เห็นตัว !

ว่าที่สุดสายตาคือร่างตรงหน้านี่เอง


โดย: สดายุ... วันที่: 4 มกราคม 2557 เวลา:14:51:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 148 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.