Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
31 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
O จินตะภพ .. แห่งพลบสมัย O






เพลง .. ลาวสองคอน
ชัยภัค ภัทรจินดา


O เคว้งคว้าง .. ปีกนกโผ-ร่อนโล้ลม
ใกล้สูรย์จมจากลับพร้อมสรรพเสียง
ปีกนก, รอบถวิล .. โบกบินเพียง-
จะรอเคียงโคมระยับ .. หล่นลับดวง
O เคลื่อนคล้อยผ่านปรากฏ .. ฟ้าจรดน้ำ
ลมรื่นร่ำ .. พลิ้วแผ่ว, เหมือนแววหวง-
ที่พลิ้วผ่านเนตรปลาบ .. ลงทาบทวง
เพื่อจะหน่วงเหนี่ยวหา .. แรงอาลัย
O สนธยา-เหลืองแดง .. แต้มแต่งสรวง
เมื่อกาลล่วงสำหรับ .. จันทร์ขับไข
ลมแผ่วโลมแผ่นน้ำ .. นั้นร่ำไร
อยู่ล้อการวิ่งไหว .. เป็นวงนั้น
O อยู่ดีหรือไฉน .. นะใจเจ้า
จะเปลี่ยวเปล่าเงียบหงอย .. หรือคอยหวั่น-
ว่าคนที่ถวิลเห็น .. ไม่เว้นวัน-
จะรอพร้องรำพัน .. ค่ำยันเช้า
O รอผ่านคำ .. ผ่านศัพท์ให้รับรู้
ผ่านนัยชู้โอบขวัญ .. เช่นวันเก่า
ในทุกศัพท์สำเนียง .. มีเพียงเรา-
คอยใฝ่เฝ้าเย้าหยอก .. และยั่วกัน
O ร้างไร้ปลายปีกนกจะผกบิน
ยังแต่จินตนาภาพของคราบฝัน
ไร้ดาวลอยดวงแข่ง .. ด้วยแสงจันทร์
เหลือฮึกเหิมดวงขวัญ .. อย่าง-มั่นใจ
O แว่วเสียงนกงึมงำ .. กลางค่ำดึก
ก็นิ่งนึกปรารมภ์เกินข่มไหว
ละบทบาท-ปรารถนา, แรงอาลัย
คอยผ่านให้สำหรับ .. ได้รับ-รู้
O กลางหรีดหริ่งเรไร .. ที่ให้เสียง
เช่นร้อยเรียงความวอนผ่านย้อนสู่
ในวิกาลมืดดำ, ความดำรู-
คล้ายรออยู่แฝงเร้น .. อยู่เช่นนั้น
O สังคีตประณีตกรอง .. ความพร้องพร่ำ
ค่อยค่อยย้ำอกใจ .. จนไหวสั่น
คล้ายเรียวนิ้วเหน็บหนีบ .. เข้าบีบคั้น
เพื่อกีดกั้น, กักกุม .. เพื่อรุมเร้า
O เมื่อรอยกรรมนำชาติ .. มาพาดช่วง
สืบเงื่อนบ่วงอาวรณ์ .. ครั้งก่อนเก่า
ผ่านวงพักตร์รูปพิมพ์ .. แสนพริ้มเพรา
ความเปลี่ยวเปล่าทั้งปวง .. ย่อมล่วงแล้ว
O เคว้งคว้างในจินตะภพ .. คำรบนี้
รับลมวีวาดโรยแรงโผยแผ่ว
เนตรนั้นคล้ายอาวรณ์ .. จะย้อนแวว-
วาม-ผ่องแผ้ว .. ห้อมห่มสายลมเย็น
O อยู่ดีหรือไฉน .. นะใจเจ้า
หรือเพียงเฝ้ารอคอย .. ละห้อยเห็น
กลางแวดล้อมงามเงียบ .. หรือเพียบเพ็ญ-
ด้วยความหวังแฝงเร้น .. อยู่เช่นกัน ?
.
.
.
O ภาพในจินตะภพแห่งพลบสมัย
รูปเยาว์วัยงามพร้อม-รอกล่อมขวัญ
บุปผากรุ่นกลิ่นอวล .. เมื่อนวลพรรณ-
แทรกฝ่าฝัน .. แอบร่างอยู่กลางทรวง !
O ภาพในจินตะภพ .. พระลบล้อม
กลางอุ่นอ้อมโอบแขนอันแสนหวง-
คือรูปพิมพ์รอถนอม .. แวดล้อมดวง-
ใจ .. ให้ช่วงโชนยาม ด้วยความรัก !





Create Date : 31 ธันวาคม 2556
Last Update : 16 พฤษภาคม 2562 11:22:27 น. 9 comments
Counter : 1301 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ
ในวาระที่ใกล้ถึงปีใหม่ ขออำนาจคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดลบันดาลให้ คุณสดายุประสบแต่สิ่งดีๆ สมหวัง และมีความสุข ตลอดไปนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 31 ธันวาคม 2556 เวลา:21:47:29 น.  

 

สดายุ..


เมื่อ"นวลพรรณ"
"แทรกฝ่าฝัน .. แอบร่างอยู่กลางทรวง !"

และยังมี"พิมพ์ถนอม"
".. แวดล้อมดวง-
ใจ .. ให้ช่วงโชนยาม ด้วยความรัก !"

ในวันสุดท้ายของปีเช่นนี้...
.คงมิมีสิ่งใดใดจะต้องอวยพรให้ สดายุ จะมีความสุขเช่นที่เคยมีมา.
ปี๒๕๕๗นี้ จึงขอส่งกำลังใจให้มีพลังในการสร้างสรรสิ่งที่งดงามให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองที่มืด..หม่น..ของเราในเวลานี้บ้าง..เพื่อหลงเหลือความสดใสเล็กเล็กน้อยน้อยให้บางจิตใจ...



โดย: บุษบามินตรา IP: 178.5.91.193 วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:14:39:10 น.  

 
สวัสดีครับคุณวลี

O ปีเก่าพ้นผ่านไป .. ปีใหม่เริ่ม
ขอสุขเพิ่มพูนพร้อม .. แวดล้อมที่
จำเริญในเมตตา .. ทุกวาที-
เพรียกยินดีรายรอบประกอบประการ


สวัสดีปีใหม่ 2557 ครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:15:06:55 น.  

 
มินตรา ..
หญิงสาวเป็นประณีตกรรมทางธรรมชาติทั้งร่างกายและจิตใจ ที่แม้จะเข้าใจได้ยากอยู่บ้าง แต่โลกนี้ก็มิอาจขาดได้แม้แต่วินาทีเดียว

คำที่ครุ่นคิดขึ้นมาจึงต้องเกิดขึ้นในจิตใจขณะเขียนจริงๆ และอารมณ์นี้หากมีได้ตลอดจะช่วยลดความมืด หม่น ได้มากทีเดียว

ธรรมอันใดเกิดแต่เหตุ .. พระตถาคตทรงตรัส ..
.. ธรรมนั้น
.. เหตุแห่งธรรมนั้น
.. ความดับธรรมนั้น
.. ทางให้ถึงความดับธรรมนั้น

ทีนี้เมื่อเรามาแปลงเป็น ..
ความขัดแย้ง .. เราต้องมอง ..
.. ความขัดแย้งนั้น
.. เหตุแห่งความขัดแย้งนั้น
.. การดับความขัดแย้งนั้น
.. ทางให้ถึงความดับความขัดแย้งนั้น

ตอนนี้เราพูดกันแต่ "ความขัดแย้ง"
เราไม่ยอมพุดกันถึง "เหตุแห่งความขัดแย้ง"
เพราะเรากลัว
เรากลัวอะไร
เรากลัวว่าการพูดความจริงกันให้ถึงที่สุดจะเป็นการทำลายความชอบธรรมของ "ใครคนหนึ่ง" ลงโดยสิ้นเชิง



โดย: สดายุ... วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:16:55:09 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ

ขอให้คุณสุดายุมีความสุขมากๆ

สุขภาพแข็งแรง

และมีรักที่สมหวังตลอดไปด้วยค่ะ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 2 มกราคม 2557 เวลา:6:27:31 น.  

 
คนผ่านทาง

ขอบคุณมากครับที่มาอวยพรวันเกิด
ตอนนี้สุขภาพแข็งแรงดี
และความรักก็สมกับที่หวังไว้ดี

ขอรับ



โดย: สดายุ... วันที่: 2 มกราคม 2557 เวลา:6:49:04 น.  

 




สุขสันต์วันเกิดครับ
๙ ทุก ๙ ให้ชีวิต ๙ กระโดด
๙ วิ่งโลด แล่นหวัง สมดั่งหมาย
๙ ผ่านพ้น เขตขั้น อันตราย
๙ ผ่านร้าย กลายดี ที ๙ เดิน
ต้นจินต์ อินระดา


โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 2 มกราคม 2557 เวลา:9:13:12 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๗ และสุขสันต์วันเกิดครับ


โดย: **mp5** วันที่: 2 มกราคม 2557 เวลา:17:50:52 น.  

 
ขอบคุณคุณต้นกล้า .. คุณ mp5
สำหรับคำอวยพรวันเกิด
และขอสวัสดีปีใหม่ทั้งสองท่านครับ

ขอให้มีความสุขกายสุขใจตลอดไปครับ




โดย: สดายุ... วันที่: 2 มกราคม 2557 เวลา:20:49:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !









New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.