Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
O เดือนลอยดวง .. O








O พร้อมกับเดือนลอยดวงกลางสรวงพู้น-
ผ่องจำรูญพลอดสินธุ์ที่รินไหล
ลมรื่นเย็นยามค่ำ..คล้ายร่ำไร-
ผ่านลูบไล้น้ำพลิ้วแล่นผิวพื้น
O พรายระลอกจนกระเพื่อม..เข้าเหลื่อมรับ-
ดวงไฟวับวามสั่นทั้ง..พัน-หมื่น
กระทงสาย, ลมร่ำ, ยามค่ำคืน-
น้ำโยนผืนเหลื่อมไฟ..ย้อนนัยน์ตา
O งามเอยระยับช่วง..ไม่ล่วงแล้ว
กระทงสายเรียงแนว..ผ่านแถวท่า
ไฟลิบล่องผ่องแผ้ว- เมื่อแล้วลา-
กลับเหมือนว่าอีกดวง..นั้นช่วงแทน
O วับวามราว..แข่งจันทร์ในชั้นสรวง
หลังกระทงลับล่วง..กลับช่วงแสน
ในท่ามกลางระลอกสินธุ์..ในถิ่นแดน
ใจเช่นแผ่นน้ำระริก..เริ่มพลิกตัว
O คืนนี้แม้จันทร์งาม, ที่งามกว่า-
คือรูปรอยละม่อมหน้ากลางฟ้าหลัว
ลมผ่านกลิ่นหอมละลานในม่านมัว
ราวจะยั่วราวจะเย้ยให้เชยชม
O ละเลียดรสอารมณ์กลางลมโรย
หอมก็โผยแผ่วประดังเข้าสั่งสม
บุหลันเลื่อนดวงล้อม...ที่จ่อมจม-
คือดวงใจสุดข่ม..ให้คืนตัว
O น้ำหลากฝั่ง..ดวงไฟลอยไกลลิบ
ดาวบนฟ้าราวกระพริบ..ระยิบยั่ว
ดาวอีกคู่-แววนั่น...เหมือนสั่นรัว
ราวจะดับแสงทั่วทั้งถิ่นฟ้า
O กระทงสายล่วงภพ, พระลบล้อม
คนก็ห้อมแหนรอย..เฝ้าคอยท่า
ปรารมภ์รูปพักตร์ละม่อม..ไม่ยอมลา
และห่วงหาเห็นอยู่ไม่รู้พอ
O ฤๅว่าพรหมยื่นหัตถ์ช่วยจัดทำ
จึงเอื้ออวยด้วยคำ..ที่พร่ำขอ
ต่อแต่นี้นัยคำ..จักร่ำรอ-
สืบสานต่อเติมสิทธิ์จากฤทธิ์พรหม
O เมื่อเดือนเพ็ญลอยดวง..แสงช่วงฟ้า
รอบมารยาก็ประดังเข้าสั่งสม
ต่อสบเนตรเมียงชม้าย, พลัน-สายลม-
ราวพัดบ่มบอกนัย..ช่วยไหววี
O เรื่อแสงเย็นกลางสรวงยังช่วงโชน
พร้อมความคำอ่อนโยน..จากโพ้นที่
กลางอารมณ์ละห้อยหา, สายวารี-
ก็เรื่อยรี้เอื่อยไหลเหมือนใจคน
O โอภาสแขเปลั่งปลั่ง, ในฝั่งฝัน-
ก็ร่ำร้อยจำนรรจ์เป็นพันหน
เพื่อว่าช่วงเลศนัยจักไหววน-
รอหัวใจร้อนรน..จำนน-ยอม
O พร้อมดาวเดือนลอยดวงกลางสรวงโน่น-
คืออ่อนโยนผ้ายผ่าน..รอบหวานหอม
น้ำหลากสาย, จันทร์ช่วง, หมาย-ดวงพะยอม-
จักโน้มช่อกลีบน้อม..ให้ดอมรส !




Create Date : 25 กรกฎาคม 2558
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:03:51 น. 8 comments
Counter : 1510 Pageviews.

 

สดายุ...

นี่ลอยกระทงใช่ไหม ตั้งแต่ปีไหนนี่...
จึงยัง " และห่วงหาเห็นอยู่ไม่รู้พอ"

"O กระทงสายล่วงภพ, พระลบล้อม
คนก็ห้อมแหนรอย..เฝ้าคอยท่า
ปรารมภ์รูปพักตร์ละม่อม..ไม่ยอมลา
และห่วงหาเห็นอยู่ไม่รู้พอ"


โดย: บุษบามินตรา IP: 91.121.134.213 วันที่: 25 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:52:01 น.  

 
กลอนของพี่สดายุยังคงเพราะพริ้ง
ละเมียดละไมเหมือนเดิมเลยนะคะ

หนูเพิ่งสอบเสร็จ รอแก้งาน ส่งวันที่ 25 สิงหาคมนี้ และคงจะกลับไปเก็บข้อมูลที่ไทยเดือนตุลาคมค่ะ

คิดถึงนะคะ


โดย: Medkhanun (ตุ้มตุ้ยของเธอ ) วันที่: 26 กรกฎาคม 2558 เวลา:6:07:03 น.  

 
มินตรา ..

กลอนนี้เขียนตอนลอยกระทง ..
กระทงสายของทางเหนือลอยมาเป็นแถวยาวสวยงามน่าดุมาก ..

จึง-ยังห่วงหา"ฟองคลื่นแห่งศักดินา"ไม่รู้พอ .. !



เม็ดขนุน ..
ใกล้จบแล้วเหรอ .. ไหนว่าเรียน 3 ปี
พี่รู้สึกว่าเพิ่งไปไม่นาน .. ต่อไปคงมีแต่ ดร. รอบตัววุ๊ย อิๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 27 กรกฎาคม 2558 เวลา:7:13:07 น.  

 

" O ระริกคลื่นผ่านระลอกยั่วหยอกฝั่ง
รูปแฝงฝังแยกแย้ม .. พวงแก้มอิ่ม
หวานแววตาเผยระยับ .. ยามพรับพริ้ม
ทอดทับพิมพ์ภาพอยู่เพียงผู้เดียว"

(ฟองคลื่นแห่งศักดินา) กรุณารีบมารายงานตัว...555


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 27 กรกฎาคม 2558 เวลา:17:58:13 น.  

 
มินตรา ..

สามทุ่ม คืนนี้สหรัฐจะพิจารณาเรื่องการค้ามนุษย์ของไทย ว่าจะยังคงอันดับที่ tier 3 ต่อหรือไม่ ..

วิ่งเต้นยัดเงินไม่ได้เสียด้วยสิ 555

แต่ถ้าไล่ทหารกลับกรมกองได้เมื่อไร .. ขยับชั้นขึ้นทันที เชื่อไหม ?





โดย: สดายุ... วันที่: 27 กรกฎาคม 2558 เวลา:18:50:15 น.  

 
สดายุ...

เรายังรักษาคุณภาพได้คงที่ 555

"ประเทศไทยเป็นทั้งประเทศต้นทาง ปลายทางและทางผ่านของชาย หญิงและเด็กที่ถูกบังคับใช้แรงงานและค้าประเวณี คาดว่ามีแรงงานอพยพในประเทศไทยจำนวน 3-4 ล้านคน รวมถึงคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ด้วย กระจายอยู่ในอุตสาหกรรมประมง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประมง โรงงาน หรืองานภายในประเทศ

ผู้ตกเป็นเหยื่อบางรายถูกบังคับเป็นขอทานข้างถนน และการค้าประเวณียังคงเป็นปัญหาสำคัญของการค้าประเวณีที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางในไทย" //www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1438003098


โดย: บุษบามินตรา IP: 91.121.134.213 วันที่: 28 กรกฎาคม 2558 เวลา:0:21:31 น.  

 
มินตรา ..

เรามีผู้อยู่ในอำนาจที่ทำเพื่อตัวเองและพวกพ้องไปวันๆ มาอย่างยาวนาน .. ที่ไม่สามารถวิเคราะห์แยกแยะประเด็นปัญหาของประเทศแล้วใช้อำนาจจัดการสังคมให้เป็นสังคมที่ ..

.. ปลอดยาเสพติด
.. ปลอดการค้ามนุษย์
.. ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า
.. ปลอดจากฆาตกรรมข่มขืน
.. ปลอดจากทารุณกรรมเด็ก
.. ปลอดคอรัปชั่นโดยสิ้นเชิง
.. ปลอดจากระบบตุลาการบิดเบี้ยว
ในขณะเดียวกัน
.. สร้างระบบการศึกษาให้โดดเด่น
.. GDP ต่อหัวติด top 10 ของเอเชีย
.. ระบบการเมืองเป็นอย่างอารยะประเทศ
.. การกระจายรายได้ทั่วถึงมีชนชั้นร่ำรวย 5% ชั้นยากจน 5% และชนชั้นกลาง 90%

ฯลฯ

วิถีแห่งอารยะชน .. หากตนเองไร้ความสามารถก็ต้องหาคนที่มีความสามารถมาทำงานให้ .. ไม่ใช่หาทางทำลายล้างเพราะ "ริษยา"


โดย: สดายุ... วันที่: 28 กรกฎาคม 2558 เวลา:6:29:12 น.  

 
เรียนสามปีค่ะ แต่ต้องกลับไปเก็บข้อมูลที่เมืองไทยเป็นระยะๆ ค่ะ :)


โดย: Medkhanun IP: 94.23.252.21 วันที่: 29 กรกฎาคม 2558 เวลา:5:30:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.