Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
11 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
O แก้วตาพี่ .. O








แสงดาวของหัวใจ - นฤดม อนันตโท




O แม้ไกลห่างต่างกัน .. ดวงขวัญเอ๋ย
การได้เชยชิดเจ้ายังเฝ้าฝัน
แต่เมื่อร่วมปักปลูกความผูกพัน
จิตเหมือนถูกตรึงมั่น .. สุดบั่นทอน
O กรรมบถ-พจนา .. คือวาระ
ก่อพันธะคุมขังเกินรั้งถอน
รูปนามแนบแววตา .. คืออาวรณ์-
เริ่มช่วงตอนสำทับแนบกับใจ
O กรรมบถ-พจนา .. วิวาทะ
ดุจศรผละจากคัน .. จนสั่นไหว
ลิ่วทะลวงเสียบปลายพร้อมสายใย-
ม้วนพันไว้เกินคนอาจด้นดึง
O จากบัดนั้นจนบัดนี้เท่าที่รู้
ล้วนความหมายสื่อสู่ให้รู้ถึง-
ความอาลัยลึกล้ำ-ห้วงคำนึง-
ล้วนติดตรึงใจอยู่ .. ด้วยผู้เดียว
O จากนั้นความพร้อมเพรียงย่อมเพียงแค่
สายตาคอยเฝ้าแต่ชะแง้เหลียว
โสตสดับเสียงขวัญ ช่วยขันเกลียว
จิตย่อมเหนี่ยวเรียวร่างลงกลางทรวง
O จากนั้นกัมปนาทแห่งชาติภพ
เริ่มตั้งตอนเมื่อพลบบรรจบช่วง
ความอ่อนโยนอ่อนไหวพร้อมในดวง-
ใจผู้ห่วงละห้อยหา .. ด้วยอาวรณ์
O กัมปนาทแห่งชาติภพตระหลบโลก
เริ่มช่วงยามสุขโศกถูกโยกถอน
สังขารในดวงจิตถูกลิดรอน
เสียงออดอ้อนกระซิบนั้น .. ย่อมบันดาล
O เสน่หาในวาทีย่อมมีอยู่
ความสื่อสู่คอยกล่อม .. ล้วนหอมหวาน
สำเนียงถ้อยแว่วดัง .. ย่อมกังวาน
แนบแน่นจิตวิญญาณนับนานมา
O เหมือนเฝ้าคอยพิศเพ่งจากเพรงภพ
พอบรรจบจึงหน่วงให้ห่วงหา
เผยรูปและเผยงามขึ้นล่ามคา
ละห้อยเห็น, ปรารถนา-ก็คาใจ
O หรือทิพสบคำบวง .. แล้วหน่วงเหนี่ยว-
รูปนามแทนโค้งเคียวคอยเกี่ยวให้-
ตา, สัมผัส .. ลุกช่วงเป็นดวงไฟ-
สุมทรวงให้ละห้อยหา เกินกว่าล้าง
O อัตภาพทุกช่วงย่อมหน่วงสิทธิ์
นฤมิตแรงชู้ไม่รู้สร่าง
ย้อนกลับสู่รูปนามในท่ามกลาง
การแนบวางอาวรณ์ .. ให้ร้อนรน
O ให้บัดนี้จนบัดนั้นในวันหน้า
เสน่หา .. เติมเต็มให้เข้มข้น
แรงอาวรณ์อาลัยพึงไหววน-
ให้จิตคนละห้อยเห็นอย่าเว้นวัน
O ให้บัดนี้ .. จนบัดนั้น ดวงขวัญเอ๋ย
การได้เชยชิดเจ้า .. จงเฝ้าฝัน
เพรียกอาวรณ์แรงชู้ .. สื่อสู่กัน
ให้นรกให้สวรรค์ ทุกชั้น-รู้
O ร่วมคอยเถิด .. อัตภาพอันซาบซึ้ง
ร่วมรั้งดึงห่วงละห้อยให้คอยอยู่
แรงอาวรณ์ร้อนรุม ร่วมอุ้มชู
ร่วมเกี่ยวก้อยย่างสู่บ่วงชู้นั้น
O อัตภาพแรงคะนึงเพียงหนึ่งช่วง
จักทาบทวงดวงใจจนไหวสั่น
บำบวงทิพ .. สำทับให้รับกัน
ช่วยปกป้องใฝ่ฝัน .. ตราบวันวาย
O แม้ไกลห่างต่างกัน .. ดวงขวัญเอ๋ย
การได้เชยชิดเจ้ายังเฝ้าหมาย
รู้เถิดว่าอาลัยของใจชาย
นี้-สุดถ่ายสุดถอน .. แม้น-ตอนเดียว !




Create Date : 11 มิถุนายน 2558
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2562 18:29:01 น. 10 comments
Counter : 1999 Pageviews.

 
สดายุ...

" O ให้บัดนี้ .. จนบัดนั้น ดวงขวัญเอ๋ย
การได้เชยชิดเจ้า .. จงเฝ้าฝัน
เพรียกอาวรณ์แรงชู้ .. สื่อสู่กัน
ให้นรกให้สวรรค์ ทุกชั้น-รู้ "

ยังกะ..อังคาร.. แน่ะ !


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 มิถุนายน 2558 เวลา:3:34:48 น.  

 
มินตรา ..

หายหน้าหายตาไปนับนานวัน ..
เกิดอันใดขึ้นหนอสาวเจ้า .. หรือมีภารกิจลับสำคัญที่เยอรมันให้ต้องจัดการ .. 55

บทนี้เขียนรวดเดียวจบเป็นครั้งแรกในรอบปี
อารมณ์มันไหลลื่น !


โดย: สดายุ... วันที่: 12 มิถุนายน 2558 เวลา:6:34:45 น.  

 
สดายุ..

" พระดาลเดือดและดับได้.......กลัวเทพไทจะติฉิน"
( กาพย์นางลอย รามเกียรติ์ )


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 มิถุนายน 2558 เวลา:15:21:13 น.  

 
มินตรา ..

หากมีโอาสได้ไปอยู่เยอรมันเหมือนมินตรา .. คงจะช่วยดับเดือดทางโน้น แล้วโยนมาทางนี้แทน 55

รอคอยอย่างเดียว ..


โดย: สดายุ... วันที่: 12 มิถุนายน 2558 เวลา:19:28:56 น.  

 
คงกระชากใจใครบางคน แต่นางแบบไม่เข้ากับกลอนนะ


โดย: แก้วตา IP: 223.24.166.160 วันที่: 17 เมษายน 2562 เวลา:10:15:49 น.  

 


ครับ .. ควรเป้นนางแบบไทย
แต่หาเค้าหน้าที่ถูกใจไม่ได้เลย


โดย: สดายุ... วันที่: 17 เมษายน 2562 เวลา:10:28:08 น.  

 
แนะนำว่า…คนที่ใช่ในใจคุณ นั่นละ ดีที่สุดแล้ว
ร้อนนี้ ไปพักผ่อนที่ไหนหรือยัง?


โดย: แก้วตา IP: 223.24.166.160 วันที่: 17 เมษายน 2562 เวลา:11:23:43 น.  

 


คนที่ใช่ .. เขาไม่ยอมให้ลงรูปน่ะสิ
ร้อนนี้ก็ไปเมืองหลวงเสีย 7-8 วัน
อีกไม่นานคงกลับไปอยู่ถาวร


โดย: สดายุ... วันที่: 17 เมษายน 2562 เวลา:18:09:37 น.  

 
โชคดีแล้ว ที่มีคนที่ใช่เช่นนั้น
คาดผิดคิดว่าอยู่…ราชบุรี


โดย: แก้วตา IP: 223.24.164.232 วันที่: 18 เมษายน 2562 เวลา:6:54:30 น.  

 


ทำไมถึงคิดว่าราชบุรี ?


โดย: สดายุ... วันที่: 18 เมษายน 2562 เวลา:18:12:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.